[Reborn FanFic]: Identity #1
posted on 16 Dec 2008 10:13 by felon in Reborn
เฟล่อนแม่งหาเรื่องใส่ตัวมากมาย
เนื่องจากปัดพลอตยากๆของเบย์เอย์ออกไปจากหัว(เพราะขี้เกียจคุ้ยปวศ. แต่ถ้า AU แล้วมีคนอ่านจะแต่งแล้วกันนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ ว่าแต่ เด๋วขอหาคนยุก่อนนะ เฟล่อนของขึ้นแล้วจะแต่ง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ OTL) เสือกได้พลอตเลวๆของรีบอร์นมาซะงั้น (ฮา)
ชื่อเรื่องดูคุ้นๆ แต่มันก็เหมาะกับเรื่องนี้จริงๆ (เฟล่อนเริ่มหมดมุข)
คำเตือนก่อนอ่าน : สำนวนแปลกก็อย่าใส่ใจ อ่านข้ามๆจะดีที่สุด OTL....
[Reborn FanFic]: Identity #1 || Unstable
Rate : PG
______________________________________________
แสงแดดสีส้มแผ่ไปทั่วบริเวณ เสียงเครื่องยนต์วิ่งสวนตามถนนในซอยตามด้วยไอเสียคละคลุ้งเจือด้วยเสียงพูดคุยปนเอะอะ เงาทอดยาวไปด้านหน้าจากสี่คนเป็นสามและจากสามเหลือแค่สอง เสียงคุยเงียบลง ควันบุหรี่ลอยขึ้นปนกับเขม่าควันรอบตัว ตาคนหนึ่งมองไปข้างหน้าไกลแสนไกล กับอีกคนหนึ่งที่เหลือบมองคนข้างตัวเป็นระยะ
คนทางขวาเดินตรงไปข้างหน้า กับคนทางซ้ายที่เดินเบี่ยงเข้ามาใกล้ ย่นระยะห่างระหว่างคนสองคน
"พรุ่งนี้เจอกันนะ!"
เสียงล่ำลาดังขึ้นตรงทางแยก คนฟังเพียงแค่เหลือบตามองคนพูดแล้วเดินไปอีกทาง ผิดกับคนที่โบกมือหยอยๆให้กับแผ่นหลังของเขา
ร่างบางทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ทิ้งกระเป๋าลงกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ในปากมีบุหรี่ยังไม่ได้จุดคาบอยู่ มือขวายกขึ้นปิดหน้า สูดหายใจเข้าลึกกับจังหวะที่เต้นระรัวในอกก่อนจะค่อยๆผ่อนออกมาคลายความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นตลอดทาง ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเหลือบมองเขาตลอด หัวใจแทบจะหลุดออกมาเสียให้ได้ ต้องกลั้นใจปั้นสีหน้าสุดชีวิต รวบรวมสมาธิกลับมาอยู่ที่หัวข้อที่คนตัวเล็กพูดเจื้อแจ้วอยู่อย่างลำบาก
ได้แต่หวังว่าสักวัน...อาการเหล่านี้จะหายไป...
- -
เช้าวันที่มีเมฆมาก ร่างบนพื้นคอนกรีตนอนแผ่ยาวโดยใช้มือและแขนทั้งสองของตัวเองหนุนท้ายทอย มองก้อนเมฆที่ค่อยเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า สูดอากาศสบายๆเข้าปอดลึก ยิ้มนิดๆให้กับท้องฟ้าสีอ่อน ปล่อยให้ลมเย็นๆพัดโกรกร่างกาย
เสียงประตูเปิดขึ้นตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเป็นจังหวะสม่ำเสมอทำให้ตาที่กำลังจะหลับพริ้มเหลือบไปมอง ร่างผอมแข็งแรงเดินเข้ามานิ่งๆ ปรายตามาทางคนที่นอนอยู่อย่างไม่ใส่ใจ ร่างนั้นนั่งลงข้างๆ
ไม่ชิดเกินไป และไม่ห่างจนเอื้อมไม่ถึง
เสียงลมพัดอื้ออึงใบหู ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ
สักพักก็เหมือนจะทนคันปากไม่ไหว พูดออกมาหยอกๆอย่างไม่คาดหวังประโยคตอบรับ
"อย่างนายก็โดดเรียนด้วย?" เสียงนั้นมาพร้อมรอยยิ้มและหัวเราะอย่างร่าเริง มองคนฟังที่นั่งขัดสมาธิพิงรั้วดาดฟ้า หลับตาเหมือนตั้งใจจะขึ้นมาเพื่อพักผ่อนโดยเฉพาะ
คนฟังกระตุกมุมปากเหยียดๆโดยไม่ลืมตาขึ้น "หรือว่าอยากออกแรงล่ะ?"
