[8059 pic&fic] : Colored

posted on 24 Jul 2008 23:19 by felon  in Reborn

[Reborn Fanfic] : Colored Day
Main : 8059
Rate : NC-19

___________________________________________________

“พรุ่งนี้โดดเรียนกันเถอะ...”

เสียงจากปลายสายทำให้คนฟังต้องเอาเครื่องมือสื่อสารที่แนบหูอยู่ออกมาดูหน้าจอ เช็คเบอร์โทรเข้าให้แน่ใจว่าเขาอ่านชื่อไม่ผิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เช็คแล้วสองรอบถ้วนตอนที่มือถือมีสายเรียกเข้า เขานึกว่าตัวเองตาฝาดไปเสียอีก เพราะชื่อที่อยู่บนหน้าจอ เป็นชื่อที่มีความเป็นไปได้น้อยที่สุดที่จะโทรหาเขาก่อนนอน ถ้าไม่มีเรื่องฉุกเฉิน

“ฮัลโหล?? นี่แกยังฟังฉันอยู่รึเปล่า?”

เสียงโวยจากที่ฟากทำให้เขาต้องตอบรับไป ทั้งๆที่ยังอดคิดไม่ได้ว่า อีกฝ่ายอาจจะโทรหาผิดคน...

“พรุ่งนี้เจอกันเก้าโมงที่สถานีนะ ไม่ต้องเดินไปตรงโรงเรียนล่ะ” เสียงเจือหงุดหงิดย้ำเป็นรอบที่สอง กลัวว่าคนฟังจะเป๋อ ไปยืนรอเขาหน้าโรงเรียน ซึ่งนั่นไม่ดีแน่ถ้าเจอกับคณะกรรมการรักษาระเบียบนั่น....

“นี่แกยังอยู่ในสายรึเปล่าเนี่ย? พูดอะไรออกมาเป็นการตอบรับหน่อยสิเว้ย”

คนฟังสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกทำให้ออกจากภวังค์ความคิด เขาตอบรับอย่างงกๆเงิ่นๆก่อนอีกฝ่ายจะตัดบทและวางสายไป

ร่างสูงมองมือถือตัวเองอย่างงงๆ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?...”


**


“ไอ้บ้า!!!!!”

เสียงที่ค่อนข้างดังออกมาจากริมฝีปากบาง ดวงตาสีเขียวขุ่นขึ้งเมื่อเห็นว่ามีคนยืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตูบ้าน มือเรียวกุมขมับอย่างไม่รู้จะด่าว่าอะไรถึงจะเหมาะสม

“นี่แก...เมื่อวานไม่ได้ฟังฉันพูดเลยสินะ?” โกคุเทระกัดฟันกรอด มองร่างสูงที่ยืนมองเขาและหัวเราะออกมา

“โทษที แต่ฉันคิดว่าแบบนี้มันสะดวกกว่านี่นา” ร่างสูงหัวเราะแห้งๆ “ว่าแต่เราจะไปไหนกัน?”

คิ้วเรียวขมวดกันแทบเป็นโบว์ จากคำถามเมื่อกี้ทำให้รู้เลยว่า เจ้าโย่งนี่ไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยสักนิด.. ขี้เกียจจะพูดซ้ำพูดซากแล้วด้วย จึงมอบกำปั้นไปหนึ่งโป๊กกับคำพูดอีกประโยค

“ตามมาก็รู้เองแหละไอ้โง่เอ๊ย!”

ทั้งคู่เดินเข้าย่านการค้าประจำเมือง ผ่านร้านรวงมากมายที่ยังไม่เปิดให้บริการ เวลาตอนนี้เพิ่งจะเก้าโมงกว่าๆเท่านั้นเอง คนเตี้ยกว่าจึงตัดสินใจเข้าไปหาอะไรเป็นมื้อเช้าที่ร้านฟาสฟู้ดที่เปิดให้บริการแต่เช้า
ร่างสูงราวกับรู้หน้าที่ เดินไปเคาน์เตอร์สั่งของกินพร้อมจ่ายค่าอาหารเป็นการง้อโดยทันที แน่นอนว่าไม่ได้ผลหรอก เพราะอีกฝ่ายไม่ได้งอนเขาตั้งแต่แรกแล้ว

กระเป๋านักเรียนสีน้ำเงินเข้มถูกเปิดคุ้ย มือเรียวหยิบกระดาษสีนวลคล้ายกระดาษเมโม่ ออกมาดูพลางงึมงำอะไรอยู่คนเดียว ทำให้อีกคนอดจะถามออกมาไม่ได้

“อะไรเหรอโกคุเทระ?” ยามาโมโตะยื่นเฟรนส์ฟรายชิ้นยาวใส่ปากเจ้าตัวที่ยังจดจ้องอยู่กับกระดาษในมือ

ดวงตาสีเขียวเหลือบขึ้นมองคนอยากรู้ ปากงับสิ่งที่ส่งให้อย่างลืมตัว พูดอุบอิบทั้งๆที่ยังเคี้ยวอยู่ “ก็ตารางวันนี้ไงล่ะ เจ้าหัวเบสบอล! เมื่อคืนฉันพูดให้แกฟังตั้งสองรอบ ไม่หัดฟังใส่กะโหลกกลวงๆของแกมั่งล่ะ?”

“ไหน?” มือใหญ่หมายคว้ากระดาษแต่โดนหลบทัน จึงได้แต่หัวเราะแห้งๆอย่างเสียดาย ว่าจะตัดพ้อแต่ก็ดันเห็นสีหน้าแดงระเรื่อนั่นเสียก่อน ทำให้ลืมไปหมดว่าตัวเองอยากจะพูดอะไร

“อะไรเล่า!” โกคุเทระโวยวายเมื่อเห็นสายตาจ้องแบบไม่เกรงใจ เจ้าตัวเก็บกระดาษลงกระเป๋ากางเกง หยิบเฟรนส์ฟรายใส่ปากแก้เขิน

“เปล่า...ก็แค่....” ริมฝีปากหยุดอยู่แค่นั้นแล้วก็ยิ้มกลบเกลื่อน หยิบแฮมเบอร์เกอร์เนื้อใส่ปากตัวเอง เห็นได้ชัดๆว่าหน้าบาน


ก็แค่...ถูกความน่ารักของนายหยุดเอาไว้เท่านั้นแหละ.....


ไม่ทันไรเวลาก็ผ่านไป ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ร้านรวงทยอยเปิดกันมากมาย นั่นรวมถึงห้างสรรพสินค้าด้วย
โกคุเทระเสนอให้ไปห้างสรรพสินค้าแหล่งใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทานมื้อเช้า พอถูกร่างสูงถามว่าจะไปซื้ออะไร โกคุเทระก็เงียบไปพักหนึ่ง มือคว้ากระเป๋านักเรียนขึ้นสะพาย ดวงตาระริกมองออกไปไกล พูดเสียงเบาๆด้วยริมฝีปากที่แทบไม่ขยับ กว่ายามาโมโตะจะประมวลผลจากการอ่านริมฝีปากได้ ร่างบางก็เดินนำไปพอควรแล้ว

“เราไปดูหนังกันเถอะนะ....”



**


แม้ว่าจะวางแผนไว้ล่วงหน้า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีรอบหนังอย่างที่คาดหวังเอาไว้ เรื่องที่ทั้งคู่อยากดูมีรอบแรกตอนเที่ยงวัน ซึ่งนั่นจะทำให้โปรแกรมของวันทั้งวันเปลี่ยนไปได้
ร่างบางถอนหายใจ แม้จะเสียดายแต่ก็ต้องตัดใจ เขาไม่อยากเสียแผนที่วางไว้ ดวงตากราดมองโปรแกรมภาพยนตร์ที่มีรอบตรงตามเวลาที่คาดไว้แล้วก็ถอนหายใจอีกครั้ง

"อ๊ะ..." เสียงทุ้มร้องขึ้นเมื่อเห็นหนังเรื่องหนึ่งมีรอบเข้าฉายในอีกสิบนาทีข้างหน้า โกคุเทระกราดตามองทันที

"เฮ้ย..." คิ้วย่นชนกันอีกครั้งและอีกครั้ง มองชื่อหนังแล้วหันไปมองคนข้างๆก็ต้องละเหี่ยใจ "นี่แก...อย่าบอกนะว่า..."

ร่างสูงส่ายหน้าดิก โบกมือเป็นพัลวัน "ไม่ใช่อย่างนั้น แค่เห็นชื่อเรื่องมันน่าสนใจเท่านั้นแหละ"

โกคุเทระถอนหายใจกับนิสัยของคนข้างตัว
เป็นแบบนี้ทุกที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ยอมให้เขาเสมอ...
ทำไมถึงไม่ยอมเอาแต่ใจบ้างล่ะ?

