[Reborn fanfic] : Untitled The Series # Day 1
posted on 15 Sep 2008 15:36 by felon in Reborn
[Reborn fanfic] : Untitled The Series # Day 1
Main : 8059
Type : Y
Rate : NC-13
________________________________________
"แค่ก..."
ร่างบางนอนซมบนเตียงส่งเสียงไอเป็นระยะๆ มองทุกอย่างเบลอไปหมด เหมือนทุกสิ่งหมุนคว้างน่ามึนหัว
รู้สึกปวดตุบๆแถวขมับ มีก้อนเหนียวๆอยู่ที่คอ ลิ้นไม่รับรส เรี่ยวแรงหดหาย ขนาดสมเพชตัวเองที่ว่า แค่จะไปเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาลดไข้ตัวเองยังทำไม่ได้ ลองลุกดูแล้วก็แทบล้มทั้งยืน เกินจะทรงตัวไหว
เกลียดการเป็นหวัด มันทำให้เขาทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตั้งแต่ตื่นมาคือการโทรไปบอกรุ่นที่สิบว่าเขาไม่สบายและไม่สามารถไปโรงเรียนได้
"โว้ย....แย่ชะมัด..."
ขนาดจะโวยวายยังออกมาเสียงอ่อยๆ ถึงแม้เตียงจะนอนสบายแต่เขาก็ไม่ได้อยากฝังตัวเองอยู่กับเตียงตั้งแต่แปดโมงถึงเที่ยงหรอกนะ (แม้จะหลับๆตื่นๆก็เหอะ)
ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาหิว! เสียงกระเพาะอาหารร้องครวญมาเกือบชั่วโมงแล้ว ไอ้ครั้นจะไปทำอะไรกินเองง่ายๆอย่างโจ๊กคัพก็อาจเพิ่มภาระให้ตัวเองโดยการทำความสะอาดครัวเพราะทำหกก็เป็นได้
ลองโทรไปหาจามาลก็ปรากฏว่าปิดเครื่องพร้อมข้อความอัตโนมัติที่ว่า "ไปเดทกับสาวสวย" ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง
โกคุเทระรู้สึกร้อนๆหนาวๆ นอนห่มผ้าก็เหงื่อออก จะไม่ห่มก็หนาว น่าหงุดหงิดเป็นที่สุด คอที่แห้งจะเป็นผงก็แสบคันจนต้องไอออกมา อยากได้น้ำสักแก้วแต่ก็ไม่มีแรงลุกไป
กะอีแค่ไม่ได้นอนแค่คืนเดียวซึ่งก่อนหน้านั้นตากฝนมานิดหน่อยเท่านั้น ไม่คิดว่าจะต้องเป็นหนักเท่านี้ ทำไมอยู่ดีๆร่างกายถึงได้ไร้ภูมิต้านทานโรคขนาดนี้ได้ก็ไม่รู้
คิดแล้วก็หวนนึกไปถึงอีกคนแล้วก็หัวเราะแกนๆ อย่างไอ้บ้านั่น...ต่อให้ตากฝน โดนหิมะถล่มใส่ แช่น้ำเย็น ก็คงไม่เป็นอะไรแหงๆ เพราะมันทั้งบ้าทั้งโง่!
โว้ย! แล้วอยู่ดีๆคิดถึงทำไมวะเนี่ยยยย หงุดหงิดๆๆๆ
เสียงกดออดดังขึ้นยิ่งทวีความหงุดหงิดให้คนบนเตียง ในหัวสั่งการทันทีว่าให้ช่างหัวมัน ไม่ว่าไอ้ตัวที่อยู่หน้าประตูจะเป็นอะไรก็ตาม เขาไม่มีแรงจะลุกไปอัญเชิญเข้ามาแน่ๆ ถ้าอยากเข้ามานักก็ให้มันทางหาเอาเอง
เหลือบมองนาฬิกาก็รู้ว่าป่านนี้ทางนั้นคงเริ่มเข้าเรียนคาบบ่ายกันแล้ว แถมมีเทสย่อยอีกตะหาก ไม่รู้ว่ารุ่นที่สิบจะมีใครติวให้ตอนช่วงพักไหม แล้วไอ้มนุษย์เบสบอลนั่นมันจะเอาตัวรอดได้ยังไง
เฮ่อ...สองคนนี้คงต้องอยู่ซ่อมตอนเย็นแหงๆอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้างั้นกว่ารุ่นที่สิบจะมาเยี่ยมเขาก็คงดึกเลยล่ะสิ!
