[Reborn fanfic] : Glow 4
posted on 13 Aug 2008 22:53 by felon in Reborn
[Reborn fanfic] : Glow 4
Main : Iemitsu * Tsuyoshi
Type : Y
Rate : PG-17
________________________________________
ห้องเงียบเสียจนได้ยินเสียงจากนอกตัวบ้าน แสงไฟข้างถนนลอดเข้ามาในห้องให้ดูสลัวๆ
เงาคนสองคนพาดลงผนังอีกด้าน เสียงลมหายใจของทั้งคู่แทบแยกกันไม่ออก
ริมฝีปากทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบาก่อนจะเริ่มลึกล้ำ
มือออกแรงขืนลำแขนแข็งแรงที่เข้าโอบตัวเขา ริมฝีปากบางเผยอกว้างด้วยจะโวยอะไรบางอย่างกลับเป็นโอกาสให้ลิ้นช่ำชองเข้ารุกล้ำ
ใบหน้าอ่อนกว่าถูกจับบังคับเปลี่ยนมุม ปลายลิ้นดุนดันรุกไล่ภายในโพรงปากหวาน
สึโยชิพยายามขืนตัวออก ใช้ลิ้นดุนอีกฝ่ายให้ออกจากปากเขา โดยไม่รู้ว่านั่นเปรียบเหมือนการตอบรับและเชื้อเชิญ
อิเอมิทสึเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการกระทำนั้นจึงได้ตัดใจถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง ดูดเม้มริมริมฝีปากสีสวยเป็นการทิ้งท้าย
สึโยชิถอนห่างออกมาจนแทบหงายหลัง มือคว้าปากตัวเอง มองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตา
"...ฉันจะไปพรุ่งนี้ นายขึ้นไปนอนเถอะ" อิเอมิทสึพูดเสียงเรียบ รอยยิ้มจางๆยังปรากฏอยู่ที่มุมปาก
"ทำไมกระทันหันแบบนี้!" สึโยชิโพล่งออกมา เขาปราดเข้าไปจับไหล่คนตรงข้ามโดยลืมตัวไปว่าก่อนหน้านี้เพิ่งจะผงะหนี
"อย่างที่บอก...นายขึ้นไปนอนเถอะ" อิเอมิทสึส่งยิ้มฝืนๆให้อีกครั้งนึกขำกับหลายๆอย่างที่คนตรงหน้าทำให้เขาอึ้งไป
ทั้งที่เขานั่งอยู่ในห้องที่มืดและเงียบแบบนี้ เขาก็ยังโดนหาเจอจนได้
ทั้งที่โดนจูบไปแบบนั้น ทั้งที่เพิ่งถอยห่างจากเขา แต่ก็กลับเข้ามาโวยวายได้ในเวลาอันรวดเร็ว
"ไม่! ฉันว่ามันชักจะแปลกๆแล้ว นายโกหกใช่รึเปล่า? มันกระทันหันไป...มันเร็วไป..." สึโยชิแทบจะตะโกนใส่หน้าแต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ทัน "งานด่วนอะไรนั่น...ไม่จริงใช่ไหม?"
"...ฉันจะออกพรุ่งนี้ตอนเที่ยงๆ นายรีบไปนอนได้แล้ว"
"ทำไมไม่มองตาฉันล่ะ? นายโกหกใช่ไหม? นายเบื่อที่นี่แล้วใช่รึเปล่า? ทำไมนายไม่เล่าอะไรให้ฟังบ้างเลยล่ะ??" เสียงโวยวายอ่อยไร้น้ำหนัก รู้สึกว่ากำลังโดนเอาเปรียบ...ทั้งๆที่อีกฝ่ายรู้เรื่องเขาทุกอย่างแท้ๆ...
"ขอโทษ...แต่ฉันเล่าไม่ได้จริงๆ"
สิ่งที่ไม่อยากให้รู้มากที่สุด...ความรู้สึกนี้...
