[Reborn fanfic] : Glow 5
posted on 25 Aug 2008 20:56 by felon in Reborn
[Reborn fanfic] : Glow 5
Main : Iemitsu * Tsuyoshi
Type : Y
Rate : PG
________________________________________
สึโยชิรักษาคำพูดตัวเองทุกอย่าง
เขากลับมาบ้านตอนเกือบสองทุ่ม ทำอาหารเย็นสูตรพิเศษพร้อมทั้งนั่งคุยกับเจ้าของรูปร่างปราดเปรียวอย่างออกรส
กว่าเสียงคุยจะเงียบลง นาฬิกาพาไปจนถึงเที่ยงคืนกว่าแล้ว
"คิดว่านายจะชวนหล่อนค้างคืนที่นี่เสียอีก?" น้ำเสียงเปร่งไปจากเดิมทำให้คนฟังยิ้มเย็นแล้วหันไปมอง "เห็นคุยกันถูกคอดีนี่?"
"ฉันคิดว่านายจะชวนต่างหาก คืนนี้จะได้คุยกันทั้งคืนไง" สึโยชิเก็บล้างครัวเรียบร้อย กำลังใช้ผ้าเช็ดเคาน์เตอร์อย่างใจเย็น "หรือว่าเกรงใจว่าที่นี่เป็นบ้านฉัน?"
อิเอมิทสึถอนหายใจ เค้นเสียงพูดห้วนๆ "ยัยนั่นไม่ใช่คนรักของฉัน"
สึโยชิยังคงเช็ดเคาน์เตอร์ราวกับว่ามันมีเนื้อที่สามหมื่นเอเคอร์ เขาจ้องที่มือตัวเอง พยักหน้าตอบอีกฝ่ายส่งๆ
คนตัวสูงกว่าเริ่มหงุดหงิด หงิดตัวเองที่ต้องมาเสียอารมณ์ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขณะเดียวกันก็ดีใจนิดๆกับท่าทีเฉยเมยนั้น
"นี่..." อิเอมิทสึเดินเข้าไปใกล้ จับมือขันแข็งให้หยุดการเคลื่อนไหว "นายเชื่อฉันรึเปล่า?"
สึโยชิพยักหน้าในทันที "นายว่าไงก็ว่าตามกันอยู่แล้ว เพราะนายจะไม่โกหกฉันใช่ไหม?"
"ยัยนั่นใช้คำผิดไปเรื่อย นายก็รู้" อิเอมิทสึเริ่มต้นเล่า "ที่บอกว่า 'คนรัก' ที่จริงคือ 'คู่หู' ตะหาก คุยญี่ปุ่นกับยัยคนนี้เป็นต้องปวดหัวทุกทีสิน่า"
"รู้นานแล้วล่ะเรื่องนั้น ตั้งแต่ที่หล่อนพูดว่าหล่อนตายไปครั้งนึงเมื่อปีที่แล้ว ที่จริงต้องเป็น 'เกือบตาย' ใช่มั้ยล่ะ? แต่ก็ฝึกเชาว์ดีเหมือนกันนะ"
"รู้นานแล้วทำหน้าแบบนี้ทำไม?" อิเอมิทสึยอมให้อีกฝ่ายหลุดจากการเกาะกุมไปโดยง่าย เขามองแผ่นหลังที่คุ้นเคยอย่างนึกขำ
นี่เขาต้องการอะไรกันแน่นะ??
"แค่หงุดหงิดน่ะ ที่นายไม่เคยเล่าให้ฟัง แล้วฉันก็ไม่เคยถาม"
อิเอมิทสึหัวเราะลั่นบ้าน เข้ากอดคออีกคนพร้อมตบบ่าเล็กอย่างถูกใจ "นายนี่น่ารักดีว่ะ"
**
อิเอมิทสึเตรียมตัวจะเข้าห้องนอน พอเหลือบตาเห็นเงาคนหน้าประตูเขาก็ยิ้มก็ออกมาแซวอย่างสนุกปาก
"ไม่อยากนอนคนเดียวแล้วเหรอ?"
"พรุ่งนี้จะไปแล้วสินะ?"
อิเอมิทสึเบิกตากว้างก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายเมื่อเห็นคำว่า ..อย่านึกว่าฉันไม่รู้... ออกจากสายตาคู่นั้น
นี่คือข้อเสียของการที่สนิทกันมากเกินไปรึเปล่านะ?
รู้ทันกันแบบนี้เขาก็แย่สิ...
