[Reborn fanfic] : Glow 8 + อะไรนิดหน่อย
posted on 08 Sep 2008 09:28 by felon in Reborn
ตอนจบแล้วววววว~~~
ในที่สุดก็มีวันนี้ 
จะได้ลงเรื่องอื่นต่อไปซะที~~~~~ (แต่ก็รักรุ่นป๋านะเคอะ...)
ขอบคุณมากนะคะสำหรับคอมเมนท์ตอนที่ 7 (แม้เราจะไม่รู้สึกว่ามันเศร้าเลยก็ตาม) สำหรับหลายๆคนมันจบแค่ตอนนั้นค่ะ เราเองก็อยากให้มันจบตั้งแต่ตอนนั้นนะ แต่ว่า...รู้ความข้างเดียวไม่ใช่วิสัยของเรา (ยิ้ม)
บทสุดท้ายกับความรักที่ดำเนินต่อไป....
.
.
.
__________________________________________________________________________
[Reborn fanfic] : Glow 8 *END*
Main : Iemitsu * Tsuyoshi
Type : Y
Rate : PG
________________________________________
ช่วงเวลาที่มีความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ แต่ช่วงเวลาที่ทุกข์ระทมกลับดูยาวนานไร้ที่สิ้นสุด แน่นอน...พวกเขาไม่ได้รู้สึกมันทั้งสองอย่าง
เขารู้สึกดีกับคนที่อยู่เคียงข้าง...แต่ไม่ได้มีความสุขจากก้นบึ้งของหัวใจ แค่คิดแบบนี้ก็รู้สึกผิดบาปเหลือเกิน แล้วยิ่งพยายามไม่นึกถึงอีกคนต่อหน้าผู้หญิงข้างตัวยิ่งปวดใจ...คิดถึงจนแทบทนไม่ได้
แหวนส่องประกายวาวบนนิ้วนางข้างซ้ายบอกสถานะของคนทั้งคู่ได้ดียามเดินเข้าไปในงานมงคลสมรสของอีกคนที่จัดพีธีล่าช้าด้วยเลื่อนมาหลายหนเพราะฝ่ายหญิงสุขภาพไม่สู้ดีนัก
คนในชุดลำลองที่เมื่อก่อนเห็นจนชินตา ตอนนี้อยู่ในชุดสูทขาวครีมเรียบร้อย รอยยิ้มจางๆยังประดับอยู่บนใบหน้า โดยเฉพาะตอนหันไปคุยกับคนในชุดเจ้าสาวกรุยยาวลากพื้น
บรรยากาศที่ดูหวานหยดสำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับพวกเขา...มันเป็นบรรยากาศที่มี"กลิ่น"หอมหวานเท่านั้น
หลังจบพิธีจึงได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าบ่าวในงานเป็นการส่วนตัว เขายังจำได้ถึงช่วงแรกๆที่ห่างกัน เวลาเจอแต่ละครั้งต้องห้ามใจตัวเองอย่างมากไม่ให้คว้าคนตรงหน้าเข้ามากอด อดใจไม่สัมผัสแม้แต่ปลายเล็บ
คนเราเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเป็นเรื่องจริง เมื่อเจอกันในงานแบบนี้ กลับไม่ได้รู้สึกอยากจะสัมผัสอีกต่อไปแล้ว ต่างคนต่างยินดีกับอีกฝ่ายด้วยคำพูดจนน่าสงสัยว่าหัวใจของพวกเขายังมีความรู้สึกเหลืออยู่อีกไหม...
ช่วงที่พูดคุยต่างก็สบตากัน ถ้าเมื่อก่อนหน้านี้อาจะเกิดอาการหวั่นใจ หวั่นไหวจนใจหวิว แต่ตอนนี้มันไม่มี...
