[Reborn FanFic]: Identity #6
posted on 05 Jan 2009 15:08 by felon in Reborn
มาอัพต่อแล้วค่ะ (ยิ้ม)
คิดว่าจะอัพไม่ทันวันนี้ซะแล้ว ดีนะที่หาเวลาอู้งานได้
ก่อนอื่นขอขอบคุณก่อนเลยนะคะ สำหรับของขวัญและการ์ดที่ส่งมาทางเอกทีน
เฟล่อนประทับใจมากค่ะ ขอบคุณมากๆเลย (เยอะกว่าที่คิดจนตกใจเลยทีเดียว)
ขอโทษที่ไม่ได้ส่งอะไรให้ใครเลย (ฮา) เพราะก็เพิ่งจะเช็ควันนี้เอง
ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^^,,
ตอบเมนท์กันก่อนแหละเนอะ
By ☆~[S]eN[Y]a-☆ << อ่า...คิดว่าอาจจะแฉหรืออาจจะไม่แฉก็ได้น่ะค่ะ อยากให้คิดเอาเอง (ฮา...เค้าเปล่าขี้เกียจนะ) แล้วอย่าเพิ่งฆ่าคนแต่งค่ะ มีหลายเรื่องที่อยากแต่ง รอก่อนนะคะ (ยิ้ม)
By Koki << ตบตีคนแต่งหรือตบตียามะคะเนี่ย? (หลบไว้ก่อนแล้วกัน)
By カフカ << น่าจะรอดอยู่น่า อย่างน้อยก็จบฟิคเรื่องนี้แหละ
By kuma90* << ขอโทษนะคะ คนแต่งไม่ชอบให้โกคุร้องไห้เลยค่ะ เพราะว่าจะใจอ่อน (แพ้ทางโกคุเทระสุด... OTL) เพราะงั้นฉากร้องไห้คงไม่มีมาให้เห็นแน่ๆค่ะ แต่ถ้าตบตีฆ่าฟันล่ะก็พอมีลุ้น = =v
By K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย << อยากได้เหมือนกันค่ะ แต่งเองอยากได้เอง (ฮา)
By . : : ZePhyRuS : : . << กลับมาอ่านได้ แต่ห้ามฆ่าคนแต่ง โอเค๊?
By Zeraphina << น้ำตาคลอได้ไง! เฟล่อนตกใจค่ะ เพราะยังไม่เห็นช่วงซึ้งเลย (หรือเป็นเพราะแต่งเองก็ไม่รู้สิ...ไม่เห็นจะมีตอนไหนสะเทือนใจเลย......)
By Mercutery << โกรธยามะได้ แต่ห้ามโกรธคนแต่งนะคะ (ฮา) คิดว่าคงไม่มีทั้งหมดที่ 80 คุยกับ 18 แน่นอนค่ะ ปล่อยเป็นรูอย่างจงใจเลยดีกว่า~~
By OPL << งั้นขอฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ ^^
By [แมวมะม่วง] << ถูกค่ะ ได้แบบมาจาก Bloody Rabbit + Uri น่ะค่ะ (ฮา)
By ~Rainy Day~ << ปาดเหงื่อเถอะค่ะ ถ้าปาดน้ำตาคนแต่งคนรู้สึกผิดน่าดู (ยิ้ม) ขอบคุณสำหรับการ์ดและของขวัญที่ส่งมาด้วยนะคะ ชอบมากๆค่ะ (ยิ้ม)
By kit << "ไอ้หัวสมองก้อนเต้าหู้" ของคุณทำให้เฟล่อนหัวเราะไปร่วมห้านาที คำด่าโดนใจมากค่ะ ชอบๆ อย่ากระทืบคนแต่งนะคะ ไว้ชีวิตด้วย (ทำไมมีแต่คนขู่ฆ่าจังน๊า....OTL)
By isrorin << กลัวว่า 8018 ยังไม่ไป แต่ตามมาหลอกหลอนน่ะสิคะ (ยิ้ม)
By measama << อย่าเพิ่งมาบอบ์มกันสิคะ ขอแต่งจบก่อนนนนนนนนนน TT{}TT
By เจ๊สุดสบาย << ฆ่ายามะแล้วคนแต่งจะเอาอะไรมาเขียนเล่นได้อีกล่ะคะ? (ฮา)
คงเป็นครั้งแรกที่คนแต่งโดนทำร้ายร่างกายมากที่สุดเลยมั้งคะเนี่ย (ฮา)
แต่ก็ยังแต่งต่อนะ
ทั้งนี้ทั้งนั้น มา Happy New Year แบบเลทสุดๆค่ะ (โชกเลือดด้วย...)