- -
เสียงออดพักกลางวันดังขึ้น ไม่เกินชั่วอึดใจ นักเรียนมากมายก็กรูออกจากห้องเหมือนมดแตกรัง บ้างไปทางโรงอาหาร ร้านขายเบเกอรี่ จวบจนจับจองที่นั่งตามที่ต่างๆในโรงเรียนเพื่อใช้นั่งพักทานข้าวหลังจากที่เรียนอย่างคร่ำเคร่งมาตลอดชั่วเช้า
ดาดฟ้าเหมือนจะเป็นอีกที่ที่ถูกเลือก บนนั้นมีคนเพียงกลุ่มเดียวที่จับจอง
“นายโดดสองคาบแรกไปอยู่ไหนมา?” เพื่อนตัวเล็กหันมาถามระหว่างมือง่วนกับการฉีกขนมปังหน้าสปาเกตตี้ ตาแววใสนั่นหันไปมองอย่างสนอกสนใจ ด้วยที่ว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ร่างสูงคนนี้จะโดดเรียนไปคนเดียวสองคาบรวดและกลับมาในคาบสามด้วยบาดแผลตามตัวและหน้า ถึงจะไม่เยอะ ไม่หนัก แต่ก็น่าถามถึงสาเหตุไม่ใช่หรือ?
“มาดาดฟ้าเนี่ยแหละ ตอนแรกกะจะมานอนซะหน่อย”
ปกติก็หลับในห้องเลยไม่ใช่เรอะ?
เสียงค้านอย่างไม่พอใจดังมาจากภายในใจของอีกคนที่ฟังอย่างตั้งใจไม่แพ้คนถาม มองสีหน้ายิ้มแย้มที่หัวเราะเสียงใสเจือมากับคำตอบ ภายในใจขุ่นมัวทั้งที่คิดว่าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด....รวมทั้งแผลภายใต้พลาสเตอร์ที่มุมปากคนหัวเราะนั่นด้วย
“แต่ก็ไม่ได้นอนเลย เพราะปากหาเรื่องเองแท้ๆ” คนพูดยังคงหัวเราะอยู่ เหมือนกับว่าแผลมุมปากนั้นไม่ได้ส่งผลใดๆเลย “เจอฮิบาริเข้าน่ะสิ”
“คุณฮิบาริน่ะเหรอ?” คนตัวเล็กเบิกตากว้าง หวาดกลัวแทนเพื่อนไปล่วงหน้าเพราะรู้สาเหตุถึงบาดแผลรวมถึงรอยฟกช้ำพวกนี้แล้ว “ทำไมถึงโดนต่อยเอาล่ะ?”
“ดันไปแซวเรื่องโดดเรียนเข้าล่ะมั้ง ฮะ ฮะ ฮะ” กล่องนมในมือถูกเจาะแล้วส่งเข้าปาก ดูดไปสักพักก่อนจะพูดต่อ “แต่รู้สึกว่าตอนแรกก็ลงจะขึ้นมางีบเหมือนกันล่ะมั้ง”
“แปลกแฮะ...เห็นปกติอยู่แต่ในห้องนั้นนี่?” เสียงอู้อี้ยิงคำถามที่ไม่ใครตอบได้ “แต่น่าแปลกจังที่คุณฮิบาริมานอนที่นี่...”
