[Reborn Fanfic]: Fate

posted on 30 Jan 2009 10:31 by felon  in Reborn

สีที่ไม่รู้จัก
แสงที่ไม่เคยเห็น
ความกว้างของผืนแผ่นที่ไม่เคยได้ใส่ใจ

ความรู้สึกนี้เพิ่งได้เข้าใจ
หลายๆคนที่เงยหน้าแล้วยิ้มไปกับมัน

ผมเองก็คงจะเป็นหนึ่งในนั้น...





คนที่หลงรักท้องฟ้า....








[Reborn Fanfic]: Fate
Main : s8727
Rate : PG-15
Warning : Spoiled!!
___________________________________


ร่างเล็กซุกตัวอยู่ในผ้าห่มชั่วคราว ใบหน้านิ่งสงบ ดวงตากลมโตสีสวยอยู่ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท ลมหายใจผ่อนเป็นจังหวะ ท่าทางหลับสบายหลังจากที่ฝึกซ้อมมานาน เสียแรงไปพอดูแบบนั้น นี่คงเป็นขีดกำจัดของมนุษย์ เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิง ชี้ไปชี้มาจนน่าตลก แต่เขากลับเห็นว่ามันน่ารักดีชอบกล ริมฝีปากเล็กที่เคยแตะอมยิ้มที่เขายื่นให้ ตอนนี้มันเผยอเล็กน้อย

เขาไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งปลายนิ้วตัวเองสัมผัสกับริมฝีปากบางนุ่มนิ่ม ร่างสูงสะดุ้งตัวออกเมื่อเห็นร่างเล็กขยับพร้อมเสียงละเมองึมงำ เขามองภาพนั้นอย่างนึกขำจึงช่วยดึงผ้าห่มที่ร่นลงให้ถึงคอ เสียงละเมอดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ข้อมือเขาโดนยื้อเอาไว้ ดวงตามองข้อมือตัวเองเหมือนเป็นเครื่องจักรสำรวจ

เพียงแค่สัมผัสจากมนุษย์เตี้ยๆคนนึง ทำให้หัวใจเขาไหววูบ...

ตอนนี้เขายังอยากศึกษาเกี่ยวแรงดึงดูดบางอย่างที่อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากแรงดึงขั้วแม่เหล็ก และค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากรังสีหรือพลังงานรอบตัว แรงดึงดูดปริศนานี้ทำให้เขาเผลอไผลไปทุกที เช่นเมื่อครู่ที่เขาเผลอแตะริมฝีปากนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และอาจจะเป็นเหมือนตอนนี้...

ริมฝีปากสัมผัสกันเบาๆ สมองว่างโล่งจนเหมือนมีแต่อากาศ...หรืออาจจะสูญญากาศที่อยู่ภายใน หัวใจเต้นถี่ขึ้นแม้จะไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย ลมหายใจสะดุดขาดห้วงยากจะควบคุม คนนอนอยู่ยังละเมอต่อเนื่อง ริมฝีปากเล็กนั้นขยับเบาๆราวกับจะตอบรับ งึมงำ คิ้วขมวดกันเล็กน้อย ใบหน้าขึ้นสีนิดหน่อยชวนมอง คนหางตาตกเบิกตากว้างเล็กน้อย แม้จะได้รับการตอบรับ แต่กลับรู้สึกเจ็บปวดบริเวณก้อนเนื้อภายในช่องอก

หรือเขาจะไม่สบาย?

เขาละออกมาอย่างพึงพอใจเล็กน้อย ซึ่งก็น่าประหลาดใจอีก เพราะเขาไม่ได้ประดิษฐ์คิดค้นอะไรสำเร็จเสียหน่อย จะรู้สึกตื่นเต้นดีใจไปทำไมกัน?

"อ...อือ...สแปนเนอร์.." เสียงละเมอเบาๆทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้ง มองอย่างตื่นๆไปที่เจ้าตัวจ้อยที่ขยับปากงึมงำ "...เอ็กซ์...เบิร์น..."

