[Reborn Fanfic] : Truth - 2
posted on 06 Mar 2008 22:29 by felon in Reborn
[Reborn Fanfic] : Truth - 2
Main : 8059
Type : Y (*Warning*)
------------------------------------------------------------------
รอยยิ้มที่มีให้เพื่อคนคนเดียว
ร่างสูงเดินเอื่อยๆทิ้งท้ายตามหลังเหล่าผองเพื่อนที่กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างโปร่งอย่างไม่รู้ตัว คิ้วขาวเงินขมวดแน่นเมื่อหญิงสาวเอี้ยวตัวมาคุยด้วยแล้วกลับไปยิ้มร่างเริงให้คนตัวเล็กที่หันมายิ้มฝืดๆ ช่างเป็นการเลือกกระทำที่พาให้เขาปวดใจจริงๆ
พวกเขาเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าแนวพังค์ ร่างโปร่งชะงักฝีเท้า หันไปมองด้วยแววตาเป็นประกายพร้อมชี้ชวนให้คนอื่นๆเข้าร้านไปกับเขาด้วย
“ท่านรุ่นที่สิบ ช่วยผมเลือกหน่อยสิคร้าบ...” เสียง้ทายประโยคลากยาว มือดึงชายเสื้อร่างเล็กไว้
“เสื้อแนวนี้ฉันเลือกไม่เป็นอ่ะ” ‘ท่านรุ่นที่สิบ’หันมายิ้มแหยๆแล้วปลีกตัวไปทางเด็กสาวที่เลือกเสื้ออยู่ไม่ไกลแทน
โกคุเทระทำหน้าสลดเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจและเดินเขี่ยตามราวเสื้อ เงาที่ทาบทับลงบนตัวเขาทำให้ต้องหันไปมอง เห็นเสื้อยืดลายต้องตาอยู่ในมือคนข้างตัว
“ชอบรึเปล่า?” ร่างสูงพูดยิ้มๆ มองคิ้วที่ขมวดแน่นกระตุกเล็กน้อย
โกคุเทระคว้าเสื้อมาจากมืออีกฝ่าย หน้าแดงเล็กน้อยพลางเหลือบตามองคนที่ยื่นให้ “เออ! แล้วมาสะเออะรู้อีกนะว่าฉันจะต้องชอบตัวนี้” แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจ แต่เสื้อลายที่อีกฝ่ายเลือกมันก็โดนใจเขาจริงๆ
“ทำไมฉันถึงจะไม่รู้ล่ะ?” ดวงตาสีเขียวเหลือบมองขึ้นไปสูงแค่ระดับริมฝีปากที่ขยับยิ้มอย่างอ่อนโยนเท่านั้น ไม่กล้าสบสายตาด้วยกลัวอะไรบางอย่าง “อยากได้อีกสักตัวรึเปล่า?”
“ไม่ต้อง! พอแล้ว!”
.
ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียง มือจับถุงกระดาษสีดำคว่ำเทของที่อยู่ด้านในออกมา
หลังจากที่ได้เสื้อตัวแรก เขาก็เพียรหาเสื้อตัวอื่นๆภายในร้าน กลัวเหลือเกินที่จะต้องซื้อตัวที่ร่างสูงเลือกให้ แต่ภายในร้านนั้นก็ไม่มีตัวอื่นที่ต้องตาเขาอีกเลย....มันน่าเจ็บใจนัก
เขายังจำได้ถึงตอนที่ลอบมองสายรัดข้อมือที่เคียวโกะหันไปถามความเห็นของคนร่างเล็กด้วยความที่ลังเลว่าจะซื้อให้พี่ชายตัวเองดีหรือไม่ ทันใด ยามาโมโตะก็หยิบสายรัดข้อมือที่มีลักษณะเดียวกันมาให้ ก่อนจะยิ้มแล้วบอกว่าอันที่หยิบมานั้นเหมาะกับเขามากกว่า
ร่างบางหยิบสายรัดหนังสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาจากกองเสื้อยับยู่บนเตียงแล้วแค่นยิ้ม..