"รบกวนด้วย~"
โกคุเทระสะดุ้งเฮือก หันไปมองคนตายยากที่กำลังถอดรองเท้าเดินมาทางเขา
ไม่ตาฝาดก็ต้องหูบอดกันมั่งล่ะงานนี้ อยู่ดีๆไอ้หมอนี่จะเสนอหน้ามาได้ไง? แล้วโรงเรียนล่ะ? รุ่นที่สิบล่ะ? เทสย่อยล่ะ? แล้วเข้ามาได้ยังไงล่ะ?!!!
มองเห็นถุงในมือผู้มาเยือนก็พอเดาออกว่าเจ้านี่คงแวะซื้ออะไรมาให้เขาแหงๆ ขอเป็นของกินที่ไม่ใช่ผลไม้แล้วกัน เพราะตอนนี้กระเพาะเขาคงย่อยตัวเองจนหมดไปและกำลังเริ่มย่อยลำไส้แล้ว
ว่าแต่นี่เขาไม่ได้เบลอไปเองใช่ไหม?? มีอย่างที่ไหน คิด ไม่สิ.. นึกถึงไม่ทันไรก็โผล่หัวแถมทั้งตัวพร้อมของฝากมาเฉยเลย!
"นายเป็นไงมั่ง? ท่าจะแย่นะ นอนซมแบบนี้" ถามเองตอบเองเสร็จสรรพ มือทาบหน้าผากร้อนแล้วถอนหายใจ "เอาเถอะ ฟังเสียงท้องของนายแสดงว่ายังไม่ได้กินอะไรใช่มั้ย? ฉันซื้อโจ๊กมาให้จะได้ย่อยง่ายๆหน่อย ว่าแต่กล่องยาอยู่ไหน?"
คนถามไม่รอคำตอบ เดินไปหาเองเฉยเลย ปรอทวัดอุณหภูมิถูกยัดใส่ปาก คนตัวสูงฮัมเพลงพลางเทโจ๊กหมูใส่ชาม หาของอะไรคล่องแคล่วประหนึ่งอยู่บ้านตัวเอง
คนนอนอยู่มึนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ หรือเขาอาจจะโดนพิษไข้เล่นงานจนสมองประมวลผลไม่ทัน??
"39.4 องศา?! จะมากไปหน่อยมั้ยโกคุเทระ??" คนพูดเก็บปรอทลงกล่องยาโดยไม่ลืมที่จะไปล้างให้เรียบร้อย "ยังไงก็กินก่อนแล้วกันแล้วค่อยกินยา ว่าแต่ที่บ้านนายมียาอะไรมั่งเนี่ย?"
ดวงตาสีเขียวมองคนตัวสูงที่เดินวุ่นอยู่ในบ้านเขาอย่างมึนๆ
รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกระลอกซะแล้วสิ...
"ลุกไหวมั้ย? มา...ฉันช่วยพยุงดีกว่าเนอะ" พูดไม่ทันจบก็เข้ามาประคองพร้อมจัดแจงหมอนให้หนุนหลังอีกคนในระดับที่พอดี หันรีหันขวางหาโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กมาตั้งบนเตียง วางชามโจ๊กร้อนๆ "เรียบร้อย~"
ร่างบางรู้สึกเหมือนยังไม่ตื่น เขามองทุกอย่างแบบงงๆ แต่พอคิดได้ว่าต้องกินก่อนแรงถึงจะมี น่าเสียดายที่โจ๊กมันร้อนเกินกว่าเขาจะกินได้ เลยต้องนั่งดมเอาแทน
คนนั่งข้างเตียงหัวเราะ ตักโจ๊กเป่าให้หายร้อนแล้วป้อนคนนั่งดมที่หิวท้องกิ่ว
"แบบนี้จะได้กินได้เร็วขึ้นไงเนอะ"
ถึงแม้จะไร้เรี่ยวแรงแต่ก็พอจะขมวดคิ้วได้อยู่ ตอนนี้ยังไม่มีแรงจะบ่นจึงได้แต่อ้าปากรับของกินใส่ท้องไปก่อน มองคนป้อนอย่างใช้ความคิด
ท่าทางร่าเริงเป็นปกตินี่มันอะไรกัน แล้วเจ้านี่มาห้องเขาบ่อยขนาดหานู่นหานี่เจออย่างง่ายดายเลยเหรอ?
ว่าแต่มันเข้ามาได้ยังไง? กุญแจก็ไม่เคยให้ แล้วก็มั่นใจด้วยว่าล็อคไว้ จะว่าเจ้าหมอนี่งัดเข้ามาก็ไม่มีทาง มันยากไปสำหรับสมองลูกเบสบอล
"แค่ก..แค่ก..."
