[Reborn Fanfic]: Silt
posted on 21 Oct 2008 21:41 by felon in Reborn
[Reborn Fanfic]: Silt
Main : Romario*Kusakabe
Rate : PG-15
______________________________
เสียงมอเตอร์ไซด์900cc.ดังกระหึ่มกังวานไปทั่วถนน คนขี่อยู่ในชุดกักกุรันยาวสีดำเบนเลี้ยวตามเลนถนนมุ่งตรงกลับที่พัก
สายตาปราดมองชายชุดดำที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่หน้าโรงแรมหรู สะดุดตากับใบหน้าที่เขาเห็นบ่อยในช่วงไม่นานมานี้
ร่างสมส่วนตัดสินใจเหยียบเบรคอย่างนุ่มนวลสนิทหน้าโรงแรมพอดิบพอดี เขามองคนใส่กรอบแว่นบางยืนสูบบุหรี่อยู่แยกจากคนอื่นๆ
ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปหา คนถูกมองก็รู้สึกตัวเสียก่อน
"เจ้าหนูมือขวาเด็กโหดไม่ใช่เหรอ?" คนตัวสูงเดินเข้ามาใกล้ เขาบักมือทักอย่างอารมณ์ดีทั้งๆที่มีบุหรี่อยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง "มาทำอะไรแถวนี้?"
"ทางผ่านน่ะ เห็นเลยจอดทักน่ะครับ" เจ้าของผมทรงรีเจนท์ยิ้มเก้อๆ
"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว หาอะไรดื่มกันหน่อยไหม?"
บุหรี่ถูกขยี้ดับบนทรายเนื้อละเอียดที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ คนสูงอายุขยับแว่นเล็กน้อยและยังคงส่งยิ้มมาให้อย่างไมตรี
คุซาคาเบะพยักหน้าตอบก่อนจะนำมอเตอร์ไซด์สุดหวงให้พนักงานจัดการต่อ
บาร์ของโรงแรมอยู่ส่วนในชั้นล่าง เด็กม.ต้นมองผ่านร้านอาหารญี่ปุ่นก็นึกถึงคนบางคนที่นิยมชอบอาหารประเภทนี้ขึ้นมา
เขาชะงักเท้าเมื่อเห็นใบหน้าในความคิดอยู่ในร้านอาหารที่ว่านั้นเพื่อตรวจสอบความแน่ใจ ยังไม่ทันได้เห็นใบหน้าคนในร้านชัดๆ โรมาริโอ้ก็สะกิดเรียกเสียก่อน
"อะไรเหรอ? หรือว่าหิว?"
คุซาคาเบะส่ายหน้า และตัดใจเดินออกจากบริเวณร้าน เพราะเป้าหมายของเขาโดนหนุ่มผมที่ทองบังซะมิด
โรมาริโอ้ลดฝีเท้าหน้าทางเข้าบาร์ของโรงแรม ด้วยนึกขึ้นมาได้มาคนที่เขาพามาเพิ่งจะอยู่ม.ต้น
เขาหันไปทำท่าจะเปลี่ยนที่แต่เห็นเด็กที่กว่าถอดเสื้อตัวนอกออกและเดินเข้าบาร์นำเขาไปก่อนแล้ว
คนสูงกว่าขำออกมาอย่างอดไม่ได้
ทั้งคู่ดื่มด่ำไปกับของเหลวเลิศรส จมูกรับกลิ่นพอๆกับลิ้นที่ลิ้มความนุ่มลึกของรสชาติเยี่ยม
"ทำไมโรมาริโอ้ซังมาแถวนี้ล่ะครับ?" คุซาคาเบะเปิดประเด็น แต่คาดว่าคำตอบที่ได้คงไม่ต่างจากที่คิดไว้เท่าไหร่นัก
คนใส่แว่นยักไหล่ตอบ "ข้อแรก...ที่นี่มีร้านอาหารญี่ปุ่นระดับดีมาก ข้อสอง...บอสต้องหาที่พักที่ญี่ปุ่นในช่วงสองสามวันนี้"
คุซาคาเบะคาใจกับข้อแรกที่อีกฝ่ายพูดถึง ดีโน่ซังชอบอาหารญี่ปุ่น??
"แล้วที่ว่าเป็นทางผ่านนี่คือผ่านไปไหน? บ้าน?" โรมาริโอ้ไม่เปิดให้อีกฝ่ายสงสัยเรื่องอื่นนานนัก เขายิงคำถามต่อ
"ครับ เห็นโรมาริโอ้ซังแต่ไกลเลยแวะมาทักทายหน่อยน่ะครับ"
ถ้าว่ากันตามจริงก็น่าแปลกใจเหมือนกันเพราะว่าไม่ได้สนิทอะไรกันมากมายขนาดนั้น เพียงแค่คุยกันบ่อยช่วงที่ม้าพยศกับคุณเคียวซ้อมมือกันเท่านั้นเอง
จะว่ากันจริงก็ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ...
