[Reborn FanFic]: Identity #8
posted on 12 Jan 2009 13:03 by felon in Reborn
แฮ่....
ในที่สุดก็ถึงตอนจบซะที! หลุดออกจากวังวนนี้จนได้สินะ! (ฮา)
เรามีเรื่องจะกรี๊ด แต่เด๋วเอาไว้อ่านฟิคจบก่อนดีกว่า หึหึหึหึ
ตอบเมนท์!!
By . : : ZePhyRuS : : . << มันก็ไม่เคยน่ารักอยู่แล้วนี่นะ (ฮา) ตอนนี้ตอนจบแล้ว ขอคนแต่งรอดเหอะว่ะ
By ☆~[S]eN[Y]a-☆ << ฮ่าๆๆ ไว้ใจได้เลยค่ะ!
By isrorin << ดีใจค่ะที่ได้ยินว่าโกคุซึน เพราะตอนแต่งไม่เห็นรู้สึกว่าจะซึนเลย = v =;;
By K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย << พรืดดดดดดดดดดดดดดดด (ขำ) ถูกค่ะ โรมาริโอ้อยู่กับคุซาตคาเบะ (อั๊งค์~)
By [แมวมะม่วง] << เสะซื่อบื้อ.....ก็คงจะจริงมั้ง (ฮา) เพราะส่วนใหญ่เคะที่เราชอบมันอยู่กับเสะซื่อบื้อนี่ (ทำไงได้ล่ะ...) แต่มุคุไม่ซื่อบื้อนะตัววววววว โรมาริโอ้ก็ไม่ซื่อบื้อออออออ
By Koki << อย่างสุดท้ายที่จะได้อ่านบลอคนี้คือ "รวมเล่ม" ค่ะ เฟล่อนไม่ขยันขนาดนั้นแน่ๆ
By ~Rainy Day~ << เข้าใขถูกแล้วค่ะ เค้าจุ๊บกัน แต่เฟล่อนไม่อยากเขียน ไม่ทรมานตัวเองเกินไปหน่อย (ฮา)
By kuma90* << แหม...ได้หวานวูบๆแล้วกลับมาขมวาบๆดีมั้ยคะ? (ฮา ล้อเล่นน่าาาาา)
By Zeraphina << อ๋า...เปล่าทรมานนะคะ TT{}TT
By Kisskit << อ่านตอนท้ายเอนทรี่นี้จะเข้าใจค่ะ ว่าระหว่างเรากับ 8018 นั้นมันจะเป็นยังไง ^^ ส่วน unloveable ชองวง mind ไว้จะหาโอกาสฟังนะคะ ^^ ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็...'สิ้นคำ เด็กหนุ่มผมสีดำก็หน้าคว่ำลงไปจูบกับพื้นดาดฟ้าด้วยแรงตีนของอีกฝ่ายทันที' ขำมาก!!!! เฟล่อนขำแทบตาย!! ทำไมรู้ใจล่อนจังเลย (ฮา) ชอบมากๆเลยค่ะ อ่านตอนนี้แล้วก็ยังขำอยู่เลย ให้ตายสิ!!
By measama << แค่รู้ว่าตามอ่านก็ดีใจแล้วค่ะ ^^ ยังไงก็ช่วยปราณียามะหน่อยนะคะ ถ้ามีเรื่องหน้าล่อนจะแต่งให้มันเด็กดีขึ้นแล้วกันนะคะ ^^;;
ต่อฟิค!!!!
[Reborn FanFic]: Identity #8 || Here it is
Main : 8059 (และติ่ง D18)
Rate : PG-15
______________________________________________
"แล้วไง?"