พอจะพูดถามอะไรก็ออกมาเป็นเสียงไอซะหมดจนคนป่วยนึกเบื่อ อยากได้กระดานไวท์บอร์ดขึ้นมาทันใด ได้เขียนบ่นก็ยังดีกว่าเก็บกดแบบนี้
"อย่าเพิ่งพูดเลยน่า รู้นะว่าจะบ่น" คนพูดเหล่ตาทะเล้นมอง "เอาน่า...ใจร่มๆเข้าไว้ กินยาเดี๋ยวก็หายนะ"
ไม่ได้จะบ่นเรื่องนั้นเว้ย!!!
ทำได้เพียงส่งสายตาเขียวขุ่นไปให้คนยิ้มชะแล่มให้เขา วันนี้รู้สึกเสียเปรียบสุดๆ ด่าก็ไม่ได้ ไอก็ไอ คอก็เจ็บ เสียงก็ไม่มี โว้ย...ตัดลู่ทางหมดเลย!!
ขณะที่กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียนเป็นภาษา G หลอกด่าคนข้างตัวเสียหน่อย ริมฝีปากก็ถูกสัมผัสด้วยปลายนิ้วใครบางคนแถวนั้น
เม็ดข้าวบดละเอียดสีขาวบนนิ้วนั้นพอรู้ได้ว่าปากเขาคงเลอะ แต่สิ่งที่ทำเขาไข้ขึ้นก็คือ นิ้วที่เลอะนั้นถูกส่งเข้าปากเจ้าของมันเฉยเลย
ทำอะไรไม่ได้หรอกนอกจากเบือนหน้าไปทางอื่น รู้สึกหน้าร้อนผ่าวกว่าทุกที ท่าทางเขาจะอาการหนักนะเนี่ย
"กินยานี่ซะแล้วนอนพักล่ะ ขอโทษนะที่คงไม่ได้ผลเร็วเท่าลุงห้องพยาบาลมาดูเองน่ะ แต่ฉันคิดว่ามันก็พอช่วยได้นะ"
คนบนเตียงกลอกตาอย่างเหนื่อยใจ มือรับยามากลืนลงคอไปอย่างง่ายดาย แต่ไม่รู้ทำไม เห็นรอยยิ้มของคนข้างๆก็รู้สึกอยากประทุษร้ายสักทีสองที
ท่าทางยิ้มแย้มนั่นทำเขาหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก ราวกับจะเย้ยว่าขณะที่เขานอนซมแบบนี้มีอีกคนสบายใจสบายกายนั่งข้างๆด้วย
"นาย...แค่ก..เข้ามา..แค่กๆ"
"อย่าพูดเลยน่า เห็นแล้วเจ็บคอแทน ถ้าจะถามเรื่องเทสย่อย อ.เค้าเลื่อนไปน่ะ ฉันเลยโดดเรียนมาดูอาการนายไง บอกสึนะให้เก็บชีทไว้เผื่อนายแล้วด้วยนะ"
ไม่ได้จะถามเรื่องนั้นว้อย!!
"นายนี่ตอนป่วยก็น่ารักดีนะ เงียบเชียว" เขาจงใจเสียดสี แน่นอนว่าได้เสียงกัดฟันกรอดๆกลับมา "นอนเยอะๆจะได้หายเร็วๆ นายอยากได้อะไรไหม?"
"อย...แค่กๆ อยาก..แค่กๆ ..ต.."
"หือ?? อยากเช็ดตัว? ว่าแล้ว เหงื่อออกแบบนี้คงจะเหนอะตัวสินะ? รอแป๊บละกัน" พูดจบก็พลุนหายไปในห้องน้ำทันทีทิ้งให้คนป่วยในท่ากึ่งนั่งฮึดฮัดคนเดียว
ที่พูดน่ะคือ อยากเตะนายซักทีตะหากเล่า!!!
โอ๊ย...สวรรค์ชั้นไหนสร้างสรรค์ให้มันออกมาโง่ฟะ!!!
เอาเถอะ...เช็ดตัวก็ไม่เลว จะว่าไปแล้วก็สบายดีนะตอนมีคนมาทำนู่นทำนี่ให้ อย่างนี้ก็น่าเอามาเล่นดีแฮะ...