"สายตาดีจังนะ" เจ้าของเสียงแหบทัก มุมปากยกยิ้ม "จำได้ตั้งแต่เห็นฉันตัวเล็กกว่าเม็ดถั่วเลยเชียว?"
มอเตอร์ไซด์ขนาด 900 cc. ไม่ใช่ที่จะใช้ขี่เอื่อยๆตามถนนที่โล่งแสนโล่งแบบนี้เสียเมื่อไหร่
การที่จะเข้าจอดและเบรคได้จังหวะเหมาะสมแสดงว่าต้องเห็นเขามาแต่ไกลพอสมควร
คุซาคาเบะเงียบไป เขาเลี่ยงตอบโดยการยกของเหลวสีสวยขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
คนแก่กว่ายิ้มกับการกระทำนั้น เขายอมเปลี่ยนเรื่องให้แต่โดยดี
"ที่นายขี่มา ยี่ห้อของญี่ปุ่นนี่? ไม่สนใจลองควบ DUCATIดูมั่งเหรอ?"
"จะให้นำเข้าจากอิตาลีเลยก็คงจะเกินไปมั้งครับ" คุซาคาเบะยิ้มเจื่อน "อีกอย่าง...ผมชอบของในประเทศมากกว่า"
"อ้อ...แบบนี้ก็ฟันธงได้เลยว่าแฟนนายต้องญี่ปุ่นจ๋าแหงๆ" โรมาริโอ้หัวเราะ
คนโดนแซวทำท่าปฏิเสธจริงจังจนน่าขัน "ร..เรื่องแบบนั้นไม่มีหรอกครับ!"
โรมาริโอ้ยิ้มๆ เขานั่งท้าวคางมองคนพูดอย่างอารมณ์ดี มือวนขอบแก้วใส่ของเหลวสีอำพันเล่น
"ผมติดตามคุณฮิบาริมานาน ทำหน้าที่ทุกอย่างเต็มความสามารถ ไม่มีเวลาไปทำอะไรแบบนั้นหรอกครับ"
พูดจบแล้วก็เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวเองว่าเขาพูดมากเกินไปแล้ว ที่จริงก็ไม่เห็นต้องปฏิเสธจริงจังถึงขนาดนี้เลยนี่นะ...
คิดได้แล้วก็เงียบไป เสหยิบของมึนเมาแก้วใหม่เข้าปาก
"กลับได้แล้วมั้ง ถ้าดื่มต่อมากไปกว่านี้สงสัยมีโต้รุ่ง" โรมาริโอ้หยิบบิลลุกขึ้น "พวกเรากินกันน้อยเสียเมื่อไหร่ ยอดพุ่งขนาดนี้ยังไม่มึนกันสักคน"
คุซาคาเบะหัวเราะในลำคอ เดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่าย
เจ้าของผมทรงสะดุดตายื่นบัตรจอดรถให้พนักงาน ยืนรอรถและร่างสูงที่ขอตัวไปสั่งงาน
เสียงฝีเท้าวิ่งดังมาแต่ไกล ระยะก้าวกว้างพอสมควรจึงเดาได้ไม่ยากว่าไม่ใช่เสียงเด็กวิ่งเล่น
คุซาคาเบะอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมทันที เขากวาดตามองเท่าที่จะมองได้
เสียงไม้หวดลมขณะเงื้อมือดังเข้าหูเขา กะระยะไว้ว่าอาจจะหลบไม่พ้น
มือตั้งท่าเตรียมสวนให้อีกฝ่ายเจ็บมากกว่าเขาหลายเท่าตัว
ผัวะ!
คุซาคาเบะยืนนิ่งมองคนที่เข้ามาขวางไว้อย่างตกใจ
เขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเดินเข้ามา
"จะทำอะไรน่ะ ไอ้หนู"
ด้วยความที่สูงกว่าคนญี่ปุ่นอยู่แล้ว ร่างของโรมาริโอ้ค่อนข้างข่มอีกฝ่ายได้พอควร เสียงดุๆที่ไม่เคยได้ยินดังขึ้นเย็นเยียบ
ผู้บุกรุกเห็นเงาสะท้อนจากในเสื้อสูทคนแก่กว่าก็รีบทิ้งไม้แล้ววิ่งหนีออกไป
"อะไรกัน แค่นี้ก็หนีซะแล้ว ไม่สนุกเอาซะเลย..."
