[Reborn FanFic]: Smile for me || Body Languages
posted on 06 Apr 2009 02:22 by felon in Reborn
เข็นตอนที่ 3 ออกมาจนได้
พออยากลองใช้เป็นชื่อตอนดูโดยไม่มีหมายเลขนี่ก็ทำเอาสับสนไปเหมือนกันนะ = =;;;
ยังไม่ได้อัพเดทหน้า fiction สักที
คิดว่าจบตอนนี้คงต้องทำซะแล้ว (ก่อนที่จะลืมว่าเคยแต่ง...)
ตอบเมนท์
By K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย <<< ได้กำเนิดโกคุเทระพาทแล้วค่ะ (ฮา)
By ~Rainy Day~ <<< ช่วงนี้อารมณ์คนแต่งอยากจะใส่กิ๊กบ้าง ถ้าออกมาใสจริงก็ดีใจค่ะ ^^ (ว่าแต่มันจะใสไปสักกี่ตอน.....= =;;; )
By Kisskit <<< ฉากเรทในฟิคใสกิ๊งๆแบบนี้.....คงมีสักตอนแน่เลยค่ะ!! (ซะง้านนน) แต่ก็ลำบากใจ ไม่ว่าเขียนมุมมองของใคร มันก็ยากเหมือนกันหมด (และลามกมากๆด้วย อ๊ากกกกกก)
By Zeraphina <<< เหมือนว่าจะใช้ช่วงวันหยุดไปซะแล้ว เพราะงั้นมันเลยมี Hayato's Part ออกมาน่ะสิคะ! (ฮา)
By Koki <<< ไม่รู้จักสกิลเนียน? (กร๊ากกก มันเป็นสกิลเร๊ออออออออ) คิดว่าอยากให้มันค่อยๆเรียนรู้ไปมากกว่าค่ะ ว่ากว่าจะเนียนได้ระดับปัจจุบันเนี่ย ก่อนหน้านี้คิดอะไรมาบ้าง (ฮา)
By Janeiiz__,, <<< ถ้าชอบก็ดีใจค่ะ เพราะมันคือฟิคที่มีพลอตเรื่อยเปื่อย ไม่รู้จะยาวกี่ตอน และเพราะว่ามันเรื่อยเปื่อย มันเลยดำเนินไปอย่างเชื่องช้า กลัวว่าจะเบื่อกันเสียก่อนน่ะสิคะ
By kuwa[R]i... <<< บรรยายในมุมของยามะนี่ยากพอควรเลยค่ะ ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าในหัวมันจะมีเรื่องอะไรบ้าง คนอย่างยามะจะคิดอะไร เป็นเรื่องที่ยากมากๆเลยค่ะ! กลัวหลุดคาแรคเตอร์สักตอน T^T
By [แมวมะม่วง] <<< เห็นว่ายามะน่ารักที่ก็เข้าขั้นปาฏิหารย์แล้วค่ะ (ฮา) อาจจะเป็นเพราะตอนแรกๆไม่มีอะไรให้ต่อว่าล่ะมั้งคะ?
By HaRuSaMe <<< ยิ้มตอนอ่านได้ก็ชื่นใจค่ะ เพราะตอนแต่งสมองว่างเปล่ากลวงโบ๋ (ฮา) แถมมีติดคิดมากนิดๆด้วย ถ้าออกมาน่ารัก คนแต่งก็ปลื้มใจค่ะ ^^
[Reborn FanFic]: Smile for me || Body Languages
Main: 8059
Rate: PG-15
_____________________________________________
ไม่มีใครขยับไปไหน เหมือนเสียงรอบตัวที่ยังคงเงียบสงัด แสงที่เคยเป็นสีส้มเริ่มออกเข้มขึ้นเรื่อยๆเป็นสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าเวลาไม่ได้หยุดลง
ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงในเย็นวันหนึ่งหลังเลิกชมรมซึ่งมันเร็วกว่าทุกครั้งเพราะผมรู้ตัวเองว่าไม่มีสมาธิทำอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าเวลาเรียนหรือเล่นเบสบอลที่ผมชอบ ในหัวของผมมีแต่ภาพของเย็นวันก่อน ภาพนิ่งเหมือนในแผ่นกระดาษกับสัมผัสที่เนิ่นนาน...