"เฮ่อ...." โกคุเทระเหลือบตามองสบใบหน้าที่ยิ้มเจื่อนๆให้เขา "จะดูไหมล่ะ? ดูก็ได้นะ"

"อ่า...อย่าเลยดีกว่า เซ็งเปล่าๆน่า" ยามาโมโตะหัวเราะ คว้าแขนบางดึงไปทางอื่น "เราไม่ดูก็ได้นี่นา ไปหาอย่างอื่นทำก็ได้"

โกคุเทระทำหน้ามุ่ยใส่แผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าเขาอยู่
ถ้าพูดกันตามจริงแล้ว เขาก็ไม่ได้อยากดูหรอกนะ ไอ้เรื่อง 'สู่โคชิเอ็ง!' บ้าบออะไรนั่น
แต่ถ้าเพียงหมอนั่นรั้นสักหน่อย...เขาอาจจะรู้สึกดีมากกว่านี้ก็ได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปดูหนังบ้าบอนี่หรอกนะ)

"นายจะไปเดินดูอะไรรึเปล่า?" ร่างสูงหันไปถามยิ้มๆ เขาชะลอฝีเท้าเพื่อที่จะเดินข้างๆแทนที่จะเดินนำ

"ก็เรื่อยๆนะ นายล่ะ?" โกคุเทระสังเกตได้ว่ามืออุ่นที่คว้าแขนเขาตอนนี้กลายเป็นจับมือไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...ก็นะ...ช่างมันสักวันแล้วกัน

"ไม่มีอ่ะ แล้วแต่นายดีกว่า"

โกคุเทระมองแล้วก็อยากถอนหายใจเป็นรอบที่สามล้าน เอาเหอะ..นิสัยก็เป็นมาอย่างนี้ตั้งนานแล้วนี่...

ทั้งคู่จึงเข้าสู่โหมดเรื่อยเปื่อย เดินดูอะไรไปเรื่อยๆ ไม่ได้เจาะจงอะไรเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน ของเล่น แผนกกีฬา กิฟท์ชอป เครื่องหนัง
เรียกง่ายๆว่าเดินไปทั่ว

"ตกลงว่านี่เราไม่มีจุดหมายเหรอ?" ยามาโมโตะดึงมือเล็กให้สนใจที่เขาพูดแทนที่จะสนใจตุ๊กตาหน้าตาประหลาดนั่น

"เฮ้...ซื้อตัวนี้ให้รุ่นที่สิบดีไหม?" โกคุเทระจับหัวตุ๊กตาตัวนั้นขึ้นมา ยื่นไปทางใบหน้าเหรอหรา

"ฮะ ฮะ มันก็น่ารักดีนะ สึนะต้องชอบแน่เลย" ยามาโมโตะขยี้หัวตุ๊กตาผมปุยเล่นอย่างมันส์มือ แล้วก็ดันเหลือบไปเห็นสีหน้าบอกไม่ถูกของคนถือ "โกคุเทระ?"

ร่างบางมองยามาโมโตะนิ่ง นิ่งเสียจนคนถูกมองอดคิดไม่ได้ว่าเขาทำอะไรผิดไปรึเปล่า

"โกคุเทระ..." ยามาโมโตะเลิกสนใจตุ๊กตา เขามองผ่านมันไปยังเจ้าของชื่อ มือที่ใช้ขยี้เล่นตุ๊กตาจับเขาที่ดวงหน้าใสแทน "ฮายาโตะ?"

โกคุเทระหลบตาเขา ใบหน้าขึ้นสี "ค...ใครใช้ให้นายเรียกชื่อกันห๊ะ?"

ยามาโมโตะหัวเราะ นิ้วโป้งไล้ใบหน้าเนียนอย่างเผลอไผล "ก็เห็นนายนิ่งไปเลยนี่ เรียกก็ไม่ตอบด้วย"


นั่นเป็นเพราะรอยยิ้มของนายต่างหากที่หยุดสายตาฉันเอาไว้...

 


"อ๊ะ...เพิ่งนึกขึ้นได้ล่ะ" ยามาโมโตะทำตาวาว "มันมีร้านไอติมเปิดใหม่อยู่น่ะสิ นายต้องชอบแน่ๆเลย"

โกคุเทระโยนตุ๊กตาเก็บเข้ากองอย่างลวกๆ อดน้อยใจไม่ได้ "ฉันไม่กินไอติม...จำไม่ได้หรือไง"

"ฉันจะลืมเรื่องของนายได้ไงล่ะ?" ยามาโมโตะเดินเข้าไปกอดคอ ยิ้มให้กับอาการน้อยใจแบบออกนอกหน้า "แต่ฉันคิดว่านายต้องชอบมันแน่ๆ เพราะงั้นเราไปกินกันเถอะนะ"

โกคุเทระเดินไปตามแรงจูงอย่างไม่เข้าใจเท่าไรนัก
เขาไม่นิยมของหวาน แล้วทำไมเขาถึงจะชอบไอติมที่ร่างสูงจะพาไปกินได้ล่ะ?

ร้านไอศกรีมเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งนั่งกินในร้านและซื้อเดินกินมากมายด้วยความที่อากาศที่ร้อนอบอ้าวกว่าทุกวัน
ร่างสูงซื้อไอศกรีมมาสองถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นรสที่เขาชอบ ไอศกรีมเนื้อนุ่มเต็มไปด้วยทอปปิ้ง มาชเมลโล่ ชอกโกเลต คาราเมล คุกกี้แอนด์ครีม ขณะที่อีกถ้วยเป็นผลไม้สีแดงสดราดด้วยนมข้นหอมหวาน

"ลองกินดูนะ" ยามาโมโตะส่งถ้วยให้ โกคุเทระมองอยู่สักพักจึงยอมตักไอศกรีมเข้าปาก

เนื้อสตอเบอร์รี่ฉ่ำสดเข้ากันได้ดีกับนมข้น เนื้อไอศกรีมละเอียดรสนมสดละลายในปากแทบจะในทันที ไม่มีรสชาติหวานเหมือนไอศกรีมทั่วไป
โกคุเทระมองคนที่นั่งยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้าม

"ชอบรึเปล่า?" ใบหน้าที่พยักลงเล็กน้อยเป็นการตอบรับทำให้คนพามาอารมณ์ดีมากขึ้น "ไหนชิมมั่ง..."

ช้อนที่ตักค้างอยู่ในมือถูกคว้ายื่นไปทางร่างสูงที่โน้มลงมากินไปพอดี

"อ๊ะ..." โกคะเทระอุทานเมื่อชิ้นเนื้อสตอเบอร์รี่หล่นลงจากช้อน มือบางรองเอาไว้ทันพอดี นมข้นฉ่ำชิ้นเละมือเขา "กินดีๆสิไอ้..."

ยามาโมโตะกินชิ้นเนื้อสตอเบอร์รี่ที่อยู่บนมือขาว ริมฝีปากจูบประทับมือ ลิ้นอุ่นลิ้มเลียรสนมข้น เขาเหลือบตามองเจ้าของมือไหวสั่นแล้วยิ้มให้

"เสียดาย..."

เพียงเท่านั้นโกคุเทระก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ก้มหน้าตักไอศกรีมเข้าปากไม่พูดไม่จา เขารู้ความหมายของสายตาและรอยยิ้มแบบนั้น สิ่งที่ทำให้เขาต้องรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า



เสียดายที่ไม่ได้อยู่กันสองคน...

 


**


แดดจัดส่องลงอย่างไม่ปราณี ร่างสูงเห็นอีกฝ่ายที่เดินเหงื่อโทรมกายแล้วก็หัวเราะออกมา
ตัวเขาเองน่ะค่อนข้างชินแล้ว เพราะเคยทั้งซ้อมกลางแจ้งและในร่ม ฝนตกก็เคยมาแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับโกคุเทระคงจะไม่ใช่ คิ้วที่ขมวดแน่น ริมฝีปากอุบอิบบ่นสาปแช่งดวงอาทิตย์ไม่หยุด
ยามาโมโตะจึงพาเดินไปยังห้องพักนักกีฬาที่อยู่ในอาคาร ซึ่งมีล็อคเกอร์สำหรับเก็บของให้เช่า ภายในห้องเงียบสนิทและเย็นชื้น แสงสลัวๆลอดมาจากหน้าต่างที่ฝุ่นจับหนา ด้านในมีห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วน
ร่างสูงวางเป้ลงบนเก้าอี้ยาวหน้าล็อคเกอร์ มือล้วงกระเป๋าหาเศษเหรียญสำหรับหยอด

"ทำไมต้องเช่าด้วยล่ะ?" โกคุเทระถาม ดวงตามองสำรวจรอบห้องก่อนจะนั่งข้างเป้ของร่างสูง

"ไม่งั้นจะเอาไว้ไหนล่ะ?" ยามาโมโตะตอบยิ้มๆ เขามองโกคุเทระที่จ้องเขา

"ไว้ที่ฉันไง ฉันก็อยู่นี่"

ยามาโมโตะเงียบไป เขามองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆแล้วหัวเราะออกมา

"อ...อะไรห๊ะ?" โกคุเทระตวาดแหว นึกทวนว่าตัวเองพูดอะไรน่าขำออกไปตอนไหน

"เปล่าๆ" ยามาโมโตะกุมท้อง "แค่ไม่คิดว่านายจะอยู่รอน่ะสิ"

"รอสิเจ้าบ้า! เมื่อคืนตอนคุยกันก็บอกแล้วไงเล่า!!" โกคุเทระตวาดแว๊ด คว้าเป้มากอดไว้เป็นเชิงบอกว่า ถ้าจะเช่าล็อคเกอร์ก็ใส่เขาเข้าไปในนั้นด้วยเลยก็แล้วกัน

"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ..." ยามาโมโตะแนบมือกับใบหน้าไม่พอใจอย่างขำขัน "ถ้านายกอดเป้อยู่อย่างนั้น ฉันจะเอาของได้ไง?"