คุซาคาเบะสองจิตสองใจ เขาอยากตามไปก็จริงแต่ก็จะทิ้งอีกคนไว้ไม่ได้
และเขาก็ยุติความคิดทั้งหมดเมื่อเห็นชายในชุดสูทหลายคนตามไป
"ทำอะไรของคุณ!" คุซาคาเบะเดินไปดักหน้า เขามองท่าทางนิ่งเฉยนั้นระคนหงุดหงิด
"เดี๋ยวจะมีเรื่องกัน เสียเวลาเปล่าๆน่า พรุ่งนี้ก็ต้องไปจัดการธุระปะปังอะไรให้เจ้าหนูหัวหน้านายไม่ใช่เหรอ?" โรมาริโอ้ปล่อยแขนลงข้างตัวเหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่เจ็บไม่คัน "เอ้า! รถนายมาพอดี กลับได้แล้ว ขี่ระวังล่ะ!"
"แต่แขน..."
"แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้หักซะหน่อย ขึ้นมอเตอร์ไซด์ซะ" โรมาริโอ้ดุกึ่งเล่นกึ่งจริง
"แต่ว่า..."
"โอ๊ยยยย จะห่วงอะไรกันมากมาย ฉันทำแผลเองไม่ถึงห้าวิก็เสร็จแล้ว"
พอพูดแบบนี้คุซาคาเบะก็หวนนึกถึงตอนศึกชิงแหวน นึกถึงสภาพของแต่ละคนที่ถูกคนตรงหน้าทำแผลให้...
คุซาคาเบะเถียงกลับดึงดันว่ายังไงก็จะรับผิดชอบเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุ
สุดท้ายโรมาริโอ้ก็จนคำพูด(หรือไม่ก็ขี้เกียจเถียงแล้ว)ยอมให้อีกฝ่ายทำอย่างที่ขอ
ประตูห้องพักถูกเปิดออก คนแก่กว่าชี้ที่อยู่ของกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ทางโรงแรมมีให้
เขานั่งลงบนโซฟายาวกลางห้อง เรียกได้ว่าห้องพักห้องนี้ใหญ่เกินกว่าจะพักคนเดียว
แต่มันจริงที่ว่า เขาก็ไม่ได้พักคนเดียวหรอก บางวันก็อาจจะมีก๊งเมากันเองในแฟมิลี่ระดับลูกน้อง ก็อยู่กันที่ห้องนี้ร่วมสิบคน แต่วันนี้คงเป็นข้อยกเว้น ต่างคนต่างได้รับมอบหมายงานกันท่วมหัว
คุซาคาเบะเห็นกองเอกสารพะเนินเป็นภูเขาขนาดย่อมบนโต๊ะหน้าโซฟาก็ยิ้มออกมา "ของคุณหรือของดีโน่ซัง?"
โรมาริโอ้ยักไหล่ "จะเป็นของฉันได้ไงล่ะ ฉันรวบรวมเอาไว้ส่งคืนนี้ต่างหาก"
เด็กม.ต้นนั่งลงบนโซฟาข้างร่างสูงที่ถอดเสื้อนอกออกและกำลังถกแขนเสื้อขึ้น
แขนบวมเป่งเป็นสีม่วงคล้ำดูน่ากลัว
"ไม่เจ็บอย่างที่คิดหรอกนะ" เสียงเจือความขำขันพูดขึ้นเมื่อเห็นอีกคนมองแขนเขาเขม็ง "อย่าลืมว่าถ้าเทียบกับงานที่ทำ แค่นี้มันสุดจะเล็กน้อย"
คุซาคาเบะยิ้ม เขาลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำ กะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นจัดและอีกใบใส่น้ำกับน้ำแข็ง ทั้งสองใบมีผ้าผืนเล็กแช่อยู่ด้วย
มือจับแขนฟกช้ำให้วางบนตักเขาก่อนจะสลับประคบร้อนและเย็น
"น่าจะเป็นแผลในกล้ามเนื้อ เลือดคั่งขนาดนี้..." คุซาคาเบะจดจ้องอยู่ที่แขนอีกคนราวกับว่าเขาจับมนุษย์ต่างดาวไว้ในมือ รู้สึกได้ว่าโดนอีกฝ่ายจ้องอยู่
ทั้งคู่นั่งอยู่เงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
คนหนึ่งมองแขนประคบผ้า อีกคนมองคนปฐมพยาบาลแล้วยิ้มๆ
จวบจนทายาบางๆที่แขนแล้วพันผ้าอย่างเรียบร้อย คนเด็กกว่าถึงได้ทำลายความเงียบลง
"คราวนี้ก็อย่าเอาแขนไปกระแทกอะไรแล้วกันครับ" คนทำแผลลุกขึ้นจัดการเก็บของอย่างเรียบร้อย เขามองคนที่นั่งบนโซฟาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ
"นายจะกลับเลยรึเปล่า? นี่มันดึกมากแล้วนะ?"
