[Hetalia Fanfic]: Identity Crisis #2

posted on 26 Nov 2008 13:43 by felon  in hetalia

[Hetalia Fanfic]: Identity Crisis #2
Main: เมริกิริ (2007 version)
Rate: PG
Warning:
แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก

เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเสียดสี
โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก
กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน


____________________________________________


ริมฝีปากประทับลงแก้มข้างริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ตัวการผละออกมายิ้มให้ มือใหญ่นั้นโอบคนตัวเตี้ยกว่าไปยังโต๊ะทำงาน อีกมือผายอวดกองเอกสารที่พะเนินเป็นเอเวอร์เรสย่อมๆสองลูก อังกฤษเหมือนจะยังไม่หายงุนงงจากสัมผัสเมื่อครู่ด้วยซ้ำ จนกระทั่งตัดสินใจได้ว่านั่นคือการทักทายตามธรรมเนียมแล้วจึงสนใจกองที่ว่านั่นโดยการมองโต๊ะทำงานสลับกับหน้าตาชื่นมื่นของคนอวด
ดูเหมือนว่าอังกฤษจะไม่เอ่ยปากถามอะไรออกมาเสียที อเมริกาจึงหน้าเหี่ยวลงเล็กน้อยก่อนจะกระแอมกระไอ เชิญอังกฤษนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

"สงสัยสินะว่ามันคืออะไร?" เจ้าตัวเกริ่น มองอังกฤษที่พยักหน้ารับน้อยๆ "มันคือเอกสารและสัญญาไงล่ะ!! ฉันร่างเอาไว้ตั้งนานแล้ว กะว่าเสร็จแล้วจะให้นายดูคนแรกเลย~"

อเมริกาพูดเสียงตื่นเต้นขณะที่อังกฤษสงสัยว่า แล้วมันเกี่ยวกับเขาตรงไหน สายตาจึงมองกราดตัวหนังสือของเอกสารที่อยู่บนสุด แต่ก็มีแต่น้ำ หาใจความแทบไม่ได้จนต้องนึกขำออกมา

เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ กว่าจะขออะไรจากเขาก็พูดอ้อมเสียจนแทบลืมจุดประสงค์ของตัวเอง...

"ฉันต้องอ่านหมดนี่รึเปล่า?" อังกฤษตั้งข้อสงสัยขึ้น ซึ่งถ้าคำตอบคือใช่ เขาคงต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่ต่ำกว่าสองอาทิตย์เพื่อค้นหาใจความที่น่าสนใจจากกองมหึมาสองกองนี้

"ไว้มีเวลาค่อยอ่านก็ได้ ประชุมครั้งถัดไปฉันจะแถลงเองล่ะ ตอนนี้ฉันพูดให้นายฟังแบบรวบรัดเลยแล้วกันนะ" อเมริกายังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม นั่งพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายๆ "จะเริ่มด้วยคำถาม ตอบคำถามฉันก่อน"

ท่าทีเปลี่ยนเป็นเอาจริงเอาจังทันใด อังกฤษลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะแบบนี้แหละถึงได้ไม่อยากคุยกันแค่สองคน เขาทนไม่ได้ทุกครั้งเวลาที่ตัวเองรู้สึกว่ากำลังโดนหลอกใช้...เหมือนกรณีนี้ที่เขากำลังโดนล้วงข้อมูลใช่ไหม?

"นายเคยบอกฉัน...เมื่อนานมาแล้ว...นายบอกว่าจะไปกับฉันใช่ไหม?"

ยังรู้สึกได้ถึงสายลมเย็นในสวน ดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำลับขอบฟ้า เสียงทุ้มที่เชิญชวนเขาไปเดินไปด้วยกัน และตัวเขาที่ตอบรับน้ำเสียงนั้นด้วยรอยยิ้ม...เขาจะลืมมันลงได้อย่างไร ทั้งผลที่ตามมายังแย่อย่างไม่คาดคิด หลายคนก่นด่าเขาที่สนิทกับอเมริกามากเกินไปทั้งๆที่ไม่ได้มีศักดิ์เป็นพี่น้องกันอีกต่อไปแล้ว สายตาผู้คนที่มองเขาอย่างเหยียดหยาม...เขาก็ลืมไม่ลงเช่นกัน

"ตอนนี้...ยังเป็นแบบนั้นอยู่รึเปล่า?"