เท่านั้น ร่างบางถึงได้ยอมวางเป้ลงบนตัก ปล่อยให้มนุษย์เบสบอลคุ้ยเอาชุดวอร์มออกมา "ฉันไปรอข้างสนามได้รึเปล่า?"

ยามาโมโตะชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองอย่างประหลาดใจ...นี่เขาหูฝาดไปรึเปล่า?

"ข้างสนาม?? ข้างสนามมันร้อนนะ" ยามาโมโตะพาดชุดวอร์มบนไหล่ "นายไปเดินเล่นที่ไหนก่อนก็ได้ ไม่อย่างนั้นก็ทิ้งเป้ฉันไว้แล้วกลับก่อนเลยก็ได้นะ"

"ฉันจะกลับกับนาย! เมื่อวานก็บอกไปแล้วไงเจ้าคนหูหนวก! นี่นายไม่ได้ฟังฉันเลยสินะ!!" โกคุเทระฮึดฮัด มองซ้ายมองขวาหาอะไรก็ได้ที่ใช้เขวี้ยงหัวคนตรงหน้าให้แตกได้ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะมันยิ่งชวนปึ้ด "นี่เจ้า...!!!"


เสียงที่เข้าหูมีเพียงเสียงเชียร์จากภายนอกไกลๆ กับเสียงผู้คนมากมายที่เดินผ่านภายนอกที่คุ้ยเอาประเด็นการฝึกซ้อมมาคุยกันอย่างสนุกปาก
มือหนาแตะปลายคางอีกฝ่าย ริมฝีปากร้อนผ่าวขยับเปลี่ยนมุม ปลายลิ้นเข้ารุกเร้าแถมหยอกแต่ก็ไม่มากจนเกินไป แค่พอเรียกเสียงอืออาจากอีกคนได้ก็ค่อยผละริมฝีปากออกอย่างตัดใจ

"ท...ทำอะไรของแก...อ..ไอ้..." โกคุเทระจะลุกขึ้นโวยวาย ปลายนิ้วสากแตะที่ริมฝีปากเขายั้งการกระทำทั้งหมด

"ก็วันนี้นายน่ารักนี่นา..." ไม่พูดเปล่า ปลายจมูกโด่งยังแตะแผ่วเบาที่ดวงแก้มนิ่มด้วย "วันนี้ฉันจะตั้งใจซ้อมนะ ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อน นายไปนั่งรอข้างนอกเลยก็ได้"

พูดยังไม่ทันจบดี โกคุเทระก็อุ้มกระเป๋าบนตักวิ่งออกไปซะแล้ว ทิ้งให้ร่างสูงยืนยิ้มอยู่คนเดียว

โกคุเทระวิ่งออกมานอกตัวอาคาร ดวงตาสีเขียวเบิกกว้าง เขาหยุดฝีเท้าก่อนถึงสนามซ้อมเบสบอลนิดเดียวเพื่อหอบเหนื่อย ทิ้งให้เวลาตัวเองตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
มือแตะที่ริมฝีปากตัวเอง เขายังรู้สึกถึงรสจูบนั่นอยู่เลย ทั้งที่ฝ่ามือเขา ปลายลิ้นที่เลียนมข้นลากไล้ตามเส้นลายมือของเขา
หัวใจราวกับจะหลุดออกมานอกอก มือทั้งสองข้างกุมหน้าอกไว้แน่น ความรู้สึกแบบนี้...มันดีแล้วแน่เหรอ?

สายลมพัดผ่านตัวเขาไป หัวใจยังคงเต้นรุนแรง ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างรู้สึกได้
เขาไม่เคยคิดจะยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นตัวคนหรือความรู้สึกนี้
กลัวว่าตัวเองจะต้องแพ้มากกว่านี้
แพ้ต่อสายตาคู่นั้น แพ้ต่อรอยยิ้มนั้น
แพ้ต่ออ้อมแขนอันอบอุ่น แพ้ให้กับเสียงทุ้ม แพ้ให้กับคำพูดตรงไปตรงมา ทุกอิริยาบถ
ถึงพูดว่าจะไม่ปล่อยมือ แต่เขาก็ไม่อยากให้มันผูกมัด และฝ่ายที่จะถูกมัดเอาไว้...ไม่ใช่เขา

เขาเคยพ่ายต่ออ้อมกอดและประโยคข้างหูอันแสนจะอบอุ่น
กลัวเหลือเกินว่าจะขาดมันไม่ได้ กลัวว่าตัวเองจะรั้งอิสระของอีกฝ่ายไปจนหมด
ผูกชีวิตทั้งลมหายใจให้ขึ้นอยู่กับเขา

วันนี้แค่กะจะเอาใจนิดหน่อยเท่านั้น
เพื่อตอบแทนให้กับทุกครั้งที่ตามใจเขาเสมอ
แต่ก็เหมือนเดิม...
ทุกสิ่งทุกอย่างที่หัวเบสบอลคิด มีแต่เรื่องของเขาทั้งนั้น
แบบนี้มันจะต่างอะไรจากปกติล่ะ??

“สไตร์ค!”

โกคุเทระนั่งดูอย่างเบื่อหน่าย ที่จริงเขาก็ไม่ได้เข้าใจกีฬาประเภทนี้เท่าไหร่ ว่ามันสนุกตรงไหน แล้วเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมันเท่าที่ควรเพราะเผลอมองคนบางคนอยู่

ลูกวิถีตรงธรรมดาๆที่ไม่มีใครตีกลับได้ด้วยความรุนแรงของมัน คนขว้างลูกท่าทางเอาจริงเอาจัง ไม่ต้องคำนวณ ไม่ต้องเดาวิถีลูกให้เสียเวลา เพราะยังไงก็ต้องเป็นลูกตรงแน่ๆ ถึงจะรู้แบบนั้น...

“สไตร์ค....”

ร่างบางไม่ได้ฟังหรอกว่ากรรมการพูดอะไรออกไปบ้าง ถึงจะฟังก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว เขารู้แต่ว่าเจ้าตัวทำคะแนนให้ทีมกำลังวิ่งเริงร่าอยู่ในสนาม เพื่อนร่วมทีมเข้าไปกอดคอยินดีกันใหญ่ ถึงจะเป็นแค่ซ้อมแข่งก็คงเรียกกำลังใจคนในทีมได้พอสมควร
ประเด็นอยู่ที่ เพื่อนร่วมทีมตัวเล็กๆแววตาสดใส ผมสีน้ำตาลเข้มสั้นกุดชี้ไปมาไม่เป็นทรงเข้าไปเกาะแกะร่างสูงหลายต่อหลายครั้ง ทั้งคลอเคลียทั้งเอาอกเอาใจ ขนาดตัวเขาดูอยู่ห่างๆยังคิดว่าเจ้าเตี้ยนั่นน่ารักเสียจนปวดหัวใจ....

คนที่ดีกับนายมีอยู่มากมาย...ทำไมถึงเป็นฉัน......

ร่างสูงวิ่งมาทางเขาด้วยสีหน้าชื่นมื่น “โกคุเทระ....”

และเจ้าเตี้ยคนนั้นก็วิ่งตามมาติดๆพร้อมผ้าขนหนูและน้ำดื่มในมือ “ยามะคุง...”

โกคุเทระกระตุกคิ้วกับเสียงเล็กๆนั้น ช่างดูน่าถนอมเหลือเกิน

“ซับเหงื่อหน่อยสิ ไหลเป็นน้ำตกแล้วนะ แล้วนี่...ฉันเอาน้ำมาให้ด้วย”

โกคุเทระนั่งมองทั้งคู่คุยกันอย่างสนิทสนม เจ้าคนตัวเล็กเจ้าไปเกาะแขนคนตัวสูงอย่างออดอ้อน เขายังแปลกใจตัวเองอยู่นิดหน่อยที่ไม่โวยวายอะไรออกไปเลย

“กลับกันเถอะ โกคุเทระ” ร่างสูงไม่ลืมที่จะหันไปลาคนตัวเล็กด้วย “แล้วเจอกันนะ ยูกิ”

มือใหญ่ยกเป้ขึ้นสะพาย อีกมือจับอีกคนให้ลุกขึ้นมา

“เบื่อแย่เลยล่ะสิ? ขอไปอาบน้ำก่อนนะ เหม็นเหงื่อตัวเองจะแย่แล้ว” มือชื้นเหงื่อของร่างสูงกุมมือของโกคุเทระไว้แน่น พาเดินไปยังห้องพักนักกีฬา ขวดน้ำดื่มเย็นเฉียบถูกเปิดและกำลังจะยกดื่ม

“อย่านะ!”

อา....ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

โกคุเทระปัดขวดน้ำตกลงพื้น แถมด้วยการเตะให้กระเด็นไปไกลกว่าเดิม เสียงขวดกระทบพื้นดังเป็นระยะๆ น้ำที่ไหลเทออกมาสะท้อนกับแสงแดดแรงยามบ่ายเป็นประกาย

“โกคุเทระ?”

“ฉันไม่อยากให้กิน! ถ้าอยากกินนักก็ไปซื้อเองสิ! ฉันไปรอหน้าสนามกีฬา รีบมาล่ะไอ้โง่!!” พูดจบก็วิ่งออกไปโดยไม่หันหลับมามองอีก


**


ร่างบางจมอยู่กับตัวเองไม่นาน เสียงเรียกก็ดังขึ้นข้างตัว “อ๊ะ....คุณคนที่มากับยามะคุงนี่นา”

โกคุเทระมองคนที่เตี้ยกว่าตัวเองราวสิบเซนติเมตร ดวงตาสีม่วงเข้มมองมาที่เขา “มีอะไรไอ้เปี๊ยก?”