หัวใจไม่ไหวเอนไปกับคนตรงหน้าอีกแล้ว
ไม่หวั่นไหวไปกับรอยยิ้มใส
ไม่หวั่นไหวกับดวงตาส่งประกาย
ไม่หวั่นไหว...กับความแน่นอนในความรู้สึกที่ส่งให้กันเสมอมา
จากความสัมพันธ์ที่ไม่ระบุชัด เป็นชัดเจนในฐานะเพื่อนและคนรู้จักไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนเจ็บปวดมากไปกว่านี้ อาจจะเป็นเพราะไม่สามารถเจ็บมากไปกว่านี้ได้แล้ว
เวลายังเดินต่อไป เหมือนพวกเราที่ยังต้องไปต่อ ไม่ว่าจะต้องเดินไปทางขนานหรือด้วยฐานะอะไรก็ตาม
รู้ว่าสักวันความเจ็บปวดจะชินชาจนจางหาย กลับไม่อยากให้มันหายไป เพราะอยากให้ความเจ็บช้ำนี้ช่วยเตือนให้รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีใครคนหนึ่งทำให้เขารู้สึกได้ถึงขนาดนี้
"อยู่ใกล้ๆกันแล้วจะรักกันเอง" อาจจะจริงอย่างที่เขาพูดกันก็ได้ ลำดับความสำคัญได้เปลี่ยนไปแล้ว ครอบครัวต้องมาอันดับแรก ห่วงใย ใส่ใจ เข้าใจ และ ความรัก...
อิเอมิทสึรักนานะเช่นเดียวกับที่สึโยชิรักคู่ครองของเขา...
รักที่พร่ำบอกได้เสมอ รักที่แสดงออกได้ตลอดเวลา...
อย่าเข้าใจผิดคิดว่าต่างฝ่ายต่างมองฝ่ายหญิงด้วยความที่เป็นตัวแทนใครอีกคน น่านับถือที่ไม่มีฝ่ายไหนคิดแบบนั้น และไม่ได้คิดเพียงว่านี่คือหน้าที่ เพราะมันกลายเป็น "ชีวิต"ของพวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว
ในเมื่อดำเนินเรื่องมาถึงจุดนี้ "ผู้อุปการะ"ของทั้งคู่ย่อมดีใจอย่างแน่นอน บุคคลที่พวกเขารักจะปกป้อง ปั้นตัวให้ได้ดี มี"ความสุข"กับครอบครัวที่เพียบพร้อม มันน่าตื้นตันและแสนจะภูมิใจ
อิเอมิทสึไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น พอๆกับที่สึโยชิไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าเขายังมี"คนในวงการ"อยู่ข้างตัวต่อไปไหม และคงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนอ่านซึ่งรู้อยู่แก่ใจดีแล้วว่ามันจะจบลงยังไง
**
เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหกทั้งๆที่ความเจ็บปวดยังไม่ทันได้จางหาย
ความเชื่ออย่างหนึ่งก็คือ ถ้าคนที่เราให้ความสำคัญเจ็บ...เราก็เจ็บ...คนที่เรารักรู้สึกแบบไหน เราก็จะพลอยรู้สึกแบบนั้นไปด้วย ซึ่งกรณีนี้คือ "ซาวาดะ นานะ"
นานะให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้นั่งแก้มยุ้ยเล่นสนุกกับผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตของเด็กอายุ 5 ขวบกำลังดีใจที่ป๊ะป๋าจะพาไปเที่ยว
อิเอมิทสึไม่ได้ถอนตัวอย่างเป็นทางการ เขายังทำตัวให้นานะรู้ว่าเขาทำอาชีพอย่างที่ปดไป อยู่บ้านไม่บ่อย เทียวไปเทียวมาหลายครั้ง แต่ก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวเสมอ
หกปีตั้งแต่อยู่ร่วมกันมา นานะรู้ว่ามีมุมหนึ่งของอิเอมิทสึที่เธอเข้าไปไม่ถึง และไม่มีวันจะเข้าถึง
ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ถึงความรักที่อีกคนมอบให้ เธอรู้จักมันดีเลยล่ะว่า "ความรัก" ที่มอบให้เธอ มันเป็นคนละแบบกับ "ความรัก" ที่ส่งให้อีกคน
ไม่ใช่ว่านานะเป็นคนรั้นที่จะแต่งงานด้วย เธอกับเขาถูกคอกันเป็นอย่างมาก ด้วยคารมของอิเอมิทสึที่เป็นต่อ นิสัยสุภาพบุรุษอย่างชายในฝัน นานะรักอิเอมิทสึที่เป็นแบบนั้น
ในมุมหนึ่ง นานะเข้าใจไปเองว่า การแต่งงานกับอิเอมิทสึจะเป็นผลดีต่อตัวเขา เธอรู้เสียยิ่งกว่ารู้ว่าทุกครั้งที่อิเอมิทสึเหม่อลอย...คนในความคำนึงนั้นไม่ใช่เธอ...
