[Hetalia Fanfic]: Identity Crisis #1

posted on 25 Nov 2008 14:39 by felon  in hetalia

[Hetalia Fanfic]: Identity Crisis #1
Main: เมริกิริ (2007 version)
Rate: PG
Warning:
แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเสียดสี
โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก
กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน


____________________________________________


ค่ำคืนเงียบสงัด ไม่มีเสียงใดแม้แต่เสียงลม ในตัวห้องอุ่นจัดขัดกับลมหนาวที่โชยเอื่อยด้านนอก เสียงปากกากับกระดาษดูจะเป็นเสียงที่ดังที่สุดในคืนอันไร้สรรพเสียงนี้ ถ้าไม่นับรวมถึงเสียงถอนหายใจ
มือจรดปลายปากกาหยุดนิ่ง ดวงตาที่จับจ้องเอกสารสำคัญมองผ่านเลยไปแสนไกลในห้วงความคิดก่อนจะค่อยๆหลับตาลง ปล่อยมือจากปากกาและเอกสารมากมายบนโต๊ะ ทิ้งน้ำหนักพิงกับพนักบุหนังทั้งแผ่นหลัง มือประสานกันบนหน้าตัก
ทุกครั้งที่ต้องเครียดหรือเหนื่อย นี่เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเขาได้...
การหลับตา ปล่อยความคิดย้อนอดีตไปไกลแสนไกล ปล่อยหัวใจที่เจ็บร้าวทอดดำเนินบนเส้นทางที่เคยเหยียบผ่าน บนความทรงจำที่แสนมีค่าราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ


"ถ้านายไม่หยุดตั้งแง่กับอังกฤษล่ะก็....ผมกับคุณคงต้องยุติกันแค่นี้นะเยอรมัน!"


น้ำเสียงกราดเกรี้ยวกับคำพูดสุภาพที่น้อยครั้งจะใช้ มาพร้อมแววตาเดือดดาล
เพียงแค่คิดว่าทั้งหมดที่อีกฝ่ายทำไปมันเพื่อตัวเขาเองทั้งนั้น ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ แม้จะเจ็บใจก็ตามที
ทั้งๆที่เอ็นดูมาตลอด ปกป้องมาตลอด...แต่ก็อดรู้สึกดีไม่ได้ที่ตัวเขายังคงมีความสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง...

มือที่เคยเท่าฝ่ามือเขา กลับใหญ่เสียจนกุมมือเขาได้มิด
ความอบอุ่นแผ่ซ่านทั้งฝ่ามือ อบอุ่นใจแม้จะเจ็บเจียนแหลกสลาย


"พี่อังกฤษฮะ..."


เสียงแหลมเดียงสาในวันวานทำให้เขายิ้มออกมา
น้องชายที่แสนน่ารักของเขา จนแทบจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา

กระบอกตาร้อนผ่าวเมื่อความจริงในปัจจุบันซ้อนทับขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


"ไม่ว่านายจะเป็นยังไง ฉันก็อยู่จุดเดิมของฉัน ไม่ไปไหนหรอก"

 



ประโยคร่าเริงส่งมายังเขาพร้อมรอยยิ้ม
เพราะอะไรไม่รู้ ใจถึงได้สั่นคลอนอย่างประหลาด



"ฉันไม่ใช่น้องของนายอีกต่อไปแล้วนะ!!"



ฉันเป็นอะไรสำหรับนายกันแน่นะ...




"นายจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น อังกฤษ!!"




ทั้งโป้ปด หลอกลวง ทรยศ รอยยิ้ม ความอบอุ่น สายตาเย็นชา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้รับมา มันไม่ชี้แจ้งเอาเสียเลย...




จุดยืนของเขาอยู่ตรงไหนกัน?




ทำไมถึงไม่พูดออกมา...ทำไมถึงได้เอาแต่ยิ้ม ทำตัวเหมือนทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน
เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เขามองไม่ออกอีกต่อไปแล้ว ว่าเจ้าของแววตาสีฟ้าสดใสที่จับจ้องมาที่เขาเสมอมา คิดอะไรอยู่กันแน่...


เสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ทำให้ตื่นจากห้วงความคิด เหลือบมองไปยังเครื่องมือสื่อสารที่สั่นร้องอยู่บนโต๊ะแข่งกับเสียงถอนหายใจของเขา หัวใจแกว่งไกววูบไหว...
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฟากฝั่งของสายเป็นใคร...

"อังกฤษ!! ฉันนึกอะไรดีๆขึ้นมาได้แล้วล่ะ!!!"

น้ำเสียงเริงรื่นผ่านสายมากลับไม่ทำให้เขาเบิกบานขึ้นมาได้ แววตาอ่อนแสงลง ฟังที่อีกฝ่ายพูดโดยไม่พูดสวนอะไรกลับไปสักคำ

"พรุ่งนี้เรามาเจอกันหน่อยดีไหม? ฉันอยากเจอนายจัง! ฉันอยากเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ แต่กลัวว่ามันจะไม่น่าตื่นเต้นน่ะสิ!! พรุ่งนี้นายมาหาฉันนะ!" พอเห็นว่าคนฟังเงียบไป จึงเงียบลงบ้าง หยุดความตื่นเต้นไปทันใด ยิ่งเงียบนานเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าอีกคนจะเงียบแข่งกับเขาด้วย "เฮ้..อังกฤษ...นายไม่อยากมาเจอฉันเหรอ?"


"พี่อังกฤษฮะ...ผมอยากเจอพี่ที่สุดเลย..."



คนฟังหลับตาลง ใช้นิ้วคลึงบริเวณหัวคิ้ว แค่นยิ้มออกมาอย่างสมเพชตัวเอง ภาพในอดีตผุดขึ้นมาซ้อนทับราวกับจงใจจะเปรียบเทียบ บางอย่างที่พยายามจะลืม เขาก็ลืมมันไม่ลงแม้บางอย่างมันจะโหดร้ายก็ตาม

"ได้ ฉันจะไปหานายเอง"

"อื้อ! ฉันจะรอนะ"

ในหัวเป็นภาพคนโทรหากำลังส่งยิ้มอย่างดีใจ ตัวเขาที่ยังคงหลงไหลในแววตาสีฟ้าสดใสนั้น ท่าทีทุกอย่างที่อเมริกาแสดงออกมาราวกับสมัยก่อนไม่ผิดเพี้ยน น่ารัก สดใส....เชื่อใจไม่ได้...
เหมือนดั่งตลอดมาที่เขาเข้าใจว่า ตัวเขาเองที่ใกล้ชิดกับอเมริกาที่สุด เข้าใจมากที่สุด...มากกว่าใครๆในโลกนี้ แล้ววันนึงก็สังเกตเห็นเส้นบางๆที่เข้ามากั้นระหว่างพวกเขาเอาไว้ ตอกย้ำให้ตัวเองรู้ว่าที่จริงแล้วตอนนี้ เขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยสักนิด



**



เช้ารุ่งขึ้นมาถึงเร็วกว่าที่คิด อังกฤษประหม่าเล็กน้อยเมื่อจะต้องเผชิญหน้าอเมริกาตรงๆโดยที่ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หัวใจอดสั่นไหวไม่ได้ เสียงเร็วระรัวที่อกด้านซ้ายเป็นหลักฐานได้เป็นอย่างดี อังกฤษสูดหายใจเข้าลึก เดินตามพ่อบ้านไปยังห้องรับแขกที่ได้เตรียมการรับรองเอาไว้แล้ว รู้สึกโล่งใจไปกว่าครึ่งที่ไม่เห็นอเมริการอเขาอยู่ในนั้น คำจากพ่อบ้านบอกว่าอเมริกาติดงานสำคัญบางอย่างจึงจะตามมาพบในอีกไม่นานนัก ซึ่งนั่นก็ดี เพราะเวลาเตรียมใจสำหรับเขา...เท่าไหร่ก็ไม่พอ
พ่อบ้านออกไปไม่นาน เสียงประตูเปิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง โชยกลิ่นหอมของใบชาที่เขาคุ้นเคย นึกขำที่อีกฝ่ายต้อนรับเขาด้วยสิ่งของที่เขาให้ รวมทั้งถ้วยชาชุดที่ซื้อให้ด้วยซ้ำ

"อาเธอร์..."