“แล้วยามะคุงล่ะ?”

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” พูดเสร็จถึงเห็นว่าอีกฝ่ายก็เปลี่ยนชุดมาแล้วเหมือนกัน แสดงว่ายามาโมโตะจงใจเข้าคนละห้องกับพวกนั้น?....ไม่น่า.... อย่างเจ้านั่นไม่คิดถึงขนาดนั้นหรอก....

“งั้นฉันรอยามะคุงเองก็ได้”

“อย่ามาเปรี้ยวหน่อยเลยเจ้าเตี้ย ฉันนัดไว้ก่อนแล้ว ไปป้ายหน้านู่นเลย” โกคุเทระสวนกลับน้ำเสียงรั้นนั่นโดยไม่เสียเวลาคิดให้มากความ

คนตัวเล็กเหมือนจะโต้ตอบอะไรแต่ก็หยุด ยิ้มให้คนด้านหลังโกคุเทระก่อนจะวิ่งผ่านร่างบางไป “ยามะคุง~~”

ร่างเล็กๆนั่นกระโดดกอดคอร่างสูงเต็มที่ โกคุเทระถึงกับเบือนหน้าไปทางอื่น รู้สึกปวดใจจนบอกไม่ถูก

“วันนี้ยามะคุงมีนัดอีกแล้วเหรอ?”

“ใช่...ขอโทษนะยูกิ”

ยูกิ....
ท่าทางจะเป็นชื่อของเจ้าเตี้ยนั่นสินะ....

“โกคุเทระ” ยามาโมโตะจับไหล่เขา “เหม่ออะไรอยู่น่ะ? ไปกันเถอะ”

ร่างบางเห็นคนเตี้ยกว่าทำหน้าหงอยมองตามพวกเขาโดยไม่ละสายตา ทำให้พอเดาอะไรอะไรได้บ้าง พอรู้แบบนั้นแล้วก็เจ็บที่ใจอีกจนได้

ชื่อ....
ทำไมยามาโมโตะจะไม่เคยเรียก แต่เป็นเขาเองต่างหากที่หันไปต่อว่าไม่ให้เรียกอยู่เสมอ เพราะอย่างนั้นจะว่าใครไม่ได้ และจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง....

“กินอะไรก่อนกลับไหม?”

เสียงทุ้มลอยเข้าหูเขา ความอบอุ่นที่มือก็ยังอยู่ ไม่ว่าเมื่อไหร่ยามาโมโตะก็เลือกเขาก่อนเสมอ เรื่องทุกเรื่องของเขา ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน ก็ไม่เคยหลุดรอดสายตาอีกฝ่ายเลย เขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ไม่เคยลืม แววตาที่มองมาที่เขา ความรู้สึกมากมายที่ส่งมาให้

แล้วเขาจะคิดมากไปทำไมกัน?

“อยากกินอาหารญี่ปุ่นจัง....”


**


ร้านรวงเริ่มทยอยปิดกันหมดแล้ว ทั้งคู่เดินเอื่อยๆบนถนนเส้นทางกลับบ้านที่คุ้นเคย ยามาโมโตะดูอารมณ์ดีตลอดทาง ซึ่งนั่นมันก็เหมือนปกติของทุกวัน...

“วันนี้ฉันไปส่งนายนะ?”

โกคุเทระมองหน้ายามาโมโตะเป็นรอบที่ร้อยของวันนี้ “วันนี้แกไปค้างบ้านฉัน แกมีสมองเท่าลูกเบสบอลหรือไง?”

 



“ค้าง?”

หน้าตาเหรอหรานั่นทำให้โกคุเทระตัดใจ ยอมเสียเวลาเดินไปบ้านของคนไร้สมองเพื่อเอาเสื้อผ้าสำหรับใส่นอนและใส่กลับบ้าน รวมไปถึงหนังสือที่จะใช้ติวข้อสอบด้วย

เมื่อถึงห้องของโกคุเทระ ยามาโมโตะก็ดูเกร็งอย่างเห็นได้ชัด เขาวางกระเป๋าไว้มุมห้องและยืนประหนึ่งเป็นเสากลางบ้าน

“เป็นอะไรของแก? ทำอย่างกับไม่เคยมา?” โกคุเทระโยนกระเป๋าลงบนเตียง ทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องอย่างเหนื่อยอ่อน

“เหนื่อยเหรอ??” ยามาโมโตะยืนค้ำ โน้มตัวลงถาม หน้าผากแตะกับหน้าผากมน

โกคุเทระผงะออกอย่างตกใจ มองใบหน้ายิ้มๆนั่นอย่างหวั่นไหว “ป...เปล่า...ม...ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมายหรอก”

โกคุเทระลุกขึ้นเดินหนีแล้วก็ไปหยุดที่หน้าจอทีวีก่อนจะนึกอะไรสนุกๆขึ้นมาได้

“มาเล่นเกมกันหน่อยไหม?”

เกมแนวไฟท์ติ้งทำให้ทั้งคู่มีโวยนอกเกมอยู่บ่อยครั้ง ยามาโมโตะเสียเปรียบเต็มๆเพราะไม่ค่อยได้เล่นเกมพวกนี้สักเท่าไหร่ ผิดกับโกคุเทระที่เล่นทุกครั้งที่ว่าง กลายเป็นว่ายามาโมโตะแพ้แทบจะทุกครั้ง แต่ถึงจะเกลียดการพ่ายแพ้ขนาดไหนเขาพอใจที่ได้เห็นคนข้างตัวหัวเราะออกมา

“เจ้าโง่ นี่มันแพ้ 12 ชนะ 1 แล้วนะแกน่ะ” โกคุเทระให้ศอกถองอย่างไม่จริงจังนัก บรรยากาศดูผ่อนคลายลงมาก ร่างบางนั่งพิงยามาโมโตะอย่างลืมตัว “มาอีกสักรอบมั้ย? คราวนี้พนันกันหน่อยเป็นไง เผื่อนายจะฮึดชนะขึ้นมาบ้าง?”

“ก็ได้” ยามาโมโตะยิ้มรับ “เงื่อนไขล่ะ?”

“อืมมมมม.....ถ้าแพ้ พรุ่งนี้นายห้ามบ่นเรื่องติวมหาโหด แล้วต้องเลี้ยงซูชิหน้าปลาที่ฉันชอบที่สุดด้วย โอเคไหม?”

“หวา...แพงไปไหมนั่น?” ยามาโมโตะหัวเราะ รู้แก่ใจว่ายังไงเขาก็แพ้ ในเมื่อจำไม่ได้เลยว่าปุ่มไหนใช้ทำอะไร “แล้วถ้าฉันฟลุค ชนะขึ้นมาล่ะ?”

โกคุเทระเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบว่า “ขออะไรก็ได้อย่างหนึ่งเป็นไง?”

“ก็เข้าท่าดี”

เพียงเท่านั้นศึกตัดสินก็เริ่มขึ้น ทั้งคู่ต่างใช้ตัวละครโปรดของตัวเองซัดกันไปมา โกคุเทระหัวเราะออกมาอยู่บ่อยครั้งที่อีกฝ่ายถามประมาณว่า เตะกดปุ่มไหน ถ้าจะใช้ไม้ตายกดอะไรบ้าง? ซึ่งเขาก็ตอบอย่างไม่ปิดบังเพื่อความเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย

แล้วผลก็ออกมา ยามาโมโตะแพ้สองในสามยก

“ตามข้อตกลงนะ” โกคุเทระหัวเราะ เขาใช้มือโยกหัวอีกฝ่ายอย่างเมามัน “นายก็รู้ว่าจะต้องแพ้ ยังจะพนันด้วยอีก ไอ้บ้าเอ๊ย”

“มันก็น่าลองเสี่ยงนี่นา...” ยามาโมโตะคว้ามือที่ขยี้หัวเขามาประทับจูบบนหลังมือ “ถ้าขออะไรนายได้สักอย่างจริงๆล่ะก็ มันก็คุ้มที่จะลองไม่ใช่เหรอ?”

เสียงประกอบเกมไฟท์ติ้งดังทำเป็นทำนองเพลงร็อก ตัวละครทางฝั่งของโกคุเทระกำลังพูดเย้ยหยันขณะที่ตัวละครฝ่ายยามะโมโตะทำหน้าซึมเศร้า ตัวหนังสือ Continued? ตัวเบิ้มขึ้นหรากลางหน้าจอที่ไม่มีใครสนใจ

“ย...ยามาโมโตะ....” โกคุเทระขืนแรงจะชักมือออกแต่ก็โดนขืนเอาไว้

“อะไรเหรอ?” ยามาโมโตะมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวเข้มจนอีกฝ่ายเสมองไปทางอื่น

ริมฝีปากประทับจูบกลางฝ่ามืออีกครั้ง ที่เดียวกันกับที่เขาทำเมื่อตอนอยู่ในร้านไอศกรีม รู้สึกได้ว่าร่างบางสะดุ้ง มีเหรอที่เขาจะหยุดง่ายๆ

“วันนี้นายน่ารักกับฉันจัง...มีอะไรรึเปล่านะ?” คนพูดไม่แม้แต่จะมองหน้า เหมือนเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ริมฝีปากพรมจูบตามข้อนิ้วก่อนจะรั้งให้อีกฝ่ายทิ้งน้ำหนักมาที่เขา “นายน่ารักมากๆเลย...”

