[Reborn FanFic]: Smile for me || Dreams
posted on 09 Apr 2009 23:49 by felon in RebornReply comments ^o^//
By ~Rainy Day~ <<< อ่ากกกกก เกิน 10 ตอนนี้ คนแต่งอาจะตายได้ค่ะ (มันก็เริ่มหมดมุขแล้วนะ...
)
By Koki <<< เรื่องแอบๆนั่นมันอาร๊ายยยยย (ฮา) แหม่...รายนี้เค้าค่อยๆพัฒนาค่ะ ต่อไปก็ไม่แอบแล้ว เนียนโลด!!!
By Janeiiz__,, <<< ระวังไฟดูดด้วยนะคะ (ขำ) แหม..จนตอนนี้แล้ว เรายังไม่รู้เลยค่ะว่ายามะคิดอะไร (ที่แน่ๆ "คิดจะเนียน" อย่างแน่นอน!= =v)
By Zeraphina <<< นี่เราปั้นคู่นี้ออกมาได้น่ารักขนาดนั้นเลยเรอะ...เราว่ามันออกจะเรื่อยเปื่อย = = (แต่ก็ดีใจนะตัวเอง)
By Kuren_ <<< เชียร์มากๆระวังเป็นจริงขึ้นมาแล้วจะอ่านไม่ไหวนะคะ (ฮา)
By K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย <<< ยามะไร้เดียงสา??? เราว่าไม่นะ ไม่งั้นมันไม่พัฒนาสกิลเนียนหรอก (จะฮาไปไหน...)
By [แมวมะม่วง] <<< เราว่าที่จริงแล้ว....ยามะมันออกจะติดซื่อบื้อนิดๆนะ (คงเป็นเพราะส่วนนั้นทำให้เราชอบมันนิดหน่อย)
By HaRuSaMe <<< ตั้งใจว่าจะมาต่อแบบไม่ให้เว้นช่วงห่างเกินไปนะคะ แต่ไม่รู้จะทำได้นานแค่ไหน = =;;;
By Kisskit <<< พออ่านคำว่า "คนพิเศษ" มันรู้สึกจั๊กกะเดียมจังค่ะ =_=;;; แต่เอาไว้เราจะแอบเอาคำพูดนี้ไปลงในฟิคมั่ง หวังว่าคงไม่เก็บเงินนะคะ (กร๊ากกกก เลววววว)
[Reborn FanFic]: Smile for me || Dreams
Main: 8059
Rate: PG-15
_____________________________________________
วันนี้ท้องฟ้าสีสวย อากาศแจ่มใส แดดตอนเย็นก็ไม่แรงเกินไป แต่ผู้คนก็พลุกพล่านเหมือนเดิมหลังเวลาเลิกเรียนแบบนี้ พวกเราเดินซื้อของทำบอร์ดรายงานของวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถือของกันพะรุงพะรัง และอย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้แล้วเรื่องความชอบ แน่ล่ะว่าตอนนี้โกคุเทระทำหน้าหงิกอยู่ทุกครั้งที่สึนะไม่ได้หันมามอง เขาถือลังกระดาษขนาดกลางที่เต็มไปด้วยกระดาษสีหลากหลายแบบในนั้นสำหรับตกแต่ง ตัวผมเองถือบอร์ดขนาดใหญ่กับม้วนกระดาษที่ใช้ทำพื้นหลัง สึนะถือแค่ถุงไม่กี่ใบกับเอกสารเล่มนึงที่ใช้อ้างอิงเวลาจัด พวกเรากำลังตรงไปที่บ้านของผม ด้วยที่ว่าชั้นบนไม่วุ่นวาย และไม่มีบรรดาตัวจิ๋วมาทำข้าวของเสียหาย (สึนะว่าอย่างนั้น แต่ผมว่ามันน่าสนุกดีออก)
เสียงท้องร้องของใครสักคนดังขึ้นทำให้พวกเรารู้ตัวว่ายังไม่ได้จัดการมื้อเย็น บอร์ดจัดเสร็จไปยังไม่ถึงครึ่งเพราะมัวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมากันอยู่ ป๋าของผมเสนอตัวเป็นเจ้ามือวันนี้ แต่หลังจากกินเสร็จไปไม่นาน เจ้าหนูก็มาร่วมแจมและลากสึนะกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ไม่ทันที่ผมจะได้ถามความเป็นมาใดๆ พอกลับขึ้นห้องมาอีกครั้งก็เหลือแค่ผมกับโกคุเทระ...