มันน่าตลกตรงที่เขาก็ติดใจอันนี้จนซื้อมาเนี่ยแหละ
เขาทิ้งตัวนอนหงาย มองผ่านลายฝ้าเพดานเข้าสู่ห้วงคิด
ที่ตัวเขากำลังหงุดหงิดอยู่ มันอะไรกันแน่นะ?
แล้วความกลัวลึกๆในใจเขานี่ล่ะ? ควรจะอธิบายว่ายังไง?
นึกถึงรอยยิ้มนั้นขึ้นมาก็พาลหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ขากลับจากซื้อของร่างสูงก็เอ่ยปากเดินไปส่งเคียวโกะ ขณะที่ตัวเขาขอตามเดินไปส่ง ‘ท่านรุ่นที่สิบ’ อย่างทุกครั้ง
ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่สึนะสนใจไม่ใช่หรือ?
เสียงออดหน้าประตูเรียกความสนใจ โกคุเทระลุกขึ้นมาอย่างหน่ายๆเพราะคิดว่าคงเป็นพวกขายของไร้สาระ เพราะค่าไฟค่าน้ำต่างๆก็ให้หักจากในบัญชีของเขาโดยตรงอยู่แล้ว
ขาเรียวเดินเอื่อยๆหยุดมองลอดตาแมวที่ประตู เห็นร่างสูงที่แสนจะคุ้นเคยยืนอยู่ เท่านั้นเขาก็รู้สึกวาบในใจ ลังเลว่าจะเปิดหรือไม่เปิดดี แต่พอคิดได้ว่าอาจจะมีธุระอะไรบางอย่างจึงตัดสินใจเปิดประตูให้อีกฝ่ายโดยตั้งใจว่าจะยืนคุยหน้าห้องเท่านั้น
“มีอะไร?” คิ้วขมวดถามด้วยเสียงไม่สบอารมณ์ ยิ่งเห็นรอยยิ้มบนใบหน้านั่นด้วยแล้วยิ่งหงุดหงิดขึ้นมาเสียเฉยๆ
“สึนะบอกว่านายลืมสมุดการบ้านไว้น่ะ เลยเอามาให้” เข้าของประโยคยังคงตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
แล้วเจ้านี่ไปทำอะไรที่บ้านท่านรุ่นที่สิบกันล่ะ?
“เอามาสิ” เอาเถอะ ยังไงก็ไม่อยากยื้อให้ยาวไปกว่านี้อยู่แล้ว ไว้ค่อยถามสึนะพรุ่งนี้ก็ได้
จะว่าไป....เอามาให้พรุ่งนี้เช้าก็ได้นี่นา??
“ที่จริง เอามาให้พรุ่งนี้ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องโง่ถ่อมาเลย” มือยื่นไปรับสมุดของตัวเองแต่โดนยื้อเอาไว้ “เฮ้ย! ไม่ปล่อยจะเอามาได้มั้ย?”
“ช่วยเชิญฉันเข้าไปหน่อยไม่ได้เหรอ?” เสียงเรียบเสียจนคนฟังเอะใจ ตาพามองใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้มนั้น
ถ้าจะพูดก็คือ มันช่างไร้ความรู้สึกเสียมากกว่า...
“แล้วทำไมฉันต้องทำอะไรวุ่นวายแบบนั้นด้วย? นายก็หมดธุระแล้วนี่ กลับไปซะ” มือบางกระชากหนังสือเต็มแรง แต่กลับสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ เขาจึงส่งสายตาเขม่นไปให้
“ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย” น้ำเสียงจริงจังนั่นทำให้โกคุเทระจนปัญญาจะปฏิเสธ ในใจก็อยากรู้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ร่างสูงทำสีหน้าแบบนี้ออกมาได้?