"ถ้าไม่รู้ทันก็แย่แล้ว..." สึโยชิพูดอย่างอ่านใจอีกคนออก "ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้มาเพราะคิดถึงนายเฉยๆหรอกน่ะ"
ก็ถูก...
เขาได้รับมอบหมายงานมาจริงๆ คราวนี้ท่าทางเสี่ยงพอดูด้วย
คำสั่งคือ 'เก็บ' เพราะงั้นก็คงหลีกเลี่ยงเสียเลือดไม่ได้เสียแล้ว
"รอที่นี่ซะ" อิเอมิทสึดักทางอีกคนออกเช่นกัน "ฉันจะกลับมาอย่างแน่นอน นายก็รู้ว่าฉันไม่ผิดคำพูด"
สึโยชิยิ้ม "งั้นก็ดีแล้ว พรุ่งนี้เช้าอยากกินอะไร?"
"อะไรก็ได้ที่นายทำ พรุ่งนี้ฉันคงว่างน่าดูเลยนะ ฉันออกตอนค่ำน่ะ" อิเอมิทสึชินเสียแล้วกับการเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว "พรุ่งนี้นายก็ซ้อมตอนเย็นจนถึงดึกนี่นะ?"
สึโยชิพยักหน้า "ช่วงตอนกลางวันฉันรับจ๊อบนิดหน่อย ไปดูพวกรุ่นน้องซ้อมกัน ฉันจะเตรียมข้าวไว้ให้"
อิเอมิทสึชอบเวลานี้
เขาชอบเวลาที่สึโยชิสบตาเขา มองตาเขาอย่างตรงไปตรงมา
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มไม่เคยปิดบังความรู้สึก เชื่อได้เลยว่าทุกอย่างที่ออกมาจากตัวคนคนนี้เชื่อถือได้
**
โกดังมืดสนิท...
เสียงหอบหายใจเบาเก็บซ่อนเสียงอย่างสุดความสามารถ ของเหลวสีแดงหยดลงบนพื้นคอนกรีตสกปรก
มือกระชับอาวุธพร้อมใช้ สายตาสอดส่องในความมืด โสตประสาทถูกเปิดรับทั้งหมด
แย่หน่อยตรงที่เขาได้กลิ่นเลือดตัวเองติดจมูกเลยเนี่ยสิ...
สถานการณ์ได้เปรียบตรงที่เขาสามารถทลายแก๊งค์นี้ได้แน่ๆ แต่เสียเปรียบตรงที่ตอนนี้มีเขาคนเดียวที่ยังติดอยู่ในนี้กับศัตรูจำนวนหนึ่ง
ถึงแม้จะจำผังโกดังนี้ได้หมดแล้วก็ตาม แต่ถ้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็อาจเจอคนที่ไม่อยากเจอได้
ให้ตายสิ...
นี่มันกี่โมงแล้วนะ?
เสียงปืนดังขึ้นเฉียดคนถามหาเวลาในใจไปนิดเดียว
นี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องอื่นสินะ....อิเอมิทสึยิ้มหยันตัวเอง
ทำงานมาก็หลายปี มีครั้งนี้แหละที่คิดว่าลำบากสิ้นดี คิดไม่ถึงว่าในแก๊งค์ง่อยๆนี้จะมีคนใจกล้ายิงเขา น่าเสียดายที่คนใจกล้าเพียงหนึ่งตายไปด้วยลูกตะกั่วของเขาเอง
พวกมันมีกันเจ็ดคน เขาสอยไปแล้วสาม เหลือสี่คน มาใหม่อีกสอง แถมเป็นสองที่ฝีมือเข้าท่าเสียด้วย
ชักจะลำบากใหญ่แล้วสิ...หกต่อหนึ่งไม่เข้าทีแฮะ...
เครื่องมือสื่อสารของเขาก็ตกไปอยู่ไหนไม่รู้ตอนโดนยิง
เสียงปืนดังขึ้นและจบลงด้วยชีวิตคนหนึ่งคน
...ถ้าไม่ใช่พวกมันยิงพลาดกันเอง เขาก็คงจะมีเพื่อนอยู่ในนี้ด้วยสักหนึ่งคน
เสียงตวัดดาบดังขึ้นและจบลงด้วยอีกชีวิต
...ถ้าไม่ใช่พวกมันฆ่ากันเอง เขาก็คงเหลือตัวคนเดียวแล้วตอนนี้
แต่โชคยังเข้าข้างเขา เสียงกระซิบสัญญาณจากคนแฟมิลี่เดียวกันดังขึ้นไม่ไกล แปลสารได้ว่ามารับตัวเขาออกไป
ร่างสูงหยักยิ้ม ชักทำนายได้ว่าอะไรอะไรก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
แล้วจู่ๆทั้งโกดังก็สว่างวาบ พร้อมเสียงเสียงหนึ่ง
"เกมส์ที่ฉันเกลียดที่สุดคือเกมส์ซ่อนหา เพราะงั้นออกมาเจอกันเลยดีกว่าน่า"
เจ้าคนถือดาบ...
