[Deiru fanfic] : To you in the flow of time...

posted on 16 Feb 2008 19:40 by felon in Deiru

To you in the flow of time...
Dir en grey's Fan fiction
In the specail day

*วัน เวลา อิมเมจ เป็นเรื่องสมมุติ ไม่อิงเวลาปัจจุบัน
ขอให้อ่านอย่างไร้เหตุผล
ขอบคุณค่ะ*

---------------------------------------------------------------------

แสงแดดอ่อนๆส่องลอดใต้ผ้าม่านสีหม่น หน้าต่างติดฟิล์มทึบปิดกั้นแสงและเสียงความวุ่นวายนอกที่พักไม่ให้กร้ำกรายเข้ามา ร่างเล็กซุกตัวอยู่กับกองภูเขาหมอนนุ่มนิ่มภายใต้ผ้านวมอุ่นสีครีมเข้ม นาฬิกาปลุกไม่ได้ถูกตั้งเวลาไว้ วันนี้เขาจึงนอนยาวเติมพลังหลังจากที่ทำงานบุกบั่นมาตลอดปี

Piroro~ Piroro~ Piroro~

ร่างในผ้าห่มยังคงนิ่ง เสียงรบกวนไม่สามารถทำอะไรเขาได้

Piroro~ Piroro~ Piroro~ Piroro~ Piroro~ Piroro~

ผ้านวมขยับยวบ เจ้าของร่างเล็กเริ่มกระตุกคิ้วบาง

Piroro~ Piroro~ Piroro~ Piroro~ Piroro~ Piroro~!!!!

ท้ายที่สุดแล้ว การพักผ่อนของเขาก็โดนเสียงอุปกรณ์สื่อสารทำลายลงได้ คนตัวเล็กเอื้อมแขนควานหาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในใจหงุดหงิดอยากจะวีนใส่คนที่เรียกสายเข้ามา ขัดการนอนออย่างมีความสุขของเขาเสียเหลือเกิน

"อะไรวะ...ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระ แกเตรียมตัวดับดิ้นซะ..."

เสียงแหบห้าวงัวเงียตอบรับอย่าไม่สบอารมณ์ ไม่แม้แต่จะแคร์ว่าอีกฟากของปลายสายเป็นใคร รู้แต่เพียงว่าอยากจะนอนต่อเพียงเท่านั้น

"นี่มันกี่โมงกันแล้ว!!!!! วันนี้มีซ้อมนะเว้ยยยย!!!!"

ร่างเล็กถึงกับกระตุกคิ้ว นี่เขาหูฝาดเหรอ? ซ้อมอะไร? ทำไมต้องซ้อม? แล้วไอ้คนที่โทรมานีใคร? ถ้าโทรผิดล่ะก็...เตรียมตัวโดนวีนได้เลย...หนอยยยยย

"คุณเป็นใครวะครับ? ช่วยเช็คเบอร์หน่อยนะ ผมว่าคุณโทรผิดคนแล้ว ลาก่อน!"

สิ้นคำก็ตัดสาย ซุกมือถือไว้ใต้หมอนก่อนจะปิดตาลงนอน มือคว้าผ้านวมนิ่มปิดคอพลางบิดตัวแก้เมื่อยเล็กน้อย นึกติดใจเตียงขนาดควีนไซส์ที่เพิ่งซื้อมา

Piroro~ Piroro~ Piroro~

อีกแล้ว...
คนตัวเล็กขมวดคิ้วอีกครั้ง เอื้อมมือไปควานใต้หมอน หาก้อนสี่เหลี่ยมมนที่สั่นร้องใต้หัวเขาอย่างรำคาญใจ

"อะไรอีกวะ? ว่างกันมากนักใช่มั้ย? คนจะหลับจะนอน..."

"เหรอครับ? ช่วยแหกตาดูด้วยว่ามันกี่โมงแล้ว"

เสียงคนตัวเล็กโดนขัดด้วยเสียงเข้มดุ เคี้ยวบางกระตุก ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มแผ่ออกมาจากอุปกรณ์สื่อสาร

"ถ้ายังไม่ตื่นดีนัก ก็จงลากตัวเองออกจากเตียงซะ ไม่งั้นจะยึดเตียงคืนแล้วนอนขดบนเตียงสามฟุตแบบเก่า ดีไหม?"

