[Reborn fanfic]: 俺達のJOY!
posted on 29 Nov 2008 23:46 by felon in Reborn
ใครบอกว่าเราลืมไอ้คู่นี้ไปแล้ว??
ไม่ได้ลืมนะเฟร้ยยยยย แค่เหินห่างไปหน่อยเดียวเอ๊งงงงงงงงงงง
(หน่อยเดียวจริงๆนะ แค่ชั่วแว่บนึงที่เราคิดสังสัยว่า 8059 มันอะไรตอนเพื่อนถามเท่านั้นเอ๊งงงง ไม่ลื้มมมมมม)
เหมือนๆว่าจะฉลองออกเล่ม 16
แต่มันคือของในกรุชิ้นสุดท้ายแล้ว (ฮา บ้าจริง! มัวแต่เมริกิริอยู่น่ะสิ!!!! =[]=;;;; )
เหมือนๆว่าจะคิดถึงคู่นี้ยังไงชอบกลนะ
ตอนอ่านเล่ม 16 นี่คือแบบ...เฮ้ยยยยยย โกคุแม่งโมเอ้~ ว่าแต่คิดถึงจัง ไม่เจอกันนานเนอะ (ฮา)
ช่วงนี้การ์ตูนออกเยอะจัง รู้ไหมว่าไม่มีเวลาอ่าน
งานเยอะ งานเร่ง แถมเงินก็ไม่ค่อยจะมี
นี่จะกินหนังสือแทนข้าวอีกเดือนนึงแล้วนะ TT{}TT (บ้าจัง...ได้ข่าวว่าเงินเดือนเพิ่งออก...หมดอีกแล้ววววววว)
ช่างเถอะ อ่านฟิกดีกว่าเนอะ.... (ฮา)
อะไรนะ? อยากอ่านเมริกิริ???
รอเดี๋ยวดิ แต่งตอนพิเศษอยู่ (กร๊ากกกกกก)
[Reborn fanfic]: 俺達のJOY!
Main: 8059
Rate: PG-13
____________________________________
"ขอร้องล่ะนะ โกคุเทระ"
แววตากลมสีน้ำตาลใสเหลือบขึ้นมองหน้าคนฟัง มือประกบกันเป็นเชิงเว้าวอน
มองจากมุมสูงอย่างเขาแล้วมันก็น่ารักเกินจะห้ามใจไหว ต่อให้ไม่ขอร้อง
แค่บอกเขาธรรมดา ก็ยอมทำให้ทุกอย่างอยู่แล้ว
เพราะงั้นจึงพยักหน้ารัวๆด้วยสีหน้าชื่นมื่น
รับภารกิจที่ถือว่าเป็นอีกครั้งที่รุ่นที่สิบไว้วางใจเขา
ว่าแต่ว่า...ให้ทำอะไรล่ะเนี่ย?
"ตลกน่า...นายยอมด้วยเหรอ?"
เสียงหนึ่งทักคนที่ทำสีหน้าแฮปปี้ให้หันมาแง่งๆใส่
"นี่นายรู้รึเปล่าว่าให้ทำอะไร?
ฉันว่าแล้วเชียวว่าคนในห้องต้องมาขอให้สึนะขอร้องนายแน่ๆ"
เสียงถอนหายใจดังขึ้นทันทีที่พูดจบ เจ้าตัวเตี้ยได้แต่หัวเราะแหะๆ
เหลือบมองคนสูงกว่าทั้งสองคนสลับกันไปมา คิดในใจว่า
ต่อให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆไม่ให้เขามาขอร้อง
เขาก็จะตัดสินใจมาพูดเองอยู่แล้ว
"เอาน่า พยายามเข้านะทั้งสองคน ฉันกลับก่อนล่ะ พวกนายตกลงกันดีๆนะ"
"คร้าบ~ เดินกลับดีๆนะครับรุ่นที่สิบ~" พอเอ่ยลาเสร็จก็มายืนงงกับตัวเอง
รุ่นที่สิบบอกให้พยายามเข้า มันก็น่าดีใจอยู่หรอกที่มีกำลังใจดีๆอย่างนี้
ว่าแต่ว่า...เขาต้องตกลงอะไรกับใครนะ?
เสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นอีกครั้งเฉลยทุกอย่างกระจ่างในหัวคนตัวบาง
รู้ทันทีว่าต้องทำอะไรร่วมกับไอ้มนุษย์เบสบอลนี่สักอย่าง
เพียงแต่ชั่วโมงโฮมรูมที่ผ่านมา เข้าไม่ได้สนใจฟังคนหน้าห้องพูด
ไม่ได้หลับ ไม่ได้อ่านหนังสือ
แต่มัวนั่งเหม่อลอยคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน
"เอาไงก็เอาแล้วกัน เพราะส่วนใหญ่ก็กำหนดมาเกือบหมดแล้ว นายว่าไงก็ว่าตามกันนะ"
โอเค ว่าไงว่าตามกัน ว่าแต่จะว่าอะไรล่ะ? นี่คุยอะไรกันอยู่เหรอ?
ช่วยบอกหัวข้อให้ทีจะได้ไหม ทุกอย่างจะได้จบๆไป เพราะถ้าให้ตามใจเขาจริงๆ
อย่างแรกคือเอาไอ้หัวเบสบอสนี่ไปไกลๆลูกตาที!
"ทำหน้าแบบนั้นแปลว่าไม่ได้ฟังเลยสินะ?" ร่างสูงถอนหายใจอีกเฮือก "นายรู้รึเปล่าว่าจะมีกิจกรรมประกวดระดับชั้น?"
โกคุเทระพยักหน้าหนึ่งที ต่อให้ไม่สนใจเขาก็รู้ เล่นเป็นหัวข้อที่คุยกันทั้งโรงเรียนเลยนี่นะ
"แล้วรู้รึเปล่าว่าเขาบังคับให้แข่งทุกห้องโดยส่งตัวแทน?"
อันนี้ก็รู้ ทุกคนก็คุยกันเรื่องนี้ทั้งโรงเรียนอีกนั่นแหละ ว่าแล้วก็พยักหน้าอีกที
"แล้วรู้รึเปล่าว่า...ฉันเป็นตัวแทนที่ว่านั่น และตะกี้ นายเพิ่งตกลงเป็นตัวแทนอีกคนนึงคู่กับฉัน?"
อาฮะ! โกคุเทระพยักหน้าอีกที เป็นอันเข้าใจแล้วว่าที่รุ่นที่สิบพูดหมายถึงให้เขาพยายามเรื่องอะไร และต้องตกลงอะไรกับมนุษย์หน้าโง่นี่
แต่เดี๋ยวก่อน!!!! นี่เขาตกลงอะไรไปนะ!!!!!
"จะค้านตอนนี้ก็สายไปแล้ว ฉันกับนายต้องตกลงกัน แล้วส่งหัวข้อวันพรุ่งนี้ ต่อจากนั้นมีเวลาซ้อมการแสดงอีกสองอาทิตย์แล้วขึ้นแสดง"
หมอนี่มันพูดเหมือนว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเป็นเรื่องธรรมดา
ขั้วโลกใต้น้ำแข็งละลายเหี้ยนก็เป็นเรื่องธรรมดา
ธรรมดาเหมือนการสั่งซื้อไดนาไมด์จากอิตาลียังไงยังงั้นเลยเชียว
จะถามถึงความก้าวหน้าก็ยิ่งไม่ต้องพูดกัน
อย่างเจ้าคนตรงหน้านี่มันจะคิดอะไรล่วงหน้าเป็น?
แล้วยิ่งเขาเพิ่งตกลงไปเมื่อกี้นี้ ยังไงก็ไม่มีอะไรให้ลุ้น
แล้วทำไมมันเห็นแววชัดแจ๋วแต่ไกลลิบลิ่วว่าเขาต้องเป็นคนคิดและจัดการทั้งหมดละเนี่ย??