ร่างบางจึงเชิญอย่างม่เต็มใจนักให้อีกฝ่ายนั่งที่โต๊ะทานข้าวแทนที่จะเป็นโต๊ะรับแขก ทั้งยังไม่มีการเสิร์ฟน้ำใดๆทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่าร่างสูงก็ไม่ได้ต้องการ
“นาย...ชอบสึนะเหรอ?” ร่างนิ่งเรียบ อีกทั้งใจความในประโยคถามโต้งๆนั้นทำเอาโกคุเทระสะดุ้ง
“อ...เออ... ก็ชอบสิ ไม่งั้นคงไม่ยอมรับและอยากเป็นมือขวาให้หรอก” โกคุเทระยักไหล่เหมือนกับว่าเหตุผลนั้นไม่เห็นจะต้องคิดให้มากมาย
“ฉันหมายถึงว่า ชอบในความหมายของ...เอ่อ...อยากคบเป็นแฟน”
“ห๊ะ??” โกคุเทระเหลือบขึ้นสบตา ไม่สบอารมร์เท่าไรนัก “นายจะบ้าเรอะ! ถ้าจะมาพูดเรื่องพรรค์นี้ล่ะก็ กลับไปเลย!”
“งั้นก็แล้วไป...” ร่างสูงพึมพำเงียบๆ เหมือนจะไม่ได้สนใจคำถากถางของโกคุเทระแต่อย่างใด
“ถ้าหมดเรื่องแล้วก็กลับไปซะ!” โกคุเทระลุกยืนเป็นเชิงไล่ ยามาโมโตะก็ยืนขึ้นอย่างรู้ใจ หันมายิ้มให้อย่างทุกที
“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” เขามองร่างบางพยักหน้าส่งๆ “แล้วก็...ถ้านายยิ้มให้ฉันบ้างก็ดีนะ”
“แล้วทำไมต้องยิ้มให้ไอ้บ้าเบสบอลอย่างนายด้วยล่ะ?” ประโยคนี้ถามทั้งตัวเขาเอง ทั้งคนที่เขาไม่ชอบหน้า ตัวเขาเองไม่เคยจะยิ้มให้ใครถ้าไม่ได้อยากยิ้มให้ เพราะฉะนั้น คนสำคัญสำหรับเขาตอนนี้มีเพียงคนเดียว ซึ่งนั่นคือผู้สืบทอดของแก๊งค์ที่เขายอมรับ
พอคิดได้อย่างนี้จึงคิดในทางกลับกันบ้าง ร่างสูงยิ้มให้คนอื่นเสมอ ยิ้มให้ทุกคนไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นเขาหรือใคร นั่นหมายความว่าทุกคนนั้นเท่าเทียมกัน สำคัญเหมือนๆกันหมด
“เพราะว่ามันสำคัญสำหรับฉันน่ะสิ”
ร่างบางยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้นจนเสียงปิดประตูเรียกเขาตื่นจากภวังค์ เขาเดินกลับไปที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนอน ปลายขาเขี่ยกองเสื้อและถุงให้หล่อนจากเตียง มองขึ้นเพดานอีกครั้งด้วยความว้าวุ่นใจ
ที่พูดแบบนั้น มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
แล้วทำไมประโยคนั้นทำให้เขารู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้ล่ะ?
.
เช้านี้เป็นอีกครั้งที่เขาตื่นเช้า และพาตัวเองตรงไปที่โรงเรียนทันที ภาพที่เห็นก็เป็นบรรยากาศเดิมๆเหมือนที่เจอเมื่อวาน ร่างสูงขว้างลูกเบสบอลสุดแรงเฉียดหน้าเพื่อนร่วมทีมแล้วหัวเราะร่วน พลางขอโทษขอโพยเพื่อนที่หวิดหน้าแหกไปอย่างฉิวเฉียด เสียงหัวเราะนั่นพุ่งเข้าโสตประสาทเขา
“น่าสนใจตรงไหนรึไง? เห็นยืนทำหน้าโง่มองตั้งนาน” เสียงเข้มๆด้านหลังทำเอาสะดุ้ง ก่อนจะตั้งสติได้ว่าเป็นเสียงของหัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบ(โหด)ประจำโรงเรียนนั่นเอง
“ก็ไม่ใช่เรื่องของแก” คิ้วขมวดชนกัน หันไปตอบอย่างกวนๆ
“กล้าพูดดีนี่เจ้าตัวกินพืช...” มุมปากกระตุกยิ้มสูง ทอนฟาควงไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ไม่อยากมีเรื่องนะเจ้ากรรมการบ้า ไปไหนก็ไปซะ” ร่างบางตอบอย่างปัดรำคาญ รู้อยู่หรอกว่าเขาสู้เจ้าคนนี้ไม่ได้ แต่อารมณ์ตอนนี้ก็ไม่อยากฟาดปากกับใครด้วย อยากเดินเข้าไปในอาคารเรียนก่อนที่เจ้าบ้าเบสบอลจะหันมาเจอมากกว่า
“เอาน่า เอาน่า....อย่าหงุดหงิดแต่เช้าสิ” เสียงร่าเริงด้านข้างทำเอาโกคุเทระถอนหายใจ
นั่นไง...พูดถึงก็มาเลย...