การแต่งงานทำให้เขาดีขึ้นจริงอย่างที่คาด เธอแสดงออกตลอดมาว่าเธอเข้าใจเขาแค่ไหน ขณะที่อิเอมิทสึแสดงให้เธอรู้เช่นกันว่าเธอเป็นความสำคัญลำดับแรกในชีวิตเขา
นานะไม่เคยคิดเข้าข้างตัวเองสักครั้ง แล้วเธอก็คิดไม่ผิดหรอก...
เลือดในร่างกายมนุษย์ประกอบไปด้วยเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ซึ่งตามทฤษฎีบอกว่าเม็ดเลือดแดงมีอายุในสายโลหิตเพียง 120วัน และไขกระดูกของคนเราก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ ขณะที่เม็ดเลือดขาวมีนิวเคลียส คอยกำจัดบัคเตนีในเลือด
ลองเปรียบตัวเธอดู...เธอคงเป็นเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดขาวที่มีหัวใจ...เข้าใจทุกอย่างด้วยความรัก เติมเต็มอิเอมิทสึในส่วนแหว่งลึกในหัวใจเขา เติมเต็มชีวิตเขาให้พร้อมสมบูรณ์สมมนุษย์
ขณะที่ใครอีกคนของเขาเป็นเม็ดเลือดแดง ถูกทำลายไป ไขกระดูกคอยสร้าง...แม้ไม่ได้เจอก็ยังคิดถึง ความรู้สึกที่มียังไม่สั่นไหว
เธอไม่เคยรู้สึกอิจฉา นานะเข้าใจตั้งแต่เธอเริ่มตกหลุมรักเขาแล้ว เธอเดาได้ว่าอีกคนที่อยู่ลึกๆในหัวใจเขา เป็นคนที่เปิดเผยไม่ได้ เธอตัดสินใจไม่คิดจะแตะมัน
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเก่ง เธอก็เป็นแบบนั้น...
ครั้งหนึ่งนานะเคยสงสัยตัวเอง ว่าทำไมเธอถึงยอมรับความรู้สึกแบบนี้ได้ง่ายๆกันนะ? ตัวเธอที่เคยใฝ่ฝันว่าอยากแต่งงานกับผู้ชายโรแมนติกสักคนที่มีแต่เธออยู่เต็มหัวใจของเขา
ตอนนี้เธอกลับแต่งงานกับคนที่ไม่ได้มีเธอเต็มทุกห้องของหัวใจ ขณะที่เธอจะมีแต่เขาทั้งชีวิตและลมหายใจ
เธอไม่ใช่คนสวยเด่น นิสัยก็พื้นๆ ฐานะก็ไม่ได้ดีอะไร เป็นคนธรรมดาที่เดินผ่านก็ลืม ไม่ได้หมายความว่าอิเอมิทสึเอาใจเธอหรือให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษกว่าใคร เขาเพียงแค่มองตาเธอ ฟังทุกอย่างที่เธอพูด ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ซึ่งเธอรู้ว่านั่นเป็นนิสัยพื้นฐานของเขาที่ทำกับคนทุกคน แต่เธอก็ตกหลุมเข้าแล้ว
หลุมที่ว่าเธออาจจะเป็นคนขุดขึ้นมาเองก็ได้ มันไม่ได้ลึกอะไร แต่เธอก็เต็มใจที่จะอยู่ตรงนั้น เวลาผ่านไป อิเอมิทสึก็มานั่งเป็นเพื่อนเธอบนขอบปากหลุมตื้นๆนั้น...เธอพอใจกับมันแล้ว
ผู้หญิงที่ปรารถนาจะเป็นเจ้าหญิงที่มีความสุขมากที่สุดในโลก...เธอยอมเป็นคนธรรมดาที่มีความสุขไม่มากที่สุดในโลก แต่ไม่น้อยไปกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน
เพียงแค่อิเอมิทสึมีความสุข เธอก็มีความสุขแล้ว
โทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงสั่นเครือปลายสาย อิเอมิทสึสะดุ้งสุดตัวจนแทบทำอะไรไม่ถูก ตัวเขาเองเพิ่งกลับมาบ้านไม่กี่วันเท่านั้น ทั้งภรรยาก็ไม่ได้สนิทกับฝ่ายนั้นมากมายจึงไม่รู้ข่าว
นานะปราดเข้ามาช่วยคุยเมื่อเห็นว่าอิเอมิทสึนิ่งไป เธอจดสถานที่อย่างละเอียดก่อนจะกระวีกระวาดไปแต่งตัว แต่โดนอิเอมิทสึยั้งไว้ก่อน
"ดูลูกเถอะ...ฉันไม่อยากให้ลูกไป...เขาจะรู้สึกไม่ดีได้" นานะมองใบหน้าเศร้านั้นอย่างไม่ไว้ใจ "กลับไม่ดึกหรอก แค่ช่วยงานเสร็จ...ขอโทษนะ"
เธอพยักหน้าแม้จะคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องขอโทษเธอเลยแม้แต่น้อย นานะหันไปตกลงกับลูกชายว่าเธอจะพาไปกินไอศกรีมข้างนอกและได้เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกลับมา
อิเอมิทสึยิ้มจางๆก่อนจะเปลี่ยนชุดและออกจากบ้านไป
ทั้งๆที่คนที่สูญเสียไม่ใช่เขา แต่กลับรู้สึกปวดใจ รู้สึกหวิวๆเหมือนในหัวใจมันว่างกลวง เขาไปถึงบ้านหลังนั้นเร็วที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ และเจอร่างบางยืนสงบนิ่งในชุดสีดำสนิทหน้าบ้านที่สงบเงียบไม่เหมือนที่ที่เป็น"ร้าน"เลยสักนิด
คำขอบคุณแสนแผ่วเบาเปรียบเหมือนมีดที่กรีดลงใจเขา ใบหน้าหมองนั่นยิ่งทำให้เขาทรมานใจ คนที่เขามองอยู่พูดคุยและยิ้มแห้งๆกับบรรดาแขกที่มาร่วมงาน แม้จะไม่มาก แต่สึโยชิดูเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด และไม่แปลกใจเลยถ้ามันจะเกิดจากสภาพของจิตใจ
สึโยชิรักหล่อนถึงขนาดนั้น...
เขาไม่ได้คิดจะอิจฉาหรือหึงหวง เขาเข้าใจ เพียงลองคิดว่า ถ้าเป็นเขา...ก็คงเศร้าไม่ต่างกัน
เป็นห่วง...เจ้าของไหล่เล็กที่ลู่ลง แววตาไม่ได้ทอประกายร่าเริง รอยยิ้มที่ไม่สดใส
ชีวิตครึ่งหนึ่งของสึโยชิที่หายไป...ใครก็แทนที่ไม่ได้...ไม่เว้นแม้แต่ตัวเขา
หวังเพียงแต่ว่าลูกชายตัวเล็กๆจะช่วยเติมเต็มทุกอย่างได้ แม้เพียงนิดก็ยังดี
"ปกติเธอก็ป่วยง่ายอยู่แล้ว" สึโยชิยิ้มเศร้า "เคยทำใจไว้แล้วล่ะ เธอเก่งมากๆเลยนะ ร่าเริงอยู่เสมอ ฉันชอบรอยยิ้มนั้น... ยิ่งเวลาเล่นแล้วเจ้าลูกชาย เธอยิ่งน่ารัก ขณะเดียวกันเธอก็เหมือนแก้วบางๆที่มีรอยร้าวรอวันแตก...ฉันทำอะไรให้เธอไม่ได้เลยสักอย่าง"
"นายทำได้ดีแล้ว อย่าคิดมากไปเลยนะ" รอยยิ้มอ้างว้างดูดีขึ้นตอนส่งมันมาให้เขา อิเอมิทสึพอใจที่เห็นว่าอีกฝ่ายดีขึ้น "งานจัดวันนี้วันสุดท้ายแล้วสินะ..."
สึโยชิพยักหน้า "ขอโทษนะที่ต้องรบกวน แต่ฉันไม่มีใคร..."