คนฟังยิ้ม ล้วงซองบุหรี่จากเสื้อกักกุรันยาวที่ฟาดไว้
โรมาริโอ้กวักมือเรียกอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวกำลังหาของไม่เจอ
"แปลกจัง...ไปตกอยู่ที่ไหนกันนะ?" คุซาคาเบะพยามทวงความจำในสมองว่าเขาเผลอทำไฟแช็กหายไปตอนไหน
โรมาริโอ้มองคนนั่งข้างตัวอย่างว่าง่ายแล้วก็ยิ้มออกมา "เดี๋ยวก็หาเจอแหละน่า มันไม่หายไปไหนหรอก"
เด็กม.ต้นขยับเข้าไปใกล้ ด้วยความเข้าใจว่าอีกฝ่ายจะให้เขาต่อไฟบุหรี่
ยังไม่ทันเอาบุหรี่ในมือเข้าปาก ก็ได้รสของบุหรี่นอกเสียก่อน
คนสูงกว่าให้บุหรี่ในมือกับคุซาคาเบะ "คงไม่ชอบล่ะสิ? มันไม่ใช่รสประเทศนี้น่ะนะ"
พูดจบก็เอาคืนไปสูบต่อ คุซาคาเบะยิ้มๆ
เขาก็ไม่ได้ชาตินิยมอะไรขนาดนั้น ที่สูบเมื่อครู่นี้ก็รสดี แต่มันคงเข้มลึกไปหน่อยสำหรับเขา
ริมฝีปากยังคงมีรสเฉพาะตัวของบุหรี่ยี่ห้อนั้นติดอยู่เลย ปลายลิ้นเลียรสหวานเฝื่อนนั้น
โรมาริโอ้สูบบุหรี่เข้าลึก ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกขณะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้อีกคน
เขาเอียงใบหน้านิดหน่อยเพื่อจะประกบริมฝีปาก
ควันบุหรี่ที่หลงเหลือถูกส่งให้คุซาคาเบะทั้งหมด
คุซาคาเบะคิดว่าตัวเองจะสำลักควัน เขารีบหายใจออกเป็นการเอาควันบุหรี่รสหวานเฝื่อนนั่นออกจากปากเขาก่อนมันจะเข้าทางเดินอาหารให้เขาสำลักน้ำตาไหลเล่น
หลังจากนั้นถึงต้องกลับมาสนใจคนตรงหน้า ปลายลิ้นที่ไม่รุกเร้าทว่าลึกล้ำขยับล้อลิ้นเรียวของเขา
คิดแล้วก็แปลกดีเหมือนกัน...
หัวใจเขาไม่ได้เต้นถี่ระรัว มันสงบนิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เขาไม่ได้ตื่นเต้น แต่กลับรู้สึกหัวโล่งอย่างประหลาด
ที่น่าตกใจกว่าน่าจะเป็นตัวเขาเอง ที่เกือบยกมือตัวเองถอดแว่นอีกฝ่ายเสียแล้ว!
"ฉันจะลงไปส่งข้างล่างนะ" โรมาริโอ้ขยับแว่นตาเบี้ยวๆให้เข้าที่ "ถ้ายื้อกว่านี้ สงสัยต้องโต้รุ่งกันล่ะ"
คุซาคาเบะยิ้มให้ มองนาฬิกาแล้วก็ตกใจ
เขาต้องรีบกลับไปนอนเพื่อทำงานให้คุณเคียวพรุ่งนี้เช้า
"ขอบคุณแล้วก็ขอโทษครับที่รบกวน"
คุซาคาเบะโน้มตัวลงอย่างเคยชิน
เขาขึ้นบนมอเตอร์ไซด์คันโปรด สตาร์ทเครื่องยนต์ดังกังวาลมีสเน่ห์
โรมาริโอ้โบกมือให้ ยิ้มอย่างทุกที "รสชาติอิตาลีก็ไม่เลวใช่ไหม?"
คนพูดเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง มองคุซาคาเบะที่ผงกหัวให้เขาและกำลังจะออกรถไป
คนถามเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงพูดต่อให้คนฟังเหลียวหลังมอง
"อ้อ... ฉันไม่ได้หมายถึงบุหรี่หรอกนะ"
คุซาคาเบะยิ้มออกมาอีกครั้ง
"นั่นก็ไม่เลวเหมือนกันครับ"
+ END +
Talk :
อยู่ในคลังมาร่วมสองพันสามร้อยชาติ เอามาปล่อยเพื่ออ่อยในเอนทรี่ต่อไป (ใน15ชม.นี้จะอัพสามเอนทรี่ มีอะไรไหม?)
ไม่รู้หรอกว่าสี่ห้าเดือนก่อนตัวเราเองรู้มั้ยว่าคุสะสูบบุหรี่รึเปล่า? แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่สูบนะ (ก็มันผิดระเบียบนี่นา!!!) แต่ดันแต่งไปแล้วอ่ะ ไม่แก้นะ (เลวอ่ะ มีอะไรไหม?)