เสียงเริ่มคุ้นหูเรียกสติเขากลับคืนมาเรื่อยๆ...นี่มันอะไรกัน...
ความทรงจำครั้งสุดท้ายคือตัวเขาที่โบกมือลาเพื่อนๆที่สนามบินขณะแยกตัวกลับบ้าน

ดวงตาหรี่เล็กเหลือบมองนาฬิกาบนพนัง ตัวเลขดิจิตอลบอกเวลาสิบโมงสี่สิบห้านาที
เหมือนเขาลืมอะไรไปรึเปล่า??

"ให้เวลาอีกชั่วโมง...ถ้ายังไม่ถึงห้องซ้อม...คงรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น..."

สมองคนงัวเงียยังไม่ทันประมวลผลดี อีกฝ่ายก็วางสายไปซะก่อน ปล่อยให้คนอ่อนเพลียคิดเองต่อไป
ผ่านไปห้านาที คนบนเตียงก็ลุกพรวดพลาดเข้าห้องน้ำอย่างลืมตาย

"เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!! สายๆๆๆๆๆๆๆๆ"

.

หนึ่งชั่วโมงกับอีกสิบนาทีหลังจากเสียงโวยวายด้านบนสิ้นสุดลง ร่างเล็กวิ่งด้วยความเร็วแสงเข้าจุดเส้นชัย จับเวลาได้เลทไปสิบนาที ทุกคนในห้องมองผู้มาเยือนคนสุดท้ายอย่างสงสารจับใจ ยกเว้นผู้ชายผมน้ำตาลอมทองที่ยืนกอดอกพร้อมส่งรอยยิ้มน่าขยาดเอ่ยคำทักทายเสียงใส

"บอกแล้วใช่มั้ย ว่าให้เวลาชั่วโมงเดียว เอ...รู้สึกจะช้าไปสิบนาทีนะว่าไหม?"

ร่างเล็กยืนหอบตัวโยน ไม่มีแรงจะเถียงอะไรตอบ กวาดตามองเพื่อนๆในกลุ่มอย่างขอความช่วยเหลือ

"เอ่อ....ฉันว่า...นายอย่าเพิ่งโหดไปเลยนะ เพิ่งกลับกันมาเหนื่อยๆทั้งนั้น"

เสียงมือกีตาร์ดังขึ้นอ่อยๆ รู้ตัวดีว่าคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ความสงสารเพื่อนมันมีมากกว่า หรือจะพูดได้ว่า ถ้าเพือนซวย ที่เหลือก็คงซวยลดหลั่นกันมาหมด

"พวกนายยังมากันตรงเวลาได้เลยนี่" หัวหน้าวงพูดยิ้มๆ ก่อนจะถอนหายใจ คิดแล้วก็ถูกอย่างที่คนหัวแดงพูด จะเว้นให้สักครั้งก็แล้วกัน "ก็ได้...ยังถือว่านายพยามยามได้ดี ฉันคิดว่าจะสายอีกสักชั่วโมงนึงซะอีก"

ร่างเล็กถอนหายใจอย่างโล่งอก เดินเข้าห้องซ้อมแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน มองเพื่อนๆที่เหลือกำลังทำความสะอาดและเช็คเครื่องดนตรีประจำตัว

"ทำไมมันโหดได้โหดดีแบบนี้วะ" คนมาช้าเปรยกับคนร่างสูงที่กำลังเช็ดเบสสีขาวตัดดำข้างกาย "แกไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเรอะ?"

"อย่ามาทางนี้นะ ฉันยังไม่อยากตาย" มือเช็ดเบสหยุดชะงัก หันไปส่ายหน้าพรืด "นายก็รู้ว่าฉันเคยลองแล้วเป็นยังไง มันนรกเลยนะเว้ย"

คนหัวทองส่ายหัวกับความอ่อนแอทางอำนาจการขมขู่ของมือเบสประจำวง "ขอโทษที่ฉันไปหวังพึ่งนาย"

"จะว่าไป วันนี้ได้เจอหวานใจรึยังล่ะ?" คนหัวแดงเดินมาถามตรงจุดจี้ใจ นั่งเบียดที่พนักโซฟาพลาง เช็คสายกีตาร์

"ยัง..อย่าพูดให้หงุดหงิดได้ไหม ตั้งแต่กลับมายังติดต่อไม่ได้เลย" ร่างเล็กเค่นเสียง อารมณ์เซ็งเริ่มพุ่งสูง จึงกระโดดลุกขึ้น เดินไปคว้าไมค์แหกปากอย่างไม่กลัวลำโพงแตก "เริ่มซ้อมได้แล้วไอ้หน้าตัวผู้ทั้งหลาย มาแดดิ้นด้วยกันเร็ว!"