ใช่สิ...แค่คิดว่าคนอย่างนั้นมานอนแผ่บนดาดฟ้าก็ดูขัดๆชอบกล
“ไม่ได้มานอนหรอก ก็มานั่งอยู่แถวๆที่ฉันนอนล่ะนะ” คนพูดกรอกตาขึ้นบน นึกถึงเหตุการณ์เมื่อชั่วโมงก่อน “พอแซวปุ๊บ เขาก็ลุกมาพร้อมทอนฟาเลย ลุกขึ้นหลบเกือบไม่ทัน แต่พอเห็นว่าฉันหลบได้ เลยไล่ไม่เลิกเลย จนออดหมดคาบสองนั่นแหละ”
คนฟังอีกคนแค่นยิ้มกับตัวเอง นึกถึงมือที่ถือไฟแช็ก ริมฝีปากที่คาบบุหรี่ อีกมือผลักประตูดาดฟ้าออกไป เสียงคุ้นเคยนั่นพูดกลั้วหัวเราะ ไม่มีเสียงพูดตอบจากอีกคนที่อยู่ด้วย เขาจำภาพนั้นได้ติดตา
‘ไว้ค่อยมาเล่นกันใหม่เหอะ คาบต่อไปฉันมีรายงานต้องส่งนะ’
ดูเหมือนว่าคนถือทอนฟาไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่ได้ยินแม้แต่นิดเดียว แขนหวดอาวุธใส่ไม่ยั้ง หงุดหงิดที่คนตรงหน้าหลบได้ ถึงจะมีเฉียดๆโดนบ้างก็ตาม แต่ไม่มีครั้งไหนที่โดนจังๆเสียที
ข้อมือโดนคว้าไว้ทั้งสองข้าง มือที่จับทอนฟากำแน่นเหมือนจะแค้น สีหน้าบอกว่าเสียใจของคนทำทำให้ฮิบาริยอมไม่ออกแรงต้านเท่าที่ควร
‘ไว้มาเล่นกันใหม่ก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องไปแล้วจริงๆ’
จบประโยคคนพูดก็ปล่อยข้อมือบางนั้น ผงกหัวขอโทษขอโพยก่อนจะเดินเลี่ยงมายังประตูดาดฟ้า
ผู้ดูเหตุการณ์หันหลังกลับแล้วออกวิ่งไปยังห้องเรียน ทิ้งบุหรี่ในมือที่บดขยี้จนเสียของ ตาเหลือบเห็นร่างสูงวิ่งผ่านเขาไปราวกับตัวเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น
ณ ตอนนั้นเองที่เขาหวนคิดถึง...ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มักจะมองเขาเสมอๆ....
ต่อไปนี้มันอาจจะไม่มีแล้วก็ได้....
“โกคุเทระ?”
เจ้าของชื่อสะดุ้ง มองสบดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองตรงมายังเขาพร้อมรอยยิ้มเหมือนทุกที
“เหม่อจัง เป็นอะไรรึเปล่าโกคุเทระ?” คนตัวเล็กพูดเสริมทำให้โกคุเทระยิ้มแกนๆ “ยามาโมโตะถามนายอยู่นะ”
“หือ?”
“เย็นนี้ที่บอกว่าจะไปซื้อของน่ะสิ ฉันไปไม่ได้แล้ว แต่ว่าจะฝากพวกนายซื้อหน่อย” ถึงจะกล้าๆกลัวๆไม่รู้ว่าสองคนนี้จะเลือกของทำรายงานได้หรือไม่ สึนะก็แอบเชื่อมั่นลึกๆว่าทั้งคู่คงไม่ซื้ออะไรแปลกประหลาดมาอย่างแน่นอน “ไปช่วยกันเลือกเนอะ~”
“นายคงไม่ให้ฉันไปคนเดียวหรอกนะ” ร่างสูงถามเจือแววขำขัน โกคุเทระได้แต่แค่นยิ้มตอบไปอีกครั้ง
“ครับ รุ่นที่สิบ”
- -
แสงสีส้มยามเย็นเข้มคล้ำเข้าทุกที ดวงอาทิตย์ตกขอบภูเขาไปได้ระยะหนึ่ง ผู้คนมากมายไหลออกมาจากสถานี ย่านร้านค้าเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนนักศึกษา ทั้งมาซื้อของชอปปิ้งรวมถึงหาของกินก่อนกลับบ้านทำให้ถนนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นถนนคนเดินสำหรับเด็กแถวนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้มาอย่างเช่นพวกเขา บรรยากาศโดยรอบจึงดูวุ่นวายไปหมดโดยเฉพาะในร้านขายลูกปัดที่พวกเขายืนอยู่นี่ มีแต่ผู้หญิงเต็มร้านไปหมด คิดได้อย่างเดียวว่า ‘ช่วยไม่ได้’ ในเมื่อรายการฝากซื้อของของสึนะดันมีของกลุ่มเคียวโกะฝากซื้อมาด้วยสองสามอย่าง ชายร่างสูงสองคนจึงเด่นเป็นสง่ากลางร้าน แต่สิ่งที่กวนใจพวกเขาไม่ใช่ความเด่นของตัวเอง ด้วยเป็นเพราะแถวรอคิดเงินที่ยาวเหยียดนี่ต่างหาก และถ้าจะมีใครหงุดหงิดขึ้นมาก็คงจะมีคนเดียว ซึ่งนั่นคือเด็กหนุ่มผมสีเงินที่มองของบนชั้นวางข้างตัวเองอย่างเบื่อๆ
“อ๊ะ...น่ารักดีแฮะ...”
เสียงคนข้างๆทำให้โกคุเทระเหลือบตาไปมองสิ่งที่อยู่ในมือร่างสูง มันคือสายคล้องมือถือรูประเบิดไดนาไมท์ที่มีประกายบนชนวนวิ๊งวับ
“เหมือนพลุที่นายชอบพกเลยล่ะ!” ยามาโมโตะพูดด้วยเสียงร่าเริง หยิบห่อสวยงามขึ้นมามองใกล้ๆ “เอาไหม?”