“ย...อย่ามาบอกว่าน่ารักนะ...” โกคุเทระเอนหัวหลบแต่ก็ไม่พ้น จมูกโด่งกดลงที่ขมับของเขา “ย...ยามาโมโตะ...”

“หืม?” ร่างสูงขานรับ ตอนนี้เขากำลังเพลิดเพลินกับการทาบจมูกและริมฝีปากบนดวงหน้าร้อน

แขนแข็งแรงโอบกอดร่างบางไว้ อีกข้างเชยคางมนให้สบตาเขา

เหมือนกับฝันไป....
นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ไม่มีเวลาอยู่กันสองคนแบบนี้ บรรยากาศที่เขาเองไม่กล้าจะฝันถึง ถึงแม้หน่วยความจำของเขาจะน้อยแค่ไหน แต่ก็บอกกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ลืมวันนี้อย่างแน่นอน

โกคุเทระเงียบเสียงไป แม้พยายามจะขัดขืนแต่ใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่มันเป็นแบบนี้
ริมฝีปากร้อนผ่าวซุกไซร้ลำคอขาวอย่างเผลอเลอ มือสากไล้เข้าสาบเสื้อสัมผัสผิวเนื้อเนียนมือ เขาขบต้นคออีกฝ่ายเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว

“โอ๊ย...”

โกคุเทระสะดุ้งมองหน้ายามาโมโตะที่ยิ้มให้เขา จนเขาเริ่มรู้สึกแล้วว่า....เขาอาจจะแพ้รอยยิ้มของหมอนี่เข้าแล้ว...

“ฮายาโตะ...”

เสื้อตัวนอกถูกเปิดขึ้นเหนืออก เผยให้เห็นสีผิวขาวเนียน สัมผัสได้ถึงความอุ่นจากร่างกาย

“อือ....” โกคุเทระหลับตาลง เลิกขืนแรงแล้วตะคองกอดคอยามาโมโตะไว้หลวมๆ “ย...อย่ามาเรียกชื่อนะ....”

“รู้แล้ว....” ยามาโมโตะวนอยู่แถวหน้าอกราบ แปลกใจกับกลิ่นหอมของผิวเนื้อของอีกฝ่าย ทั้งๆที่วันนี้ตะลอนมาทั้งวัน แต่กลับน่าหลงใหลขนาดนี้ “ก็นึกว่าจะไม่พอใจเรื่องยูกิซะอีก....”

“อ๊ะ....” โกคุเทระแอ่นตัวตอบรับโดยธรรมชาติ ยอดอกชูชันรับสัมผัสเปียกชื้นจากเรียวลิ้นสาก “ม...ไม่ใช่นะ...”

กางเกงถูกปลดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทันรู้ตัว เกินจะห้ามตัวเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับสัมผัสร้อนระอุนี้

จอยอนาลอคถูกปัดไปให้พ้นทาง เสียงดนตรีอะไรก็ไม่เข้าหูอีกต่อไปแล้ว ร่างบางรู้สึกได้แต่เพียงตัวตนของคนตรงหน้ากับสัมผัสที่หวามไหว

“ดีจังที่นายรู้....” กางเกงแสลกสีดำร่นมากองที่หัวเข่า มือสอดเข้าใต้เรือนผมสีเงินบริเวณท้ายทอย โน้มใบหน้าหวานเข้ามารับสัมผัสจากเขา “...ว่าฉันมีแต่นาย....แค่นายคนเดียวเท่านั้น....”

มันดีแล้วเหรอที่นายเอาตัวเองมาผูกไว้กับฉัน....
กับฉันที่ไม่สามารถทำทุกอย่างเพื่อนายได้.....

“ยามาโมโตะ....” โกคุเทระเผยอริมฝีปากรับรสจูบที่ยังคงงกๆเงิ่นๆ ทว่าเร่าร้อน นั่นเป็นเครื่องหมายที่บอกได้เป็นอย่างดีว่าคนตรงหน้ามีแค่เขาเท่านั้น

ถ้ามีสักอย่างที่ฉันให้กับนายได้....
ฉันยินดีจะให้นายไป.....

“อา....”

ปลายนิ้วสอดเข้าด้านหลังอย่างไม่รีบร้อน ค่อยๆขยับวนจนหายเกร็ง ปลายลิ้นคลุกเคล้ารุกไล่กันและกันไม่เลิก สะโพกบางขยับให้ทั้งเขาและอีกฝ่ายถนัดมากยิ่งขึ้น

“อ๊ะ!!” น้ำเหนียวใสยืดจากริมฝีปากของทั้งคู่ มือจิกเข้าเรือนผมสีดำสนิท “ตรงนั้น...ม....ไม่เอา....”

ยามาโมโตะไม่ปล่อยให้ละออกไปนาน เขาเข้าครอบครองเรียวปากเล็กนั่นอีกครั้ง ปลายนิ้วเน้นคลึงส่วนต้องห้ามให้อีกฝ่ายทรมานแทบขาดใจ สะโพกเนียนสั่นระริกด้วยความวูบไหว ทุกอย่างดูเชื่องช้าเสียจนทรมานไปหมด ร่างกายเหมือนหมดสิ้นเรี่ยวแรงพึ่งพิงอีกฝ่ายราวกับไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง

ร่างสูงค่อยยกสะโพกบางขึ้นก่อนจะสอดของเขาเข้าไปอย่างเชื่องช้า

“อึก....”

ร่างบางปิดปากตัวเอง ทนแทบไม่ไหวที่จะกลั้นเสียงร้องไม่ให้เล็ดลอดออกมา

“อย่ากลั้นสิ...” ยามาโมโตะพูดด้วยเสียงแหบต่ำ “ฉันชอบเสียงของนายออกนะ...”

“ม....ไม่เอา...อ....อ๊า....”

ผมสีเงินชี้ไม่เป็นทรง เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมทั่วผิวหนัง ปอยผมด้านหน้าแนบกับพวงแก้มด้วยความชื้นของเหงื่อ

"อึก..."

มือบางขยุ้มไหล่หนาทำเสื้อเชิ้ตยับย่น กระดุมเม็ดใสหลุดกระเด็นออกจากเสื้อของร่างสูง เสียงเสียดสีของเนื้อผ้าและผิวกายชื้นเหงื่อเช้าโสตประสาทการรับฟังแทนที่เสียงโทรทัศน์อย่างสมบูรณ์แบบ กางเกงไซส์เล็กโดนเขี่ยไปกองรวมกับจอยบังคับเกม ร่างบางเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตขาวเผยช่วงไหล่ทั้งสองข้าง
ตัวบางขยับโยกตามจังหวะที่มือหนาคอยนำ ใบหน้าโน้มลงโหยหารสจูบที่เร่าร้อนกว่าก่อนหน้านี้

"ยามาโมโตะ...." มือเรียวประคองหน้าที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ โกคุเทระจูบริมฝีปากล่างที่กำลังยกยิ้มให้เขา เสียงหอบของทั้งคู่ลอดจากริมฝีปากที่ประกบกันอย่างไม่รู้เบื่อ

"โกคุเทระ..." มือหนาจับต้นคอเรียวขาวเลื่อนไปยังบริเวณท้ายทอยและผิวหน้า อีกมือยังคงจับอยู่ที่สะโพกที่เริ่มขยับเองในจังหวะเนิบช้า

คิ้วเรียวขมวดแทบชนกัน มือคว้าไหล่หนาเป็นที่รั้ง เขาเริ่มขยับให้เร็วขึ้นและแรงขึ้น "อ๊ะ...อ๊า..."

มือประคองหลังที่แอ่นโค้งลูบไล้กึ่งประคองอย่างเพลินมือ อีกข้างสาละวนกับยอดอกพอๆกับริมฝีปากที่ดูดคลึง ฟันขาวขบเบาๆเรียกอาการสะดุ้งให้คนที่อยู่บนตัวเขา เล็บคมจิกแผ่นหลังเขาจนแสบ
จังหวะค่อยเร่งขึ้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนหยุดลงพร้อมเสียงครางสูง ใบหน้าขาวซบลงกับไหล่หนา มือเลื่อนเสื้อเชิ้ตให้พ้นไหล่ลง ริมฝีปากประทับจูบที่ช่วงไหล่ก่อนจะกัดเต็มแรง

"โอ๊ย..." ยามาโมโตะสะดุ้ง เจ็บจี๊ดบริเวณที่โดนกัดอย่างแรงจนน่าสงสัยว่าเนื้อเขาหลุดไปแล้วรึเปล่า

ปลายลิ้นเลียบริเวณที่ถูกกัดสลับกับจุมพิตและขบเนื้อรอบๆให้ร่างสูงสะดุ้งเล่นเป็นระยะ เลือดที่ซึมจากแผลถูกลิ้มจนหลุดลง

"โกคุเทระ..."

เขาเงยหน้าตามเสียงเรียก ริมฝีปากสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา มือเรียวไล้ต้นคออีกคนเล่น เขาสบตาสีน้ำตาลเข้มแล้วกดมือลงบนรอยแผลที่เขาเป็นคนทำด้วยแรงไม่น้อย ร่างสูงกระตุกเฮือก ความเจ็บปวดแสดงออกมาจากแววตานั้น
โกคุเทระยกยิ้มอย่างโรยแรง โน้มหน้ากระซิบข้างหู

"เจ็บรึเปล่า?"