คนวางแผนเลี่ยงเจอหน้าถอนหายใจให้เห็นๆ บ่งบอกอารมณ์ว่าไม่ได้ดีใจแม้แต่น้อยที่ได้เห็นหน้า
“อ้อ...แกจะบอกว่าแกแจ๋วกว่าไอ้หัวขาวนี่รึไง?” คิ้วบางเหนือหางตาชี้เลิกขึ้นสูง กระตุกยิ้มอย่างสนุกโหดๆในแบบของตัวเอง “นั่นสิ...นึกออกแล้ว... นายที่รับการโจมตีจากฉันได้ตอนสู้ชิงแหวนบ้าบอนั่น...”
คนตัวสูงแอบถอยมาหนึ่งก้าว ยิ้มเนือยๆอย่างคนไม่คิดจะสู้ “เอาน่า...เรื่องมันนานมาแล้วน่ะนะ”
ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ มันก็ผ่านมาแค่สามวันเท่านั้น ร่างสูงหาทางเอาตัวรอดสุดชีวิต ไม่ใช่ว่าเขากลัวฮิบาริ แต่เขาไม่ได้อยากสู้กับคนที่เขาไม่ได้อยากสู้ด้วย อีกทั้งตัวเขาเองก็ไม่มีนโยบายออกแรงต่อหลังจากซ้อมตอนเช้ามาหนักพอสมควรแล้ว
โกคุเทระรำคาญใจจึงเดินเลี่ยงออกมาทั้งอย่างนั้น นั่นทำให้ยามาโมโตะเดินตามทันทีหลังจากที่หันไปผงกหัวน้อยๆให้คนเอาแต่ใจที่กำลังหมุนทอนฟาอย่างหงุดหงิด พูดได้ว่างานนี้เพราะโกคุเทระช่วยไว้เลยทีเดียว
“ขอบใจนะ ได้นายช่วยไว้แท้ๆ” เสียงหัวเราะอย่างโล่งใจดังขึ้นมาพร้อมคำขอบคุณ
“ไม่ได้ทำเพื่อนาย ฉันแค่รำคาญที่พูดข้ามหัวอยู่ได้ เลยคิดว่าจะเดินเข้ามาก่อนก็เท่านั้น” โกคุเทระโยนรองเท้าเข้าช่องลอคเกอร์เพื่อเป็นการระบายอารมณ์เล็กน้อย
“แล้วทำไมวันนี้ถึงได้มาเช้าอีกล่ะ?” ยามาโมโตะรีบเปลี่ยนรองเท้าบ้างเพราะเริ่มเคยชินแล้วว่าร่างบางไม่เคยรอใคร....ยกเว้นคนคนเดียว...
คำถามนี้แทงใจคนขมวดคิ้ว นั่นสินะ...เขาจะมาทำไมแต่เช้า ในเมื่อการบ้านก็ทำเสร็จแล้ว งานค้างอะไรก็ไม่เคยมี กิจกรรมก็ไม่มีให้ทำ แล้วตกลงว่านี่เขามาทำอะไรกันแน่? ทำไมต้องตั้งนาฬิกาปลุกเช้ากว่าที่เคย?