"วันนี้เคียวดูคึกคักดีนะ" หัวหน้าเดินเข้าประจำที่ บุ้ยหน้าคุยกับมือเบสที่ยืนอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง

"คงมีแต่นายที่เห็นเป็นแบบนั้นนะ" ร่างสูงกว่าส่ายหน้าอย่างนึกขำ รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้พูดอย่างที่ใจคิด "ถ้าสงสารมัน วันนี้ก็เพลาๆหน่อยสิ อย่างที่ดายบอก เพิ่งกลับกันมาเหนื่อยๆ วันนี้ฟื้นมาซ้อมตามใจนายได้ ก็เก่งกันมากแล้ว"

"พอดีว่ามีแต่คนตามใจน่ะสิ แต่ก็ได้..วันนี้จะแค่เบาะๆ"

สิ้นคำ เสียงกลองก็ดังกระหึ่ม เสียงนักร้องนำแหกปากใส่ไมค์โดยไม่สนว่าเพลงที่กำลังจะเล่นเป็นเพลงอะไร ทำเอาพวกที่เหลือส่ายหน้าระอาใจ

เจ้าตัวเล็กของวงมักเป็นอย่างนี้ เวลาที่่ทุกอย่างไม่ได้อย่างใจตั้งหวัง

.

กว่าจะหลุดรอดจากชั่วโมงพิศวงดูดพลังงานในห้องซ้อม ท้องฟ้าด้านนอกเป็นสีส้มแก่ หัวหน้าวงเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วหันไปยิ้มแย้มกับลูกวงที่เหลือ

"ไปกินเนื้อย่างกันนะ"

ทุกคนก็พร้อมกายพร้อมใจกันอย่างไม่มีใครขัดค้าน(และมีอยู่คนนึงที่ยังไงก็ไม่ขัดข้อง)
สักพักจึงมาหยุดที่เนื้อย่างร้านประจำ

เบียร์สดเย็นเฉียบรินเติมลงในแก้วของทุกคนอย่างไม่ขาดสาย บรรยากาศสนุกสนานกลับคืนมาอีกครั้ง เสียงพูดคุยจอแจดังก้องในห้องส่วนตัวขนาดกลางที่แลกมาด้วยค่าเช่าอีกนิดหน่อย ควันเนื้อย่างลอยตามทิศที่ดูดอากาศ อากาศข้างในจึงไม่อบเกินไปนัก

"นี่เป็นเพลงใหม่ ฉันแต่งทำนองเอาไว้แล้ว นายเอาสมองเล็กๆของนายยัดเนื้อร้องมาซะล่ะ" หัวหน้าวงยิ้มใส แต่การกระทำเฉือนคอ ยื่นปึกโน๊ตเพลงให้คนร่างเล็ก

"โธ่... พูดเรื่องนี้ทำไมเนี่ย กำลังสนุกอยู่แท้ๆเลยนะ" คนหัวแดงบ่นอุบ เพราะที่หัวหน้าวงพูดนั้นหมายความว่า 'พวกแกเตรียมตัวได้เลย ได้เนื้อเพลงมาเมื่อไหร่ล่ะก็ จะซ้อมให้ประดาตาย'

"มันเป็นของขวัญน่ะ" คนยื่นโน๊ตพูดยิ้มๆ "ดีใจซะนะ เพราะฉันไม่ค่อยให้ของใครเืท่าไหร่"

"งั้นอย่าให้เลย..." มือกีตาร์ตอบกวนๆ "แบบนี้ใครเขาอยากได้กันวะ?"