อ่านเอาฮารอเอนทรี่หน้าแล้วกัน ^^
Main : Romario*Kusakabe
Rate : PG-15
______________________________
เสียงมอเตอร์ไซด์900cc.ดังกระหึ่มกังวานไปทั่วถนน คนขี่อยู่ในชุดกักกุรันยาวสีดำเบนเลี้ยวตามเลนถนนมุ่งตรงกลับที่พัก
สายตาปราดมองชายชุดดำที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่หน้าโรงแรมหรู สะดุดตากับใบหน้าที่เขาเห็นบ่อยในช่วงไม่นานมานี้
ร่างสมส่วนตัดสินใจเหยียบเบรคอย่างนุ่มนวลสนิทหน้าโรงแรมพอดิบพอดี เขามองคนใส่กรอบแว่นบางยืนสูบบุหรี่อยู่แยกจากคนอื่นๆ
ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปหา คนถูกมองก็รู้สึกตัวเสียก่อน
"เจ้าหนูมือขวาเด็กโหดไม่ใช่เหรอ?" คนตัวสูงเดินเข้ามาใกล้ เขาบักมือทักอย่างอารมณ์ดีทั้งๆที่มีบุหรี่อยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง "มาทำอะไรแถวนี้?"
"ทางผ่านน่ะ เห็นเลยจอดทักน่ะครับ" เจ้าของผมทรงรีเจนท์ยิ้มเก้อๆ
"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว หาอะไรดื่มกันหน่อยไหม?"
บุหรี่ถูกขยี้ดับบนทรายเนื้อละเอียดที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ คนสูงอายุขยับแว่นเล็กน้อยและยังคงส่งยิ้มมาให้อย่างไมตรี
คุซาคาเบะพยักหน้าตอบก่อนจะนำมอเตอร์ไซด์สุดหวงให้พนักงานจัดการต่อ
บาร์ของโรงแรมอยู่ส่วนในชั้นล่าง เด็กม.ต้นมองผ่านร้านอาหารญี่ปุ่นก็นึกถึงคนบางคนที่นิยมชอบอาหารประเภทนี้ขึ้นมา
เขาชะงักเท้าเมื่อเห็นใบหน้าในความคิดอยู่ในร้านอาหารที่ว่านั้นเพื่อตรวจสอบความแน่ใจ ยังไม่ทันได้เห็นใบหน้าคนในร้านชัดๆ โรมาริโอ้ก็สะกิดเรียกเสียก่อน
"อะไรเหรอ? หรือว่าหิว?"
คุซาคาเบะส่ายหน้า และตัดใจเดินออกจากบริเวณร้าน เพราะเป้าหมายของเขาโดนหนุ่มผมที่ทองบังซะมิด
โรมาริโอ้ลดฝีเท้าหน้าทางเข้าบาร์ของโรงแรม ด้วยนึกขึ้นมาได้มาคนที่เขาพามาเพิ่งจะอยู่ม.ต้น
เขาหันไปทำท่าจะเปลี่ยนที่แต่เห็นเด็กที่กว่าถอดเสื้อตัวนอกออกและเดินเข้าบาร์นำเขาไปก่อนแล้ว
คนสูงกว่าขำออกมาอย่างอดไม่ได้
ทั้งคู่ดื่มด่ำไปกับของเหลวเลิศรส จมูกรับกลิ่นพอๆกับลิ้นที่ลิ้มความนุ่มลึกของรสชาติเยี่ยม
"ทำไมโรมาริโอ้ซังมาแถวนี้ล่ะครับ?" คุซาคาเบะเปิดประเด็น แต่คาดว่าคำตอบที่ได้คงไม่ต่างจากที่คิดไว้เท่าไหร่นัก
คนใส่แว่นยักไหล่ตอบ "ข้อแรก...ที่นี่มีร้านอาหารญี่ปุ่นระดับดีมาก ข้อสอง...บอสต้องหาที่พักที่ญี่ปุ่นในช่วงสองสามวันนี้"
คุซาคาเบะคาใจกับข้อแรกที่อีกฝ่ายพูดถึง ดีโน่ซังชอบอาหารญี่ปุ่น??
"แล้วที่ว่าเป็นทางผ่านนี่คือผ่านไปไหน? บ้าน?" โรมาริโอ้ไม่เปิดให้อีกฝ่ายสงสัยเรื่องอื่นนานนัก เขายิงคำถามต่อ
"ครับ เห็นโรมาริโอ้ซังแต่ไกลเลยแวะมาทักทายหน่อยน่ะครับ"
ถ้าว่ากันตามจริงก็น่าแปลกใจเหมือนกันเพราะว่าไม่ได้สนิทอะไรกันมากมายขนาดนั้น เพียงแค่คุยกันบ่อยช่วงที่ม้าพยศกับคุณเคียวซ้อมมือกันเท่านั้นเอง
จะว่ากันจริงก็ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ...