เสียงเรียกชื่อทำให้คนที่กำลังเพลิดเพลินไปกับกลิ่นหอมๆต้องชะงัก เขาตีสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียง ก้าวถอยหลังไปสองก้าวเมื่อเจอแรงโถมที่ไม่คาดคิด

"อ..อัล..."

"คิดถึงนายจัง"

อังกฤษยิ้มรับคำพูดนั้นหัวใจหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เพราะอะไรกันนะ... อ้อมแขนนี้ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้กำลังหลอกลวงเขาอยู่รึเปล่า? เหมือนๆกับที่นายกอดคนอื่นๆ? หรือเป็นเพราะหน้าที่?

มือใหญ่ประคองใบหน้าเขา แววตาสีเขียวสวยได้มองเห็นใบหน้านั่นเต็มๆตา อเมริกาตัวใหญ่กว่าเขาเยอะจนบังตัวเขามิด แข็งแรงกว่าเขาหลายเท่านัก นัยน์ตาสีสวยนั่นมีภาพสะท้อนของเขาอยู่ในนั้น ภาพใบหน้าของเขาที่พยายามยิ้มแย้มให้เต็มที่ กดเก็บความเจ็บปวดให้ลึกลงไปสุดใจ
นิ้วมือหยาบไล้ใบหน้าขาวเนียนจนอังกฤษคิดว่ามันชักจะนานเกินกว่าการทักทายตามมารยาทจึงค่อยถอยออกมา แรงรั้งทำให้เบิกตาโพลง ริมฝีปากนั้นโน้มเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า ตอนนั้นเองที่อังกฤษคิดโกรธตัวเองที่เอาแต่นิ่งและสับสน ทั้งหัวใจก็โหวงกว่าที่เคย...


เขาเป็นอะไรกันแน่....



TBC.

 

++

 

Talk

เรื่องขำก็คือ....เฟล่อนมันเอาจนได้ค่ะ (ฮา)
ทั้งที่คิดว่าจะวาดรูปเอามันส์อย่างเดียว แต่ตอนนี้มันก็มาเป็นเรื่องแล้ว
เพราะดอกไม้แท้ๆ ที่เข็นความขี้เกียจจนมันออกมาเป็นเรื่องเป็นราวได้

ขอแหกนิดนึงข้ามไปช่วงปี 2007 เพราะถ้าเอาตามปวศ.มันก็มีคนเล่นเยอะแยะและเฟล่อนก็ชอบอ่าน พอมาแหวกแบบนี้ คาแรคเตอร์ก็เปลี่ยนไปพอควรเหมือนกัน แต่งลำบสกใช่น้อย (เฟล่อนติดคาแรคตามปวศ.มากกว่านี่นะ...)

เอาเหอะ ประเดิมตอนแรก
คาดหวังว่ามันจะแค่สองตอนจบ......(คงยาก)

 

ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะเคอะ...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พักนี้อ่านฟิกเฮตาเลียเพลินไปเลย55

่ท่านอาเธอร์คะ เคะคิดมากไม่ดีนะคะ หนูอัลเธอออกจะซื่อตรง? (ช่างหัวประวัติศาสตร์มัน)

มาถึงไม่ทำอะไรก็กระโดดกอดซะงั้น (นึกภาพหมาตัวใหญ่ๆกระโดดใส่เจ้านาย55)

#1 By Mercutery on 2008-11-25 16:43

ขอขำก่อน

จนไ้ด้สินะ!!! แถมมีหมายเลข 1 อีก กร๊ากกก

มา เนื้อเรื่อง
น่ารัก สดใส....เชื่อใจไม่ได้...
^
แอ๊ะถูกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อย่าไปเชื่อมันนะค๊ะะะะะ

อะไรเนี่ย... มาปุ๊บจุ๊บปั้บเลยเรอะ

อั๊ง รอตอนต่อไป

#2 By KeeChan on 2008-11-25 18:18

ท่าทีทุกอย่างที่อเมริกาแสดงออกมาราวกับสมัยก่อนไม่ผิดเพี้ยน น่ารัก สดใส....เชื่อใจไม่ได้...