ไม่รู้เลยจะดีกว่า...
"พอซะที..." อิเอมิทสึจับมืออีกฝ่ายลงจากบ่า "นายออกไปซะที..."
"ไม่ จนกว่านายจะพูด"
เหมือนเอ็นที่ขึงจนตึงเต็มที่แล้วมีอะไรบางอย่างมาตัดมัน
อิเอมิทสึความอดทนขาดสะบั้น เขาจับใบหน้านั้นรั้งเข้ามาใกล้แทบจะชนกัน
"อยากให้ฉันจูบอีกทีหรือไง?"
สึโยชิเองก็ทำท่าเหมือนเพิ่งคิดได้ เขาดันตัวออกห่างแทบจะในทันที
อิเอมิทสึอยากจะขำท่าทางนั้น แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะหัวเราะ
"ถ้านายไม่ขึ้นไปซะทีล่ะก็...นายอาจจะโดนยิ่งกว่านั้นก็ได้..."
"หมายความว่าไง?" สึโยชิถามทั้งที่ปิดปากตัวเองอยู่ "นายจะมาทำแบบนี้กับคนที่ไม่ใช่คนรักของนายไม่ได้นะ!"
อยู่ดีๆก็ปวดใจขึ้นมา...
เรื่องนึงที่สึโยชิไม่เคยคิดถามอีกฝ่าย ด้วยความที่ไม่เคยคิดถึง
แต่พอถึงคราวที่ตัวเองพูดเอง กลับปวดประหลาดในใจ
"ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีใครใช่แล้วล่ะ"
สึโยชิเงียบไปกับประโยคนั้น สีหน้าแสดงว่าไม่เข้าใจอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันแค่ไม่อยากอยู่กับนายอีกต่อไปแล้ว ฉันลำบากใจมาก" มือขยี้ผมตัวเอง ในหัวพยายามเรียบเรียงคำพูด "ถ้าอยู่นานกว่านี้ นายต้องเดือดร้อนแน่...ทั้งจากฉันและจากคนนอก"
สึโยชิเอียงหัว
วันนี้เขาอาจจะเจอเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้คิดมากไป ตอนนี้เขาตามอีกฝ่ายไม่ทันแล้ว
"จากนาย??"
"แบบที่โดนเมื่อกี้ไง" อิเอมิทสึชักจะสนุกขึ้นมานิดหน่อยตอนได้มองสีหน้าหลากหลายของคนตรงหน้า
"ถ้าแบบเมื่อกี้ก็ไม่กลัวหรอก และจากคนนอกก็ไม่กลัวด้วย" สึโยชิยักไหล่ พูดธรรมดาเหมือนกำลังถกเรื่องดินฟ้าอากาศ
อิเอมิทสึหัวเราะ...แล้วไอ้ที่ถอยหนีเขาเมื่อครู่ ไม่เรียกว่ากลัวงั้นสินะ?
"รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา?"
มันก็น่าแปลก...
ทั้งที่เขาตัดใจจะไป ปวดใจแทบบ้า ตอนนี้กลับหายไปหมด
รู้สึกสนุกที่ได้อยู่กับคนคนนี้
อาจจะเป็นเพราะตรรกะความคิดไปกันคนละทาง ไม่ก็การโปรเซสของสมองเจ้าของบ้านหลังนี้ประหลาดเกินไปกระมัง
สึโยชิพยักหน้าตอบเป็นเชิงว่าเข้าใจ "แค่ตกใจ แล้วต่อไปถ้าจะทำก็บอกกันก่อนสิ ถึงฉันจะไม่ใช่คนรักของนาย แต่ว่าก็พอไปไหวมั้ง ถ้าเกิดว่าให้เป็นตัวแทนเสี้ยววิ เพราะว่าอยู่กับนายแล้วฉันสนุกมาก ถ้ามันไม่ใช่งานจริงๆ ก็อย่าไปเลยได้รึเปล่า?"