เย็นวาน...ไม่เหมือนกับเมื่อกลางวันวันนั้น....
ผมมึนงงกับรสชาติที่ไม่คุ้นชิน ความต้องการบางอย่างพุ่งเข้าชนผมจังๆขณะริมฝีปากที่แนบกับผมอยู่นั้นขยับ
จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างนั้น รู้แต่ว่ามันไม่ใช่การแตะโดนกันเหมือนในครั้งแรก
มันมากกว่านั้น...
มันลึกซึ้งกว่านั้น...
แต่ผมไม่รู้ว่าอะไรที่มันลึกซึ้ง...ผมแค่รู้สึกแบบนั้น....
หลังจากนั้นเวลาที่เราได้คุยกัน ผมก็เอาแต่มองริมฝีปากที่ขยับพูดนั่น
ทุกครั้งที่บังเอิญสบตากัน เราก็คงค้างอยู่แบบนั้นจนกว่าจะมีใครเรียกความสนใจไปได้
ไม่ผมก็โกคุเทระต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ (ซึ่งผมคิดว่านั่นคงเป็นผมมากกว่าที่จะเป็นเขา)
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างค้างคาระหว่างพวกเรา...
ว่าแต่...'อะไรบางอย่าง' ที่ว่า...มันคืออะไรล่ะ?
ผมตอบไม่ได้จนกว่าจะมีเวลาคุยกับตัวเองสักหน่อย ผมไม่เคยรู้สึกว้าวุ่นขนาดนี้มาก่อน มันทำให้ผมหวั่นใจว่าผมควรจะทำอย่างไรต่อไประหว่างทำไปเหมือนเดิม กับ ลงมือทำอะไรสักอย่าง(ที่ผมยังคิดไม่ออก)
ระหว่างที่คิดเพลินบนเส้นทางกลับบ้าน ผมเจอคู่กรณีเข้าจนได้ โกคุเทระเดินอยู่ข้างหน้าผมถัดไปราวร้อยเมตรนี่เอง ผมคงอยู่กับเรื่องวุ่นๆในหัวจนไม่ได้สังเกต ใจนึงของผมภาวนาให้เขาไม่รู้ตัวและต่างคนต่างเดินแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ก็อีกนั่นแหละ...อะไรอะไรก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ใจคิดหรอก....
"....."
อยู่ดีๆคนข้างหน้าผมก็เอี้ยวตัวมาเก็บอะไรสักอย่างที่พื้น ชั่วขณะนั้นเองที่เขาเห็นผม ผมยังคงทำตัวเก้ๆกังๆแบบอยากหาที่ซ่อนแต่ไม่มีที่ให้ซ่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะซ่อนไปเพื่ออะไร ผมซุกมือในกางเกงเหมือนเดิม เดินเข้าไปช่วยเก็บเศษเหรียญที่ตก เหรียญร้อยเยนในมือผมเย็นเฉียบ เห็นถุงจากมินิมาร์ทในมือของเขา
มือเราสัมผัสกันตอนยื่นเหรียญ ผมถึงได้เห็นว่ามีกระป๋องน้ำอัดลมอยู่ในถุง โกคุเทระเก็บเหรียญไว้ในกระเป๋าหลังกางเกงอย่างเคยชิน เขาคงออกมาซื้อของและกำลังกลับที่พัก ไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีหรือโชคไม่ดีกันแน่
"เพิ่งซ้อมเสร็จ?"