"เอาล่ะ...ฉันว่าห้องอื่นคงเริ่มไปบ้างแล้ว
แล้วหัวข้อต้องส่งพรุ่งนี้ ฉันเชื่อคำว่า รู้เขารู้เรา
รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เพราะงั้นเย็นนี้นายไม่ต้องไปไหน
ไปสอดแนมกับฉันเสียดีๆ"
พูดเหมือนว่ายามาโมโตะมีทางเลือกอย่างนั้นล่ะ? แต่ใช่ว่ามีแล้วจะเลือก เขาก็ตามใจโกคุเทระอยู่ดีน่ะแหละ
ทั้งคู่จึงแอบดอดไปดูห้องอื่นซ้อมกัน
เนื่องจากว่าห้องของพวกเขาเป็นห้องสุดท้ายที่จะส่งหัวข้อ
บางห้องก็ซ้อมกันในห้อง บางห้องก็ยืมห้องศิลปะ บางห้องก็ไปโผล่อยู่โรงยิม
แต่ละห้องต่างรวมหัวกันเต็มที่ตามแบบฉบับเด็กม.ต้น ก็ไม่พ้น แสดงละคร
เล่นตลก โชว์มายากล บลาๆไปตามประสา
แต่นั่นกลับทำให้โกคุเทระถึงทางตันอย่างแท้จริง
ไอ้สิ่งที่เขาคิดจะใช้ดันโดนห้องอื่นกวาดไปเรียบหมดแล้ว
ขนาดของสิ้นคิดอย่างปิดตาตีลูกเบสบอลยังถูกเอาไปใช้แล้วเลย
ยิ่งคิดก็ยิ่งคิดไม่ออก ไม่มีอะไรดีๆลอยเข้ามาในหัว ไอ้คนข้างๆอยู่ก็เหมือนเกะกะ
ไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากจับมือเขาไปนู่นมานี่สอดแนมคนอื่นไปจนหมดสายชั้น
ขากลับเดินเนือยๆกลับห้องตัวเอง
ร่างบางคิดอยู่ว่าคืนนี้อาจจะต้องนอนคิดทั้งคืนเป็นแน่แท้
สายตาเบือนไปเอะใจกับสิ่งไม่มีชีวิตรูปร่างใหญ่โตในห้องที่เงียบสงบ
เขาสะดุ้งทันที ลากร่างสูงที่เดินลัลลาเข้าไปในห้องแบบไม่ปรานีปราศัย
"ไอ้นี่แหละ!!"
โกคุเทระทำน้ำเสียงเริงร่าวิ่งเข้าไปโยนกีตาร์โปร่งใส่ร่างสูง
หย่อนก้นตัวเองลงเก้าอี้หน้าเปียโนหลังใหญ่
จิ้มลงคีย์สองสามคีย์แล้วหันไปอธิบาย "เราจะเล่นดนตรีสดกัน
เอาแบบจังหวะไม่เร็วมากเป็นไง?"
"ฉันเล่นกีตาร์ไม่เป็น"
โกคุเทระทำหน้าเหมือนรู้อยู่แล้ว (เขาเคยหวังอะไรกับหมอนี่ซะที่ไหนล่ะ?)
ถ้าเกิดร่างสูงหันมาบอกว่าจะเล่นไวโอลีนเนี่ยสิน่าแปลกใจ
"เอาเป็นว่าได้หัวข้อละ พรุ่งนี้ค่อยไปตกลงกับเจ้าพวกในห้องอีกทีแล้วกัน
ส่วนกีตาร์ของนาย เดี๋ยวจะหาเวลาสอนแบบเร่งรัดให้ก็แล้วกันนะ"
**
อะไรอะไรก็ไม่ง่ายนัก ทั้งห้องเถียงกันระงมในชั่วโมงโฮมรูมก่อนกลับบ้าน
ไม่ได้จะคัดค้านแต่มัวเถียงกันอยู่ว่าจะให้สองคนผู้ดวงซวยนั่นเล่นเพลงอะไรดี แต่แล้วความคิดของเจ้าห่วยก็หยุดเสียงคนทั้งห้อง
"ก็ให้สองคนนี้แต่งเพลงเองสิ" สึนะว่า ยิ้มแหยๆเหมือนทุกที
"ก็ยามาโมโตะเล่นกีตาร์ไม่เป็นนี่ ต่อให้พวกเราเลือกเพลงง่ายๆ
มันอาจจะไม่เพราะก็ได้
ฉันว่า...ก็ให้สองคนนี้แต่งเองเล่นเองจะดีกว่า........มั้ง..."