(ได้แค่นี้แหละวะ...)
ช่างหัวคนในรูปเถอะเนอะ
อ่านฟิคๆๆๆ
[Reborn FanFic]: Identity #6 || And Then?
Rate : PG
______________________________________________
เถ้าบุหรี่ร่วงลงพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าของมือบางสะดุ้งเมื่อก้นกรองร้อนจี้ใกล้ข้อนิ้วมือ มวนแล้วมวนเล่าที่เขาเอาแต่จุดมาถือ ไม่ได้สูบเลยสักนิด คิดถึงแต่เรื่องคนคนนึงตลอดเวลา นึกถึงความสัมพันธ์ที่เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็จบลงอย่างรวดเร็วราววงจรชีวิตยุง
เขากำลังละเลยหน้าที่...เพราะเมื่อไหร่ที่มีอีกคน ที่ตรงนั้นจะต้องไม่มีเขา ไม่ว่ารุ่นที่สิบจะส่งสายตาคำถามหรือจะพยายามไกล่เกลี่ยมากแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถทนได้อยู่ดีถ้าจะต้องนั่งในที่เดียวกัน หายใจในบริเวณเดียวกัน คุยเรื่องเดียวกันด้วยสีหน้าที่จอมปลอม...อย่างน้อยก็เป็นสีหน้าเขาเอง.....
พยายามคิดหลายร้อยหลายพันครั้งว่าใครกันที่เป็นต้นตอของเรื่องนี้? ใครกันที่เป็นคนผิด? แต่ก็คิดไม่ตก ต่างคนต่างหาเรื่องใส่ตัวทั้งนั้น กระทั่งตัวเขาเองก็ผิด....
ที่ไม่ห้ามใจตัวเอง...
- -
กี่วันแล้วที่ขึ้นมาอยู่ที่นี่โดยไม่มีใครอีกคน ดาดฟ้าเงียบสงบจนเว้งว้าง ลมหนาวที่พัดมายิ่งทำให้ใจหนาวยะเยือก กลับกัน...มันก็ช่วยพัดพาความยุ่งเหยิงในหัวสมองออกไปได้บ้าง
บุหรี่ถูกจุดเหมือนทุกครั้ง มองกราดไปยังดาดฟ้าที่ไม่มีใคร เลือกเดินไปนั่งมุมหนึ่งที่ถือเป็นที่ประจำเวลากินข้าว มองท้องฟ้าสีฟ้าเทากับก้อนเมฆที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า หลับตาลงนิ่ง ปล่อยคิ้วที่ขมวดกันอยู่ให้คลายออกบ้าง
'เราคุยกันไม่ได้เหรอ?'
'ไม่ได้ ตราบใดที่แกยังคิดไม่ออก'
'คิดเรื่องอะไร?'
'นั่นแหละ ไปคิดมาให้ออกก่อน ระหว่างนี้ ฉันจะไม่คุยกับแก ชีวิตฉันจะไม่มีแกอยู่' เขามองหน้าคนที่คุยด้วยเป็นครั้งแรก แค่นยิ้มให้อย่างเหน็ดเหนื่อย 'ลาก่อน'
'อย่าพูดคำนี้นะ!' มือหนาคว้าไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้ากัน 'อย่าไป...'
โกคุเทระหัวเราะเหยียดๆ หลุบตามองพื้น 'แก....มีฉันอยู่ตลอดไปไม่ได้อยู่แล้ว...ทำไมฉันจะพูดคำนี้ไม่ได้'
หัวไหล่เริ่มเจ็บจากแรงบีบ แต่โกคุเทระก็ยังคงนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น ภาวนาในใจให้คนตรงหน้าปล่อยเขาไปเสียที
ในที่สุดมือทั้งสองที่พยายามรั้งร่างบางไว้ก็ทิ้งลงข้างลำตัว ได้แต่มองร่างนั้นหันหลังเดินไปอีกทาง...