แล้วเสียงหัวเราะก็กลับมาอีกครั้ง แต่ถ้าตั้งใจมองสักหน่อยจะเห็นว่าคนร่างเล็กไม่ค่อยเจริญอาหารอย่างที่ควรจะเป็น สาเหตุมาจากใคร และ เรื่องอะไร ทุกคนก็พอจะเดากันได้

ไม่นานนักงานก็เริ่มกร่อย เพราะเจ้าตัวเล็กไม่บ้าเลือด ไม่เสริมมุข เอาแต่ยิ้มแห้งๆตลอดเวลา

"ฉันกลับก่อนนะ" คนตัวเล็กพูดพร้อมเตรียมตัวลุกขึ้น แต่โดนร่างบางจับไหล่ห้าม

"อย่าเพิ่งไปเลยน่า นั่งต่ออีกสักพักเถอะนะ" ตัวบางแต่แรงไม่น้อยตามขนาดร่างกาย ฉะนั้น คนเตรียมลุกจึงโดน กดไหล่ให้ลงนั่งที่เดิม

"ฉันไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ" ดายโพล่งขึ้นก่อนจะลุกออกไปจากห้อง "คาโอรุ..ไปด้วยกันหน่อย"

สองคนในวงนั่งตัวตรงทันที ลอบมองคนหัวตั้งกับคุณหัวหน้ามองสับกันไปมา เจ้า้ของตำแหน่งเบสปั่นป่วนใจขึ้นมาทันทีที่เห็นทั้งคู่เดินซุบซิบใกล้ชิดอย่างมีความลับ

"ชินยะ...ฉันจะตามไปดูพวกนั้นหน่อยนะ...ฝากเคียวด้วย" มือเบสพูดเสียงค่อย แล้วลุกตามสองคนนั้นไปอย่างไม่รอช้า

ไม่รู้หรอกว่ามีธุระหรือความลับอะไรกัน แต่อย่ามาทำท่าสนิทกันมากเกินไปจะได้ไหม?
ถึงรู้ดีว่ามันไม่มีอะไร แต่อดหวงไม่ได้เฟ้ยยยย!!!

"ฝากด้วยนะทอจจิ" ร่างบางพูดส่งท้ายก่อนจะหันไปทางคนร่างเล็ก

มือเล็กจับตะเกียบเขี่ยเนื้อในกระทะไปมา ท่าทางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนออกไปจากห้อง

"เคียว..ฉันออกไปตามดายแป๊บนึงนะ รู้สึกว่าจะเข้าห้องน้ำนานไปแล้ว" มือกลองปัดผมที่ละใบหน้าทัดหู ยิ้มหวานให้คนตัวเล็กและลุกขึ้นไปตามคนอย่างที่พูด

แม้ว่าคนคนนั้นจะออกไปไม่ถึงสามนาทีก็ตาม....

ร่างเล็กออกจากภวังค์ เริ่มรู้ตัวว่าโดนทิ้งให้อยู่คนเดียว
เจ้าพวกบ้า...มาอยู่นั่งให้เอะอะหน่อยก็ไม่ได้.. ปล่อยทิ้งให้เขานั่งฟังเสียงเนื้อไหม้คากระทะอยู่คนเดียว

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ก็ยังไม่มีสี่แววของเพื่อนร่วมวง โทรเข้ามือถือก็มีแต่คนปิดเครื่อง

หรือว่าเขาจะโดนชิ่ง?
ไม่มีทาง...ทุกคนก็รู้ว่าเขาไม่มีทางจ่ายค่าอาหารได้แน่ เพราะเพิ่งถอยเตียงเข้าห้องไปหมาดๆ ร่างเล็กจึงนั่งกระลิ้มกระเหลี่ยอาหารในจานตัวเองต่อไป

ผ่านไปอีกสิบห้านาที คนตัวเล็กเริ่มประสาทกิน
นี่เขาต้องโดนของแล้วแน่ๆ เจ้าพวกเวรนั่นอยู่ไหน? ทำกับเขาได้ลงคอ!
อย่าให้เจอกันเชียวนะ คราวหน้าจะเอาไมค์ฟาดหัวเรียงตัวเลย!!!

เคียวทำท่าหงุดหงิด ตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นล้วงกระเป๋าเงินหนังแสนแฟบ
ไม่รู้จะมีเงินพอจ่ายไหม...ถ้าติดเจ้าของร้านไว้จะต้องโดนล้างจานแน่ๆ

ยังคิดวางแผนไม่ทันไร เสียงประตูเลื่อนก็ดังขึ้น แน่นอนว่าเคียวหันไปวีนแตกอย่างมีคิดจะหายใจ

"ไอ้พวกด๋อย! แกไปไหนกันมา รู้ไหมว่าฉันไม่มีเงินจ่ายเว้ย!! ไปเข้าห้องน้ำบ้าบอกะผีสิ! ออกไปกันสองคู่แบบนี้ ก็เดาออกนะเว้ยมาไปทำอะไรกัน ไอ้พวกกินดนตรีแทนข้าว!!!! ถ้าพวกแกยังไม่เข้ามาอเมริกันแชร์ล่ะก็ พวกแก จะต้อง.....!!!!!"