เสียงหายใจยาวดังขึ้นอีกครั้ง คนที่คอยฟังอยู่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ค่อยเขย่าไหล่เล็กนั้นจนดวงตากลมโตสะท้อนภาพของเขา

"สแปนเนอร์?...ที่นี่...อืม...ฉันหลับไปนานแค่ไหน?"

"ราวสองชั่วโมง"

"แล้วนายนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดเลยเหรอ?"

ถ้าคำพูดคบปลาบเหมือนปลายหลาว เขาคงโดนทิ่มตายคาที่ตรงนี้ มันสะอึกอย่างบอกไม่ถูก ปากจะพูดแก้ตัวก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมต้องแก้ตัวด้วย? เมื่อคิดได้ก็พูดสวนไป "นายนอนละเมอด้วย...เป็นชื่อฉัน..."

เท่านั้น สึนะโยชิหน้าแดงวาบเหมือนของเหลวเปลี่ยนสีเรียกว่าการเกิดปฏิกิริยาเคมีกับสารกระตุ้นยังไงยังงั้น ดวงตาหลุกหลิกน่าสงสัย แต่ก็เอาเถอะ ตัวคนถามเองก็ไม่ได้อยากรู้อะไรเพิ่มเติมสักเท่าไหร่ กลัวว่าจะอาการปริศนากำเริบขึ้นมา จะศึกษาวิจัยเอ็กซ์เบิร์นเนอร์ต่อไม่ไหว เขาเห็นคนตัวเล็กคว้าแก้วชาข้างตัวขึ้นจิบด้วยรู้ดีว่าอยากเปลี่ยนประเด็น ซึ่งเขาก็จัดให้ด้วยการยื่นอมยิ้มสุดโปรดของเขาให้จ่อหน้าสึนะ ช่วงเวลาโปรดของเขาคือตอนที่หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียตัวจิ๋วนี่รับของกินที่เขายื่นให้ แล้วการกระทำของสึนะก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ปากเล็กนั่นยืนมาอ้ารับอมยิ้มที่มือเขา ลิ้นเปียกที่สัมผัสกับเนื้ออมยิ้มหวานใส สแปนเนอร์ลองชักมือกลับ สึนะตาม ชักถอยอีก สึนะยังคงตามอยู่ ไม่นานนักเจ้าคนตัวเตี้ยก็ทำหน้ายุ่ง เหลือบมองคนแกล้งอย่างกล้าๆกลัวๆ

"อยากกินเหรอ?"

สึนะกลืนน้ำลายอีกครั้ง นึกค่อนขอดในใจว่าที่นี่มันไม่มีอะไรให้กินเท่าไหร่ อีกอย่างคือคนที่เหนื่อยล้าอย่างเขาต้องการเพิ่มน้ำตาลในเลือดมากกว่ารสชาติชาญี่ปุ่นขมๆที่คนขี้แกล้งชงให้ ถึงจะดูเสียฟอร์ม แต่เท่าที่ผ่านมาเขาก็เสียมันมาทั้งชีวิตแล้ว จะเสียอีกครั้งมันก็ไม่มีอะไรแย่ลง ก็เลยพยักหน้าไปเสียหนึ่งทีเพื่อให้อมยิ้มนั่นเข้าปากเขา และเรื่องนี้จะได้จบลง

ก็ถูกที่มันจบลง มันจบลงด้วยการที่สแปนเนอร์ยื่นอมยิ้มให้ พอสึนะกำลังจะอ้าปาก สิ่งที่เข้ามากลับไม่ใช้อมยิ้ม นั่นทำให้คนตัวเตี้ยตกใจแต่ขยับไปไหนไม่ได้

รสชาติความหวานมีก็จริง แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการสัมผัสจากเรียวลิ้นด้วยเสียหน่อย มือเล็กเลยดันตัวเองออกเต็มที่ การันตีได้เลยว่ามันไม่ได้ผลใดๆ จนกระทั่งเจ้าตัวคนทำพอใจถึงได้ละออกมา ทันใดนั้นอมยิ้มก็ถูกส่งเข้าปากแต่โดยดี และแทนที่จะเดินไปยังมุมทำงานอย่างที่ตั้งใจไว้ กลับนั่งจ้องสึนะอยู่อย่างนั้น