คนถูกถามทำหน้าปั้นยาก อยากจะยิ้มพร้อมๆกับทำท่ารังเกียจ “แกจะซื้อให้รึไง?”
ยามาโมโตะหัวเราะ ก่อนจะตั้งใจหยิบเลือกอันที่ตัวเองคิดว่าคุณภาพดีที่สุดใส่ลงในตระกร้า คนอารมณ์ดีหันมาถามแกมหยอกอีกครั้ง
“อยากได้อะไรอีกไหม?”
คนฟังส่ายหน้าเป็นคำตอบ ทำคิ้วขมวดชนกัน เหลือบไปเห็นสายคล้องมือถืออีกแบบที่อยู่ชั้นด้านล่าง ในจังหวะที่ร่างสูงกำลังวางตะกร้าบนแคชเชียร์ มือขาวก็หยิบมันขึ้นมาดู...
ไม้เบสบอลอันกระจิ๋วมาพร้อมกับลูกเบสบอลและถุงมือ ห้อยท้ายด้วยเบสห้าเหลี่ยมสีขาวครีม ลงเงาเหมือนเคยถูกเหยียบเป็นรอยรองเท้าเล็กๆ
ถ้าซื้อมาคงจะประหลาดพิลึก...
ถึงจะคิดแบบนั้น มือก็หยิบมันติดมาด้วย ยื่นให้พนักงานที่กำลังคิดเงินของในตะกร้าโดยทำทีว่าช่วยหยิบ ส่วนคนตัวสูงๆก็หันไปสนใจของรอบตัวมากกว่าจะมองว่าพนักงานคิดเงินถูกหรือไม่ จวบจนของชิ้นสุดท้ายถูกหยิบขึ้นมาคิดเงิน ของสิ่งหนึ่งก็ถูกยื่นมาให้สแกนบาร์โค้ดเพิ่ม
สึนะมอบหมายให้หนึ่งในสองคนนี้เป็นคนคุมงบจ่ายส่วนกลาง เงินในซองถูกควักค้าง ขนาดเงินที่ร่างสูงจ่ายในส่วนของตัวเองเขาก็ไม่ได้รับมาเสียที เหมือนกับว่าไม่มีสติพอที่จะคิดอะไรได้ เสียงเรียกของพนักงานทำให้เขาตื่นจากความคิด จ่ายเงินรอใบเสร็จ รวบถุงทั้งหมดส่งให้คนที่มาด้วยโดยไม่ลืมที่จะแยกส่วนของตัวเองออกมา
รองเท้าสนีกเกอร์คู่เก่าบดลงบนพื้นถี่ ถือถุงใบเล็กวิ่งแยกไปอีกทาง ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะวิ่งตามมาหรืองงค้าง เขาคิดเพียงว่าเขาไม่สามารถยืนอยู่ที่นั่นได้นานกว่านี้อีกสักวินาทีเดียว
เสียงปี๊บจากเครื่องแสกนบาร์โค้ดยังก้องอยู่ในหัว ห่อสีใสแพ็คเกจสวยงาม สายคล้องมือถือรูปทอนฟาส่องเป็นประกายอยู่ในนั้น...
To be Continued...
Talk:
นานๆทีจะแต่งเรื่องยาวนี่ก็ปวดกะโหลกเหมือนกันนะ
เฟล่อนเป็นพวกหวั่นไหวง่ายน่ะ พอแต่งเรื่องยาวทีไรจะบังคับตัวเองไม่ให้อ่านโด หรือฟิคใดๆเด็ดขาด ยิ่งพลอตแกว่งๆอย่างเรื่องนี้ เฟล่อนเลยรู้สึกเหมือนทรมานตัวเองชอบกล = =;;;
เครียด งานเยอะ งานยุ่ง กลับบ้านดึกดื่น รู้สึกหมดแรง แถมเบื่ออาหาร...เฟล่อนจะบ้า (หรือไม่ก็บ้าไปแล้ว....)
เอาตรงๆก็คือ อยู่ดีๆก็จิตตกมาตั้งแต่เมื่อวาน (แต่เพิ่งรู้ตัววันนี้) พยายามอัพตัวเองให้ดีขึ้นอยู่นะ
อา...อยากมีเงินไปเที่ยวจัง...
(ต่อให้มีก็ไม่มีเวลาไปอยู่ดีนี่หว่า...OTL )









คู่ไหนไม่รู้
ออกมาเป็น8018
แกตาย
#1 By カフカ on 2008-12-16 10:30