"มาแล้ว~~ เอ้า! ถอดเสื้อสิ" อ่างสแตนเลสขนาดเล็กถูกวางที่เดียวกับที่ชามเคยวางอยู่ ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาดมีกลิ่นสบู่ลอยคลุ้ง
คนฟังไม่ได้ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย เขานั่งเฉยรอให้อีกคนช่วยถอดเสื้อ
ร่างขาวซีดสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผ้าอุ่นสัมผัสตัว แต่ก็รู้สึกสบายกว่าเดิมและเริ่มงัวเงียจากฤทธิ์ของยา
"เอาล่ะ ช่วงบนเสร็จแล้ว" ไม่ทันได้สังเกตว่าบุรุษพยาบาลจำเป็นคนนี้ไปหยิบชุดใหม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ยอมให้ใส่ให้แต่โดยดี "ถอดกางเกงล่ะนะ"
คนหัวเงินพยักหน้าก่อนสะดุ้งตัว "เฮ้ย! แค่กๆๆๆ"
"ฮะ ฮะ ฮะ ล้อเล่นหรอกน่า แค่ถกขากางเกงขึ้นก็เช็ดได้แล้ว นายตกใจอะไรกัน"
เกลียดสายตาวิ้งวับนั่นชะมัด ไม่รู้ด้วยว่าในสมองกลมกลิ้งนั่นคิดอะไรอยู่ แต่จะยกโทษให้วันนึงก็ได้ที่อุตส่าห์โดดเรียนมาดูแลเขา (ไม่ก็ขี้เกียจเรียน เขาเลยเป็นข้ออ้างชั้นยอดในการโดด)
โกคุเทระสบายตัวจนอยากนอน เขาปรือตามองร่างสูงที่จัดการเก็บของอะไรจนเรียบร้อยกระทั่งมาช่วยขยับจัดหมอนลงนอนอย่างสบายตัว
"นอนซะ ฉันจะเฝ้าให้เอง~" ร่างสูงรั้งผ้าห่มให้ถึงคอ มองคนตาปรืออย่างขำขัน ก็มันน่ารักน้อยชะเมื่อไหร่ล่ะ "หายเร็วๆนะ ฉันคิดถึงเสียงนายจัง"
เจ้าบ้า! เมื่อกี้ยังบ่นว่าสบายหูอยู่เลย สงสัยจะโรคจิตชอบให้เขาด่ารึไงกัน?
"นอนไปซะ ทำตาปรือๆเป็นแมวง่วงแบบนี้มันน่ารักนะรู้รึเปล่า?"
คนฟังได้สติทันที หายง่วงไปราว 59% อยู่ดีๆใครใช้ให้ยิงมุกแบบนี้มากัน?? แล้วแบบนี้ใครจะนอนลง!
แล้วไหนจะสายตาที่มองเขาอยู่อีกล่ะ! ต่อให้ตายก็ตายไม่ลงหรอกเว้ย!
"ฮะ ฮะ หน้าแดงเชียว ไหนดูซิไข้ขึ้นรึเปล่า?"
แทนที่จะเอามือทาบตามปกติ กลับใช้หน้าผากตัวเองทาบแทน คนป่วยถึงกับหน้าร้อนวูบวาบเกรงว่าไข้จะขึ้นสูงมากไปกว่านี้
ปลายจมูกสัมผัสกันแผ่วเบา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบขึ้นสบตาเขาพร้อมรอยยิ้ม
"เอาหน้าออกไป แค่กๆๆ ไกลๆ แค่กๆ เลย" โกคุเทระพูดอย่างคนไร้ทางหนี เพราะถ้าเขาเบือนหน้า จมูกโด่งนั่นก็โดนแก้มเขาพอดีสิ!
ริมฝีปากที่ขยับราวกับจะพูดอะไรบางอย่างนั้นทำให้เขาตาลาย สมองเคว้งคว้างไปหมด ทั้งยังกลัวแรงดึงดูดปริศนาที่จะทำให้เขาอยากสัมผัสมันด้วย
"รู้รึเปล่าว่าถ้าทำให้คนอื่นติดหวัดแล้วตัวเองจะหายเร็ว"
พูดแบบนี้มันพาซื่อชัดๆ!!
โกคุเทระแทบจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษาอิตาลีให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่กลัวขยับนิดชีวิตเปลี่ยน สถานภาพตอนนี้มันล่อแหลมเหลือเกิน
"นอนเถอะ" ถึงจะถอยตัวออกไปแล้วแต่สายตากับรอยยิ้มยังส่งมาให้เขาเหมือนเดิม
ร่างบนเตียงส่ายหน้า สื่อความหมายได้ว่ายังไงก็นอนไม่หลับ ท่าทางน่ารักแบบนี้ทำให้ยามาโมโตะอดไม่ได้ที่จะสัมผัสมัน
ใบหน้าที่ร้อนเพราะพิษไข้แดงระเรื่อเหลือบตามองคนที่ลูบผมและทาบใบหน้าเขา ตัวแข็งนิ่งเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
เพราะไข้หวัดแน่ๆที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ อยู่ดีๆก็โอนอ่อนตามไปกับรสจูบแสนหวานที่ไม่เร่งเร้า
"ทีนี้ฉันจะได้เป็นหวัดแทนนายไง" ไม่พูดเปล่า ขอของแถมเป็นกลิ่นหอมๆจากแก้มนิ่มอีกด้วย "หลับซะ ตื่นมาจะได้หาย"
**
โกคุเทระตื่นมารอบกายก็มืดไปหมด เขายันตัวขึ้นพิงหัวเตียงคร้านจะไปเปิดไฟก็ขี้เกียจ
ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมาแล้ว จะด้วยยาของจามาลที่ชอบใส่ประเคนลงกล่องยาเขาหรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เขาไม่รู้สึกปวดตามเนื้อตัว จับหน้าผากตัวเองก็ไม่ค่อยร้อนเท่าตอนเช้า
เสียงท้องร้องทำให้รู้ตัวว่าเขาตื่นเพราะอะไร
แล้วก็นึกขึ้นมาได้เมื่อมองไปรอบๆก็ไม่เห็นเจ้าคนที่มาป่วนเขาเมื่อกลางวันเลย
คงกลับไปแล้ว...เดาแล้วก็หงุดหงิด แล้วมื้อเย็นของเขาจะเอาจากไหนล่ะ! ทำไมเจ้าทึ่มนั่นกลับไปโดยไม่โยนข้าวเย็นไว้ให้เขา สถาพแบบนี้จะมีปัญญาออกไปซื้อเองได้ยังไง??
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำเอาเจ้าของห้องสะดุ้ง และยังไม่ทันขยับตัวประตูก็ถูกเปิด
ร่างสูงคุ้นตาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ในมือมีมื้อเย็นติดมาด้วย นั่นทำให้โกคุเทระโล่งอกว่าเขายังไม่ได้อดตาย
ว่าแต่มันเข้ามาได้ยังไง?!(อีกครั้ง)
"นาย แค่กๆๆ ว..แค่ก ว้อยยยย แค่กๆๆ" ทำเอาหมดอารมณ์จะพูด นึกเซ็งขึ้นมาทันที ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะยิ่งหงุดหงิด
"ฮะ ฮะ ฮะ อย่าฝีนนักเลยน่า ฉันเอากระดาษกับปากกามาให้เขียนเอาไหม? เผื่อนายอยากได้อะไรเพิ่มเติม"
พระเจ้า!!! ลูกเบสบอลในหัวมันมีรอยหยักแล้ว!!
ขอบคุณเทพเจ้าแห่งเบสบอลบ้าบอที่ทำให้มันมีความคิด! นานๆทีจะพูดอะไรฉลาดถูกใจน่าให้รางวัล!
ว่าแล้วก็เลิกทำหน้ายุ่ง ยิ้มให้เสียหนึ่งทีแล้วแบมือ แปลได้ว่า เอามาเดี๋ยวนี้
ยามาโมโตะไม่ทำให้อีกฝ่ายรอนานแม้แต่เสี้ยววิ แต่ทันทีที่ของถึงมือโกคุเทระก็เขียนยิกๆๆด้วยความเร็วราวพายุ หนึ่งหน้ากระดาษเอสี่จึงเต็มภายในเวลาไม่นาน
ได้เขียนสิ่งที่อัดอั้นก็ทำให้โกคุเทระอารมณ์ดีขึ้นมาก เขายื่นแผ่นที่เต็มแล้วให้ไปอ่านพร้อมขอกระดาษแผ่นใหม่
ยามาโมโตะเหงื่อตกในใจสามเม็ดใหญ่ทันที แผ่นแรกที่เขาได้มามีแต่บ่น บ่น บ่นและบ่น บ่น เรียกง่ายๆว่าระบายความรู้สึกทรมานตอนเป็นหวัดมาทั้งกระบิ
อ่านไม่ทันถึงครึ่ง แผ่นที่สองก็ส่งมา แผ่นนี้มีประโยคเดียว ตัวใหญ่ๆ
'แกเข้ามาได้ไงวะห๊ะ?!!'
"ก็เมื่ออาทิตย์ก่อนนายปั๊มกุญแจกันหายสำรองเอาไว้ ฉันเลยบอกคนขายว่าเอาเพิ่มอีกอันเก็บไว้เอง"
คำตอบพาซื่อทำเอาคนฟังปวดหัวจี๊ด จรดปากกากับกระดาษแผ่นใหม่ทันที 'ใครใช้ให้แกทำแบบนั้นกัน? หา?'
"ก็เผื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไง ไม่เสียหายอะไรนี่นะ ฉันไม่มาตอนนายไม่อยู่หรอก เพราะถ้านายไม่อยู่ ฉันก็ไม่รู้จะมาทำไมเหมือนกัน" คนพูดยักไหล่ไม่ปล่อยให้หายใจทิ้งขว้าง เขาจัดการเทมื้อเย็นไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมกิน "อย่ามัวแต่เขียนอยู่เลย กินก่อนนะ"
อยากเขียนต่อแต่ท้องมันครวญค้าน เลยจำยอมวางปากกาลง อ้าปากรับอาหารอุ่นๆลงท้อง
เดี๋ยวสิ...นี่ยังต้องป้อนอีกเหรอ?