สแปนเนอร์มีเรื่องต้องคิดในหัวหลายอย่าง แรงค์ที่นำอันดับหนึ่งตอนนี้คือเรื่องแรงดึงดูดลึกลับดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เจ้าตัวเป็นคนทำเองยังแปลกใจตัวเองถึงขั้นอยากจับสึนะผ่าออกดูว่าติดเครื่องสร้างแรงดึงนั้นไว้ตรงจุดไหนของร่างกาย แน่ๆว่าต้องมีตัวส่งทำลายระบบประสาทนึกคิดชั่วคราวอยู่ด้วยแน่ๆ เขาถึงได้ไม่รู้ตัวทุกครั้งที่ทำ แต่เพ้อเจ้อไปก็เท่านั้นเพราะเท่าที่ดูแล้ว เจ้าจิ๋วนี่ขี้กลัวพอตัว คงไม่มีใครจับไปฝังอะไรประหลาดๆได้หรอก แต่ว่ามันต้องมีจุดกำเนิดที่ไหนสักแห่งสิ...
เพราะแบบนี้เจ้าตัวถึงได้นั่งมองสึนะอย่างคิดพิเคราะห์

หลักการของวิชาวิทยาศาสตร์ที่รู้ว่าตั้งแต่สมัยประถมก็คือการระบุลักษณะเฉพาะของปัญหา ตั้งสมมติฐาน ทำนายผล ทดลอง ประเมินและสรุปผล

ไอ้ระบุก็ระบุได้แล้ว ตั้งสมมติฐานก็เพิ่งทำไปย่อหน้าที่แล้ว ทำนายผลนี่ก็คิดไปแล้ว ทดลองก็ทำไปเมื่อครู่ ประเมินและสรุปผลไม่ได้คำตอบอะไรเลย แล้วครูก็สอนมาว่า ให้วนลูป นั่นคือทำทุกอย่างใหม่อีกครั้ง

สึนะตื่นตกใจกับสัมผัสที่เพิ่งได้รับเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่นั่งกระหนกตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้าแดงเถือกลามไปถึงใบหู ไม่กล้าแม้แต่จะชายตามอง ได้แต่รีบกินอมยิ้มให้หมดแท่ง เตรียมตัวพร้อมเริ่มฝึกกันต่อ ตัวสแปนเนอร์เองก็หันไปจัดการกับแลปท็อปของตัวเองเช่นกัน

สี่ชั่วโมงถัดมา นิ้วก็หยุดรัวแป้นพิมพ์ เอ่ยปากให้อีกฝ่ายพักแรงเสียบ้าง สึนะยิ้มรับคำ ร่างเล็กนั้นดูเพลียกว่าที่ฝึกในตอนแรก แม้ผลมันจะออกมาดีกว่าที่คาด แต่ถ้าร่างกายรับไม่ไหวก็ไม่เกิดประโยชน์ ร่างสูงลุกขึ้นว่าจะพูดถึงประเด็นนี้ก็ต้องถลันเข้าไปคว้าตัวร่างเล็กที่เข่าอ่อนวืดเกือบทรุดลงบนพื้น

"คราวหน้าต้องพักเยอะกว่านี้อีกหน่อย ถ้าร่างกายนี้ไม่ไหว ทุกอย่างก็สูญเปล่านะ"

"อื้ม! ขอบใจนะ!"