น้ำเสียงกวนๆพูดเหมือนไม่สะทกสะท้านกับเรื่องทั้งหมดที่เขาได้ยิน ใบหน้าซื่อๆนั่นออกปากเล่าอย่างสนุกสนาน เรื่องของหัวหน้าคณะกรรมการนักเรียนที่ไม่มีใครรู้ ขนาดคนที่เพิ่งได้ยินไปหมาดๆยังอึ้งไปกับความ 'ไม่มีอะไรในกอไผ่' อย่างถ่องแท้ถึงจุดต้นกำเนิดของสำนวนนี้ ยิ่งเล่าย้อนภาพถึงเหตุการณ์ที่เขาเห็นในห้องคณะกรรมการนักเรียนก็ยิ่งน่าขำ ขณะที่ยามาโมโตะเล่าเจือเสียงหัวเราะว่าตอนนั้นคุณหัวหน้ากรรมการนักเรียนทำหมึกปากกาเลอะบริเวณหัวคิ้ว น้ำเสียงร่าเริงออกตัวว่าเสียดายที่ถ่ายรูปมาให้ดูแล้วขำทั่วกันไม่ประสบผลสำเร็จ เล่นเอาคนฟังหน้าชาไปหลายระลอกกับหัวสมองที่สุดแสนจะว่างเปล่าพันลี้ของคนเล่า
เรื่องท่อนหลังที่ได้ยินทำเขาเงียบไปอย่างแท้จริง ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะโกรธหรือควรจะหัวเราะหรือว่าที่จริงแล้วควรจะเขิน ที่แน่ๆคือเขารู้สึกทึ่งนิดหน่อยกับเจ้าของดวงตาเรียวชี้ที่เห็นว่าเป็นคนตรงๆกลับดูท่าทางคิดมากในเรื่องอ่อนไหว จะว่าขำก็ขำ สงสารหนุ่มอิตาลีก็สงสาร แต่ก็เลือกจะอยู่เฉยๆโดยไม่ออกความเห็นด้วยไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายกับใครเกินจำเป็น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนนั้นไม่ใช่รุ่นที่สิบ)
"ก็คงเหมือนนายบนดาดฟ้านั่นไง...แค่อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง ผลที่ออกมาก็คือ มันช่างประหลาดสิ้นดี" คนเล่าหัวเราะแห้งๆต่างจากช่วงแรกที่เล่า แอบกระซิบบอกนิดหน่อยถึงคนที่ทำให้หัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบหวั่นไหวได้ คนช่างยิ้มแย้มเป็นตัวเร่งให้ฮิบาริตัดสินใจใช้มือถือติดต่อคนห่างไกลเสียที เขาจะได้ไม่เดือดร้อนเจ็บตัวเป็นที่ระบายอารมณ์อีก "แต่ก็นะ...ฉันชอบทำกับนายมากกว่าจริงๆนั่นแหละ ไม่ใช่กับใครก็ได้เสียหน่อย"
"ท...ทำอะไรห๊ะ?" โกคุเทระอดไม่ได้ที่จะยกขายันคนที่พูดตรงเกินกว่าเหตุหน้าตาเฉยแถมยังมีหน้ายิ้มแย้มให้เขาอีก
"ทำให้นายเปลี่ยนใจไม่ได้น่ะ" ยามาโมโตะยังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น เขยิบตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นอีก มองริมฝีปากบึ้งตึงของดวงหน้าที่แดงระเรื่อ "กลัวนายจะเปลี่ยนใจ..."