กร๊ากกกกกกก ได้ใจมากๆเลยค่ะ วู้ววว >w</ ถูกต้องสุดๆ กร๊าก

#3 By 「 Hi-bird 」 on 2008-11-25 18:46

มาแปะไว้ก่อนว่ะ

ไปเรียนละ

เด๋วมาอ่าน มาเกรียนให้รู้ว่าเห็นแล้ว จุ๊บ
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อ่านแล้ว

ดอกไม้มาอ่านแล้วววววววววววววววววววว

อะอั๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

โอ๊ยแก มันช่างอะอ๊างหัวใจมากเลย (ฉันหาคำอื่นไม่ออกว่ะ) แบบ ไม่รู้นะ แต่ ตอนอ่านแล้วมัน แบบ เหมือนโดนทุบอกเป็นระยะๆเลย มันบีบดีแก ชอบบบบบบ

คือไม่ใช่ว่าเป็นความรู้สึกทรมานนะ แต่อึดอัดแบบแปลกๆ บ้าบอมากเลย แกจะสองตอนจบเหรอ? ไม่ได้นะ วันนั้นเมาท์กั%
เชียด เมนต์แล้วหาย

จะบอกว่า วันนั้นเมาท์กันออกยาว ห้ามมีแค่สองตอนนะแก

อ่านแล้วอยากรู้ว่าอะไรอยู่ในหัวเมรี่บ้างอะ แบบ กิริซังเค้าออกจะกังวลเสียขนาดนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

สรุปคือกูลุ้น

แกก็ตั้งใจทำงานล่ะ ฉันจะตั้งใจเรียน แต่เด๋วต่อฟิคก่อน ฮ่าๆๆๆๆ
และแล้วก็หลุดบ่วงมาอีกคน (ขำ) โดนดอกไม้หลอกมาเหรอคะ อั๊ง

มองเมนต์บนๆ... "น่ารัก สดใส....เชื่อใจไม่ได้..." กลายเป็นนิยามไปแล้ว (ฮา) ตอนก็อปดันติดคำว่า เพี้ยน จากผิดเพี้ยนมาอีกต่างหาก...orz (แน่นอน ลบไปแล้วเพื่อความหล่อน่ารักของมันในเรื่องนี้...)

กิริช่างน่ารัก คิดมาก นึกถึงอดีต อีอัลฟ์จงฉลาดไปง้างปากซะ (เอางั้นเลยนะ...) แต่ช่างหาญกล้าเว้ย แกกล้าจูบเค้าเลยเรอะ ดูจากท่าทางเหวอของกิริแล้วก่อนหน้านี้คงยังไม่มีอะไรคืบหน้า (หรือเปล่าวะ...) หรือไม่ก็ไม่มีไรมากสินะ (หรือม้ามืดได้กันไปแล้ว...อกุศลไม่เลิก กรี๊ดดดดดดด)

ยุค 2007 เลย อัพเดทอย่างแรง น่าสนอ่ะ กิริทำตัวแก่ คิดมาก กลัวนั่นนี่ ส่วนอีเมรี่เรียกว่าโตเต็มที่ (แต่ก็ยังอ้อนคนคนเดิม...แอ๊ะ หมั่นไส้ พิมพ์เองยังหมั่นไส้ อี๊) ทำหัวเราะไฮเปอร์ (ได้ภาพพจน์มากตอนอ่าน ฮา) แกต้องมีซัมติงแน่ๆ นังอัลฟ์!


ป.ล. คาดหวังว่ามันจะแค่สองตอนจบ......(คงยาก) << อยากจะร่วมอวยพร แต่ดันเห็นด้วยกับในวงเล็บ...
ป.ล.2 ความรักต้องใช้เวลาหมักบ่มสินะคะท่านอาเธอร์

#7 By Zakuro on 2008-11-26 07:46

『 フェロン 』 View my profile

Recommend