"อึก..." ยามาโมโตะสะดุ้งอีกครั้ง ร่างบางเกร็งตัวทำให้ช่องทางเบื้องล่างบีบรัดเขา อดไม่ได้ที่จะเสียงแข็งใส่เจ้าตัวบ้าง "โกคุเทระ!"

"หือ?" ร่างบางทำท่าจะยกตัวออกแต่ก็ทิ้งตัวลงอีกครั้ง เขาเริ่มสนุกกับการเห็นยามาโมโตะคิ้วชนกันบ้างซะแล้วสิ... แต่สายตาที่ดุเขาอยู่กลายๆก็ทำให้เขาต้องพูดเสียงอ่อย "ก็มันหมดแรงน่ะ..."

ร่างสูงหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อ คนบนตัวเขายังกระตุกเกร็งแกล้งเขาเป็นระยะๆอยู่เลย
เขาถอนหายใจก่อนจะยกสะโพกบางออกจากตัวเขา ให้เป็นการนั่งคร่อมอยู่บนตักเขาเฉยๆแทน

"กระดุม..." ยามาโมโตะมองเสื้อตัวเอง กระดุมเม็ดหน้าหลุดไปสองเม็ด เขามองรังดุมโล่งอย่างสงสัยว่าโดนปลดไปทั้งแผงตอนไหน

โกคุเทระพลิกตัวเป็นหันหลังพิงยามาโมโตะแทน หัวเล็กวางบนบ่าอีกคนอย่างเหนื่อยอ่อน "เหนื่อย...เหนียวตัว...อยากอาบน้ำ..."

ใบหน้าหันซุกซอกคออีกคน ปลายจมูกถูไถดูออดอ้อน เขาได้ยินเสียงกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ดวงตาหลับลง ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดให้คนที่ถูกพิง
ลำแขนอบอุ่นตะคองกอดเขาหลวมๆ

"อาบน้ำสิ แต่รอให้มีแรงพอลุกไหวซะก่อน เดี๋ยวจะล้มเอา" ดวงตามองมือขาวที่จับมือของเขาเล่น

"พาไปหน่อย..."

ดวงตาสีเขียวที่เหลือบขึ้นมองเขาเกือบทำให้เขาขาดสติ ต้องกลืนน้ำลายอย่างฝืดคออีกครั้ง
เขาหลับตาลงตั้งสติ สูดหายใจเข้าลึกเรียกแรงฮึดมาเต็มที่ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้น เดินไปทางห้องน้ำตามที่อีกฝ่ายขอ

โกคุเทระถูกวางลงบนขอบอ่างอย่างเบามือ เสื้อเชิ้ตถูกถอดออกโยนลงตะกร้าผ้าสำหรับส่งซัก นั่งรอร่างสูงจัดการผสมน้ำลงอ่างให้อุ่นกำลังดี
เขาถูกอุ้มลงอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นสบายตัว ดวงตาสีเขียวมองเสื้อเชิ้ตแขนยาวของคนอุ้มที่เปียกชุ่มก่อนจะเหลือบมองใบหน้าคุ้นเคย

"ถ้าลุกขึ้นมาไม่ไหวก็ตะโกนเรียกนะ" ใบหน้ายิ้มแย้มบอกเขา "ฉันออกไปจัดของก่อนดีกว่า"

สิบห้านาทีต่อจากนั้นร่างบางก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอน เขาเดินเสียงเบาขณะมองแผ่นหลังที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง โกคุเทระโน้มตัวลงบอกคนที่นั่งจัดของอยู่ที่พื้นให้รู้สึกตัว

"เสื้อที่จะใส่พรุ่งนี้เอาไปแขวนกับของฉันก็ได้"

ยามาโมโตะหันไปมองคนพูดข้างหูเขา ปลายจมูกเฉียดแก้มอีกฝ่ายไปเสี้ยววินาที ได้กลิ่นหอมของแชมพูจากเรือนผมเปียกชื้น

ร่างสูงเร่งสปีดจัดของก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำบ้าง
ให้สายน้ำเอาความยุ่งเหยิงในสมองเขาออกไปเสียหน่อย

ยามาโมโตะออกมาในชุดสบายๆ ผ้าขนหนูเช็ดผมพาดอยู่ที่บ่า ปอยผมยังมีน้ำหยดลงบนเสื้อ ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้เขารู้สึกสบายตัว
เขามองร่างบางที่ยังคงนั่งเล่มเกมสไตล์ Action RPG อย่างมีสมาธิ เขานั่งลงข้างๆอย่างไม่คิดจะรบกวน แต่ก็ไม่เป็นผล นิ้วโป้งอีกฝ่ายกดหยุดเกมชั่วคราวแล้วหันมาทางเขา ทั้งยังมองเขาราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน

"อะไรเหรอ?" ยามาโมโตะมองอีกคนที่วางจอยเกมและหันมาทางเขาอย่างเต็มตัว

โกคุเทระหยิบผ้าขนหนูที่พาดไหล่มาเช็ดผม รึอาจจะเรียกว่าขยี้ ให้ผมของเขาแห้งไวขึ้น "ไม่หัดเช็ดผมล่ะเจ้าโง่ หยดไปทั่วห้องแล้วมั้งเนี่ย!"

"ฮะ ฮะ โทษที มันเคยตัว" ยามาโมโตะโยกหัวตามแรงมืออีกคนหลับตาไม่ให้ผ้าขนหนูสะบัดเข้าตาตัวเอง

จนกระทั่งทุกอย่างหยุดลง เขาลืมตาขึ้นมองลายผ้าขนหนูระยะประชิด มือใหญ่จึงเอาผ้าขนหนูลายทางออกจากศีรษะตัวเอง มองคนเช็ดที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา
มือจับต้นแขนอีกฝ่ายรั้งเขามาประทับจูบอย่างเงียบงัน ทั้งละออกมาคลอเคลียริมฝีปากบางอย่างหลงใหล


**


แสงแดดตอนเช้าแยงตาทำให้ต้องตื่นขึ้นมา หมายจะเปิดม่านไม่ให้แสงเล็ดลอดแล้วนอนต่ออย่างมีความสุข
แต่เขาทำได้เพียงอย่างแรกเท่านั้น พอจะเดินกลับมานอนก็ดันเผลอยืนมองใบหน้าโง่แม้ยามหลับของอีกคน จึงลดตัวนั่งข้างๆร่างสูงที่นอนขดเป็นลูกหมา แล้วก็ต้องตกใจกับเสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงที่เขาตั้งให้มันแผดลั่นกันตัวเองตื่นสายตอนไปโรงเรียน ถึงอย่างนั้น...ยามาโมโตะก็ยังไม่ตื่น

"ไอ้ขี้เซา..." โกคุเทระบีบจมูกโด่ง พอเห็นตัวเลขบนนาฬิกาก็ตัดสินใจไม่นอนต่อ กลัวว่าจะติวหนังสือให้ไม่ทัน

"อือ..." ยามาโมโตะพลิกตัวไปอีกด้านหนีมือที่คอยบีบจมูกเขา

"ตื่นนะเว้ย!!" คราวนี้โกคุเทระฟาดมือลงแรงเต็มที่จนคนที่นอนอยู่สะดุ้งตัวขึ้นมานั่ง "นี่มันจะสิบเอ็ดโมงอยู่แล้วนะ!"

ยามาโมโตะถึงได้พาตัวเองเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันเรียกสติตัวเองให้ตื่นเต็มที่ แล้วก็ตื่นจริงๆตอนที่ร่างบางเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาด้วย มือหยิบยาสีฟันขึ้นบีบอยู่ข้างตัวเขา

"มองอะไร? ฉันก็เพิ่งตื่นตอนปลุกแกนั่นแหละ" พูดจบก็แปรงฟันโดยไม่สนใจเขาต่อ

การเรียนเริ่มขึ้นหลังจากใส่มื้อแรกของวันลงท้องเป็นที่เรียบร้อย
ด้วยวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ที่ผ่านได้อย่างรวดเร็วจนคนสอนนึกสงสัยว่าคนตรงหน้าอาจจะไม่ได้โง่เลย เพียงแค่ไม่เคยจะสนใจเรียนเท่านั้น และภาษาอังกฤษที่ตัวคนสอนเผลอลงภาษาอิตาลีใส่เขาเป็นระยะๆ

ยามาโมโตะฟุบนอนลงบนหนังสือกองตรงหน้า เขาแพ้กับเรื่องนี้จริงๆ เปิดทีไรก็พาลจะหลับเสียให้ได้ โดยเฉพาะพวกวิชาที่ต้องใช้การจำ เขาแพ้มันอย่างราบคาบ

"ง่วง..." ยามาโมโตะทำตาปรือ ยิ่งมองตัวหนังสือต่างชาติแล้วยิ่งพาลจะหลับลงให้ได้

"ตั้งใจหน่อยเซ่!" มือเขกโป้กลงบนหัวเขาเรียกสติ แต่พอเห็นเวลาก็ถอนหายใจ มองคนฟุบอยู่อย่างขำๆ ก็เจ้าหมอนี่ไม่เตือนเขาสักคำว่าลุยติวมากว่าสี่ชั่วโมงแล้ว "เจ้าโง่เอ๊ย..."

ยามาโมโตะเหลือบตาขึ้นมองเขาแล้วยิ้ม มือกวักเรียกให้อีกคนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ระยะมือเอื้อมถึง จับโน้มหน้าเข้ามาใกล้

"อ๊ะ..."