"ฉ...ฉันไม่ได้ตัดสินใจอะไรสักหน่อย!" โกคุเทระพยายามถอยหนีมือที่เข้าจับใบหน้าเขาแต่ก็ไม่พ้น สัมผัสอุ่นข้างแก้มทำให้รู้สึกดีจนน่าหงุดหงิดใจ
"งั้นก็อย่าเพิ่งเลยเนอะ~"
ร่างบางนึกเหนื่อยใจเล็กน้อยกับตัวเองที่ยอมให้คนตรงหน้าอยู่เรื่อย ยิ่งอยากจะปัดป้องแค่ไหนก็ยิ่งโอนอ่อนมากขึ้นเท่านั้น พูดเถียงออกไปเท่าไหร่ก็ได้แต่รอยยิ้มตอบกลับมา ทำให้เขาแพ้ทางอยู่เสมอจนต้องมาหงุดหงิดตัวเองอยู่แบบนี้
มือเรียวยันขั้นบันไดบนถัดจากที่ตัวเองนั่ง หลังเอนพิงกำแพงขาวของอาคารเรียน ขาเหยียดยาวตามขั้นบันได คางเชยขึ้นเล็กน้อยจากมือหนาบริเวณท้ายทอย กลีบปากถูกสัมผัสอย่างอ่อนโยนจนโกคุเทระกลัวว่าตัวเองจะหัวใจพลิกคว่ำไปเสียก่อน แรงบดเบียดดูดเคล้นจนริมฝีปากแดงช้ำ ปลายลิ้นเกี่ยวดุนดันก่อกวนตะกอนความรู้สึกวาบหวาม เสียงลมหายใจแรงปนเสียงครางในลำคอทำให้คนลงมือทำชักไม่อยากหยุด เสียแต่ว่าที่นี่เป็นบันไดในอาคารเรียนเท่านั้น
ออดเลิกเรียนที่ดังขึ้นหยุดการกระทำทุกอย่าง ยามาโมโตะลุกขึ้นยืนพลางช่วยดึงอีกคนนึงขึ้นมา เดินกลับห้องเรียนสวนกับนักเรียนหลายคนที่กรูกันออกมา เพื่อนตัวเล็กกำลังยืนทำหน้าคิดไม่ตกก็ยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินมาด้วยกัน
"คืนดีกันแล้วสินะ?" สึนะพึมพำออกมาอย่างโล่งใจ ส่งยิ้มให้เพื่อนๆที่โดดเรียนไปทั้งวันกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของ
"กลับกันเถอะครับรุ่นที่สิบ"
"อื้ม!" สึนะยิ้มสดใสให้ ใจชื้นขึ้นราวกับว่าเขาไม่ได้ยินคำว่า 'รุ่นที่สิบ' ออกจากปากคนตรงหน้าเสียนาน "ยามาโมโตะล่ะ?"
"ช่างหัวมันสิครับ" โกคุเทระพูดหน้าตาย แถมด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อ เดินหลับหูหลับตาออกไปรอหน้าประตูห้อง
"คืนดีกันแล้วจริงๆด้วยสินะ?" ใบหน้าเล็กเงยขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยิ้มให้อย่างร่าเริง "โล่งอกไปทีนะ!"
- -
เสียงไม้เบสบอลกระทบลูกดังพร้อมกับลูกเบสบอลที่กระเด็นไปไกลสุดลูกหูลูกตา คนตียกมือขึ้นมองตามลูก มือยกขึ้นขยับปีกหมวกไม่ให้บังสายตา แสงอาทิตย์สีส้มคล้ำทำให้วิสัยทัศน์ไม่ดีเท่าที่ควร แลเห็นลูกกระทบรั้วกั้นก็พอใจ เดินไปพิงไม้เบสบอลกับที่ล้างหน้า สายน้ำเย็นเฉียบกับอากาศที่ค่อนข้างเย็นอยู่แล้วทำให้ชักจะหนาว หยดน้ำพราวใบหน้าละมาถึงคอเสื้อจนเปียกชุ่ม แขนเสื้อยกขึ้นเช็ดหยดน้ำที่จะไหลเข้าตา มองเห็นเงารางๆเดินตรงมายังเขา
"อยากหนาวตายหรือไง?"
ผ้าขนหนูของตัวคนรับเองถูกโยนมาให้ เจ้าของรอยยิ้มมองผ้าในมืออย่างประหลาดใจ แต่พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงเอามาจากในกระเป๋าสะพายที่กองอยู่ข้างสนาม สีหน้าหงุดหงิดเบือนหนีไปอีกทาง ทำเหมือนบังเอิญเดินผ่านมาในสนามของโรงเรียนทั้งที่ตอนแรกกลับออกไปพร้อมเพื่อนตัวเล็กแล้ว
"มองอะไรของแก? ฉันแค่ลืมของต่างหากล่ะเฟ้ย!"
มือสองข้างซุกลงในกระเป๋ากางเกง สีหน้าเก้อเล็กน้อย เสียงสบถเบาๆดังขึ้นทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าตัวคงจะจงใจเดินกลับมาหาร่างสูงมากกว่าที่จะมาเอาของอย่างที่พูด
"มองอะไรของแกอยู่ได้? ไม่กลับหรือไง บ้านน่ะ? รีบไปเปลี่ยนชุดกลับได้แล้ว!"