"อือ นายล่ะ?" เขายกถุงพลาสติกของซุปเปอร์มาเก็ตที่เกาะพราวด้วยหยดน้ำขึ้นมาเป็นคำตอบ ผมพยักหน้ารับ "....โกคุเทระ"
"เออ"
ผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ทันพูดอะไรออกไปสักคำ แน่ใจมากว่าไม่มีคำไหนหลุดจากปากผมไปนอกเหนือจากที่คุณได้อ่าน เขาเพียงแค่รับคำผม และปล่อยผมเดินไปโดยที่ตัวเองเดินตามมาเงียบๆ ผมได้ยินเสียงเปิดกระป๋องน้ำอัดผมจากด้านหลัง ได้สติอีกทีตอนที่เดินเข้าบ้านแล้วป๋าทัก และมาได้สติเอามากๆตอนที่ร่างบางๆนั่นนั่งแหมะลงบนเตียงผม กระป๋องเย็นยังจ่อที่ริมฝีปาก มืออีกข้างเปิดนิตยสารเบสบอลรายเดือนที่วางค้างบนที่นอนตั้งแต่เมื่อคืนเหมือนอยู่บ้านตัวเองไม่ผิดเพี้ยน ผมยืนมองภาพนั้นนิ่งอยู่หน้าประตู และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเกร็งเวลาเข้าห้องตัวเอง...ให้ตายเถอะน่า...นี่บ้านผมนะ...
ไม่เข้าใจนักหรอกว่าเรามาทำอะไรกันในห้องของผม เขานอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงขณะที่ผมนั่งมองเขาอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นเล็กที่พื้น พอนิตยสารจบเล่มเขาก็ขอตัวกลับไปโดยปฏิเสธมื้อเย็นที่ป๋าผมชวน
ตกลงว่าสองชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เมื่อสิบนาทีก่อนหน้านี้ สึนะโทรหาผมเรื่องเรื่องรายงานที่ต้องส่งในวันพรุ่งนี้ นั่นทำให้ผมต้องโทรหาโกคุเทระย้ำเรื่องสมุดรายงานที่อยู่กับเขาแทนสึนะที่ดูเหมือนจะวุ่นอยู่กับบรรดาเด็กตัวเล็กที่บ้าน สิ่งที่ผมคาดหวังว่ามันควรจะเกิดขึ้นเป็นปกติคือ คุยธุระเสร็จแล้ววาง ปรากฏว่าเรายังคงคุยกันอยู่ คนเริ่มชวนคุยนอกเรื่องอาจจะเป็นผม หรือไม่ก็โกคุเทระที่จุดประเด็นเรื่องรายงานแล้วลากยาวออกทะเลไป ผมมองนาฬิกาอีกครั้งถึงได้รู้ว่ามันผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้ว แค่เรื่องตลาดนัดของนามิโมริ เบสบอลและหนังอิตาลีเรื่องนักฆ่า
"เจอกันพรุ่งนี้นะโกคุเทระ ราตรีสวัสดิ์" ผมพูด ตื่นเต้นนิดหน่อยที่ได้รู้ว่าได้คุยกับโกคุเทระเกินสิบนาที...นี่มันสถิติใหม่เลยนะ
"แกด้วย" เขาพูดห้วนๆแล้ววางสายไป ผมอมยิ้มกับคำพูดนั้น และขำนิดหน่อยกับท่าทางน่ารักๆของเขาที่ผมนึกออก
เฮ้...ท่าทางน่ารักๆงั้นเหรอ???