ดวงตาเหลือบมองคนช่างถามอย่างไม่รู้ตัวทั้งปฏิเสธตัวเองเป็นพัลวัน
ไม่ เขาไม่ได้มาเพื่อเจอคนคนนี้
ใช่แล้ว....เขาแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น...เท่านั้นจริงๆ
Main : 8059
Type : Y (*Warning*)
------------------------------------------------------------------
รอยยิ้มที่มีให้เพื่อคนคนเดียว
ร่างสูงเดินเอื่อยๆทิ้งท้ายตามหลังเหล่าผองเพื่อนที่กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างโปร่งอย่างไม่รู้ตัว คิ้วขาวเงินขมวดแน่นเมื่อหญิงสาวเอี้ยวตัวมาคุยด้วยแล้วกลับไปยิ้มร่างเริงให้คนตัวเล็กที่หันมายิ้มฝืดๆ ช่างเป็นการเลือกกระทำที่พาให้เขาปวดใจจริงๆ
พวกเขาเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าแนวพังค์ ร่างโปร่งชะงักฝีเท้า หันไปมองด้วยแววตาเป็นประกายพร้อมชี้ชวนให้คนอื่นๆเข้าร้านไปกับเขาด้วย
“ท่านรุ่นที่สิบ ช่วยผมเลือกหน่อยสิคร้าบ...” เสียง้ทายประโยคลากยาว มือดึงชายเสื้อร่างเล็กไว้
“เสื้อแนวนี้ฉันเลือกไม่เป็นอ่ะ” ‘ท่านรุ่นที่สิบ’หันมายิ้มแหยๆแล้วปลีกตัวไปทางเด็กสาวที่เลือกเสื้ออยู่ไม่ไกลแทน
โกคุเทระทำหน้าสลดเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจและเดินเขี่ยตามราวเสื้อ เงาที่ทาบทับลงบนตัวเขาทำให้ต้องหันไปมอง เห็นเสื้อยืดลายต้องตาอยู่ในมือคนข้างตัว
“ชอบรึเปล่า?” ร่างสูงพูดยิ้มๆ มองคิ้วที่ขมวดแน่นกระตุกเล็กน้อย
โกคุเทระคว้าเสื้อมาจากมืออีกฝ่าย หน้าแดงเล็กน้อยพลางเหลือบตามองคนที่ยื่นให้ “เออ! แล้วมาสะเออะรู้อีกนะว่าฉันจะต้องชอบตัวนี้” แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจ แต่เสื้อลายที่อีกฝ่ายเลือกมันก็โดนใจเขาจริงๆ
“ทำไมฉันถึงจะไม่รู้ล่ะ?” ดวงตาสีเขียวเหลือบมองขึ้นไปสูงแค่ระดับริมฝีปากที่ขยับยิ้มอย่างอ่อนโยนเท่านั้น ไม่กล้าสบสายตาด้วยกลัวอะไรบางอย่าง “อยากได้อีกสักตัวรึเปล่า?”
“ไม่ต้อง! พอแล้ว!”
.
ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียง มือจับถุงกระดาษสีดำคว่ำเทของที่อยู่ด้านในออกมา
หลังจากที่ได้เสื้อตัวแรก เขาก็เพียรหาเสื้อตัวอื่นๆภายในร้าน กลัวเหลือเกินที่จะต้องซื้อตัวที่ร่างสูงเลือกให้ แต่ภายในร้านนั้นก็ไม่มีตัวอื่นที่ต้องตาเขาอีกเลย....มันน่าเจ็บใจนัก
เขายังจำได้ถึงตอนที่ลอบมองสายรัดข้อมือที่เคียวโกะหันไปถามความเห็นของคนร่างเล็กด้วยความที่ลังเลว่าจะซื้อให้พี่ชายตัวเองดีหรือไม่ ทันใด ยามาโมโตะก็หยิบสายรัดข้อมือที่มีลักษณะเดียวกันมาให้ ก่อนจะยิ้มแล้วบอกว่าอันที่หยิบมานั้นเหมาะกับเขามากกว่า
ร่างบางหยิบสายรัดหนังสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาจากกองเสื้อยับยู่บนเตียงแล้วแค่นยิ้ม..
มันน่าตลกตรงที่เขาก็ติดใจอันนี้จนซื้อมาเนี่ยแหละ
เขาทิ้งตัวนอนหงาย มองผ่านลายฝ้าเพดานเข้าสู่ห้วงคิด
ที่ตัวเขากำลังหงุดหงิดอยู่ มันอะไรกันแน่นะ?