ยามาโมโตะหัวเราะ สปอตไลท์ข้างสนามเปิดสว่างขึ้น เห็นริมฝีปากที่ยังแดงเรื่อช้ำบ่นเสียงอุบอิบ อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหา ใช้ข้อนิ้วเกลี่ยกลีบปากบางนั้น โน้มหน้าลงไปใกล้ พูดหยอกอย่างทุกที
"ยังแดงอยู่เลยนะเนี่ย..."
"จ...เจ้าบ้า! ก...แกคิดว่าเป็นฝีมือใครล่ะหา??" โกคุเทระกระถดตัวถอย มองใบหน้าเริงรื่นนั้นอย่างหมั่นไส้ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้น ยิ่งอยากจะลงหมัดแรงๆสักทีบนใบหน้านั้น
"พวกนาย ยังไม่กลับกันอีก?"
ยังไม่ทันที่โกคุเทระจะได้ลงมือสมใจ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่เดินเข้ามาในสนาม ยกมือขึ้นทักทายอย่างคนกันเอง ใบหน้าหล่อเหลานั่นมีรอยฟกช้ำอยู่สองสามที่ ยามาโมโตะผงกศีรษะแทนคำทักทาย เหลือบไปเห็นอีกคนที่หน้ามุ่ยไม่แพ้คนตรงหน้าเขากำลังทำสีหน้าหงุดหงิดใจ เดาไม่ผิดว่าคงกำลังบ่นที่เกิดการรวมหัวขึ้นข้างสนามแบบนี้
"ไม่ใช่เรื่องของแก ไอ้ม้าพยศ!" โกคุเทระหันไปพูดสวน คนโตกว่ายิ้มประมาณว่าชินแล้วกับอาการแบบนี้
"เอ๋...ฮิบาริ?" ยามาโมโตะทักขึ้น สีหน้าซื่อๆส่งไปยังฮิบาริ แววตาสงสัยไม่ปิดบังเอ่ยถามจากใจจริงโดยไม่มีอะไรแอบแฝง "ทำไมปากนายแดงช้ำแบบนี้ล่ะ?"
ดีโน่หันไปมองคนถูกทัก ทำหน้าสงสัยไปด้วยอีกคน "เอ๋? นั่นสิ...นายไปโดนอะไรมาน่ะเคียวยะ?"
สิ่งที่ฮิบาริทำคือนิ่งไปเล็กน้อย สีหน้าปั้นยาก ริมฝีปากปิดแน่น แล้วหันหลังเดินจากไป ผลก็คืออีกคนต้องวิ่งตามไปด้วยโดยไม่ลืมที่จะเอ่ยคำลา ต่อท้ายด้วยคำถามเป็นห่วงเป็นใยคนเดินลิ่วนำหน้า
โกคุเทระอดสงสัยไม่ได้ว่า ยามาโมโตะถามเพราะสงสัยหรืออะไรกันแน่นะ?
แต่ก็ช่างเถอะ...ในหัวมันคงไม่มีอะไรนอกจากลูกเบสบอลนั่นแหละน่า!
- -
กี่ครั้งแล้วนะที่เป็นแบบนี้...
ถึงแม้ห้องจะเปลี่ยนไป บรรยากาศจะเปลี่ยนไป แต่การกระทำก็ยังคงอยู่ในทำนองเดิม ตัวเขาที่นั่งอยู่ตรงนี้ กับอีกคนที่มักจะนั่งอยู่ข้างๆ หรืออยู่ตรงข้าม ที่แน่นอนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดคือนัยน์ตาสีน้ำผึ้งนั้นสะท้อนแต่ภาพของตัวเขา ยิ่งมองยิ่งเห็นความรู้สึกหลายหลากในนั้น อัดแน่นเสียจนบอกไม่ได้ว่าตาคู่นั้นส่งความรู้สึกแบบไหนออกมา
จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่เคยสน
ใครจะยังไงก็ช่าง จะตายไปหรือจะยืนอยู่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาทั้งนั้น
แล้วทำไมกันนะ...