สแปนเนอร์มึนงงไม่บ่อยนัก ตอนนี้อาการนั้นกำลังเกิดขึ้นกับเขาอย่างหนักเมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้านั้น ที่ผ่านมามีเพียงรอยยิ้มจางๆกึ่งขลาดเขลาที่ดูแล้วน่าตลกมากกว่าน่าประทับใจและน่าเอ็นดูมากกว่าน่าเบือนหน้าหนี เขาเทียบในใจว่ารอยยิ้มที่เห็นนี้อาจจะเป็นรอยยิ้มเปิดโลก เขาเข้าใจขึ้นมาแล้วว่าทำไมถึงเรียกว่านภา...
เพียงแค่ยิ้มกับคำพูดไม่กี่คำก็ทำเอาเขาอยู่หมัดได้ง่ายๆ ทั้งในแง่ของอาการอึ้ง เอ็นดู หรือสะดุดรัก สแปนเนอร์ไม่คิดว่าตัวเองจะยิ้มในแบบที่ดีออกไปได้ เลยได้แต่ยิ้มตามแบบฉบับของตัวเองออกไปซึ่งเขาคิดว่ามันน่าตลก
หูได้ยินเสียงหัวเราะสดใสก็ยิ่งอดใจไว้ไม่ได้ เขารั้งใบหน้านั้นเขามาใกล้อย่างชั่งใจ มองสบลึกกับแววตาสดใสที่ไหวระริกอยู่ตอนนี้ เขาอมยิ้มกับมันนิดหน่อย รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำเรื่องผิด ซึ่งมันน่าขำ เพราะว่าสิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้มันก็ผิดตั้งแต่ทำตามแผนการแย่ๆของเบียคุรันแล้ว (แต่เขาไม่ได้สนเรื่องนั้นนี่นา เขาทำเพราะว่ามันน่าสนุกดีต่างหาก)
ถึงจะค้างไปเล็กน้อยแต่ริมฝีปากเล็กช่างโวยวายนั้นก็ถูกปิดลงอย่างแช่มช้า สัมผัสไม่ได้ดุนดัน หวานหอม รุกเร้า โลดโผน

เหมือนว่าช่วงเวลาไม่นานทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้โดยง่าย สแปนเนอร์จึงลองถามตัวเองดูว่าทำไมเขาถึงไม่ลั่นไกเสียเมื่อมีโอกาสถึงสองครั้งและตอนนี้ก็ยังทำได้อยู่ คำตอบก็คือเขาหลงใหลนภาผืนนี้เข้าตั้งแต่แรกพบเลยน่ะสิ
นิสัยที่แสดงออกมาง่ายๆทั้งการกระทำและคำพูดทำให้เขาสบายใจเหมือนเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมานานแสนนานจะไม่มีความลับต่อกัน ชั่ววินาทีถัดไป เขาพบว่าไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนกับท้องฟ้าของวองโกเล่เสียแล้ว...

"แย่ล่ะสิ..."

"ครั้งนี้มันแย่มากเลยเหรอ?" สึนะส่งสีหน้ากังวลอย่างปิดไม่มิด คราวนี้เขาพยายามเรียนรู้รูปแบบของเอ็กเบิร์นมากกว่าเดิม แต่ไหงมันออกมาแย่กว่าที่คิด?

"แย่มากๆด้วย.." สแปนเนอร์ขยับเข้ามาใกล้ มือประคองดวงหน้าเล็กที่เต็มไปด้วยความกังวลนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างได้การสรุปผลที่ลงตัวแล้ว...

"ทำยังไงดีล่ะ? ถ้าฉันห่วยถึงขนาดนี้ ฉันกลัวว่าเพื่อนๆฉันจะ.."

"ดูเหมือนว่าฉันจะชอบนายซะแล้ว..."

"ห....หา??" สึนะผงะถอยหลัง แต่ก็ขยับไปไหนไม่ได้ "ม..ไม่ได้...เอ็กเบิร์น...ง่า..."

"ตัดสินใจแล้ว ฉันจะไปกับนาย"

"หา?"

"ตกลงตามนี้ เพราะงั้นพักอีกหน่อยแล้วฝึกต่อกันเถอะ" พูดเสร็จก็ทำท่ายิ้มแย้มเหมือนอย่างเคย ดูท่าจะอารมณ์ดีกว่าที่คาด หันกลับไปสนในโน๊ตบุ๊คที่เปิดคาสถิติการฝึกครั้งนี้เอาไว้

"ต..แต่...ด...เดี๋ยวสิ..."

"เอ้า! นี่อมยิ้ม" มือแกะห่ออย่างรวดเร็ว จิ้มเข้าที่ปากเล็กที่ดูเหมือนจะตั้งท่าเถียงอะไรเขาสักอย่าง

"ม...ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น!! สแปนเนอร์!!"

"นายเกลียดฉันเหรอ?"

สีหน้าจริงจังนั้นทำเอาสึนะชะงักไป แต่ก็ส่ายหัวตอบในทันที "ไม่ใช่นะ!"