เสียงเคียวเงียบหายไปหลังจากที่ได้เบิกตาเล็กๆมองคนเปิดประตูที่ยืนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกล

"มิ.."

"อย่าพูด..." คนมาใหม่สืบเท้าเข้ามาใกล้ มือบางเอื้อมเข้าจับมือกร้าน ช้อนสายตาอ่อนหวานใส่ "ขอโทษนะที่ ติดต่อไม่ได้ พอดีว่ามีเรื่องนิดหน่อย..."

เคียวสบตาหวานใจสั่นระรัว เขาแพ้สายตาแบบนี้เหลือเกิน..
สายตาที่เขาไม่อาจถือโทษโกรธได้เลยสักครั้ง....

"นายก็รู้ว่าฉันไม่มีวันลืม" เจ้าของเสียงอ่อนหวานยิ้มเอาใจ คนตัวเล็กออกสีหน้าระเรื่อให้เห็น "อย่าเพิ่งโกรธ เลยนะ"

"ฉันเคยโกรธเธอได้ซะที่ไหน" เคียวพูดอุบอิบเสียงเบา "แล้วก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยด้วย"

พูดไปแล้วก็คิดถึงเจ้าเพื่อนร่วมวงตัวแสบ งานนี้ขอขอบใจแค่ครึ่งเดียวพอ!

"แต่ไม่รู้นี่นาว่าเคียวจะกลับจากทัวร์วันไหน เห็นเลื่อนอยู่เรื่อยๆ ตามข่าวก็ยากด้วย" เสียงน้อยใจดังขึ้น ดวงตาหลุบลงมองมือที่ตัวเองจับไว้มั่น

"ก็เข้าใจ...อย่าเศร้าเลยนะ" เคียวอดไม่ได้ที่จะลูบเรือนผมนิ่มเบาๆ "ฉันแค่คิดถึงเธอมากไปหน่อย..."

เคียวถูกโจมตีอย่างร้ายแรงเกินตั้งตัวเตรียมใจ ริมฝีปากบางใส่เคลือบด้วยลิปกลิสบางเบาเข้าจุมพิตเขา

นุ่มนวลและเนิ่นนานดั่งความฝัน
อีกฝ่ายถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง ยิ้มให้ชายร่างเล็กอย่างเขินอาย

"ติดไว้ก่อนนะ ถือเป็นค่ามัดจำ" เห็นเคียวขมวดคิ้วก็นึกอดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้ "สุขสันต์วันเกิดจ้ะ เคียว"

"มิ..มิฮานะ..." เคียวทำท่ายืนอึ้ง

เขาลืมวันนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ!
มัวแต่นึกหงุดหงิดว่าติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ เอาแต่คิดถึงอยากจะเจอหน้าจนลืมวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง ไปเสียสนิทใจ

"สุขสันต์วันเกิดเว้ย!!!"

พวกทำตัวเป็นก้างทยอยกันเข้ามาในห้อง ต่างก็เข้ามาลูบหัวตบหัวนักร้องนำตัวเล็กอย่างเอ็นดู

"พวกแก.... ไอ้พวกบ้า!!!!" เคียวคอยปัดมือที่จ้องละเลงหัวเขาเป็นพลันวัน ใบหน้าพยายามเก๊กนิ่งปิดความเขิน

"อย่าเขินน่า..." คาโอรุพูดยิ้มอารมณ์ดี "อย่าลืมเนื้อเพลงแล้วกันนะ ขออาทิตย์หน้าล่ะ"

เคียวเกือบจะพนักหน้าอย่างอารมณ์ดี แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้เป็นวันศุกร์...
อาทิตย์หน้า = วันจันทร์!!!!