"ฉันไม่เคยใช้นายเป็นตัวแทนของใคร ฉันทำเพราะอยากทำ นายเข้าใจไหม?" สึโยชิพยักหน้า ทำให้คนพูดอดสงสัยไม่ได้ว่านี่พวกเขาเข้าใจตรงกันรึเปล่า...
"ถ้านายอยากจะทำก็บอกก่อนแล้วกัน เมื่อกี้ฉันตกใจมากเลยนะ"
"...."
อิเอมิทสึได้ข้อสรุปในสี่เดือนที่ผ่านมาว่า คนนี้คงไม่ปกติจริงๆ....
**
สึโยชิสาละวนอยู่กับการทำซูชิหน้าเคาน์เตอร์ มือปั้นข้าวอย่างชำนาญ สีหน้าเริงรื่นบ่งบอกได้ว่าสนุกกับสิ่งที่ตัวเองทำแค่ไหน
ต้นแขนถูกรั้งจากด้านหลัง ข้าวปั้นซูชิยังค้างอยู่ในมือ
หน้าผากชนกับอีกฝ่ายที่พูดเบาๆใส่เขาว่า "อยากจูบนายจัง"
โดยไม่มีเวลาให้คิด อิเอมิทสึดึงร่างบางกว่าเข้าหาตัวแล้วทำอย่างที่พูดไม่ผิดเพี้ยน
"ทำอะไรแต่เช้า?" อิเอมิทสึถามเมื่อเห็นเบนโตะใส่ซูชิ
"นั่นเป็นประโยคที่ฉันต้องพูด! นายทำอะไรแต่เช้า!"
ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว
พอบอกให้บอกเขาล่วงหน้า อิเอมิทสึก็ทำอย่างที่พูดจริงๆ
เพียงแค่ว่าบอกกระชั้นชิดแถมไม่เคยมีเวลาให้เขาตัดสินใจเลย
ที่สำคัญคือ ทุกครั้งที่อิเอมิทสึหัวเราะ ยิ้มให้เขา
เวลาจูบกัน สายตาที่มองมายังเขาทำให้ใจเต้นระส่ำ
สึโยชิไม่ค่อยเข้าใจ เพียงคิดว่าตราบใดที่เขาไม่รู้สึกรังเกียจ ก็คงไม่เป็นไร
ตอนนี้อาการเริ่มเป็นหนักเข้าไปทุกที จนสงสัยว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคติดต่อเรื้อรังบางประเภท
"เอาไปให้อาจารย์สอนเคนโด้ ตอนนี้ฉันได้ทุกกระบวนท่าแล้ว ยกเว้นท่าสุดท้าย"
"หืม? ทำไมล่ะ?" อิเอมิทสึถามอย่างไม่เข้าใจ
"เพราะมันต้องคิดเองไง ฉันยังคิดไม่ออกเลย" สึโยชิหัวเราะ "อาจารย์บอกว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องการปกป้องใครสักคน เดี๋ยวก็จะนึกออกเอง"
"อาจารย์นายเข้าใจพูดนี่" อิเอมิทสึรั้งคนข้างตัวเข้ามาหา
"อ...อะไรอีกล่ะ..." สึโยชิละล่ำละลัก มือพยายามขืนแรง "อย่านะ...เดี๋ยวข้าวในมือมัน..."
"นายก็ถือไว้ดีๆสิ" จมูกซุกบริเวณขมับเนียน "ฉันจูบได้รึเปล่า?"
"ไม่ได้!" สึโยชิขืนตัวออกมาเป็นผลสำเร็จ "มันจะบ่อยเกินไปแล้วนะ ไม่เข้าใจเลยว่ามันสนุกตรงไหน?"
อิเอมิทสึแทบทรุด...
สนุกตรงไหนงั้นเหรอ...