"ว่าไงนะครับรุ่นที่สิบ? ต้องฝันเอาแล้วล่ะถ้าให้ผมแต่งเพลงร่วมกับเจ้าหมอนี่!" โกคุเทระเปิดฉากโวยทันใด
"ก็ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็ไม่ควรเป็นมือขวารุ่นที่สิบของนายแล้ว"
"รีบอร์น!!!" สึนะร้องผวาเมื่อเห็นตัวกระจ้อยในชุดนักเรียนชายแบบเนียนๆ "ฉันจะรอดูนะ ไปคิดกันมาให้ดีๆล่ะ"
พอถูกพูดไปแบบนี้ โกคุเทระก็หมดสิทธิ์คัดค้าน
มีตำแหน่งมือขวารุ่นที่สิบเป็นประกัน ต่อให้ตายก็ต้องทำให้ได้
คิดเสียว่าเป็นมือขวาก็ต้องทำได้ทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ
กะอีแค่แต่งเพลงกับสอนบางตัวสีซอ เอ๊ย! เล่นกีตาร์
มันก็คงไม่ยากเกินความสามารถเขาหรอก! อีกอย่าง
รุ่นที่สิบถึงกับแสดงความเห็นแบบนี้แสดงว่าต้องเชื่อใจเป็นอย่างมากว่าเขาทำได้
กลายเป็นว่าทุกอย่างก็ลงเอยด้วยประการฉะนี้แล ต่อจากนั้นทุกเย็น
โกคุเทระก็ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ร้านทาเคซูชิชั่วคราวเพื่อทำหน้ายัดตัวโน๊ตใส่สมองและทยอยเอาลูกเบสบอลออกจากหัวบ้าง
โต้รุ่งจนไปเรียนไม่ไหวก็บ่อย หยุดไปเลยก็มี
แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนๆในห้องจะแอบเช็คชื่อให้ด้วยความที่ว่าสองคนที่เกเรียน
จะต้องนำพารางวัลมาให้แก่ห้องเป็นแน่แท้ ถึงขนาดทำงานส่งแทนเลยก็มี
(ช่างเป็นเพื่อนร่วมห้องที่น่าสรรเสริญเสียนี่กระไร)
สองคนที่หยุดไปก็เล่นกีตาร์มากกว่านอน
จนบางครั้งยามาโมโตะคิดว่าอาจจะอ้วกออกมาเป็นคอร์ดกีตาร์แทนซูชิที่กินไปทุกวัน หรือบางทีอาจจะตาลายเห็นเสื้อเนื้อปลาเป็นบรรทัดห้าเส้นอะไรแบบนั้น
แต่สุขภาพจิตก็ไม่ได้แย่
ติดจะมีความสุขหน่อยๆด้วยเพราะว่าได้อยู่ใกล้คนสอนแบบถึงเนื้อถึงตัวถึงคอร์ดถึงนิ้ว ก็เลยตั้งใจเป็นพิเศษ
เวลาผ่านไปเร็วยังกับฟิค
เหลือเวลาอีกสองวันจะถึงวันงาน เพื่อนๆที่ห้องก็เตรียมงานกันสุดฤทธิ์
บางคนจัดหาดอกไม้มาเพื่อใช้แทนแต้มคะแนนที่ส่งให้
โดยดอกไม้แต่ละสีมีราคาและค่าคะแนนไม่เท่ากัน
บางส่วนก็ติดต่อของยืมเปียโนสำหรับการแสดงไว้ด้วย
ตัดมาด้านตัวเอกอีกครั้ง ตอนนี้กำลังนั่งคิดเนื้อเพลงกันหัวปูด จะแต่งเรื่องความรักก็ไม่ซึ้ง
จะแต่งเพลงเกี่ยวกับโรงเรียนก็นึกไม่ออก
เกี่ยวกับมิตรภาพผองเพื่อนยิ่งคิดไม่ออกไปกันใหญ่
โกคุเทระจึงได้แค่คาบปากกามองกระดาษเปล่าอยู่อย่างนั้น
กับยามาโมโตะที่นั่งเท้าคางใช้ความคิดอย่างหนักไม่แพ้กัน
เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรจึงตกลงกันว่า ไม่ว่าจะคิดเรื่องเวรอะไรได้
ก็จงเขียนลงกระดาษไปเสียก่อนเถิด
เขียนไปเขียนมาก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเข้ากันสักนิด ด้วยความที่ว่าคนหนึ่งเป็นมือระเบิด
คนหนึ่งเป็นมนุษย์เบสบอล แล้วมันจะเป็นเพลงเอาท่าไหน?