ทั้งคู่อุทานพร้อมกันอย่างขำขัน ปลายจมูกที่ชนกันละออก ยามาโมโตะจับหัวตาตัวเองพร้อมหัวเราะ

"ลืมไปเลยว่านายใส่แว่นอยู่" เพราะงั้นเองแว่นถึงได้ทิ่มเขาเอา

โกคุเทระหัวเราะออกมา
เขาเองต่างหากที่ต้องพูดคำนั้นเพราะไม่รู้สึกตัว แต่ร่างสูงที่เห็นเขาอยู่จะจะ ดันลืมว่าตัวเขาใส่แว่น มันน่าตลกดีแท้ มองยามาโมโตะที่หัวเราะในความเป๋อของตัวเองแล้วยิ่งน่าขำเข้าไปกันใหญ่

"ไอ้โง่เอ๊ย..." โกคุเทระยื่นหน้าเข้าไปใกล้ คราวนี้ยามาโมโตะไม่ลืมที่จะถอดแว่นอีกฝ่ายออกก่อนประทับริมฝีปากลงหยุดคำพูดทั้งหมดที่จะออกมาจากปากจอมโวยวาย

แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องเข้าหน้าต่าง ลมเย็นๆพัดต้นไม้ด้านนอกให้ดูมีชีวิตชีวา
ท้องฟ้าสีอมส้มที่ไร้เมฆบดบังทำให้ดูมีสีสันกว่าที่เคย

และหัวใจที่เติมเต็มกันและกัน...

+ END +

________________________________________________________________________________________
________________________________________________________________________________________


Colored
- Special Feature
Main: 8059
Rate : NC-15

___________________________________________________

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงทุกที แสงสีส้มจัดส่องลอดเข้าไปในห้องที่ยังคงมีบรรยากาศไม่ตึงเครียดเท่าไรนัก

"ขอบใจนายมากเลยนะ ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะเอาความรู้ที่ไหนไปสอบ ฮะ ฮะ ฮะ" ร่างสูงยืนขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากนั่งทำโจทย์หลากวิชามาหลายชั่วโมง

โกคุเทระมองท่าทีนั้นอย่างขำๆ เขาถอดแว่นวางลงบนโต๊ะ "ใช่ว่าจะติวให้ฟรีๆซะหน่อย ริจะเป็นมาเฟียต้องทำอะไรหวังสิ่งตอบแทนสิเฟ้ย"

ยามาโมโตะยิ้ม
เขาโน้มตัวลงไปหาคนทวงค่าจ้าง ประทับจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากช่างท้วง

"มัดจำไปก่อนนะ..."

รูปปากหยักยิ้มพูดเสียงเบาก่อนจะลิ้มความหวานจากร่างบางอีกครั้ง

โกคุเทระนั่งหลังตรง ยืดตัวสูง ใบหน้าขยับมุมตามอีกฝ่าย
ขนคอลุกชันเมื่อมือใหญ่แทรกกลุ่มลูกผมบริเวณท้ายทอย

ริมฝีปากละออกจากกันเล็กน้อย
ดวงตาสีเขียวยังจับจ้องที่เรียวปากคนตรงหน้าอย่างหลงใหล...

ริมฝีปากนิ่มเหมือนขนมมาชเมลโล่ที่มักจะส่งยิ้มให้เขา
รอยแผลเป็นขีดสีน้ำตาลบริเวณคางทำให้ใบหน้าดูคมคายมากขึ้น
มองแล้วอยากจะลองประทับจูบลง...

เอ๊ะ....เดี๋ยวก่อน...

แผลเป็นที่คาง????

"เฮ้ย!!!!" โกคุเทระผงะถอยชนโต๊ะญี่ปุ่น หนังสือบนโต๊ะหล่นกระจายลงพื้นห้อง

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้ตัว มือหนาโอบเขาเข้าหาตัว จมูกกดลงบนแกมนิ่ม "โกคุเทระ..."

"ป...ปล่อยนะเฟ้ย!!!" มือฟาดเข้าที่ต้นแขนค่อนข้างแรง ทั้งยังชี้หน้าอีกฝ่ายโวยวายต่อด้วย "น....นาย...มาได้ไงเนี่ย!"

"หือ?" คนตัวสูงกว่ามองท่าทางน่าขันนั้นแล้วก็เอ่ยทัก "เอ๋? ทำไมนายตัวเล็กลง? แล้วไปเปลี่ยนชุดตั้งแต่เมื่อไหร่?"

เท่านั้นเอง โกคุเทระถึงกับสาบานกับตัวเองว่า ถ้าเขามีอะไรในมือล่ะก็ เขาจะใช้มันเอาเลือดโง่ออกจากสมองคนตรงหน้าอย่างไม่ยั้งมือเลยจริงๆ

"นี่มันโลกสิบปีก่อนของแกเว้ย ไอ้แก่!"

"อ๊ะ...จริงด้วย" ร่างสูงตบมือฉาด หัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ฮะ ฮะ ฮะ ก็ว่าอยู่ว่าทำไมนายน่ารักจัง"

 



โกคุเทระเหมือนมีสี่แยกเส้นเลือดปูดขึ้นตรงขมับ "หนอย...แกจะบอกว่าตัวฉันในอนาคตไม่น่ารักเหรอ??"

ร่างสูงยิ้มให้ มือทั้งสองข้างคว้าร่างเล็กมากอด
ส่วนสูงที่ต่างกันค่อนข้างมากทำให้โกคุเทระต้องเงยหน้าขึ้นมอง

"ตัวนายตอนที่อยู่กับฉัน...น่ารักที่สุดนั่นแหละ..."


**


มือจับท้ายทอยกดให้สัมผัสล้ำกว่าเดิม
เสียงหวานๆจากอีกคนทำให้เขาเริ่มใจสั่น

"พ...พอเลย..." เจ้าของเรือนผมสีเงินพยายามหันหนีสัมผัสจากเขา "อืม...น..ไหนว่าแค่มาเอาของไงล่ะ เราต้องกลับไปหาบอสนะ"

ถึงจะพูดปัดแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจังเท่าที่ควร
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมีรอยยิ้มเจืออยู่ในนั้น
มือของเขาเลื่อนปัดปอยผมสีเงินซอยสั้นหน้าพวงแก้มนิ่ม

โกคุเทระเหลือบตามองห้องพักของตัวเอง
แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว เขาก็ยังขายมันไม่ลง ...ห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย...

โกคุเทระยิ้มเมื่อนึกถึงสมัยก่อน ห้องนี้ใช้ติวหนังสือให้เจ้าหน้าโง่คนนึง...
มือบางทาบไปกับมืออุ่นที่จับไล้แก้มของเขาเล่น
มือเล็กที่อุ่นจัด แหวนเงินที่ใส่อยู่...
.
.
.

....อยู่ไหน?
.
.

"อ๊ะ!!" โกคุเทระเบิกตาโพลง มองคนตรงหน้าที่เขาต้องโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อรับจุมพิตแสนหวาน "ยามาโมโตะ??"

รอยยิ้มแสนซื่อยิ้มให้เขาก่อนที่จะที่ทำหน้านิ่งมองคนสูงกว่าอย่างไม่เชื่อสายตา

"นายไปเปลี่ยนเสื้อตอนไหนเนี่ย?"

โกคุเทระกุมขมับ ขอสาบานว่าถ้ามีหนทางใดช่วยให้มนุษย์หน้าโง่ฉลาดขึ้นได้ ต่อให้แลกด้วยชีวิต(ของยามาโมโตะ)เขาก็จะทำ!

เจ้าของผมสีเงินฝืนยิ้ม "สวัสดียามาโมโตะเมื่อสิบปีก่อน"

พอพูดแบบนี้คนหลงทางถึงเพิ่งรู้สึกตัว
เขายังอยู่ในห้องเหมือนเดิม แต่สภาพก็เปลี่ยนไปไม่น้อย เพดานห้องดูเก่ากว่าที่เคยเห็น จมูกได้กลิ่นอับของห้อง
สายตาหยุดที่คนสูงกว่าแล้วก็ยิ้มออกมา

"อ...อะไร?"

ท่าทีที่เหมือนเดิมทำให้โกคุเทระผิดคาด ยามาโมโตะไม่แสดงอาการตกใจอะไรออกมาทั้งสิ้น

"ดีใจน่ะ สิบปีข้างหน้าห้องนี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิมเลยนะ" ยามาโมโตะยิ้มให้ อดไม่ได้ที่จะเข้าไปกอดคนสูงกว่า "ว้าว! ดูสิ...นายสูงกว่าฉันนิดนึงด้วยแหละ"

คนถูกชมปั้นหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะเหนื่อยหน่ายกับความใสซื่อหรือควรจะดีใจดี?

ช่างเถอะ...
คนในชุดสูทยิ้มน้อยๆ กอดตอบคนอารมณ์ดี

"ดีจังเลยนะ" ยามาโมโตะหัวเราะ "สิบปีข้างหน้าฉันก็ยังอยู่กับนาย..."

โกคุเทระยิ้มตอบ "ฉันอยู่รอทวงหนี้ค่าติวหนังสือนับครั้งไม่ถ้วนตะหากล่ะ"

หน้าผากของทั้งคู่ชนกัน คนอายุน้อยกว่าหัวเราะร่า "งั้นฉันไม่จ่ายดีกว่า"

นั่นหมายความว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป...