"สายตาดีจังนะ" เจ้าของเสียงแหบทัก มุมปากยกยิ้ม "จำได้ตั้งแต่เห็นฉันตัวเล็กกว่าเม็ดถั่วเลยเชียว?"
มอเตอร์ไซด์ขนาด 900 cc. ไม่ใช่ที่จะใช้ขี่เอื่อยๆตามถนนที่โล่งแสนโล่งแบบนี้เสียเมื่อไหร่
การที่จะเข้าจอดและเบรคได้จังหวะเหมาะสมแสดงว่าต้องเห็นเขามาแต่ไกลพอสมควร
คุซาคาเบะเงียบไป เขาเลี่ยงตอบโดยการยกของเหลวสีสวยขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
คนแก่กว่ายิ้มกับการกระทำนั้น เขายอมเปลี่ยนเรื่องให้แต่โดยดี
"ที่นายขี่มา ยี่ห้อของญี่ปุ่นนี่? ไม่สนใจลองควบ DUCATIดูมั่งเหรอ?"
"จะให้นำเข้าจากอิตาลีเลยก็คงจะเกินไปมั้งครับ" คุซาคาเบะยิ้มเจื่อน "อีกอย่าง...ผมชอบของในประเทศมากกว่า"
"อ้อ...แบบนี้ก็ฟันธงได้เลยว่าแฟนนายต้องญี่ปุ่นจ๋าแหงๆ" โรมาริโอ้หัวเราะ
คนโดนแซวทำท่าปฏิเสธจริงจังจนน่าขัน "ร..เรื่องแบบนั้นไม่มีหรอกครับ!"
โรมาริโอ้ยิ้มๆ เขานั่งท้าวคางมองคนพูดอย่างอารมณ์ดี มือวนขอบแก้วใส่ของเหลวสีอำพันเล่น
"ผมติดตามคุณฮิบาริมานาน ทำหน้าที่ทุกอย่างเต็มความสามารถ ไม่มีเวลาไปทำอะไรแบบนั้นหรอกครับ"
พูดจบแล้วก็เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวเองว่าเขาพูดมากเกินไปแล้ว ที่จริงก็ไม่เห็นต้องปฏิเสธจริงจังถึงขนาดนี้เลยนี่นะ...
คิดได้แล้วก็เงียบไป เสหยิบของมึนเมาแก้วใหม่เข้าปาก
"กลับได้แล้วมั้ง ถ้าดื่มต่อมากไปกว่านี้สงสัยมีโต้รุ่ง" โรมาริโอ้หยิบบิลลุกขึ้น "พวกเรากินกันน้อยเสียเมื่อไหร่ ยอดพุ่งขนาดนี้ยังไม่มึนกันสักคน"
คุซาคาเบะหัวเราะในลำคอ เดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่าย
เจ้าของผมทรงสะดุดตายื่นบัตรจอดรถให้พนักงาน ยืนรอรถและร่างสูงที่ขอตัวไปสั่งงาน
เสียงฝีเท้าวิ่งดังมาแต่ไกล ระยะก้าวกว้างพอสมควรจึงเดาได้ไม่ยากว่าไม่ใช่เสียงเด็กวิ่งเล่น
คุซาคาเบะอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมทันที เขากวาดตามองเท่าที่จะมองได้
เสียงไม้หวดลมขณะเงื้อมือดังเข้าหูเขา กะระยะไว้ว่าอาจจะหลบไม่พ้น
มือตั้งท่าเตรียมสวนให้อีกฝ่ายเจ็บมากกว่าเขาหลายเท่าตัว
ผัวะ!
คุซาคาเบะยืนนิ่งมองคนที่เข้ามาขวางไว้อย่างตกใจ
เขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเดินเข้ามา
"จะทำอะไรน่ะ ไอ้หนู"
ด้วยความที่สูงกว่าคนญี่ปุ่นอยู่แล้ว ร่างของโรมาริโอ้ค่อนข้างข่มอีกฝ่ายได้พอควร เสียงดุๆที่ไม่เคยได้ยินดังขึ้นเย็นเยียบ
ผู้บุกรุกเห็นเงาสะท้อนจากในเสื้อสูทคนแก่กว่าก็รีบทิ้งไม้แล้ววิ่งหนีออกไป
"อะไรกัน แค่นี้ก็หนีซะแล้ว ไม่สนุกเอาซะเลย..."
คุซาคาเบะสองจิตสองใจ เขาอยากตามไปก็จริงแต่ก็จะทิ้งอีกคนไว้ไม่ได้
และเขาก็ยุติความคิดทั้งหมดเมื่อเห็นชายในชุดสูทหลายคนตามไป
"ทำอะไรของคุณ!" คุซาคาเบะเดินไปดักหน้า เขามองท่าทางนิ่งเฉยนั้นระคนหงุดหงิด
"เดี๋ยวจะมีเรื่องกัน เสียเวลาเปล่าๆน่า พรุ่งนี้ก็ต้องไปจัดการธุระปะปังอะไรให้เจ้าหนูหัวหน้านายไม่ใช่เหรอ?" โรมาริโอ้ปล่อยแขนลงข้างตัวเหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่เจ็บไม่คัน "เอ้า! รถนายมาพอดี กลับได้แล้ว ขี่ระวังล่ะ!"