แย่จริง...เขาไม่ถนัดเรื่องนี้เอาเสียเลย มาดวลปืนกันอาจจะสบายกว่านี้ก็เป็นได้ รู้แบบนี้เขาน่าจะหัดเรียนรู้อะไรจากคนบ้าเคนโด้บ้างก็คงดี
อีกฝ่ายบอกให้เขารู้ว่าตอนนี้เหลือเขากับเพื่อนอีกคนที่อาการร่อแร่ ฝั่งนั้นเหลืออีกสามคนรวมตัวคนพูด
ไม่เลวนัก...แต่ก็ใช่จะสบาย...
อิเอมิทสึเดินนิ่งๆออกไปตามคำเชิญ เลือดจากมุมปากและต้นแขนซ้ายหยดลงพื้น
ถึงจะมึนๆเพราะเสียเลือดมาก แต่ก็พยายามรวบรวมสติบังคับอาวุธในมือให้ได้อย่างใจ
คนผมยาวแกว่งดาบไปมาอย่างช่ำชอง ท้าทายเขาด้วยความเร็วของกระสุนปืนและดาบ
น่าขำ...ถึงจะมองเห็นวิถีกระสุนก็ใช่จะหลบกันได้ง่ายๆ ในทางกลับกัน เขาก็อาจหลบคมดาบไม่พ้นถ้าอีกฝ่ายทำอย่างปากว่าได้จริงๆ
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมเสียงไกวดาบ
อิเอมิทสึไม่แน่ใจว่าเขานอนอยู่ที่พื้นนี่นานเท่าไหร่แล้ว
อีกฝ่ายก็ไม่ได้หลบพ้นหรอก แต่ก็ยอมรับว่าทำได้ดีทีเดียว คนผมยาวเดินกระย่องกระแย่งมาทางเขาด้วยรอยยิ้มของชัยชนะ
คิดคำนวนลูกปืนที่มี น่าจะเหลือสามนัด...โชคไม่ดีเสียเลย
เลือดที่เสียไปเยอะที่แผลตรงต้นแขนบวกกับรอยฟันที่เพิ่งได้รับทำให้คนถือปืนไม่แน่ใจว่าตัวเองจะยิงโดนเป้าหมายสักกี่นัดกันเชียว
หูเขาเริ่มไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงลมหายใจอันติดขัดของตัวเอง
เสียงปืนลั่นกับเสียงร้องขอใครสักคนดังมาจากที่ไกลแสนไกล เสียงของมีคมปาดลงเนื้อ เสียงน้ำหยด
เสียงต่างๆปะปนกันในหูของอิเอมิทสึที่สติเริ่มหยุดลอย แต่ก็พยายามเพ่งตามองคนผมยาวที่สาวเท้ามาทางเขาและหยุดลง หันกลับไปอีกด้าน เดินไปคนละทิศกับที่เขาอยู่
ใครน่ะ?
เลือดเข้าตาทำให้มองเห็นอะไรไม่ชัดเอาเสียเลย
ใครสักคนเรียกเจ้าผมยาวหน้าตาอุบาทว์นั่นไปท้าสู้ เดาได้อย่างเดียวว่าเขาอาจจะปลอดภัยแล้ว...
อิเอมิทสึมองเห็นเลือดตัวเองปะปนกับน้ำที่เจิ่งนอง เสียงฟ้าลั่นจากด้านนอกชัดเจนพอเดาได้ว่าฝนกำลังตกหนัก
เขาว่ากันว่าเวลาใกล้ตาย คนเราจะนึกหวนอถีตถึงใครสักคนที่สำคัญกับเรา...
ร่างสูงนึกขำ...เขานึกถึงสึโยชิ...
ร่างในชุดสบายๆทำซูชิให้เขา เสียงพูดบ่นกระปอดกระแปดว่าคิดกระบวนท่าสุดท้ายไม่ออก
ป่านนี้คงซ้อมเสร็จแล้วสินะ...จะคิดท่าออกหรือยัง?