ความเจ็บปวดในใจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เขาตอบคำถามนี้ไม่ได้
ไม่อยากไปด้วยเพราะว่าเหนื่อยเหลือเกิน อยากไปด้วยเพราะว่าไม่อยากปล่อยมือนี้ไป
แต่ก็รู้อยู่แล้ว ถ้าเพียงได้สบตากับคำตั้งคำถาม คำตอบจะเหลือเพียงหนึ่งเดียว ถึงจะเจ็บใจแค่ไหน ทำเป็นใจแข็งแค่ไหน...

"อือ..."

อเมริการับคำตอบนั้นด้วยรอยยิ้ม "งั้นก็คุยกันง่ายแล้วล่ะ เอกสารพวกนี้ฉันจะสรุปให้นายฟังหลังจากที่เรากินข้าวกลางวันกันแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ฉันมีอะไรจะถามนายอีกข้อ..."

นี่เป็นครั้งที่สามที่เขาได้เห็นแววตาอ่อนแสง หัวใจปวดแปลบยิ่งว่าเรื่องของตัวเองเสียอีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะไม่ลังเลที่จะคว้าเด็กตัวน้อยนั่นมากอดแล้วปลอบใจเรียกรอยยิ้มแสนรักให้ปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง

"อาเธอร์..." มือบางถูกคว้าเข้าหาอีกคนอย่างแรง ทำให้เจ้าของชื่อต้องลุกขึ้นยืนโดยไม่ตั้งตัว เซถลาอย่างทรงตัวไปไม่ได้ "นายหลบหน้าฉันทำไม..."

อเมริการู้.....
อังกฤษมองหน้าคนถามอย่างไม่คาดคิด จะให้เขาตอบยังไงว่าเขาเจ็บปวดกับการเชื่อใจ เจ็บปวดกับการโอนอ่อนตามอเมริกาเหมือนอย่างวันนี้ หัวใจเหนื่อยล้าไร้กำลังทุกครั้งที่มองผู้คนรอบตัว เขาไม่ได้สำคัญไปกว่าใคร สุดท้ายแล้วอังกฤษก็จะถูกลืม กลั้นใจเอ่ยปากว่าจะไปด้วยกันด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่อยากถูกลืม...ไม่อยากให้มองข้าม แต่ก็ทนไม่ได้ถ้าจะต้องออกมาเจอ ไปเที่ยวด้วยกัน นอนอ่านหนังสือเล่นด้วยกันเหมือนแต่ก่อน

"ป..เปล่า"

"โกหก!" อเมริกาก้มหน้าลง พูดเสียงต่ำ แต่เขาก็ได้เห็น...สีหน้าเจ็บปวดนั้น "ถ้าฉันไม่เรียกประชุมรวมก็ไม่มีวันได้เห็นหน้านายใช่ไหม? ถ้าไม่ได้เอาเรื่องงานมาอ้าง นายก็จะไม่สนใจฉันใช่รึเปล่า? ทำไมล่ะ? นายไม่พอใจอะไรทำไมไม่บอกฉันมาล่ะ? นายตะคอกใส่ฉันเหมือนเมื่อก่อนยังดีซะกว่า...ฉันคิดไปเองจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว...."

เสียงพูดเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆเหมือนความรู้สึกที่เก็บไว้พรั่งพรูออกมา มือสองข้างนั้นบีบไหล่ของเขาแน่น คิ้วสีอ่อนขมวดมุ่น ใบหน้าคลางแคลงและปวดร้าวจนเขาแทบทนมองไม่ไหว หัวใจถูกบีบรุนแรงเหลือเกิน...
เขาตอบไม่ได้ เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่จุดไหน อยู่ในสถานะอะไร มีความสำคัญตรงไหน น่าใช้ประโยชน์ยังไง เขาไม่รู้...ไม่รู้เลยสักอย่าง

"ฉันคิดถึงนาย..อาเธอร์"


ทำไมนะ...ทำไมถึงต้องมัดเขาไว้ด้วยคำพูดพวกนี้?
คำว่าคิดถึงที่พูดมา มันต่างอะไรจากตอนที่นายพูดว่าคิดถึงกับญี่ปุ่นกันล่ะ? แล้วที่ฝรั่งเศสบอกว่าคิดถึงนาย มันก็มีความหมายเดียวกันรึเปล่า?
อ้อมกอดแบบนี้ล่ะ? ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ได้มันใช่ไหม? ทำไมอะไรก็ไม่ชัดเจนเลยสักอย่าง



ทำไมถึงได้เจ็บแบบนี้...



"ป..ปล่อยนะ" อังกฤษพยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดแข็งแรงนั้น คนตัวโตยืนนิ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สา กดหน้าผากทั้งคู่ให้สัมผัสกัน ระยะห่างน้อยนิดทำให้อังกฤษหยุดนิ่งไปชั่วครู่

"ฉันไม่อยากรู้คำตอบเลย....อย่าตอบนะ ฉันรู้สึกว่าถ้านายพูดอะไรออกมา.........ฉันจะเสียนายไป..."