"รองเท้าสนีกเกอร์....ลูกเบสบอลสีขาว....อืม.....ฝนตก...น้ำนอง...เมื่อวานดาวสวย...ลม
แรง....อะไรวะเนี่ย?" โกคุเทระอ่านทวนแล้วก็แทบประสาทเสีย
แต่ด้วยความติสท์ที่มีในตัวเลยขอใช้ที่เขียนๆมาให้มันได้ประโยชน์สักนิด
"อืม....ลองเขียนคำให้มันเชื่อมๆกันดูดีมั้ยไอ้พวกนี้น่ะ?"
"ก็ดีนะ...อืม....." ยามาโมโตะลงมือเขียนคนแรก "แบบนี้เป็นไง?"
'ฉันออกวิ่งไป ท่ามกลางสายฝนและลมกรรโชกแรง ปราศจากที่กำบัง ฉันหยุดไม่ได้'
"
ช่างเรียลลิตี้สุดๆ สมเป็นนายชะมัด..." พอยามาโมโตะเริ่มเขียนก่อน
โกคุเทระก็เหมือนจะเกิดไอเดียขึ้นมาบ้างเกี่ยวกับรองเท้าที่ตัวเองชอบใส่
เขียนไปเขียนมาความคิดต่างคนต่างดูจะบรรเจิดยังไงชอบกล
มนุษย์หนึ่งในนั้นเป็นตัวออกนอกเรื่องก่อน แรกๆก็ไม่ได้สงสัย
เขียนต่อๆกันไปจนกระทั่งคนอ่านรู้สึกแปลกๆกับเนื้อเพลงที่อีกฝ่ายเขียน
พานึกไปว่าอาจจะคิดไปเอง
ความรู้สึกที่เหมือนถูกมองอยู่ตลอดก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะเหลือบตาขึ้นไปมอง
แม้ไม่ได้ตั้งใจจะสบตา
แต่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นก็ทำเอาใจไหวเอนไปจนต้องหลบตากลับมามองที่เนื้อเพลงเหมือนเดิม
'ความรู้สึกที่ฉันส่งไปหาเธอ ยามที่เธอทำตัวแปลกไปและไม่ใส่ใจ
อยากบอกกับเธอว่าฉันอยากให้เราเข้าใจกันและกัน....'
"เอ่อ..." โกคุเทระรู้สึกได้ว่าบรรยากาศมันเปลี่ยนไปยังไงชอบกล
เขาไม่ชอบมันเอาเสียเลย โดยเฉพาะเวลาที่เขาเป็นแบบนี้...ใจเต้นแรงแบบนี้
"นี่...." ยามาโมโตะใช้ปากกาจิ้มแก้มนิ่มนั้น
ดวงตามองผมที่รวบเกล้าไว้ด้านหลัง
ปากสีชมพูนั่นคาบปากกาอย่างใช้ความคิดเสมอๆ
และดูเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังถูกหลบตา
'โบยบินไปสู่ใจของเธอ
ไดนาไมด์และลูกบอลสีขาว
ไกลออกไปสู่ท้องฟ้าสีคราม...
จนกว่าจะถึงวันนั้น...'
โกคุเทระที่นั่งเติมนู่นนิดนี่หน่อยถึงกับชะงักไป
คนเขียนประโยคยาวนั่นนั่งจ้องเขาอยู่ มืออุ่นจับมือเขาให้หยุดเขียน
โน้มใบหน้าลงมาใกล้ เสียงกระซิบเป็นเนื้อเพลงท่อนเมื่อครู่แบบไม่มีทำนอง
ริมฝีปากสัมผัสบางแผ่วเบา
'จนกว่าจะถึงวันนั้น...'