แล้วความกลัวลึกๆในใจเขานี่ล่ะ? ควรจะอธิบายว่ายังไง?
นึกถึงรอยยิ้มนั้นขึ้นมาก็พาลหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ขากลับจากซื้อของร่างสูงก็เอ่ยปากเดินไปส่งเคียวโกะ ขณะที่ตัวเขาขอตามเดินไปส่ง ‘ท่านรุ่นที่สิบ’ อย่างทุกครั้ง
ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่สึนะสนใจไม่ใช่หรือ?
เสียงออดหน้าประตูเรียกความสนใจ โกคุเทระลุกขึ้นมาอย่างหน่ายๆเพราะคิดว่าคงเป็นพวกขายของไร้สาระ เพราะค่าไฟค่าน้ำต่างๆก็ให้หักจากในบัญชีของเขาโดยตรงอยู่แล้ว
ขาเรียวเดินเอื่อยๆหยุดมองลอดตาแมวที่ประตู เห็นร่างสูงที่แสนจะคุ้นเคยยืนอยู่ เท่านั้นเขาก็รู้สึกวาบในใจ ลังเลว่าจะเปิดหรือไม่เปิดดี แต่พอคิดได้ว่าอาจจะมีธุระอะไรบางอย่างจึงตัดสินใจเปิดประตูให้อีกฝ่ายโดยตั้งใจว่าจะยืนคุยหน้าห้องเท่านั้น
“มีอะไร?” คิ้วขมวดถามด้วยเสียงไม่สบอารมณ์ ยิ่งเห็นรอยยิ้มบนใบหน้านั่นด้วยแล้วยิ่งหงุดหงิดขึ้นมาเสียเฉยๆ
“สึนะบอกว่านายลืมสมุดการบ้านไว้น่ะ เลยเอามาให้” เข้าของประโยคยังคงตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
แล้วเจ้านี่ไปทำอะไรที่บ้านท่านรุ่นที่สิบกันล่ะ?
“เอามาสิ” เอาเถอะ ยังไงก็ไม่อยากยื้อให้ยาวไปกว่านี้อยู่แล้ว ไว้ค่อยถามสึนะพรุ่งนี้ก็ได้
จะว่าไป....เอามาให้พรุ่งนี้เช้าก็ได้นี่นา??
“ที่จริง เอามาให้พรุ่งนี้ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องโง่ถ่อมาเลย” มือยื่นไปรับสมุดของตัวเองแต่โดนยื้อเอาไว้ “เฮ้ย! ไม่ปล่อยจะเอามาได้มั้ย?”
“ช่วยเชิญฉันเข้าไปหน่อยไม่ได้เหรอ?” เสียงเรียบเสียจนคนฟังเอะใจ ตาพามองใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้มนั้น
ถ้าจะพูดก็คือ มันช่างไร้ความรู้สึกเสียมากกว่า...
“แล้วทำไมฉันต้องทำอะไรวุ่นวายแบบนั้นด้วย? นายก็หมดธุระแล้วนี่ กลับไปซะ” มือบางกระชากหนังสือเต็มแรง แต่กลับสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ เขาจึงส่งสายตาเขม่นไปให้
“ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย” น้ำเสียงจริงจังนั่นทำให้โกคุเทระจนปัญญาจะปฏิเสธ ในใจก็อยากรู้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ร่างสูงทำสีหน้าแบบนี้ออกมาได้?
ร่างบางจึงเชิญอย่างม่เต็มใจนักให้อีกฝ่ายนั่งที่โต๊ะทานข้าวแทนที่จะเป็นโต๊ะรับแขก ทั้งยังไม่มีการเสิร์ฟน้ำใดๆทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่าร่างสูงก็ไม่ได้ต้องการ
“นาย...ชอบสึนะเหรอ?” ร่างนิ่งเรียบ อีกทั้งใจความในประโยคถามโต้งๆนั้นทำเอาโกคุเทระสะดุ้ง
“อ...เออ... ก็ชอบสิ ไม่งั้นคงไม่ยอมรับและอยากเป็นมือขวาให้หรอก” โกคุเทระยักไหล่เหมือนกับว่าเหตุผลนั้นไม่เห็นจะต้องคิดให้มากมาย
“ฉันหมายถึงว่า ชอบในความหมายของ...เอ่อ...อยากคบเป็นแฟน”
“ห๊ะ??” โกคุเทระเหลือบขึ้นสบตา ไม่สบอารมร์เท่าไรนัก “นายจะบ้าเรอะ! ถ้าจะมาพูดเรื่องพรรค์นี้ล่ะก็ กลับไปเลย!”