นัยน์ตาสีฟ้านั้นมองทะลุเข้าไปในตัวเขา และจะเป็นอีกครั้งที่อเมริกาประสบความสำเร็จด้วยความใจอ่อนของเขาเอง

"ต่อจากนี้ไป...ฉันจะจับมือนายเอาไว้แน่นๆ ฉันจะปกป้องนายเหมือนที่เคยทำมาเสมอ ขอแค่อย่างเดียว.........อย่าไปจากชีวิตฉัน..."

จะต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดด้วยรอยยิ้มของนายตลอดไป คำตอบที่มีเพียงหนึ่งเดียวให้ได้เสมอ ต้องมองนายทำแบบนี้กับคนอื่นไปนานแสนนาน นี่คือการทรมานที่แสนสาหัสเกินไปไหม? เขาอาจจะทนไม่ไหวแล้วก็ได้ คิดแล้วก็น่าหัวเราะ ที่ตัวเขาเองเลือกที่จะเจ็บซ้ำๆเป็นเวลานานๆ แทนที่จะทิ้งทุกอย่างไปแลกกับความเจ็บปวดเพียงครั้งเดียว น่าเสียดายที่เขาตัดมันไม่ลงเพราะภาพแสนงดงามในอดีตที่หวนคิดถึงมันทุกครั้งยามที่เขาหมดกำลังใจและท้อถอย มาคราวนี้เขาอาจจะต้องใช้มันปลอบใจเวลาที่เขาพูดปฏิเสธกระมัง...


แล้วเขาจะปฏิเสธลงหรือ?


เขาเข้มแข็งขนาดไม่ใยดีคนตรงหน้าได้ลงคอหรือ?


ดูเหมือนว่าความเงียบจะดำเนินมานานแสนนาน จังหวะอัตราการเต้นของหัวใจดูเหมือนจะเป็นเสียงที่ดังที่สุดในห้องนี้ ร่างสูงมองเข้าไปในดวงตาหวาดหวั่นและเต็มไปด้วยความสับสน เขากลัวเหมือนที่กลัวมาตลอด กลัวว่าอังกฤษจะไปจากเขา ทุกครั้งที่มองไป สายตาคู่นั้นเจ็บปวด รอยยิ้มยังส่งมาถึงเขาทั้งที่มีแววตาแบบนั้น นึกไม่ออกว่าอังกฤษเจ็บปวดด้วยเรื่องอะไร ทั้งที่ตัวเขาเองน่าจะรู้ทุกเรื่องของอังกฤษ ตอนนี้เขากลับตอบคำถามให้ตัวเองไม่ได้ หาคำตอบก็ยังไม่เจอว่าอะไรที่จะทำให้อังกฤษหายเจ็บปวดได้
อยากจะเก็บไว้คนเดียวแต่ก็กลัวจะกำจัดอิสระ จึงทำได้แค่ดึงมาอยู่ข้างๆ ทำทุกวิถีทางที่ทำให้อังกฤษหันมามองเขา ของล่อใจหลายต่อหลายอย่างไม่เป็นผล เขาพยายามรั้งอีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนเป็นแบบนี้ไปหรือเปล่านะ? หรือว่าเขาถูกเกลียดโดยไม่รู้ตัวมาตลอด........


ใครจะยอมให้เป็นแบบนั้น...


ให้ความสำคัญกว่าใคร ปกป้องยิ่งกว่าใคร มือที่จับเอาไว้จะไม่มีวันปล่อยไปเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะว่ายังไง คิดยังไงเขาก็ไม่สน


เขายอมถูกคนทั้งโลกเกลียดดีกว่าให้อังกฤษเกลียดเขา!

 

TBC...

 

++

Talk:

เฟล่อนเหนื่อยใจ...
ปี 2007 ช่างยากแท้หยั่งถึง....
ต่างคนต่างผลัดกันโง่ผลัดกันฉลาดซะจนเฟล่อนเหนื่อยยยยยยยยยยยยยย

แต่สัญญากับตัวเองไว้ว่า...มันจะจบที่ตอนสาม.....

ได้ซะที่ไหน...(แต่งมาครึ่งละ แม่งมีแต่....ทั้งนั้น!! เนื้อเรื่องจะเดินมั๊ยยยยยย
)

ตอบเมนท์ดีกว่า...