- -
เพดานสีขาวขุ่นในห้องแสงสลัว เสียงขีดเขียนลงบนกระดาษและตราปั๊มคงเป็นเพียงสองเสียงที่เขาได้ยินในห้องนี้ นอนเหยียดยาวบนโซฟามองเพดานห้องอย่างใช้ความคิด สองมือหนุนท้ายทอยแทนหมอน
เขาเลือกที่นี่ แทนที่จะเป็นดาดฟ้าอย่างทุกที ไม่ใช่เขาที่ไม่อยากเจอ รู้ดีว่าอีกฝ่ายพยายามหลบหน้าแค่ไหน...และรู้ดีว่าตัวเขาเองเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้
เขาไม่ได้ไปนั่งแถวชมรมอย่างที่เคย ทั้งที่คิดว่าสนามเบสบอลนั้นนำพาความสงบใจให้เขาได้ ขามันพามาที่นี่อย่างไม่มีสาเหตุ ด้วยทุกครั้งที่ก้าวเข้ามา ไม่เคยมีคำไล่กลับไปเหมือนอย่างตอนนี้ ห้องที่เวลาไร้ผล ทุกสิ่งอยู่ที่เดิมเหมือนที่มันเป็น เหมือนกับเจ้าของห้องที่อยู่เงียบๆในห้องที่สงบนี้
ทำไมกันนะ...ที่รู้สึกว่าฮิบาริกับเขามีส่วนหนึ่งที่เข้ากันได้โดยไม่ต้องมีคำพูดใดสักคำสื่อถึงกัน ยอมอยู่ข้างคนที่คอยแต่จะขย้ำเขา สร้างรอยแผลบนร่างกายมากมาย ความรู้สึกสงบราบเรียบในความคิดที่โยงเข้าหากัน...จนบัดนี้ก็หาคำตอบไม่ได้
เพดานสีขุ่นถูกบดบังจากสายตาด้วยใบหน้าคุ้นตา ผมสีดำขลับกับแววตานิ่งงันมองมาที่เขา ทำให้ต้องลุกขึ้นมากึ่งนั่งแล้วหัวเราะแกนๆ
'งานเสร็จแล้วเหรอ?' อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร มองเขานิ่งอยู่แบบนั้น สายตาส่อแววรำคาญมาเล็กน้อยอย่างทุกที 'โทษที ฉันเองก็นอนคิดอะไรเพลินไปหน่อย...'
'คิด?' อีกฝ่ายทวนคำพูดเขาแล้วยิ้มหยันขึ้นมา สะโพกบางนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันใกล้ๆ 'ลองดูไหม?'
ยามาโมโตะไม่เข้าใจคำพูดนั้นจนกระทั่งใบหน้านั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้กว่าที่ควรจะเป็น เขาไม่ได้ขยับหนีพอกับอีกฝ่ายที่ใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน นัยน์ตาสีม่วงเข้มยังคงจับจ้องมาที่เขา ไม่สื่ออารมณ์ใดๆออกมาทั้งสิ้น จวบจนริมฝีปากสัมผัสกันอย่างแผ่วเบาเพียงชั่วครู่ก่อนที่ร่างบางจะละออกมา เหยียดยิ้มหยันราวประชดประชันบดเบียดริมฝีปากอีกครั้งด้วยสัมผัสที่ต่างออกไป เรียวปากถูกช่วงชิงไปโดยไม่มีใครขยับต่อต้าน และสิ้นสุดลงโดยที่ต่างฝ่ายต่างสบตากันอยู่อย่างนั้น
ฮิบาริมีสีหน้านิ่งสงบ ดูเหมือนใช้ความคิดต่างจากตอนแรก นัยน์ตาหลุบลงเล็กน้อยก่อนจะสบตาร่างสูงแล้วกระตุกมุมปากพูด 'ได้คำตอบหรือยัง?'