สัมผัสไม่เร่งเร้า หอมหวานเสียจนใจสั่น คนถูกจูบแทบคลั่งกับความอ่อนโยนของมัน
กระทั่งถอนริมฝีปากออกไป
โกคุเทระยังคงจับจ้องอยู่ที่เรียวปากเจือรอยยิ้มนั้น
"เขียนต่อสิ
..." เสียงทุ้มอมยิ้มบอกเขา โกคุเทระแทบลืมไปสิ้นว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่
กว่าจะเรียกสมาธิที่กระเจิงไปให้มาต่อเนื้อเพลงได้ก็ใช้เวลาไปพอควร
**
วันแสดงมาถึงแล้ว นักแสดงตัวแทนห้องกลับแต่งตัวง่ายๆ
แค่เสื้อเชิร์ตกางเกงสแลคที่ไม่ได้ต่างไปจากทุกที
ความตื่นเต้นไม่ได้เกิดขึ้นแม้แต่น้อย
อาจจะเป็นเพราะเสียงโหวกเหวกจากสมาชิกบ้านสึนะที่ยกขบวนมาเชียร์หน้าเวที
แถมยังมีการทะเลาะกันระหว่างมือสโมกกิ้งบอมบ์กับเด็กชุดวัวตัวกระจิ๋วอีก
บรรยากาศจึงเอะอะวุ่นวาย
เดือดร้อนไปถึงคนแสดงอีกคนที่ต้องมาห้ามทัพอยู่เรื่อยๆ
ลำดับการแสดงมาจากการจับฉลาก
โชคร้ายหรือดีก็ไม่รู้ที่ห้องของสึนะได้เป็นกลุ่มแรกในการขึ้นแสดง
ครูใหญ่บนเวทีออกมาแถลงการณ์ต่อด้วยพิธีกรประจำรายการพูดถึงลำดับคร่าวๆของ
การแสดงแต่ะชุดที่จะเกิดขึ้นบนเวที
นักเรียนห้องอื่นที่ฝึกซ้อมกันแทบล้มประดาตายได้มายืนออรวมกันเป็นกลุ่ม เตรียมพร้อมที่จะขึ้นแสดง
ช่วงเวลาฝึกซ้อมกินเวลาร่วมอาทิตย์ แต่ใช้เวลาแสดงแสนสั้น
ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับรางวัลหรือเสียงตรบมือจากคนดูให้ชื่น
ใจ ข้อนี้เป็นอันรู้ดีกันอยู่แล้ว
แรมโบ้ก็ดูเหมือนจะเข้าใจเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
โดยการหยิบระเบิดน้อยหน่าจำนวนหนึ่งจากชุดทารกโยนใส่โกคุเทระอย่างไม่
บอกกล่าว คนตัวบางหลบแผล็วอย่างคล่องตัว
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะถ้าด้านหลังโกคุเทระเป็นเวที...
"เฮ้ย!!!"
สิ้นเสียงยามาโมโตะตามด้วยเสียงตูมโครมเบ้อเร่ออย่างไม่ต้องสงสัย
นักเรียนและอาจารย์กระจายเป็นนกกระจอกแตกรังวิ่งกรูออกนอกหอประชุมด้วยความ
กลัวตายแม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
สถานการณ์กู้ไม่ขึ้นเพราะเวทีแทบไม่เหลือซาก
จนพิธีกรผู้รอดชีวิตประกาศออกไมค์อย่างเสียดายสุดแสนว่ากิจกรรมบนเวที
ทุกอย่างต้องจบสิ้นลง
พร้อมทั้งขอความร่วมมือหาคนรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายและค่าเปียโนหลังใหญ่ที่กลายเป็นเศษซากพร้อมๆกับเวที
"แก!!! เจ้าวัวโง่!!!!"