#1 By Mercutery << อ่ะถูกกกก เหมือนโกลเด้นโดดใส่อ่ะพี่เหรียญ (ฮา)

#2 By KeeChan  << ตอนนี้ก็เฉลยแล้วนะ ว่ามันไม่ใช่อย่างน้านนนน (ฮาดีนะ ขณะที่ไอ้คู่เฉื่อยที่พี่แต่งมันไปไหนต่อไหนแล้ว ไอ้สองตัวนี้มันยังเถียงกันอยู่เลย....)

#3 By [Hi-bird] Mode : InTheYaoiLanD!! << จะเชื่อได้รึเปล่า รอดูตอนหน้านะ ^^

#4 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† << แกเห็นตอนนี้แล้วน่าจะรู้...ว่าแม่งไม่จบในสองตอน......และช้านเริ่มปวดหัวกับไอ้คู่นี้.....เอาคุณสวีตอนต่อไปมาดิ๊ (ทำงานให้เสร็จก่อนนะยะ)

#7 By Zakuro << ถึงกิริจะทำตัวแก่ แต่ก็ยังโมเอ้นะพี่ (ล่อนแต่งมันออกมาไม่ดีเองแหละ ฮ่าๆๆๆๆ)



ทิ้งท้ายแบบขำๆ



อเมริกาเชื่อใจไม่ได้


นะคะ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อเมริกาขี้เนียนด้วยค่ะ


/รอตอน3อย่างใจจดจ่อquestion

#1 By カフカ on 2008-11-26 14:06

ฮึ้ย ทำตัวแก่ไม่ได้หมายความว่าไม่โมเอ้นะ
โมเอ้เว้ยค่ะะะะะะ----!!! (อีนี่เชื้อโอจิค่อนแรงเหมือนกันนะเนี่ย...)
น่ารักๆ ทำได้ดีแล้ว ออกจะน่าปล้ำ (ทำไมในคอมเมนต์ไม่มีขีดฆ่าวะ...อดลดความเลวในเมนต์เลย...)

ตอนนี้ไม่ไหวละ ขอไปงีบก่อน เดี๋ยวกลับมาอ่านอีกที ฮือ


ป.ล. ยินดีด้วย ไม่จบในสองตอน(จนได้) กร๊าก *โดนเตะ* อ้อก

#2 By Zakuro on 2008-11-26 14:09

จริืง เหมือนเรื่องไม่คืบหน้า(ฮา)

สองตอนเวลาผ่านไปราว 10 นาที

อัลฟ์คะ อย่ามาทำตัวหล่อนะ อย่ามาอ้อนนะ
แค่นี้คนอ่านก็หลงจะแย่แล้ว(เกี่ยวมั้ย?)

เขายอมถูกคนทั้งโลกเกลียดดีกว่าให้อังกฤษเกลียดเขา!
^
^
หล่ออออ อ๊างงงงงง

ท่านอาเธอร์คะ คิดมากไปไม่ดีนะคะ (แอบหงุดหงิด)

#3 By Mercutery on 2008-11-26 14:11

รออ่านตอนต่อไปค่า

#4 By (^_^)/nana on 2008-11-26 14:19

เพิ่งเห็นตอนที่แล้วลืมเม้น =[]=;; วันนี้เห็นขึ้นตอนสองแล้ว เด๋วจะมาอ่านเน้อออ ขอแปะก่อนจ้า มีเรียนเช้าอ่ะ

#5 By chibi on 2008-11-26 14:56

มาแปะอีกเหมือนเคย
เด๋ววันนี้ของฉัน (ตีห้าของแก)

ฉันจะจัดคุณสวี(กูก็อ่านสะ-หวีว่ะ)หล่อๆไปให้ ดีมั้ยล่อน

อ่านแบบลวกมาก เห็นประโยคสุดท้าย อเมริกาเชื่อใจไม่ได้

/ตบตี

แก ตอนนี้ฉันชอบอีอัลฟ์อยู่ อย่าทำกันแบบนี้

#6 By .:HANA~hanachiko:. on 2008-11-26 19:13

รู้สึกปริมาณแต่ละตอนมันน้อยนะมันเลยไม่คืบหน้า (หรือเพราะว่าตัวอักษรมันเล็ก?

โอ้ยยยย อเมริกาอย่าหล่ออออ มีง้อมีงอนมีงุงิๆๆๆๆ บรรยากาศมันน่าอึดอัดชอบกล วี้ด รู้สึกด้านที่โหวกเหวกลััลล้ากะด้านหล่อจริงจังข้างล่างช่างแตกต่าง ปู้ชายขี้เนียน!