เพราะเหตุนี้ฉันถึงได้อยู่ตรงนี้...อย่างที่นายจะทำเพื่อฉันเช่นกัน
"ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ เพิ่งกลับจากฮ่องกงเมื่อคืนวานเอง ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ไม่งั้นคงมาเร็วกว่านี้" สึโยชิส่ายหัวกับคำพูดนั้น อิเอมิทสึตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง "แล้วลูกชายนายล่ะ? ฉันไม่เคยเจอเลยสักครั้งนะ"
"พูดถึงก็มาพอดี" สึโยชิหันไปยิ้มให้ลูกชายที่วิ่งเข้ามาอย่างเริงร่า เนื้อตัวมอมแมม "ไง...ไปเล่นเบสบอลมาอีกแล้วสิ"
สิ่งที่ได้คือใบหน้ายิ้มแย้มราวกับถอดแบบมาจากพ่อพยักหน้าเร็วๆ "คุณแม่ล่ะฮะ? แม่ไม่กลับมาสองวันแล้วนะ ผมว่าแม่ต้องคิดถึงอาหารฝีมือพ่อแน่ๆเลย ผมหิวแล้วด้วย"
"แม่อยู่บนฟ้าแล้ว ทาเคชิอยู่กับพ่อแค่สองคนไง" สึโยชิโยกหัวเด็กน้อยที่ทำหน้างงๆ
"งั้นแม่ต้องอิจฉาผมแน่ที่ได้กินข้าวฝีมือพ่อทุกวัน ผมกินเผื่อแม่ด้วยได้ไหมฮะ?" สึโยชิพยักหน้าตอบลูกชายก่อนจะหันไปแนะนำให้อิเอมิทสึรู้จัก
แล้วอิเอมิทสึก็ได้รู้ว่าเด็กคนนี้ราวกับโคลนนิ่งมาจากตัวพ่อเลยเชียวล่ะ โดยเฉพาะรอยยิ้มกับทรงผม "ต้องอยู่กับพ่อแทนคุณแม่นะ รู้รึเปล่า?"
เด็กน้อยพยักหน้า "ผมไม่ทิ้งคุณพ่อไปไหนแน่ๆ คุณลุงก็ด้วยใช่ไหมฮะ?"
อิเอมิทสึพยักหน้ากับคำพูดซื่อๆนั้น เขามองสึโยชิเดินนำเด็กน้อยให้ไปอาบน้ำและเตรียมตัวลงมาทานข้าว
ทันทีที่สึโยชิปิดประตูห้องน้ำให็เด็กชาย เขาก็เข้ามาคว้าร่างนั้นเข้ามากอดแน่น กระซิบปลอบใจข้างหู รู้สึกได้ถึงตัวร่างบางที่สั่นน้อยๆ ใบหน้าซบลงบ่าเขา
อิเอมิทสึพูดเปลี่ยนบรรยากากาศ "ฉันก็มีลูกชายนะ ไว้จะแนะนำให้นายรู้จักสักครั้งถ้ามีโอกาส ต้องเข้ากับลูกนายได้แน่ๆ"
"ถ้ามีโอกาสล่ะก็นะ..." สึโยชิพูด ดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดที่แสนคิดถึงนั้น "นายกับนานะโอเคใช่ไหม?"
"อย่าห่วงน่า พวกเราหวานชื่นกันดีอยู่แล้ว~" อิเอมิทสึหัวเราะเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงระรื่น
"อย่าให้เธออยู่คนเดียวบ่อยนักล่ะ" สึโยชิพูดเตือน "นายยิ่งไปทำงานที่อื่นบ่อยอยู่ด้วย"
"ฉันรู้..."
สุ้มเสียงนั้นทำให้ทุกสิ่งเงียบลง สึโยชิอดไม่ได้ที่จะพูดกับตัวเองในใจว่าเขาสุดแสนจะคิดถึงน้ำเสียงนี้จนหัวใจคลอน ยิ่งห้ามสายตาไม่ให้สบตายิ่งยาก...แววตาแบบที่เขาไม่ได้เห็นมานานแสนนาน
เขาเคยนั่งปล่อยเวลา ปล่อยตัวเองให้ตกอยู่ในความทรงจำล้ำค่า และได้รู้ว่าเขามีความสุขกับมันมากแค่ไหน แม้ว่ามันจะเจ็บปวด แต่มันเรียกรอยยิ้มจากเขาได้เสมอ คือแหล่งรวมพลังใจให้เขาทำหน้าที่ของมนุษย์คนนึงได้ดีต่อไป
ไม่เคยคิดเสียดายว่าได้รู้จักกันช้าไป หรือเสียดายความสัมพันธ์ หรือวันเวลา เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้เขาได้มีวันนี้ ไม่ใช่โชคชะตาเล่นตลก แต่เป็นพวกเขาเองที่เลือกเดิน
มือซ้ายของสึโยชิถูกคว้าขึ้น อิเอมิทสึจุมพิตลงบนแหวนเกลี้ยง "นายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว นายมีลูกต้องดูแล...และมีฉันที่จะคอยช่วยพยุงนายอยู่เสมอ"
และมีความรู้สึกของเราที่ไม่เคยจางหาย
"นายพึ่งพาฉันได้ แต่ฉันรู้ว่านายไม่ทำแน่" อิเอมิทสึหัวเราะกับคำพูดตัวเอง "ฉันจะเป็นกำลังให้นายเอง กำลังใจและความรู้สึกของฉันส่งให้นายเสมอมาและเสมอไป..."