“งั้นก็แล้วไป...” ร่างสูงพึมพำเงียบๆ เหมือนจะไม่ได้สนใจคำถากถางของโกคุเทระแต่อย่างใด
“ถ้าหมดเรื่องแล้วก็กลับไปซะ!” โกคุเทระลุกยืนเป็นเชิงไล่ ยามาโมโตะก็ยืนขึ้นอย่างรู้ใจ หันมายิ้มให้อย่างทุกที
“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” เขามองร่างบางพยักหน้าส่งๆ “แล้วก็...ถ้านายยิ้มให้ฉันบ้างก็ดีนะ”
“แล้วทำไมต้องยิ้มให้ไอ้บ้าเบสบอลอย่างนายด้วยล่ะ?” ประโยคนี้ถามทั้งตัวเขาเอง ทั้งคนที่เขาไม่ชอบหน้า ตัวเขาเองไม่เคยจะยิ้มให้ใครถ้าไม่ได้อยากยิ้มให้ เพราะฉะนั้น คนสำคัญสำหรับเขาตอนนี้มีเพียงคนเดียว ซึ่งนั่นคือผู้สืบทอดของแก๊งค์ที่เขายอมรับ
พอคิดได้อย่างนี้จึงคิดในทางกลับกันบ้าง ร่างสูงยิ้มให้คนอื่นเสมอ ยิ้มให้ทุกคนไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นเขาหรือใคร นั่นหมายความว่าทุกคนนั้นเท่าเทียมกัน สำคัญเหมือนๆกันหมด
“เพราะว่ามันสำคัญสำหรับฉันน่ะสิ”
ร่างบางยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้นจนเสียงปิดประตูเรียกเขาตื่นจากภวังค์ เขาเดินกลับไปที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนอน ปลายขาเขี่ยกองเสื้อและถุงให้หล่อนจากเตียง มองขึ้นเพดานอีกครั้งด้วยความว้าวุ่นใจ
ที่พูดแบบนั้น มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
แล้วทำไมประโยคนั้นทำให้เขารู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้ล่ะ?
.
เช้านี้เป็นอีกครั้งที่เขาตื่นเช้า และพาตัวเองตรงไปที่โรงเรียนทันที ภาพที่เห็นก็เป็นบรรยากาศเดิมๆเหมือนที่เจอเมื่อวาน ร่างสูงขว้างลูกเบสบอลสุดแรงเฉียดหน้าเพื่อนร่วมทีมแล้วหัวเราะร่วน พลางขอโทษขอโพยเพื่อนที่หวิดหน้าแหกไปอย่างฉิวเฉียด เสียงหัวเราะนั่นพุ่งเข้าโสตประสาทเขา
“น่าสนใจตรงไหนรึไง? เห็นยืนทำหน้าโง่มองตั้งนาน” เสียงเข้มๆด้านหลังทำเอาสะดุ้ง ก่อนจะตั้งสติได้ว่าเป็นเสียงของหัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบ(โหด)ประจำโรงเรียนนั่นเอง
“ก็ไม่ใช่เรื่องของแก” คิ้วขมวดชนกัน หันไปตอบอย่างกวนๆ
“กล้าพูดดีนี่เจ้าตัวกินพืช...” มุมปากกระตุกยิ้มสูง ทอนฟาควงไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ไม่อยากมีเรื่องนะเจ้ากรรมการบ้า ไปไหนก็ไปซะ” ร่างบางตอบอย่างปัดรำคาญ รู้อยู่หรอกว่าเขาสู้เจ้าคนนี้ไม่ได้ แต่อารมณ์ตอนนี้ก็ไม่อยากฟาดปากกับใครด้วย อยากเดินเข้าไปในอาคารเรียนก่อนที่เจ้าบ้าเบสบอลจะหันมาเจอมากกว่า
“เอาน่า เอาน่า....อย่าหงุดหงิดแต่เช้าสิ” เสียงร่าเริงด้านข้างทำเอาโกคุเทระถอนหายใจ
นั่นไง...พูดถึงก็มาเลย...