ยามาโมโตะยังคงไม่เข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ในหัวสับสนปนเปเหมือนตัดสินใจไม่ได้ว่าควรใช้ความคิดกับเรื่องไหนก่อนดี
'ฉันได้คำตอบแล้ว สัตว์กินพืชอย่างนายหมดประโยชน์แค่นี้ ถ้าจะอยู่ที่นี่ก็จ่ายมาซะ' ร่างบางนั้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทอนฟาอยู่ในมือราวเนรมิตมันออกมาได้ ดวงตานั้นเหม่อมองไปที่ประตูห้อง ไม่สนใจคนที่นั่งอยู่อีกต่อไป
ยามาโมโตะยืนนิ่งอยู่บนขั้นบันไดสีขาว พิงราวจับแล้วมองไปยังระเบียงด้านข้างที่เขาเพิ่งเดินจากมา ดูเหมือนว่าการที่เขาคิดทบทวนเรื่องในห้องห้องนั้นไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยสักอย่าง เบื้องหน้าเป็นประตูเหล็กกั้นระหว่างชั้นเรียนกับดาดฟ้า คิดอย่างสับสนว่าเขาควรจะเดินหน้าต่อไปดีไหม
มันคงช่วยอะไรไม่ได้เลยถ้ายืนนิ่งอยู่แบบนี้...
คิดได้แล้วก็เปิดประตูก้าวไปยืนรับลมหนาว มือทั้งสองข้างล้วงลงกระเป๋ากางเกง ย่นไหล่เดินออกไปอย่างเชื่องช้า มองราวตาข่ายเหล็กกั้นขึ้นสนิมไปเรื่อยๆ ลองคิดถึงประเด็นง่ายๆที่ตัวเองคิดได้ อย่างเรื่องของความเข้ากันและความชอบใจ
เขาชอบฮิบาริ...
ร่างเล็กที่ดูเหมือนจะบอบบางนั้นบางทีดูว่างเปล่าจนเวิ้งว้าง พอเขาเดินเข้าไปแต้มสีก็สนุกสนานกว่าที่คิด
ไม่ได้รอยยิ้ม ไม่ได้คำพูดรื่นหู แต่แววตานั้นก็ดูมีชีวิตชีวากว่าที่เคย และน่าแปลกใจที่ว่าเขาเห็นบางอย่างที่ลึกลงไปมากกว่านั้น...บางอย่างที่เขาไม่สามารถเอื้อมถึง แต่กระนั้น...เขาก็ยังสบายใจที่ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรให้มากมาย สบายใจท่ามกลางความสงบที่เขาได้รับ ต่างจากเวลาอยู่กับเพื่อนๆคนอื่นๆ และดีใจที่อีกฝ่ายดูเหมือนว่าจะต้องการเขาแม้จะไม่พูดออกมา
เขาชอบโกคุเทระอย่างไม่ต้องสงสัย...
ไหล่บางที่แบกรับอะไรไว้มากมายนั้นหนักอึ้งเหมือนตอนแรกที่เขาเป็น ยิ่งก้าวเข้าไปใกล้ก็เหมือนจะได้เข้าไปอยู่ในอีกโลกที่ไม่เคยพบเห็นเรียกรอยยิ้มจากเขาได้ไม่ยาก
ทั้งคำพูดจาถากถาง คำโวยวายเสียดสี แววตารังเกียจ คิ้วที่ขมวดมุ่น มือที่คอยปัดป้องสัมผัสทุกอย่างจากเขา ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไร ยิ่งได้เห็นช่องโหว่ภายในจิตใจนั้นค่อยๆเติมเต็ม ยิ่งชอบใจเวลาที่นัยน์ตาสีเขียวเข้มนั้นสะท้อนภาพของเขา ไม่ต้องคิดอะไร ยิ้มเล่นหัวเหมือนอย่างเคย เสียงหัวเราะของเขาฟังดูสนุกสนานกว่าที่เคยทุกครั้งที่มีโกคุเทระอยู่ด้วย ชั่วโมงเรียนที่น่าเบื่อมลายไปทุกทีที่เขาเหลือบไปมองโต๊ะเรียนที่อยู่ห่างกันไม่ไกล ภาพด้านหลังของคนที่นั่งขยุกขยิกก็เพลินตาจนลืมความเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น
เวลาที่ไม่มีฮิบาริ ไม่มีอะไรเปลี่ยน
ตัวเขายังคงดำเนินชีวิตได้เหมือนทุกวัน จะต่างก็ตรงที่เขาไม่ต้องเสียเหงื่อมากกว่าปกติ
เวลาที่ไม่มีโกคุเทระ
ตัวเขาเคว้งคว้างบอกไม่ถูก ถึงจะใช้เวลากับการซ้อมมากแค่ไหน เวลาก็ดูว่างเปล่าไปเสียหมด
ที่ฮิบาริพูดกับเขาว่า 'ได้คำตอบแล้ว' คงจะเหมือนในกรณีนี้ก็ได้
เวลาที่ฮิบาริไม่มีเขา...ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน....