"นายก็ทำมันตลอดอยู่แล้วนี่" สึโยชิดึงมือตัวเองคืน รู้สึกว่าแหวนร้อนผ่าวขึ้นมา "ดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดีรู้ไหม แล้วถ้าอยากกินซูชิเมื่อไหร่ก็มาได้เสมอ"
พวกเขาหัวเราะให้กัน อยู่ในวังวนที่ไม่มีจุดจบ ไม่มีจุดเริ่มต้น มีแต่คำว่า เสมอมา และเสมอไป
.
.
.
.
ฟันเฟืองของพวกเราไม่เคยหยุดลง
มันเพียงแต่หมุนอยู่ช้าๆเท่านั้น..
+ END +
Talk :
อะไรจะสั้นขนาดนี้ (ฮา) มันคือความมั่วบังเกิดค่ะ อ่านแล้วอย่าคิดหาข้อเท็จจริงเลยค่ะ เดี๋ยวจะรู้ว่าคนแต่งมันมั่วตั้งกะต้นจนจบ (เราไม่รู้จักแม่ของทาเคชิ....ไร้ข้อมูลที่สุดดดดดดดด ใครรู้ช่วยแบ่งปันทีนะคะ เผื่อใช้กับเรื่องสั้นของคู่นี้คราวหน้าค่ะ
)
อ่านแล้วงงๆกันรึเปล่าคะ? ช่วงนี้เหมือนว่าแต่งวกไปวนมาชอบกล (ทำงานไปแต่งไป...มันก็ยังมึนๆ
) แถมเปรียบเปรยมั่วไปเรื่อย จนคิดๆอยู่เลยว่ามีอะไรบ้างที่เราไม่ได้มั่ว......
สำหรับคู่นี้ มันไม่ใช่ความรักที่ไม่สมหวังนะ...
ไม่ได้หมายความว่ารักที่สมหวังคือการที่คู่รักได้อยู่ด้วยกันตราบชั่วฟ้าดินสลายสักหน่อยนี่? รักกันแต่ต้องแยกจากกัน...มันก็แยกแค่ตัวไม่ใช่เหรอ?
อาจจะมีแค่เราคนเดียวก็ได้นะที่คิดแบบนี้ (แหะๆ) เพราะตัวเราเองไม่ได้ยึดติดว่ารักกันแล้วต้องไส้ติดกัน รักกันแล้วแยกจากกันไม่ได้ รักกันแล้วจะต้องมีเรื่องความสัมพันธ์บนเตียง
เรามองคู่นี้ว่า ยังไงทั้งสองคนก็ยังรักกันอยู่ดี ถึงแม้จะต้องห่างกัน ต่างฝ่ายต่างแต่งงานก็เหอะ
เฮ้ย!! แล้วอย่าหาว่านี่เป็น "ชู้ทางใจ" นะ เพราะมันไม่ช่ายยยยยยยยยยยยยยยย *ขนลุก*
เอาเถอะ...เราไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอกนะ ข้ามมันไปเหอะ....
.
.
.
อะไรนิดหน่อยที่ว่า.......
สักวันคงเอามาลง....
ไม่ได้หมายถึงรูปนะคะ (ฮา) หมายถึงนับถอยหลังวันลงฟิคครั้งต่อไปค่ะ (อ้าว..เฮ้ย......)
แม้จะเป็นเรื่องสั้น ก็ช่วยติดตามด้วยนะคะ
ทิ้งท้าย...
ขอบคุณคนในรูปกับตากล้องที่ถ่ายมานะคะ (ยิ้ม)

(เลือดพุ่ง)








แล้วรูปล่ะเฮ้ย รูปล่า~
ฟิคเืรื่องอื่นด้วย *โวยวายๆ*
ว่าแต่....ฮือออ คุณพ่ออออ คุณป๊าาาาา ชั้นเกลียดแกเล็กน้อย ทำชั้นเสียน้ำตาหลายที ฮือออ เลวววววววว
#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-09-08 10:02