"แต่แขน..."
"แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้หักซะหน่อย ขึ้นมอเตอร์ไซด์ซะ" โรมาริโอ้ดุกึ่งเล่นกึ่งจริง
"แต่ว่า..."
"โอ๊ยยยย จะห่วงอะไรกันมากมาย ฉันทำแผลเองไม่ถึงห้าวิก็เสร็จแล้ว"
พอพูดแบบนี้คุซาคาเบะก็หวนนึกถึงตอนศึกชิงแหวน นึกถึงสภาพของแต่ละคนที่ถูกคนตรงหน้าทำแผลให้...
คุซาคาเบะเถียงกลับดึงดันว่ายังไงก็จะรับผิดชอบเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุ
สุดท้ายโรมาริโอ้ก็จนคำพูด(หรือไม่ก็ขี้เกียจเถียงแล้ว)ยอมให้อีกฝ่ายทำอย่างที่ขอ
ประตูห้องพักถูกเปิดออก คนแก่กว่าชี้ที่อยู่ของกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ทางโรงแรมมีให้
เขานั่งลงบนโซฟายาวกลางห้อง เรียกได้ว่าห้องพักห้องนี้ใหญ่เกินกว่าจะพักคนเดียว
แต่มันจริงที่ว่า เขาก็ไม่ได้พักคนเดียวหรอก บางวันก็อาจจะมีก๊งเมากันเองในแฟมิลี่ระดับลูกน้อง ก็อยู่กันที่ห้องนี้ร่วมสิบคน แต่วันนี้คงเป็นข้อยกเว้น ต่างคนต่างได้รับมอบหมายงานกันท่วมหัว
คุซาคาเบะเห็นกองเอกสารพะเนินเป็นภูเขาขนาดย่อมบนโต๊ะหน้าโซฟาก็ยิ้มออกมา "ของคุณหรือของดีโน่ซัง?"
โรมาริโอ้ยักไหล่ "จะเป็นของฉันได้ไงล่ะ ฉันรวบรวมเอาไว้ส่งคืนนี้ต่างหาก"
เด็กม.ต้นนั่งลงบนโซฟาข้างร่างสูงที่ถอดเสื้อนอกออกและกำลังถกแขนเสื้อขึ้น
แขนบวมเป่งเป็นสีม่วงคล้ำดูน่ากลัว
"ไม่เจ็บอย่างที่คิดหรอกนะ" เสียงเจือความขำขันพูดขึ้นเมื่อเห็นอีกคนมองแขนเขาเขม็ง "อย่าลืมว่าถ้าเทียบกับงานที่ทำ แค่นี้มันสุดจะเล็กน้อย"
คุซาคาเบะยิ้ม เขาลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำ กะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นจัดและอีกใบใส่น้ำกับน้ำแข็ง ทั้งสองใบมีผ้าผืนเล็กแช่อยู่ด้วย
มือจับแขนฟกช้ำให้วางบนตักเขาก่อนจะสลับประคบร้อนและเย็น
"น่าจะเป็นแผลในกล้ามเนื้อ เลือดคั่งขนาดนี้..." คุซาคาเบะจดจ้องอยู่ที่แขนอีกคนราวกับว่าเขาจับมนุษย์ต่างดาวไว้ในมือ รู้สึกได้ว่าโดนอีกฝ่ายจ้องอยู่
ทั้งคู่นั่งอยู่เงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
คนหนึ่งมองแขนประคบผ้า อีกคนมองคนปฐมพยาบาลแล้วยิ้มๆ
จวบจนทายาบางๆที่แขนแล้วพันผ้าอย่างเรียบร้อย คนเด็กกว่าถึงได้ทำลายความเงียบลง
"คราวนี้ก็อย่าเอาแขนไปกระแทกอะไรแล้วกันครับ" คนทำแผลลุกขึ้นจัดการเก็บของอย่างเรียบร้อย เขามองคนที่นั่งบนโซฟาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ
"นายจะกลับเลยรึเปล่า? นี่มันดึกมากแล้วนะ?"