"ป้อนสิ เพราะว่าฉันอยากป้อน" คนอ่านพูดตอบทันทีพร้อมยิ้มให้ "นานๆทีนายอ้อนบ้างก็ได้นี่นา"
ใครจะอ้อนนายกัน? นี่ยังไม่ได้อ้อนเลยนะ มาทำให้เองตะหาก
ดวงตาสีเขียวส่งค้อนหนึ่งวงให้คนหลงตัวเอง
"อย่าเพิ่งเถียง รีบกินก่อนมันจะเย็น แล้วกินยา คิดว่าตื่นมาอีกทีนายคงมีเสียงมาด่าฉันแล้วล่ะ"
โกคุเทระก็หวังไว้อย่างนั้น
ที่ไหนได้เขากลับนอนไม่หลับซะนี่ อาจจะเป็นเพราะร่างกายเขาไม่ชินกับการนอนมากเกินไป ตาเลยค้างเติ่งอยู่แบบนี้ แถมจะขยับมากก็ไม่ได้ มือข้างหนึ่งโดนอีกคนที่ฟุบหลับข้างเตียงกุมไว้ตลอดเวลา ถึงแม้มันจะอบอุ่น แต่ว่ามันก็เจ็บใจยังไงบอกไม่ถูก
“เจ้าบ้า...เบส...แค่กๆ..บอล” เสียงไอทำให้คนนอนอยู่ตื่นได้ไม่ยาก ที่เขาต้องการจะสื่อคือ อยากให้ปล่อยมือ ถ้ายังจับอยู่แบบนี้ก็หันไปไหนไม่ได้ พลิกตัวไม่ได้ นอนไม่สบายเอาเสียเลย
เหมือนว่าอีกคนจะเข้าใจ เขาขยับตัวร่างบางให้เข้าไปอีกนิด แล้วย้ายตัวเองลงไปนอนข้างๆเสียอย่างนั้น เล่นเอาโกคุเทระทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันละเมอหรือว่ามันแกล้งเนียน อยากถีบให้ตกเตียงแต่แรงก็ไม่พอ วงแขนอุ่นคว้าร่างบางกอดไว้ ใบหน้าซุกลงซอกคอขาว ดวงตาสีเขียวเทาเบิกกว้าง นับถือความไร้สติคนข้างตัวตัวพอๆกับรังเกียจ
ไม่รู้หรอกว่าจงใจหรือละเมอแต่ขอทีเหอะ
ที่โกคุเทระอยากจะทำก็คือโหม่งหัวเจ้าหน้าโง่สักที
กลายเป็นว่า นอกจากจะไม่เจ็บตัวแล้ว ยังเสียจูบให้อีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ แถมตัวก็โดนล็อคไว้แบบนี้ จะทำยังไงได้นอกจากใช้แรงดิ้นเท่าที่จะทำได้
ผลที่ได้คือยามาโมโตะลืมตามองอย่างงัวเงียแล้วหลับต่อด้วยหน้าตาประหนึ่งว่าฝันดีสุดชีวิต!
เอาวะ..ช่างมันแล้วกัน เริ่มเหนื่อยแล้วด้วย คิดไปคิดมามันก็พอโอเคอยู่หรอก ไว้หายดีก่อนแล้วค่อยเอาเรื่องแล้วกัน
พูดในใจผ่านไปยังไม่ทันสามวิ ร่างบางสะดุ้งสุดตัว ถ้าไม่ติดว่าเก๊กอยู่นี่อาจมีกรี๊ดขึ้นมาได้เพราะว่าสัมผัสชวนสยองที่เอวเขาน่ะสิ!
เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน! แบบนี้มันผีขี้เนียนชัดๆ!!! มือสอดเข้าชายเสื้อมาถึงบริเวณอก คนโดน'ผีขี้เนียน'อำถึงกับอยู่เฉยไม่ได้ แต่ก็ดิ้นไม่ได้เช่นกัน
หัวใจเต้นรัวกระหน่ำยิ่งกว่ากลองสะบัดชัย ทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นได้ก็ไม่รู้ ไม่สิ!! มาตื่นเต้นอะไรตอนนี้ แบบนี้มันรังแกคนป่วยชัดๆ!