"งั้นก็ไม่เป็นไรนี่ ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันไม่ใช่เหรอ?"

สึนะทำหน้าเหนื่อยใจกับท่าทางนั้น ยอมพยักหน้าแกนๆทั้งที่ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย ปากที่อมของหวานอยู่บ่นอุบอิบไม่ให้อีกฝ่ายเห็น....เอาเถอะ...มาถึงขั้นนี้แล้ว....


ไหนๆก็เอาแต่ใจมาตั้งแต่แรกที่เจอแล้ว ถ้าจะขอตามไปอีกหน่อยก็คงจะไม่เป็นไรสินะ....



....โชคชะตา กับนภาคนนี้....



+END+

 

Talk:
ไม่ได้บลอคมาเสียนานเลยแฮะ (ฮา)
งานมันยุ่งจนแทบอยากจะผิดบลอคทิ้ง (ล้อเล่นน่ะ มันแค่ความคิดชั่ววูบ ไม่งั้นเราจะระบายความเพ้อเจ้อใส่ในไหนดีล่ะ? ฮ่าๆ)

เป็นคู่ที่แต่งยากสำหรับเฟล่อนนะ (ฮา)
เนื่องจากว่าเฟล่อนเป็นพวกยึดติดน่ะค่ะ เป็นว่าถ้าชอบมุคุทูน่าแล้ว...มันพลิกเป็นประแจทูน่าได้ยากจริงๆ
เรื่องนี้แก้หลายรอบมากกกกกกกกกกก เพราะพิมทีไร มุคุก็โผล่มาให้ประแจคิดหนักทุกทีสิน่า = =;;
กว่าจะไล่มุคุออกจากฟิคเรื่องนี้ได้ เฟล่อนถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว
ก็ตัดจบอีก สารภาพว่าไม่ได้ตามสปอยต่อเลย เลยไม่รู้ว่าต่อจากที่ตัวเองอ่านตอนแรก มันเป็นยังไงต่อไป บทสรุปของเรื่องนี้ก็เลยไม่มีเอาง่ายๆ

ยังไงก็ตาม เฟล่อนจะอัพอย่างโคดดดดดดดดดดดดดช้า
โคดดดดดดดดดดดดดดดดดดจะดองบลอค
เพราะว่าเฟล่อนรับมือกับงานที่ล้นจะทั่วหัวไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม, ขอบคุณที่อ่านและติดตามค่ะ ^ ^)//

ปล. ใครไม่เห็นหัวบลอคใหม่ ช่วยรีเฟรชด้วยนะคะ~
(แอร๊งค์)


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชะเฮอะ.. ประแจ คิดอะไรได้แปลกประหลาดดีจริงๆ
จับสึนะผ่าพิสูจน์เรอะ =[]=

อ่านทอล์คข้างล่างแล้วรู้สึกเหมือนจะเห็นมุคุส่งสายตาเชือดเฉือนมา
(ถึงงานล้นมือก็ค่อยๆทำไปนะฮะ เดี๋ยวก็เสร็จ..มั้ง)

#1 By แมวมะม่วง on 2009-01-30 11:40

มุคุมันหายหัวดีนัก
ทูน่าโดนประแจคาบไปแดกแล้วนะเว้ยเห้ยopen-mounthed smile

ปล.สแปนเนอร์ที่เฮดบล๊อกคนนั้นหล่อววววจังเรยค่า

#2 By カフカ on 2009-01-30 13:36

เป็นการหลงใหลที่หน้าตายมาก...ประแจหนอประแจ

/me ไปนั่งกุมหัวอยู่มุมๆ...รู้สึกเหมือนกำลังอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์

อ่าน Talk แล้ว...เหมือนได้ยินคำลอยมาว่า
"Beware...Mukuro is comming"

อ้ะ!! เฮดบล๊อกสวยมากกกกกก O[]Ob...

#3 By Zeraphina on 2009-01-30 20:13

confused smile angry smile question surprised smile

#4 By (114.128.46.156) on 2009-02-14 11:43

『 フェロン 』 View my profile

Recommend