คนฟังยิ้ม ล้วงซองบุหรี่จากเสื้อกักกุรันยาวที่ฟาดไว้
โรมาริโอ้กวักมือเรียกอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวกำลังหาของไม่เจอ
"แปลกจัง...ไปตกอยู่ที่ไหนกันนะ?" คุซาคาเบะพยามทวงความจำในสมองว่าเขาเผลอทำไฟแช็กหายไปตอนไหน
โรมาริโอ้มองคนนั่งข้างตัวอย่างว่าง่ายแล้วก็ยิ้มออกมา "เดี๋ยวก็หาเจอแหละน่า มันไม่หายไปไหนหรอก"
เด็กม.ต้นขยับเข้าไปใกล้ ด้วยความเข้าใจว่าอีกฝ่ายจะให้เขาต่อไฟบุหรี่
ยังไม่ทันเอาบุหรี่ในมือเข้าปาก ก็ได้รสของบุหรี่นอกเสียก่อน
คนสูงกว่าให้บุหรี่ในมือกับคุซาคาเบะ "คงไม่ชอบล่ะสิ? มันไม่ใช่รสประเทศนี้น่ะนะ"
พูดจบก็เอาคืนไปสูบต่อ คุซาคาเบะยิ้มๆ
เขาก็ไม่ได้ชาตินิยมอะไรขนาดนั้น ที่สูบเมื่อครู่นี้ก็รสดี แต่มันคงเข้มลึกไปหน่อยสำหรับเขา
ริมฝีปากยังคงมีรสเฉพาะตัวของบุหรี่ยี่ห้อนั้นติดอยู่เลย ปลายลิ้นเลียรสหวานเฝื่อนนั้น
โรมาริโอ้สูบบุหรี่เข้าลึก ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกขณะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้อีกคน
เขาเอียงใบหน้านิดหน่อยเพื่อจะประกบริมฝีปาก
ควันบุหรี่ที่หลงเหลือถูกส่งให้คุซาคาเบะทั้งหมด
คุซาคาเบะคิดว่าตัวเองจะสำลักควัน เขารีบหายใจออกเป็นการเอาควันบุหรี่รสหวานเฝื่อนนั่นออกจากปากเขาก่อนมันจะเข้าทางเดินอาหารให้เขาสำลักน้ำตาไหลเล่น
หลังจากนั้นถึงต้องกลับมาสนใจคนตรงหน้า ปลายลิ้นที่ไม่รุกเร้าทว่าลึกล้ำขยับล้อลิ้นเรียวของเขา
คิดแล้วก็แปลกดีเหมือนกัน...
หัวใจเขาไม่ได้เต้นถี่ระรัว มันสงบนิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เขาไม่ได้ตื่นเต้น แต่กลับรู้สึกหัวโล่งอย่างประหลาด
ที่น่าตกใจกว่าน่าจะเป็นตัวเขาเอง ที่เกือบยกมือตัวเองถอดแว่นอีกฝ่ายเสียแล้ว!
"ฉันจะลงไปส่งข้างล่างนะ" โรมาริโอ้ขยับแว่นตาเบี้ยวๆให้เข้าที่ "ถ้ายื้อกว่านี้ สงสัยต้องโต้รุ่งกันล่ะ"
คุซาคาเบะยิ้มให้ มองนาฬิกาแล้วก็ตกใจ
เขาต้องรีบกลับไปนอนเพื่อทำงานให้คุณเคียวพรุ่งนี้เช้า
"ขอบคุณแล้วก็ขอโทษครับที่รบกวน"
คุซาคาเบะโน้มตัวลงอย่างเคยชิน
เขาขึ้นบนมอเตอร์ไซด์คันโปรด สตาร์ทเครื่องยนต์ดังกังวาลมีสเน่ห์
โรมาริโอ้โบกมือให้ ยิ้มอย่างทุกที "รสชาติอิตาลีก็ไม่เลวใช่ไหม?"
คนพูดเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง มองคุซาคาเบะที่ผงกหัวให้เขาและกำลังจะออกรถไป
คนถามเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงพูดต่อให้คนฟังเหลียวหลังมอง
"อ้อ... ฉันไม่ได้หมายถึงบุหรี่หรอกนะ"
คุซาคาเบะยิ้มออกมาอีกครั้ง
"นั่นก็ไม่เลวเหมือนกันครับ"
+ END +
Talk :
อยู่ในคลังมาร่วมสองพันสามร้อยชาติ เอามาปล่อยเพื่ออ่อยในเอนทรี่ต่อไป (ใน15ชม.นี้จะอัพสามเอนทรี่ มีอะไรไหม?)
ไม่รู้หรอกว่าสี่ห้าเดือนก่อนตัวเราเองรู้มั้ยว่าคุสะสูบบุหรี่รึเปล่า? แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่สูบนะ (ก็มันผิดระเบียบนี่นา!!!) แต่ดันแต่งไปแล้วอ่ะ ไม่แก้นะ (เลวอ่ะ มีอะไรไหม?)
อ่านเอาฮารอเอนทรี่หน้าแล้วกัน ^^
Tags: fanfic, khr, romakusa, yaoi8 Comments









#1 By カフカ on 2008-10-21 21:53