นับจากวันที่โทรคุยกันวันนั้น เหมือนทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติก่อนที่เริ่มตอนแรก เราคุยกัน เถียงกัน หัวเราะกันเป็นปกติ ซึ่งผมคิดว่ามันโอเคแล้วทั้งที่มีมุมนึงเล็กๆในร่างกายผมปฏิเสธมัน
คาบเรียนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น...โกคุเทระหายตัวไปจากห้องเรียน
ผมเจอเขานั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ด้านหลังโรงยิม ผมจึงเดินไปนั่งข้างๆโดยเว้นระยะห่างตามปกติ เหลือบมองเสี้ยวหน้ามีสมาธินั้นอย่างทุกครั้งที่ผมชอบทำ แว่นกรอบใสบนใบหน้านั้นดูแปลกตา แต่ผมก็ยังชอบมองมันอยู่ดี
ปลายนิ้วของพวกเราสัมผัสกันอย่างไม่ตั้งใจ สมองผมคิดได้ว่ามันไม่ปกติเอาเสียเลย อะไรบางอย่างควบคุมตัวผมอีกครั้ง
มือเรียวขาวอยู่ในอุ้งมือผม รู้สึกได้ว่าฝ่ามือตัวเองเริ่มชื้น แต่ผมก็ยังคงจับมือเขาอยู่แบบนั้น มองสีหน้าคนข้างๆที่ไม่แสดงอะไรออกมา โกคุเทระยังคงนั่งอ่านหนังสือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่าเขาก็คงคิดว่ามือที่อยู่ในมือผมตอนนี้ไม่ใช่มือของเขาเหมือนกันล่ะมั้ง
ลมอ่อนๆโชยมาชวนให้ผมง่วงมากขึ้นทุกที เงาร่มของโรงยิมยิ่งเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก ผมสัปหงกเป็นพักๆจนหัวผมกระแทกบนไหล่บางข้างตัว ผมสะดุ้ง ความง่วงหายวับไปอย่างน่าขัน มองโกคุเทระที่ละจากหนังสือมามองที่ผม
"อ่า...โทษที...มันง่วงน่ะ"
โกคุเทระพยักหน้ารับและหันไปอ่านหนังสือต่อ ผ่านไปไม่นาน ความง่วงก็กลับมาหาผมอีกครั้ง ผมสัปหงกลงบนบ่านั้นอีกจนได้ แต่คราวนี้ความง่วงยังคงเป็นเพื่อนคู่ซี้กับผมอยู่ มันเกินกว่าที่ผมจะลุกขึ้นมาตามปกติและตัดใจว่าจะหลับไปทั้งอย่างนี้เลย
ผมสีเงินที่ละใบหน้าของผมอยู่หายไป ผมพยายามฝืนมากที่สุดที่จะลืมตามองหนังสือในมือเขา แล้วอยู่ๆ...หน้าหนังสือกลับกลายเป็นเสี้ยวหน้าของโกคุเทระ
ผมง่วงเสียจนไม่ได้คิดอะไรในหัว เขาอาจจะหันมามองว่าผมหลับไปจริงหรือไม่ก็ได้ แต่ตอนนี้ผมง่วงจนทนไม่ไหว คงไม่มีอะไรในโลกนี้ทำให้ผมตื่นขึ้นมาได้จนกว่าจะได้หลับไปสักชั่วโมง เขาอาจจะทิ้งผมไว้ตรงนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก...ผมแค่อยากจะนอนเท่านั้น
ทั้งสติและความง่วงของผมหายไปเพียงแค่เจ้าของไหล่ขยับกับสัมผัสเบาๆที่ริมฝีปาก ตาของผมเบิกโพลง ตัดเรื่องคิดไปเองออกไปได้เลยเพราะผมเห็นด้วยตาของตัวเอง ผมนั่งตัวตรง หันไปมองโกคุเทระและคิดว่าเราควรจะคุยกันจริงๆเสียที
"โกคุเทระ"
"อะไรของแก?"
สายลมแรงพัดมาราวกับจงใจขัดจังหวะ ภาพโกคุเทระกำลังทัดผมด้านข้างนั้นลบล้างสิ่งที่ผมจะพูดหายไปสิ้น สมองของผมกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง
มือของโกคุเทระขยับภายในอุ้งมือของผม ผมทำเป็นลืมยับยั้งชั่งใจ ยกมืออีกข้างจับปอยผมของเขาเล่น โกคุเทระชะงักไปนิดหน่อย แต่ก็ปล่อยให้ผมทำต่อไปอยู่แบบนั้น ใบหน้าของเขาขึ้นสี....ผมไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกรึเปล่าที่เห็นว่าภาพตอนนี้มันน่ารักเสียจนอยากโถมเข้าไปกอดไว้แน่นๆ
โถมเข้าไปกอดงั้นเหรอ????