โกคุเทระตามไล่บี้เจ้าวัวโง่ตั้งแต่ยังไม่สิ้นประโยค
ความอลหม่านยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งคณะกรรมการรักษาระเบียบปรากฏกายนั่นแหละ
ทุกอย่างถึงจะเงียบเสียงลงได้
"โว้ย...แล้วนี่ซ้อมมาแทบตายเพื่ออะไรวะเนี่ย!! ทุกอย่างล่มหมดเลยเพราะไอ้วัวโง่ตัวเดียว!!"
คนพูดไม่ได้เสยดายที่ไม่ได้ขึ้นแสดง แต่เสียดายเวลาทั้งหมดที่ผ่านมา
เสียดายน้ำลายที่พร่ำสอนมนุษย์เบสบอลให้ดีดกีตาร์เป็น
เสียดายเพลงที่เค้นสมองคิดแทบตายและไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ คิดแล้วก็แค้น
อยากไล่กระทืบแรมโบ้อีกสักรอบ
แต่ก็มีคนรู้มันมาลอคแขนลอคตัวเขาไว้เป็นการห้ามทัพ
"เอาน่า...ใจเย็นๆสิโกคุเทระ" ร่างบางฟังแล้วก็เข้าใจ
แต่ของแบบนี้มันทำกันง่ายๆเสียที่ไหน ยิ่งไปกระทืบต้นเหตุให้สมใจไม่ได้
ยิ่งดิ้นโวยวายระบายอารมณ์
"ก็ไอ้ว้วบ้านั่น!! หนอยยยยยย"
"คิดซะว่า...อย่างน้อย...เราก็ได้เพลงของเรามาเพลงนึงนะ"
โกคุเทระหยุดดิ้นไปกับคำว่า 'เพลงของเรา' เกือบจะเขินแต่ความโมโหมันมีมากกว่า 59 หน่วย
"แล้วมันได้อะไรขึ้นมาเล่าาาาาา โว้ยยยย!!!!"
โวยวายไปก็เท่านั้น ไม่ได้แสดงก็คือไม่ได้แสดงล่ะนะโกคุเทระคุง...
+ END +
Talk:
พอเอามาลงตอนนี้แล้วอยากคอสชะมัด (ฮา)
เนื้อเรื่องก็ช่างไม่อัพเดทเอาเสียเลย
แต่ก็อย่างว่าแหละ เราแต่งสมัยเมื่อซิงเกิ้ลคู่ 8059 ออกไม่นาน มาลองแกะๆคำแปลแล้วก็แต่งเลย (วู้ววว มันกี่เดือนมาแล้ววะเรื่องนี้... = =;; )
สัญญานะว่าคริสมาสจะมีมาลงคู่นี้อีกแน่ๆ (ลงควบพร้อมเมริกิริเล้ยยยย ย๊ากกกกกกก)
แต่บอกไว้ก่อนว่า 8059 อาจมีระทมได้
ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้ เอาแค่แต่งฟิคระทมทุกข์ เอาให้คาแรคเตอร์ชีวิตห่วยเหมือนคนแต่งได้อีก (ยิ้ม)
อยากแต่งให้เจ็บปวดจังเลยนะ...แต่เราแต่งเรื่องเศร้าไม่ค่อยเก่ง และจะพยายามให้มากๆ (งานล่ะ?)
ตอนนี้ชีวิตห่วยได้อีก...
ห่วยหลายอย่าง...ห่วยจนอยากจะล้มโต๊ะใส่อะไรสักอย่าง...
ช่างเหอะ
*หนีความจริงโดยการไปอ่านฟิคชาวบ้าน*








บรรยาฉากจูบได้อบอุ่น นิ่มนวล เอ..พูดไงดีอ่ะ-*-
ชอบสุดๆเลย=w=b
กร๊าซซ!
ชอบเนื้อเพลงท่อนที่ว่า ไดนาไมต์กับเบสบอลมากๆ
มันดูแบบเหมืือนกับว่า
ยามาโมโตะกับโกคุเทระจะเดินไปด้วยกันตลอดไป...
ก๊ากๆ
ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆค่ะ
^^
#1 By Shakure[シャクレ] on 2008-11-30 00:20