"ชิรุเงะ โชวเอ็นริว กระบวนท่าที่แปด..."
นั่นสินะ...เขาได้ยินมาว่ามีเจ็ดกระบวนท่า แต่ท่าที่แปดต้องคิดเองนี่นะ...
"วรุณกระหน่ำแทง!"
เสียงคนวิ่งมาทางเขา...
ถึงแม้จะเลือนลางแต่เขาก็ไม่มีวันลืม...
อิเอมิทสึยิ้มให้คนหน้ายุ่ง
"นายมาช้า..."
"ใครห้ามฉันล่ะ!" คนพูดวิ่งเข้ามา ตัวยังอยู่ในชุดเดียวกับตอนที่ออกไปซ้อมเคนโด้เมื่อเย็น สึโยชิมองเลือดที่ไหลไม่ยอมหยุด "ออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ"
คนมาช่วยทำท่าจะประคองอีกฝ่ายให้ลุกแต่ถูกดึงเอาไว้เสียก่อน
สึโยชิมองรอยยิ้มที่ส่งมาให้อย่างประหลาดใจ
"ยินดีด้วยนะสำหรับท่าใหม่...ในที่สุดนายก็ทำได้เห็นไหม?"
"เห็น...เห็นๆอยู่ว่านายใกล้ตายแล้ว พูดมากอยู่ได้!" สึโยชินึกสงสัยลำดับความคิดของคนตัวสูงนี่จริงๆ "เงียบไปซะ อย่าหัวเราะด้วย มันทำให้เลือดไหลไม่หยุดเสียที"
พอออกนอกโกดังนั่นได้ อิเอมิทสึก็ถูกส่งถึงมือหมอในทันใด
สึโยชิมองส่งเปลพยาบาลท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลง ได้ยินเสียงแว่วๆจากทางหมอ ('ตัวผู้อีกแล้วเรอะ...เซ็งชะมัด')
วันนี้ตอนไปซ้อม ฝนตกโปรยปรายลงมาก่อนจะหนักลงเรื่อยๆ
สึโยชิใจไม่ดีเอาเสียเลย อดคิดไปทางลบไม่ได้เลยสักครั้ง
ตอนนี้เขาอาจจะยังแข็งแกร่งไม่พอที่จะปกป้องใครได้...แต่ถึงอย่างนั้น...ไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากเสียไป
'เวลาที่อยากปกป้องใครสักคน ไม่ต้องไปคิดอะไรมากหรอก ทำอย่างที่ตัวเองอยากทำซะ'
'อาจารย์...' สึโยชิหันไปมองคนสอนที่ยืนอยู่ในชานร่มหลบละอองฝน เขายิ้มเนือยๆพูด 'ผมไม่เข้มแข็งพอ ไม่แกร่งพอที่จะช่วยเขาได้...'
อาจารย์ยักไหล่ 'แล้วมันสำคัญตรงไหน? แกเข้าใจความหมายของคำว่า แกร่ง แล้วเหรอ? มันอยู่ตรงนี้...ใจของเรามันจะบอกเองนั่นแหละว่าเราแกร่งพอรึยัง แกอาจจะไม่ได้เก่งที่สุดในโลก แต่การที่จะปกป้องใครสักคน ก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งที่สุดในโลกไม่ใช่เหรอ? เพลงดาบของสำนักไร้เทียมทานอยู่แล้ว มันขึ้นอยู่กับตัวแกเอง'
ถึงแม้ในตอนนั้น สึโยชิจะไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่อาจารย์พูดสักเท่าไหร่
แต่ตอนนี้...เขาคิดว่าเขาเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ทีเดียว
To be continued...
เหมือนๆจะมีข้อมูลในฟิคผิดพลาด เพราะเราเองก็ไม่ชัวร์ เอาเป็นว่าอ่านผ่านๆแก้ว่างไปก่อนแล้วกันนะ แหะๆ

EDIT :
ขอบคุณ คุณ KYOSAMA และคุณ ruk21us สำหรับข้อมูล make sure นะคะ เราแอบเนียนแก้แล้วล่ะ (ฮา...ว่าแต่ตอนก่อนหน้านี้ล่ะ?? ช่างมันละกัน วะฮ่าฮ่าฮ่า เลววววว)
)








โอ้ยยยย คุณพ่อช่างน่าร้ากกกกกก
#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-08-25 21:03