"อ...อย่า..แค่กๆๆ" อยากจะเอากระดาษมาเขียนแต่คิดว่ามันคงไม่อ่านแหงๆ แต่จะโวยวายก็ออกมาเป็นเสียงไอไปซะหมด จะปล่อยไปเฉยๆก็ไม่ได้ โว้ย! ทำไมมันตันอย่างนี้!! "ยามะ..แค่กๆๆ ยามาโมโตะ!! แค่กๆๆๆ!!!"
"อย่าพูดสิ...ยิ่งไอยิ่งเจ็บคอนะ..." มืออีกข้างมาจากไหนไม่รู้ปิดปากเขาไว้ จมูกซุกไซร้ซอกคอร้อนผ่าวของเขา
มันตอแหลนนนนน!!!!!! มันไม่ได้หลับแต่แรกแล้วไอ้จอมขี้เนียน! โว้ย! ไม่รู้จะด่ามันว่าอะไรดีแล้ว แต่ตอนนี้ต้องห่วงสวัสดิภาพตัวเองก่อนสินะ...
คิดได้แล้วก็จะกระถดหนี แน่นอนว่าระยะทางมากที่สุดที่ทำได้ก็ประมาณสี่เซนติเมตร...ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
"อ..อย่านะ..แค่กๆ" โกคุเทระพยายามเต็มที่ที่จะกลั้นไอตัวเอง ทำให้เสียงออกมาดูเชิญชวนบอกไม่ถูก ยิ่งตอนนี้กางเกงเนื้อบางของเขาตอนร่นหลุดสะโพกไปแล้วด้วย
"เรียกเหงื่อจะได้หายเร็วๆไง"
สัมผัสของเขาทำให้โกคุเทระอ่อนยวบ แม้ใจจะขัดขืนแทบดิ้นตาย สมองชาญฉลาดหมุนติ้วไม่เป็นท่ากับน้ำเสียงเจ้าชู้แบบนั้น พางงไปว่านี่เขาอยู่กับใครกัน?
ความเนียนระดับเทพ ไหลลื่นชั้นเซียน นี่ใช่ยามาโมโตะแน่เหรอเนี่ย!? เสียงทุ้มดังข้างหูนั่นทำเอาใจไหว กอปรกับสัมผัสหวามนี่อีก แบบนี้เขาจะหนีไปไหนได้ยังไงกัน?
ในใจตอนนี้กึ่งแย้งกึ่งคล้อยตาม ไม่สำคัญเท่าร่างกายที่ไปตามอีกฝ่ายชักพาหมดสิ้น ปากที่คิดจะต่อว่าต่อขานกลับเปิดอ้าลอดเสียงครางออกมาแทน ลมหายใจร้อนจากพิษไข้กลับร้อนกว่าเดิมด้วยแรงอารมณ์ เสียงหอบกระเส่าดังพร้อมเสียงสัมผัสเปียกชื้นด้านล่าง
ใบหน้าแดงระเรื่อลุกลามยันใบหูนิ่มที่ร่างสูงขบเม้มเบาๆ ผ้าห่มถูกปัดไถลไปอยู่ที่ปลายเท้า แขนขาวดึงรั้งมือที่กำลังวุ่นวายอยู่กับช่วงล่างซึ่งไม่เกิดผลอะไร เจ้าของแรงรั้งเริ่มงงตัวเองแล้วว่ากำลังพยายามดึงออกหรือกำลังเรียกร้องให้สัมผัสมากกว่าเดิมกันแน่?
ขาเรียวถูกรั้งขึ้นพาดไหล่คนคุกคามที่สอดประสานจังหวะเนิบนาบชวนเคลิ้มฝันทั้งยังยั่วให้คนข้างล่างเร่งเร้าทรมานไปพร้อมกัน
โกคุเทระไม่รู้ว่าทุกอย่างจบลงตอนไหน จำนวนรอบคือเท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจ สติหลุดไปตอนไหน ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน
ที่รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีคือสัมผัสอุ่นจากผ้าขนหนูที่เช็ดตามเนื้อตัวให้เขา แสงที่ลอดเข้ามาในห้องทำให้พอกะเวลาได้ว่าน่าจะเป็นเช้าวันใหม่ กลิ่นหอมของมื้อเช้าก็เรียกให้ท้องประท้วงได้ไม่ยาก
ดวงตาเหลือบมองคนที่ก้มๆเงยๆข้างตัวเขา อยากจะด่าแต่ก็หมดแรง รู้สึกคอแห้งผากถึงพูดขอน้ำด้วยเสียงลม ร่างสูงก็จัดแจงให้อย่างรวดเร็ว
ถ้าไม่ได้ละเมอ เขาว่าเขากำลังเห็นสีหน้าสำนึกผิดอยู่บนหน้าโง่ๆนั่นนะ...