"ไม่รู้ แต่ว่ามันรู้สึกดีเวลาทำกับนาย เข้าใจไหม?"
สึโยชิถอนหายใจ โบกมือไล่ให้อีกคนไปเปิดประตูบ้านเมื่อได้ยินเสียงออดดัง
ผู้หญิงรูปร่างสวยเดินเข้ามา ผมสีน้ำตาลอ่อนประบ่าเป็นลอน ดวงตาคมสีน้ำผึ้ง หล่อนอยู่ในชุดเข้ารูปสีดำสนิทบนรองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ด
มือที่กำลังคลึงข้าวเม็ดสวยเป็นก้อนขนาดพอดีคำหยุดชะงัก พอดีกับที่คนเปิดประตูชะงักไปเช่นกัน
มือเรียวสวยโอบรอบคอไว้หลวมๆ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดเผยอจูบคนเปิดประตูอย่างดูดดื่ม เจ้าหล่อนเขย่งขึ้นอีกเล็กน้อยให้สูงเท่าเทียมใบหน้าคมคาย
“คิดถึงจังอิเอมิทสึ”
สำเนียงอิตาลีพูดเสียงเย้ายวน ริมฝีปากบางอยู่ข้างหูร่างสูง
“อิเอมิทสึ???”
เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกด้านหลัง
เขาเห็นท่าทีเหวอๆของพ่อครัว มือยังคงมีข้าวเตรียมสำหรับทำซูชิคาไว้ และมันกำลังร่วงลงพื้น
“นั่น.....ใครเหรอ?”
ยังไม่ทันได้ตอบ แขกผู้มาเยือนก็ชิงพูดเสียก่อน เสียงเนียงแปร่งๆจากปากของเธอกลับดูสวยงามอย่างน่าประหลาด
“ฉันเป็นคนรักของอิเอมิทสึ ขอบใจนะที่ช่วยดูแลเขา”
เจ้าของใบหน้าเป็นมิตรละจากคนที่ประตูมายังเคาท์เตอร์ หล่อนจับบ่าแทนการจับมือ เหมือนรู้ว่าสึโยชิไม่สะดวกที่จะทักทายแบบต่างชาติ
“คนรัก???” สึโยชิหันไปมองอีกคนที่ยังยืนเงียบอยู่ “นายไม่บอกฉันสักคำ?”
“ก็เป็นคนแบบนี้ล่ะจ้ะ” เจ้าของสำเนียงแปร่งหัวเราะ “ว่าแต่เธอจะรังเกียจมั้ยถ้าเราจะคุยกันสักหน่อย?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ?” สึโยชิยิ้ม เขาเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง ปิดปิ่นโตเสียเรียบร้อย “แต่ตอนนี้ผมมีธุระ ถ้าคุณไม่รีบไปไหนต่อ ผมขอเชิญให้คุณอยู่ที่นี่ก่อนแล้วกันครับ จะได้คุยกันให้หายคิดถึงด้วย ผมจะกลับมาตอนค่ำๆ ดีใจที่ได้คุยกับคุณครับ”
ร่างบางยิ้ม คว้ากระเป๋าสะพายใบโปรด ดาบเคนโด้และปิ่นโตเดินออกจากบ้านไป ทิ้งอิเอมิทสึไว้โดยไม่หันหลังไปมอง
To be Continued….
(แอบคิดว่าโชคดีจริงๆที่ยังไม่ยอมนอน ฮ่าๆๆ)
)
แถมคุณป๋าอิเอมิทสึก็ไม่ยอมเปิดปากแก้ตัวซักคำอีก ฮึ่ม!








ลุงบร้าาาาาาาาาาาาาา
ทำไมทำแบบนี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!
(อืมมมม คาดว่าคุณป๊ะป๋าเลี้ยงยามะมาเป็นแบบอิเอมิตสึแน่ๆ ขี้เนียนเหมือนกันเลย)
#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-08-13 23:11