"เฮ้ย!!! ใครมันจะไปทำได้วะ ไอ้หัวหน้าวงบ้า!!!" เคียวโวยวาย มือยังกุมแน่นกับคนรักไม่ยอมปล่อย

ชั่วพริบตาที่เผลอไปมองากลมที่มองตอบเขาด้วยความรัก สิ่งมีชีวิตที่ทำตัวเป็นก้างก็กลับตัวกลับใจ และพร้อมใจอันตธานไปจากห้อง ทิ้งให้ความหวานเพิ่มขึ้นท่ามกลางกลิ่นเนื้อไหม้ในกระทะ

.

.

Happy birthday, little vocal~!
Still in love your voice.

.

++++++++++++++++++++++++++++++++++

//นอกร้าน...

"จะดีเหรอที่ไม่่จ่ายเงินน่ะ?" มือกลองพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่หนีออกมาทั้งอย่างนั้น

"วันเกิดมัน..มันก็ต้องเลี้ยงสิ!" มือเบสพูดอย่างอารมณ์ดี ยิ้มเผยเขี้ยวไปทางคนรัก

"ถ้าพรุ่งนี้เคียวโวยล่ะ?" ชินยะถามต่อ ด้วยนิสัยแบบนี้แหละทำให้คนหัวแดงถอนใจไม่ขึ้นสักที หลงอยู่ในวังวนความน่ารักแสนเดียงสา

"ถ้ามันโวย..."

หัวหน้าวงเปรย เหลือบสบตากับเพื่อนๆ(และคนรัก) ก่อนจะพร้อมใจพูดออกมาพร้อมกันว่า

"ก็ปล่อยมันโวยไปสิ!! ฮ่าๆๆๆๆ"

 

 

edit @ 16 Feb 2008 21:14:07 by 『 F. 』

edit @ 16 Feb 2008 22:23:41 by 『 F. 』

edit @ 17 Feb 2008 02:00:23 by 『 F. 』

edit @ 26 Feb 2008 16:46:23 by 『 F. 』

Tags: fic 7 Comments

Comment

Comment:

Tweet

ฮานะเอาให้อ่านคะ ชอบมากมาย อร๊าง เคียวมิฮานะจงเจริญ~~~~~~~
ชอบไอ้จี้จังเล๊ยยยยยยย บ้า น่ารัก~~~~

อ่านแล้วคิดถึงมากๆเลย ชอบจังเลย~~~~

#7 By AnAn on 2009-06-30 06:35

เยี่ยมมากเธอ 5555555

ลัลล้า----------------

ฟิคเดอเรื่องแรกที่อ่านในรอบปีนี้

#6 By ..-~:HANA~hanachiko:~-.. on 2008-02-17 00:25

ปอลอ. จะมีฟิคของคาโอรุมั้ย 555 << หึหึหึ... มีสิจ้ะ จะเอาระดับไหนล่ะ?? ฮ่าๆๆๆ

#5 By 『 フェロン 』 on 2008-02-16 23:48

ฟิคเดอเรื่องแรกในรอบสองปีที่ได้อ่าน
อ่านแล้วสุขใจ

ฮ๊า~

*ยิ้มแป้น*


แฮปปี้เบิร์ทเดย์~~~~~~~~~~~~~~ทู เคียวน้อยน้อย

^___^


ปอลอ. จะมีฟิคของคาโอรุมั้ย 555

#4 By .verse1108 on 2008-02-16 23:06

ดิอองเกรย์ =_="

#3 By [ Swordman แห่ง Iris ] on 2008-02-16 22:05

ชอบทิ้งทายชะมัด 555

ตอนขึ้นชื่อว่า มิ... นึกไปถึงมิบินะเนี่ย -0-
แต่อ่านๆไปรุสึกไม่น่าจะใช่ (มิบิไม่น่ารักขนาดนั้น กร๊ากก)
แล้วก็เปนมิฮานะจิงๆ...... หุหุหุหุ


HBD KYO ><~~~

ปล 1 สรุปบลอคนี้เอาไว้อัพฟิคใช่มั้ยเนี่ย??
ปล 2 วันนี้ควรจะเปนวันเสาร์สิ~!!! *เพิ่มความซวยให้เคียว* XD~~

#2 By 【 Shin_kt 】 on 2008-02-16 21:38

เจิมเฟ้ยยย

โอะ ไม่รูจักเรื่องนี้ แต่อ่านแล้วหนุกดีเน่อ

#1 By asmxhf ・・・ shine ✧ on 2008-02-16 21:38