"นี่แก...แค่กๆ...ทำหน้าแบบนั้นหมายความ แค่กๆๆๆ ว่าไง แค่กๆ ห๊ะ?" ร่างบางยันตัวเองนั่งพิงหัวเตียงซึ่งมีคนคอยบริการหมอนอิงพิงดังใจ
"ขอโทษนะ...เมื่อคืน..." โกคุเทระฟังแล้วหน้าแดงวาบขึ้นมา "รู้ตัวอีกทีก็ตอนนายร้องเสียงดัง...ฉันคิดว่าฉันฝันซะอีก..."
คนบนเตียงนิ่งอึ้งด้วยไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าดี เลยพูดออกไปแค่ว่า "ถ้าจะละเมอ แค่กๆ..ก็ไปนอนก่อน แค่กๆๆ พ่อแกสอนไว้ไม่ใช่เหรอ? พูดอะไรของแก..แค่กๆๆ..ห๊ะ? แค่กๆๆ"
"ขอโทษจริงๆ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงนี่" อยู่ๆโกคุเทระก็เห็นภาพหูลู่หางตกขึ้นมาทาบคนตรงหน้า ทำให้ดูตลกดีเหมือนกัน "ถ้านายเป็นหนักกว่านี้ ฉันจะทำยังไง?"
"ฉัน..ก็..แค่กๆ ไม่เป็นไรนี่ เจ้าโง่! แค่กๆ" ใบหน้าแดงระเรื่อนิดๆ ไม่ได้อยากจะปลอบใจ แต่เห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วมันเห็นใจยังไงชอบกลอยู่ "แกก็ไปเรียน แค่กๆๆ ได้แล้ว..."
ยามาโมโตะยกข้าวเช้ามาให้แล้วคว้ากระเป๋านักเรียนขึ้นสะพาย "งั้นเย็นนี้...ฉันมาหานายอีกได้ใช่ไหม?"
"เออ...ไปๆซะที แค่กๆ"
มองหน้าจ๋อยๆเดินไปทางประตูแล้วก็จนใจ ในหัวกลมๆของมันต้องเอาแต่คิดโทษตัวเองอยู่แน่ๆ
มือคว้ากระดาษกับปากกาตรงหัวเตียงขึ้นมาเขียนยิกๆๆแล้วหยุด มองข้อความที่ตัวเองเขียนสักพักก็ขยำกระดาษเป็นก้อนกลมก่อนเขวี้ยงใส่หัวคนหน้าโง่แล้วพลิกตัวลงนอนคลุมโปงทันที
ยามาโมโตะลูบหัวตัวเองป้อยๆ หยิบก้อนกระดาษขึ้นมาแล้วเดินออกจากประตูไป คลี่กระดาษยู่ยี่ออกอ่าน
'เลิกคิดมากได้แล้วเจ้าบ้า! ฉันไม่เป็นไร!!'
ร่างสูงหยุดยืนยิ้มเขินๆแทบไถตัวไปกับเสาไฟฟ้าข้างๆ ก่อนจะพับเก็บลงกระเป๋าเหลือบเห็นตัวเล็กกระจิ๋วที่มุมกระดาษยับ
'ตั้งใจเรียนแล้วรีบกลับมาล่ะ! (ฉันห่วงข้าวมื้อเย็นหรอกนะ ไม่ได้อยากเห็นหน้านายนักหรอก)'
ยามาโมโตะล้วงเอามือถือขึ้นโทรอย่างไม่คิด ต่อสายหาสึนะอย่างเร่งด่วน ขาก็ก้าวยาวไปทางที่เพิ่งเดินจากมา
ก็ทำตัว(น่ารัก)แบบนี้ จะให้เขาไปโรงเรียนได้ยังไงล่ะ?
+ END +
Talk :
เรื่องมันเกิดจากความเครียด.....
งานนรก ชีวิตบัดซบ แต่งฟิคไม่ออก(เรื่องใหม่น่ะ) โลกร้อน ปวดตับ เซี่ยงจี้อักเสบ
เลยเอาของ(อันน้อยนิด)ที่คงค้างในสตอกมาลง กลัวหยากไย่ขึ้นบลอค (ได้ข่าวว่าไม่แคร์....)
สิ่งแก้เครียด ดับอาการสติแตก หนีความจริงของเราคือการแต่งฟิค...
แต่นี่มันแต่งไม่ออก!!!! มันตัน!!!!! ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ทำไงดี๊~~~~~~~~~ =[]=llllllllll










แหมมม โลกร้อนนิดหน่อยเองแกก็ หึหึ
ไม่รู้จะพูดอะไรกับยามะคนนี้
จะขี้เนียนไปไหนคะคุ๊นนนนนนนน
"จะละเมอก็นอนก่อนเด้!!!!"
#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2008-09-15 15:58