ร่างบางปรากฏแก่สายตาเขา แผ่นหลังที่ยืนนิ่งสงบมองเหม่อไปยังตัวเมืองเล็กจิ๋วไกลออกไป ริมฝีปากที่เขาเคยสัมผัสคาบบุหรี่ที่เผาไหม้ไปเรื่อยๆ ควันจางๆลอยขึ้นหายไปกับสายลมพัด เส้นผมสีเงินถูกเหน็บไว้ข้างหูกันรำคาญด้วยลมที่พัดแรง ไม่รู้ถึงการมาของเขา
เขาควรจะพูดอะไรออกไปดี?
ก่อนจะได้คำตอบ ร่างนั้นก็หันมา ชะงักไปเล็กน้อยแล้วทำเหมือนเขาไม่ได้ยืนอยู่ ณ ที่นั้น ไม่มีตัวตนแม้ว่าเงาจะทอดยาวบนพื้นคอนกรีตสีเทาอ่อน เบือนหน้ากลับไปเหมือนเดิมราวกับไม่เคยได้หันมาเห็น
ในใจปวดแปลบขึ้นมา เหมือนตอนที่ได้ยินประโยคที่ว่า 'ลาก่อน'
ยามาโมโตะหลับตาลงชั่วครู่ ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะได้คำตอบสำหรับตัวเองแล้ว
"ฉันคิดว่า...ฉันคิดออกแล้ว" ดวงตาสีเขียวเหลือบมองมาเล็กน้อยแล้วเคลื่อนกลับไปอย่างเดิมราวกับได้ยินเสียงแมลงวันบินผ่านหู "เราควรจะคุยกัน...ได้ไหม?"
ร่างนั้นหันกลับมา มองนิ่งเงียบ เขาเห็นก้นกรองถูกกัดจนยู่ปล่อยจากริมฝีปากลงพื้น รองเท้าหนังเป็นเงาขยี้มันมันพื้น ดวงตาหลุบลงมองรอยไหม้นั้นเงียบๆ
"ฉันคิดว่ามันแย่ที่ไม่มีนาย..." ยามาโมโตะอยากจะเรียบเรียงให้มันดีกว่านี้ แต่สมองเขาคิดอะไรไม่ออกนอกจากความคิดที่ปนเปในหัว "รู้สึกว่าสิ่งที่ฉันทำ...มันไม่ชี้ชัดอะไรได้เลย"
ใบหน้านั้นกระตุกยิ้ม ไม่ได้สบตาเขา
"ฉันอยากจะบอกให้เราเริ่มใหม่...แต่ฉันไม่รู้ว่าเราจบกันตอนไหน หรือว่าเริ่มกันตอนไหน เพราะฉะนั้น...ฉันคิดว่าฉันควรจะพูดว่า ฉันอยากจะเริ่มมัน"
"อะไรของแก?" เสียงเค้นพูดดังมาจากอีกคนเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
"พวกเรา" ยามาโมโตะพูดต่อ ขยับเดินเข้าไปใกล้อีกนิด รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่อีกฝ่ายไม่ได้ถอยหนี
"พวกเราไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น"
"ฉันกำลังจะทำให้มันมี" ยามาโมโตะสวนทันควันแบบไม่เสียเวลาคิด ขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น รักษาระยะห่างให้พอเอื้อมถึง "ฉันคงเป็นเพื่อนที่ดีให้นายไม่ได้ แต่คิดว่าน่าจะทำให้ความสัมพันธ์มันดีขึ้นมาได้...อย่างน้อยก็คุยกันเหมือนเดิม"
"อย่างมากก็คุยกันเหมือนเดิม" โกคุเทระพูดแก้ ยังคงมองรอยขี้เถ้าไหม้บนพื้นอยู่อย่างนั้น "แล้ว...เจ้านั่น..."