#7 By KeeChan on 2008-11-26 19:16

ก่อนอื่น...ต้องบอกว่าไวค่อด (ฮา) กวดกันมาติดๆ เลยเว้ย ของเค้าแรงจริง

เมกาแม่งหล่อ มันดูโต ดูเข้มแข็งมั่นคง สรุปคือหล่อแหละวะ (แต่ปี 2008 คงกระอักอยู่...) แอบเอาแต่ใจ แถมยังแอบอ้อนอังกฤษอีก แน่จริงพูดตรงๆ สิวะอัลฟ์! (ดูอย่างเฮราเคลสเด๊ะ อ้อมบ้างแต่ถึงเวลาตรงก็แม่มขวานผ่าซากเลย)

ชอบอ้ะ ชอบอีอัลเฟรดนี่แหละ ดูมันรุกๆ แต่ก็ไม่กล้าถึงที่สุดเพราะแคร์กิริ กรี๊ด อั๊ง สงสารท่านเธอร์ ยังดูเอ๋อๆ อยู่ เพราะความไม่ตรงไปตรงมาแท้ๆ
(แต่ก็นั่นล่ะนะ...บางเรื่องมันก็ยาก...)

สุดท้ายนี้...อีสัญญาอะไรนั่นน่าสงสัยสุดๆ...

ไฟลุกกันต่อไป ขออวยพรให้เมโร่โชคดี จบได้ตอนที่สาม (แม้มีสังหรณ์ว่าเหมือนจะไม่สำเร็จ...กรี๊ด อย่าเตะเค้านะ)

#8 By Zakuro on 2008-11-26 19:59

กรี๊ดดดดดดด-------------!!!!

เมริบร้า!! อย่ามาหล่อแถวนี้สิ =[]=!! อย่ามาเนียนอ้อนสิ!! อยู่ฝั่งกิริมาตลอดเลยพลอยคิดมากตามไปเลย อร๊ากกกกก!! หล่อ!! เข้มแข็ง!! แต่ท่านเธอร์น่ารักกว่าเยอะ~~~(กร๊าก =[]=") เมริเชื่อใจไม่ด้ายยย(ในทุกกรณีในโลกแห่งความเป็นจริง) แอบคิดว่าที่ท่านอาเธอร์กังวลเนี่ย ของจริงๆแท้เลยทีเดียวเชียว =w="

ช่วยกล้าๆกันหน่อยสิคะ กลัวอะไรไม่ถูกเวลาเลยทั้งสองท่าน =[ ]=!!!

สัญญานั่นน่าสงสัย... หรือว่า...?

อยากอ่าน 2008 อย่างจริงจังค่ะ =w=b

#9 By Rayrorst Har. Sigfried on 2008-11-26 21:27

อา..คิดกับตัวเองว่า นี่เราอินเกินไปรึเปล่าเนี่ย! 5555+

อเมริกาเชื่อใจไม่ได้จริงๆ...ขี้เนียนเอ๊ย!!
แต่ความคิดกับคำพูดหล่อไปมั้ย!!!!!!! โฮกกกกกก

#10 By Koki on 2008-11-26 22:01

โอเค มาอ่านแล้ว (ชั้นก็ปั่นเมนต์เหลือเกิน)

โอ๊ยแก มันปวดใจ เงื่อนงำไร กิริซังบ้าที่สุด เมรี่สู้ๆนะเว้ยยยย อั๊งงงงง ถึงบอกเชื่อไม่ได้ชั้นเชียร์ขาดใจเลย

แบบ โหยแก อ๊ากมาก ไม่รู้จะพูดยังไง

คือ เช่ือไม่ได้เนี่ย มันเรื่องสัญญาแหงๆเลยใช่มะ? แต่ยังไงเมรี่มันก็ต้องการกิริซังแหละ ไม่มีทางไม่ต้องการหรอก ฮ่าๆๆๆๆ คิคิคิคิ

โอ๊ยยยยยยยยย

จะเข้าวินมั้ยยยยยยยยยยยยยยยย ย้ากกกกกกกกกกกกกกกก

#11 By .:HANA~hanachiko:. on 2008-11-27 01:10

อ่านแล้วรู้สึกบรรยากาศที่แผ่จากตัวอัลฟ์ไม่น่าไว้ใจจริงๆ ^^;; แต่ชื่อตอนคนที่จะวิกฤติก็คงท่านอาเธอร์ ฮ่ะๆ ไม่รู้ทำไม รู้สึกอังกฤษจะค่อยๆ เสียความเป็นตัวของตัวเองให้เมกาหรือไงนะ (หรือจะเสียตัวไปด้วยดี 55)

#12 By chibi on 2008-11-27 08:06

『 フェロン 』 View my profile

Recommend