"ระวังนะ ชามันร้อนมากเลย"
คนบอกเตือนสะบัดมือแรง ไล่ความร้อนที่ถูกลวกไปเมื่อครู่ คนรับถ้วยชาทำหน้าเฉยเมย หลุบตาลงมองชาสีเข้มที่มีกลิ่นคล้ายกับชาที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน...รสชาติที่เขาชอบ...
"เป็นอะไรไป? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
มือใหญ่เข้าทาบหน้าผากมน ถึงรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนพูดมาก แต่ตอนนี้มันก็เงียบผิดปกติจนสงสัยว่าเป็นไข้ไปหรือเปล่า แตะตามลำคอก็ดูจะปกติดี เมื่อได้รู้สิ่งที่อยากรู้แล้วก็เอามือออก วางแหมะลงบนหน้าขาตัวเองอย่างเกร็งๆเพราะสีหน้าบูดๆนั่น
"เจ็บไหล่อยู่รึเปล่า? ตอนนั้นขอโทษนะ..." ดีโน่พูดเสียงอ่อย แต่ก็สบตาสีม่วงเข้มนั้นอย่างตรงไปตรงมา "ฉันใช้อารมณ์มากไปหน่อย ไม่สมกับเป็นฉันเลย นายเจ็บมากไหม?"
ฮิบาริส่ายหน้า มองรอยเขียวช้ำที่โหนกแก้มคนพูด มุมปากที่มีรอยเลือดกรัง ไหนจะหัวคิ้วที่เริ่มบวมขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งหมดเป็นผลมาจากทอนฟาของเขา 80% ที่เหลือคงได้มาตอนตกบันได มือแดงที่โดนชาลวกนั่นก็คงจะแสบไม่น้อย
"ฉันนี่มันโง่จริงๆ ทำเหมือนฉันไม่รู้จักนายดีอย่างนั้นแหละ...แต่ว่าไม่ได้จะโอ่ว่าฉันเข้าใจดีหรอกนะ เพราะตอนนี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่" ดีโน่หัวเราะ ไม่สนใจความเจ็บจี๊ดที่เกิดขึ้นบนใบหน้า "ฉันมันบ้า แล้วก็โง่ด้วย...ทั้งที่นาย ไม่เคยเปลี่ยนไปแท้ๆ"
คนฟังนั่งนิ่ง ไม่เห็นจะเข้าใจที่อีกคนพูดเลยสักนิด เห็นแต่รอยยิ้มและน้ำเสียงที่มักจะอยู่ในหัวเขาโดยไม่ได้ตั้งใจเท่านั้น
"อย่าโกรธฉันเลยนะ..."
แววตาเว้าวอนนั่นอยู่ใกล้เสียจนจมูกจวนเจียนจะสัมผัสกัน ปอยผมสีทองระบนเรือยผมสีดำสนิท ระยะห่างน้อยลงทุกที ดีโน่เห็นสีหน้าขัดใจกับนัยน์ตาขุ่นเคืองนั่นส่งมาให้เขา ดีโน่รู้ดีว่านั่นไม่ได้ต่างอะไรกับคำอนุญาต
"เคียวยะ...ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกันจัง..."
ริมฝีปากสัมผัสกันเบาๆก่อนจะคลอเคลียบดเบียดจนร่างกายรู้สึกร้อน มือขาวขยุ้มเสื้อบริเวณไหล่กว้างไว้แน่น ล้มตัวลงนอนราบไปตามความยาวของโซฟา ดวงตามองเพ่งสบของอีกคน เห็นแววตายิ้มได้ของคนตัวโตแล้วค่อยหลับตาลง ปล่อยทุกอย่างไปอย่างที่มันอยากจะเป็น
- -
ความผูกพันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะพรหมลิขิต ความเชื่อใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะแค่สบตาหรือสัมผัสทางร่างกาย
แล้วมันเกิดจากอะไร?
การเรียนรู้ สภาพแวดล้อม ความใกล้ชิด?