**


"อืม..."

โกคุเทระเขย่งปลายเท้ารับจูบที่หวานล้ำอย่างมีชั้นเชิง

"ฮายาโตะ..."

หัวสมองร่างบางพร่าเบลอ ลุ่มหลงไปกับเสียงทุ้มที่เรียกชื่อเขาจนลืมท้วง
มือเกาะรั้งบ่ากว้าง ดวงตาหลุบลงเมื่อรู้สึกถึงมือกร้านที่สอดใต้สาบเสื้อเขา
มืออีกข้างจับปลายคางคนตัวสูง ไล้รอยแผลเป็นราวกับจะจดจำไว้

แต่รอยแผลเป็นหายไปแล้ว...

"โกคุเทระ..."

เจ้าของชื่อมองคนที่ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งให้เขา
ท่าทางจะไปเจออะไรดีๆมาสินะ?

ยังไม่ทันได้ถามอะไรเขาก็ถูกรวบกอดไว้แน่น เขาเหลือบเห็นใบหน้าซื่อๆที่แดงลามไปถึงใบหู

"อยู่ด้วยกันตลอดไปเถอะนะ"

คิ้วบางขมวดเข้าหากัน มุมปากยกยิ้มพร้อมกับวงแขนที่สวมกอดอีกฝ่ายเช่นกัน
ใบหน้ากดลงบนไหล่ทำให้เสียงลอดออกมาเล็กน้อย แต่ก็ดังพอให้อีกฝ่ายได้ยิน

"อยู่จนกว่านายจะให้ค่าจ้างที่ฉันติวหนังสือให้เนี่ยแหละ ไอ้โง่..."

.
.
.
เข็มนาฬิกาพาเราผ่านคืนวันสู่อนาคตไร้ที่สิ้นสุด
ฟันเฟืองของเราหมุนไปตามกระแสเวลา
และพวกเราเชื่อมั่นเหลือเกินว่า...มันจะไม่มีวันหยุดลง...


+ END +

 

___________________________________________

Talk :
ยาวมหากาพย์ (ฮา)
ช่างเป็นตอนเดียวจบที่ยาวนรก.... แถมยังใช้เวลาแต่งสั้นสุดยิดอีกตะหาก

อย่างไรก็ตาม
ขอบคุณที่ทนอ่านมาจนถึงตรงนี้
ขอบคุณที่คอมเมนท์ (อย่าให้รู้นะว่าใครแอบปิดๆเปิดๆบลอคเราบ่อย...ถึงได้statsเป็นร้อยต่อวันทั้งที่เราไม่ได้อัพอะไร...)

งวดหน้าไม่มีคู่นี้แล้วนะ (ฮา)
จะขนในสตอกมาลงซะที

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

* แบมือ*

พี่เฟล่อนขา อยากเห็นรูปที่ถ่ายมาทั้งหมดอ่ะค่า อรั๊ง

#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-07-25 09:25

ZePhyRus : อยากเห็นรูปที่ถ่ายมาทั้งหมดอ่ะค่า อรั๊ง
ู^
^ก็บอกแล้วไง ว่าแกจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เห็น ^^

#2 By 『 フェロン 』 on 2008-07-25 09:43

ZePhyRus : อยากเห็นรูปที่ถ่ายมาทั้งหมดอ่ะค่า อรั๊ง
ู^
^ก็บอกแล้วไง ว่าแกจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เห็นopen-mounthed smile

#3 By カフカ on 2008-07-25 09:54

I don't understand but the pics are so cute ^^

#4 By Glass Moon on 2008-07-25 09:57

มีเซนเซอร์บางตอนด้วย ฮ่า เขียนเก่ง+ขยันจริงๆconfused smile confused smile

#5 By (^_^)/nana on 2008-07-25 12:50

สนุกมากค่ะ มีรูปประกอบด้วย ทำเอาลืม
ไอที่สอบหมดเลย ฮะๆbig smile

#6 By ~ +[ 8059 ]+ ~ Calmseason ~ on 2008-07-25 20:36

กรี้ดทั้งรูป ทั้งฟิกค่ะ แต่ว่าตอนอ่านๆฟิกอยู่เหมือนบรรยากาศจะมาคุแต่พอเห็นรูปแล้วมันเบรกอารมณ์ไปเลยค่ะ >w< น่ารักมากๆๆๆๆค่ะ

แถมไอ้ตอนพิเศษชอบตอนที่ คนพูดของตอนโตกับตอนเด็กมันตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ไปชอบ part ของยามาโมโตะที่ไปเจอโกคุ(24)มากกว่าค่ะ พูดได้กินใจมาก ไอ้อารมณ์ อยู่ด้วยกันตลอดไป จริงๆ
ชอบค่ะ

#7 By double on 2008-07-25 21:20

แอ๊ น่ารัก น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
โกคุซึนมากกกก ปากไม่ตรงกะใจสุดๆ
ยามะก็เป็นเอ๋อได้อีก ใส๊ใส เห็นแล้ว แอ๊
หวานกันไปตายเลยค่ะ อ๊ากกกกก เรารัก 8059

ชอบตอนที่ลืมถอดแว่นมาก โอ๊ะ แอ๊ย ...<<ภาษาอะไรฟระ
ชอบตอนที่สลับตัวกันด้วย ... แต่ไม่ว่าจะตอนนี้หรือ 10 ปีข้างหน้าเล่นจูบไม่รู้ตัวกันขนาดนี้เลยเรอะ แถมคนที่รู้ตัวก่อนก็เป็นก๊กคุงก่อนทั้งคู่เลยด้วย !!! ยามะแกกะจะเอาแต่จูบลืมโลกเรอะ !!!

เรากำลังเสี้ยนฟิก 8059 ภาษาไทยมาก
คนไทยแต่งคู่นี้ไม่เยอะเท่าที่ใจหวัง ลงทุนมาตามหาแต่ก็คุ้มค่า ><
ขออีก ขออีก ต้องการวิตามิน 8059 มาบำรุงหัวใจ
me/ลงไปดิ้น + เห็นฟิกจำนวนมาก ขอตัวไปอ่านก่อนนะคะ

ps.ขอแอดบล็อกนะคะ >_<

#8 By kuma90* on 2008-07-25 21:32

>{}<!!! สุดย๊อดดดดดดดด
ฟิคยาวคู่นี้ไม่เคยคิดอ่านเลยจริงๆ!!!!
แต่ว่าๆ การอ่านครั้งนี้รู้สึกดีมากๆคู่นี้น่ารักมากจริงๆ!!><
แต่งฟิคเก่งโฮกกกกกก~ เห็นภาพเป็นฉากๆ จิ้นกระจายเลยค่ะ!!

ขอบคุณที่ไม่ล็อคT^T แล้วก็ภาพสวยมากๆ>///<~

#9 By Koki on 2008-07-25 21:36

/me เต้นรำบะบูชาไรท์เตอร์

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
ชอบค่ะ!!
เป็นฟิกตอนเดียวจบที่ยาวจริงๆนะคะเนี่ย (ฮา)

รูปประกอบก็น่าร๊ากกกกกกกกก
เลือดกระฉูดกันเลยทีเดียวกับฉากถอดแว่น(ที่มองรูปประกอบถอดแว่นพร้อมกันไปด้วย =.,= แอร๊มมมมมมมมมมมมมมมมม~~~)

แต่รู้สึกว่าบาซูก้าทศวรรษเวอร์ชั่นอีกสิบปีข้างหน้าจะไม่มีเอฟเฟ็กต์ระเบิกบู้มแล้วใช่มั้ยคะ ยามะมันถึงได้เปลี่ยนตัวกันเนียนๆแบบนี้
(หรือว่าเนียนเพราะเป็นยามาโมโตะเนี่ย? << เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง =[]=;;)


ฉากจูบบรรลือโลกจริงจังค่ะ
เสียดายเปลี่ยนตัวกลับเร็วไปหน่อย...ใครก็ได้บอกจางนีนิทีว่าให้ดัดแปลงบาซูก้าทศวรรษให้ทำงานนานกว่าเดิมได้มั้ยคะ...

เราเสี้ยนฟิกยามะปัจจุบันกับโกคุ TYL อ๊า~!!
cry

ปล. ขอแอดนะคะ จะได้ตามสโตรคได้สบายๆค่ะ question

#10 By kyosama with honeyhoon♥ on 2008-07-25 22:01

อ๊ากกกซ์ ตามมาอ่านอีกที่บล็อค
น่าร้ากกกมากค่า
เว้นระยะช่วงห่างจากการอ่านตอนแรก10นาที ก็ยังไม่เบื่อเยย^^

#11 By sodApop on 2008-07-26 00:18

สุดๆอะครับพี่เฟล่อน

#13 By MYBAYMWFL on 2008-08-05 23:14

ตามมาอ่าน อีกเเว้ววววว

#14 By yuyu on 2009-05-06 12:54

โอ้วว ทิชชู่หมด. . .
ยาวถูกใจจริงๆค่ะ
โกคุน่ารักมาก ยิ่งคำพูดตอนสุดท้าย

"อยู่จนกว่านายจะให้ค่าจ้างที่ฉันติวหนังสือให้เนี่ยแหละ ไอ้โง่..."

ช๊อบบ บ บบบ- - --++

#15 By ✿NOoK-U✿ on 2009-05-07 17:58

『 フェロン 』 View my profile

Recommend