"ตกลงว่าเรียกทำไมเนี่ย?" เขาถามด้วยเสียงหงุดหงิด และนั่นทำให้ผมนึกเรื่องที่จะพูดขึ้นมาได้
"เอ่อ...ฉันแค่สงสัยน่ะ" ผมพูดตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจตัวเองเอาเสียเลย แถมมันยังดูงี่เง่ามากอีกด้วย "เรา....จูบกัน...เอ่อ........เราจูบกันทำไม?"
"แล้วแกแอบมองฉันทำไม?"
ผมเงียบไป หน้าตึง และหัวใจเต้นระรัว...เขารู้ตัว......โกคุเทระรู้...........โกคุเทระรู้....รู้มาตลอด........
ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนเด็กที่ทำความผิดและโดนจับได้ แต่ก็สงสัยนิดหน่อยว่าการแอบมองตลอดเวลานี่เป็นความผิดรึเปล่า เพราะว่าผมไม่ได้รู้สึกผิด...อืม...เรียกได้ว่าเหมือนโดนรู้ความลับบางอย่างที่เราไม่อยากให้รู้มากกว่า...
"ตอบมาสิ" โกคุเทระเร่ง หัวคิ้วแทบจะชนกัน เขายังสบตาผมราวกับเป็นเครื่องจับเท็จ
"เพราะว่าชอบมอง" ตอบแบบงี่เง่าออกไปเสียได้ แต่ผมคิดคำอื่นไม่ออกนอกจากความรู้สึกตรงๆแบบนี้
"ทำไมถึงชอบมอง?" เขาถามเหมือนว่าเรากำลังเล่นเกมส์ 20 คำถามกันอยู่
"เพราะว่า...."
ที่จริง เรื่องมันก็เหมือนจะง่ายเหมือนคำตอบที่ผมคิดว่างี่เง่าตอนพูดออกไป ทั้งที่จริงแล้ว มันคือคำตอบของทุกอย่าง...
ความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง การกระทำที่ผมไม่รู้ตัว การกระทำและความคิดที่ผมยับยั้งไม่ได้....เป็นเพราะสาเหตุนี้เอง....
'อะไรบางอย่าง' ที่ผมไม่รู้...
'อะไรบางอย่าง' ที่ผมอธิบายไม่ได้...
ผมคิดว่าตอนนี้ผมรู้แล้ว...
+ End Part +
Talk:
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะไหลไปสักกี่ตอนกันแน่นะ?
มันจะยาวไปถึงโลกหน้าเลยรึเปล่า?
อยากแต่งเรื่องยาวดูบ้าง เพราะตั้งแต่เริ่มแต่งมาช่วงนี้ อย่างมากก็ไม่เกิน 8 ตอนเพราะว่าคิดไม่ออก + ติดรวบรัดกระชับเรื่อง
พอมาเป็นพลอตเรื่อยเปื่อย...ก็กลัวใจเหลือเกินว่ามันจะเกินสิบตอน...
วี่แววตอนจบอยู่ไหนนะเนี่ย!!!!!!








อา...จบให้จิ้นไปมากมายก่ายกองค่ะ
ชอบบรรยากาศน่ารักๆของสองคนนี้จังเล้ย จิ้นภาพก๊กคุงเอาผมเหน็บหูแล้วรู้สึกเหมือนเลือด(กำเดา)จะกระฉูด...
โฮกกกกกกกกก.....
อารมณ์ยามาโมโตะที่เหมือนจะค่อยๆค้นพบตัวเองไปทีละนิดนี่น่ารักชะมัด ดูเป็นหนุ่มใสซื่อไร้เดียงสา โอยยยย เข้ามาอ่านทีนี่แทบจะละลายตายไปกับความน่ารักของทั้งคู่
จริงๆแล้วเกินสิบตอนก็ดีนะคะ..(แอบเชียร์) ชอบบบบ ชอบมากเล้ย!!
#1 By ~Rainy Day~ on 2009-04-06 03:52