"ฉันบอกว่าได้คำตอบแล้ว...อันที่จริงฉันไปนอนคิดในห้องคณะกรรมการรักษาระเบียบมา...แล้วก็รู้ว่า...ไม่มีนายนี่มันแย่จริงๆ"
โกคุเทระไม่พูดอะไร ก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วมองตรงมาที่เขา ทำให้มองสีหน้านั้นไม่ถนัดนัก "ฉันกำลังดีขึ้นแล้ว แกไม่ควรมาพูดตอนนี้"
"นายไม่รู้สึกดีที่อยู่กับฉันเลย?" ยามาโมโตะแค่นยิ้มถาม ดูเหมือนว่าแต่ละคำที่เอ่ยออกมามันยากเหลือเกิน ลำคอแห้งผากราวกับใช้พลังงานทั้งหมดที่มีในการเอ่ยถามออกไป
โกคุเทระเงียบไป ในใจกำลังข่มกลั้นความเจ็บปวดที่เขาให้เวลาและความพยายามอย่างมากไม่ให้มันแสดงออกมาให้ใครเห็น
คำตอบให้ยามาโมโตะมันมีอยู่แล้ว แน่นอนเลยว่าเขารู้สึกดี แต่ในความรู้สึกนั้น...เขาเจ็บปวดจนไม่คิดว่าตัวเองจะทนไหวอีกต่อไป และไม่คิดว่าตัวเองจะยอมให้มันเกิดอีกครั้งได้ เพราะเขาคงจะรับมันไม่ไหวแล้ว
"อา...ฉันเกลียดช่วงเวลานั้นเลยล่ะ" ดวงตาเหลือบสบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเพียงนิดเดียวแล้วเบือนหน้ามองวิวทิศทางเดียวกับสายลมที่พัดมา คิ้วขมวดขึ้นด้วยไม่ใช่ความหงุดหงิดใจ "เกลียด...จนไม่อยากมีช่วงเวลาแบบนั้นอีกต่อไปเลย"
ยามาโมโตะนิ่งงันเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าจังๆ เหมือนเบสบอลที่เขาแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้ลงแข่งในนัดนั้น "จริงเหรอ?"
โกคุเทระเงียบไปนาน มือล้วงกระเป๋าแล้วห่อไหล่เมื่อลมเย็นจัดเข้าปะทะร่างกาย หัวใจเจ็บปวดยิ่งกว่าโดนหนามแหลมทิ่มแทง เขาตัดสินใจพูดประโยคนึงออกมาแล้วเดินเข้าตัวอาคารไปโดยทิ้งอีกฝ่ายให้เผชิญลมหนาวเยือกเพียงลำพัง
"ฉันเกลียดช่วงเวลานั้น...ฉันเกลียดทุกช่วงเวลาที่มีแกอยู่นั่นแหละ"
To be continued....
Talk:
ช่วงที่กลับบ้านก็เอาแต่เล่นเกมส์ ไม่ได้แตะฟิค
พอมาที่ทำงาน งานก็เยอะโคดๆ
ไม่เข้าใจเลยแฮะ...เศรษฐกิจไม่ดี ก็ยังมาซื้อโปรแกรมกันอยู่ได้........................ชริ....
กลับมาที่ฟิคก่อนเนอะ...
คนแต่งเกลียดยามะตอนนี้ค่ะ (แต่งเองเกลียดเอง)
เพราะว่าโดยส่วนตัวไม่ชอบการเปรียบเทียบแบบนี้เลย คิดว่าถ้าแต่งออกมาแล้วมีคนเกลียดยามะในฟิคนี้เพิ่มอีกก็คงดี (แต่ได้ข่าวว่าเกลียดกันถ้วนหน้าตั้งนานแล้ว...)
สำหรับโกคุ ล่อนก็พยายามที่จะแต่งออกมาไม่ให้ตัวเองเกลียดเองเหมือนกัน (ฮา เข้าข้างสุดชีวิต)
เพราะว่าเฟล่อนชอบโกคุเทระกับฮิบาริค่ะ เพราะงั้นสองตัวนี้จะถูกเสมอ (จริงดิ?)
ใกล้ตอนจบแล้ว ยังไม่รู้จะจบแบบไหนดีเลย (ฮา)

แอบรู้สึกใจหาย








"ตรูเกลียดยามะ.....แต่ตรูอยากฆ่าคนแต่งว่ะแมร่ง!!!"
#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2009-01-05 16:05