คนวางแผนเลี่ยงเจอหน้าถอนหายใจให้เห็นๆ บ่งบอกอารมณ์ว่าไม่ได้ดีใจแม้แต่น้อยที่ได้เห็นหน้า
“อ้อ...แกจะบอกว่าแกแจ๋วกว่าไอ้หัวขาวนี่รึไง?” คิ้วบางเหนือหางตาชี้เลิกขึ้นสูง กระตุกยิ้มอย่างสนุกโหดๆในแบบของตัวเอง “นั่นสิ...นึกออกแล้ว... นายที่รับการโจมตีจากฉันได้ตอนสู้ชิงแหวนบ้าบอนั่น...”
คนตัวสูงแอบถอยมาหนึ่งก้าว ยิ้มเนือยๆอย่างคนไม่คิดจะสู้ “เอาน่า...เรื่องมันนานมาแล้วน่ะนะ”
ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ มันก็ผ่านมาแค่สามวันเท่านั้น ร่างสูงหาทางเอาตัวรอดสุดชีวิต ไม่ใช่ว่าเขากลัวฮิบาริ แต่เขาไม่ได้อยากสู้กับคนที่เขาไม่ได้อยากสู้ด้วย อีกทั้งตัวเขาเองก็ไม่มีนโยบายออกแรงต่อหลังจากซ้อมตอนเช้ามาหนักพอสมควรแล้ว
โกคุเทระรำคาญใจจึงเดินเลี่ยงออกมาทั้งอย่างนั้น นั่นทำให้ยามาโมโตะเดินตามทันทีหลังจากที่หันไปผงกหัวน้อยๆให้คนเอาแต่ใจที่กำลังหมุนทอนฟาอย่างหงุดหงิด พูดได้ว่างานนี้เพราะโกคุเทระช่วยไว้เลยทีเดียว
“ขอบใจนะ ได้นายช่วยไว้แท้ๆ” เสียงหัวเราะอย่างโล่งใจดังขึ้นมาพร้อมคำขอบคุณ
“ไม่ได้ทำเพื่อนาย ฉันแค่รำคาญที่พูดข้ามหัวอยู่ได้ เลยคิดว่าจะเดินเข้ามาก่อนก็เท่านั้น” โกคุเทระโยนรองเท้าเข้าช่องลอคเกอร์เพื่อเป็นการระบายอารมณ์เล็กน้อย
“แล้วทำไมวันนี้ถึงได้มาเช้าอีกล่ะ?” ยามาโมโตะรีบเปลี่ยนรองเท้าบ้างเพราะเริ่มเคยชินแล้วว่าร่างบางไม่เคยรอใคร....ยกเว้นคนคนเดียว...
คำถามนี้แทงใจคนขมวดคิ้ว นั่นสินะ...เขาจะมาทำไมแต่เช้า ในเมื่อการบ้านก็ทำเสร็จแล้ว งานค้างอะไรก็ไม่เคยมี กิจกรรมก็ไม่มีให้ทำ แล้วตกลงว่านี่เขามาทำอะไรกันแน่? ทำไมต้องตั้งนาฬิกาปลุกเช้ากว่าที่เคย?
ดวงตาเหลือบมองคนช่างถามอย่างไม่รู้ตัวทั้งปฏิเสธตัวเองเป็นพัลวัน
ไม่ เขาไม่ได้มาเพื่อเจอคนคนนี้
ใช่แล้ว....เขาแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น...เท่านั้นจริงๆ
edit @ 6 Mar 2008 22:32:47 by 『 F. 』
Tags: fic, reborn5 Comments
)








8059จงเจริญ ฮิ้ววววว
#1 By Mercutery on 2008-03-06 23:35