แล้วถ้าเอาทั้งหมดมารวมกัน มันจะเรียกว่าความรักหรือเปล่า?
หลายๆเสียงบอกว่า ความรักไม่มีเหตุผล ไม่มีที่มาที่ไป เป็นเรื่องง่ายจะเข้าใจพอกับยากแสนยากที่จะรู้จักและรับมือกับมัน
ความรักทำให้โลกสวยงาม ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวบอบช้ำ ทำให้คนเราใช้สมองน้อยลง ใช้สัญชาตญาณมากขึ้น เรียนรู้ที่จะปล่อยตัวให้ว่างเปล่า ไหลไปกับท่วงทำนองของมัน
ไม่มีใครบอกได้ว่าสิ่งที่เกี่ยวโยงทั้งสองคู่นี้เรียกว่าความรักหรือเปล่า หรืออาจจะเป็นเพียงความผูกพันหวามไหวที่แค่เกิดขึ้นและจบลงเท่านั้นก็เป็นได้
ลองนึกถึงคนเหล่านี้ในใจคุณดูสิ คุณอาจจะรู้คำตอบก็ได้?
+ ENDLESS +
Talk:
เป็นอีกตอนที่แต่งโคดจะยาก เพราะมีติ่งเสี้ยวความนึกคิดของฮิบาริที่ทำเฟล่อนเกือบตาย (ทำไมคุณท่านคิดอะไรอ่านยากแบบนี้คะ OTL)
แถมตอนจบก็ตัดอีกแน่ะ (ฮา) เพราะเฟล่อนคิดว่ามันไม่จบน่ะค่ะ จบไม่ลง เลยจบแบบนี้ดีกว่า มักง่ายดี (มันขี้เกียจว่างั้น...)
ตอนนี้ก็มีฉากที่เฟล่อนชอบนะ เลยเขี่ยมาถั่วๆมา
ยอมรับเลยว่าไม่ได้ตั้งใจวาด ที่จริงอยากจะวาดแค่มือด้วยซ้ำไป (ฮา)
ไม่ได้วาดฉากแบบนี้นานจนลืมไปแล้วว่ามันจูบกันยังไง (ฮา)
เอาน่า ขำๆ
ที่จริงก็ลืมไปหมดแล้วว่าอยากจะระบายอะไร
พอดีว่าพี่พีชส่งรูปนี้มาให้ดูค่ะ คาดว่าหลายๆคนน่าจะเห็นกันแล้วมั้ง?
ข้อแรก... ไอ้ด๋อยยามะ...แกถืออะไร?
ข้อสอง... โกคุ...ใส่อะไรอยู่คะ?
ยอมไม่ได้เว้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
/me ถอดนวมจากมือโกคุมาเขวี้ยงใส่หัวยามะอย่างรุนแรง
ไอ้ยามะบัดซบ! นั่นมันให้ดีโน่เค้าถือเฟร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อย่างแกน่ะไปถือหญ้ามาเขวี้ยงป๊ายยยยยยยยยยยยยยยย บ้าเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
โกคุจ้ะ ถ้าอยากต่อยยามะก็อย่าใช้นวมเลยจ้ะ
/ยื่นสนับมือให้
จบการสครีมแต่เพียงเท่านี้
สวัสดีและคงได้เจอกันเรื่องหน้า
ขอบคุณที่ติดตามมาโดยตลอดค่ะ ^^

555+ ไม่เป็นไรจ้ะ อายกับไม่กล้ามันคนละเรื่อง ก็หนูยังกล้าจูบเลยนี่จ๊ะ ไม่ได้ซัดมันกระเด็นนี่จ๊ะ คิ








(ไม่งั้นแมวน้ำได้มีเลือดออกหัวแน่)
ไอ้รูปการ์ดนั่น ชั้นขอกรีดร้องเป็น...อะไรก็ได้
เกลียดแกแล้ว แมวน้ำบ้า!!!
/ถีบแมวน้ำ
นอนนอกบ้านไปแล้วกันนะ
#1 By カフカ on 2009-01-12 13:25