เราคงมีความเห็นตรงกันว่าให้หยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ ผมจึงเริ่มเก็บเศษกระดาษโดยมีโกคุเทระช่วยเก็บแยกระหว่างของที่ใช้ได้กับของที่ควรทิ้ง เราจัดห้องเร็วกว่าที่คิด ใช้เวลานิดเดียวจากกองซากเศษกระดาษก็เป็นสัดส่วนพร้อมเอามาทำต่อในครั้งต่อไป โกคุเทระนั่งลงบนเตียงผม ถามว่าสูบบุหรี่ได้รึเปล่า ผมพยักหน้าตอบและเดินไปเปิดหน้าต่างให้ลมพัดระบายควันออกจากห้องก่อนที่จะพาตัวเองไปนั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะเขียนหนังสือแล้วมอง...
คำถามของผมคราวก่อนไม่ได้รับคำตอบ และคำพูดที่ผมพูดค้างไว้ก็หยุดอยู่แค่นั้น โกคุเทระไม่ได้ซักไซร้อะไรอีก เรานั่งกันอยู่แบบนั้นจนถึงเวลาเลิกเรียน มือของเรายังคงจับกันไว้หลวมๆ...
ช่วงเวลานั้นเหมือนทุกอย่างได้หยุดลง ในร่างกายผมโล่งพอๆกับในหัวสมอง ผมได้คำตอบให้ตัวเอง แต่ไม่ได้ให้อะไรกับโกคุเทระเลย...
โกคุเทระหลับสนิทตอนที่ผมมัวแต่รำลึกความหลัง ลมหายใจผ่อนช้า ใบหน้าซุกลงบนหมอนของผม ท่าทางนอนสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง ผมคิดว่าจะปลุกเขา โน้มตัวลงไปเขย่าไหล่บางๆนั่น ดวงหน้าด้านข้างทำเอาผมชะงักไป ขนตาสีอ่อนแพราบไปกับใบหน้า ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย ภาพที่ผมเห็นนั้นมีแรงดึงดูดบางอย่าง ผมโน้มตัวลงจนจมูกเกือบจะสัมผัสแก้มนิ่มนั่น หวุดหวิดจะดีดตัวขึ้นมาไม่ทัน คำว่า 'เกือบไปแล้ว' ลอยเด้งอยู่ในหัวผมเป็นพันครั้ง ผมยืนเอามือกุมหน้าผากตัวเอง...ผมกำลังจะแย่....
ปล่อยไว้แบบนี้แล้วกัน...ยังไงพรุ่งนี้ก็วันเสาร์....
ผมตัดสินใจเอาเอง ลากฟูกนอนมาข้างเตียง เดินไปอาบน้ำและเข้ามานอนมองเพดานในความมืดสลัว
ถูกแล้ว...ผมนอนไม่หลับ หูผมได้ยินเสียงลมหายใจของคนบนเตียง ทุกครั้งที่โกคุเทระขยับตัว สติผมก็ตื่นขึ้น หลับตาไม่ลง...ยิ่งเห็นมือโกคุเทระยื่นเลยเตียงออกมา ผมก็อยากจะสัมผัสมัน
ไม่ปกติของความไม่ปกติ...
ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะแย่ และต้องเป็นแบบนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตราบใดที่ยังมีโกคุเทระอยู่ใกล้ๆแบบนี้
แต่ถ้าจะให้ห่างออกไป...
ผมไม่ยอม...
"นอนไม่หลับเหรอ?"
ผมสะดุ้ง หันไปมองที่เตียง โกคุเทระนอนตะแคงข้างมาทางผม มือข้างนึงของเขายังยื่นเลยฟูกออกมาเหมือนเดิม ผมนอนตะแคงไปทางเขาบ้าง คิดว่าการคุยกันแบบมึนๆน่าจะทำให้ผมง่วงได้ไม่ยาก
เราพูดกันอีกไม่กี่คำหลังจากนั้น สติผมดับวูบไปโดยที่ไม่รู้สึกตัว มาลืมตาอีกทีตอนที่ห้องสว่างโร่ แสงแดดจากด้านนอกส่องลอดม่านเป็นทางยาว แขนข้างหนึ่งของผมกำลังจะเป็นเหน็บชา จึงพยายามขยับ แต่ก็ทำไม่ได้ พอหันไปมองถึงได้รู้ว่าโกคุเทระหนุนแขนผมหลับสนิท... ผมทำอะไรไม่ถูก ร่างกายผมส่งเสียงอึกทึกอีกครั้ง ยิ่งพอตะแคงตัวไปด้านนั้น จมูกผมก็แทบชนกับหน้าผากเนียนทำให้ต้องฝืนตัวเองไม่ให้กอดและหันกลับมานอนหงายเหมือนเดิม โกคุเทระขยับตัวส่งเสียงในลำคอ คงเป็นเพราะว่าผมขยับถึงทำให้เขารู้สึกตัว
เขาดันตัวเองออกจากผมอย่างรวดเร็วพร้อมกับคำสบถที่ผมไม่เข้าใจความหมาย ใบหน้าแดงจนผมคิดว่ามันคงแดงไปมากกว่านี้อีกไม่ได้ สายตานั้นมองมาที่ผมอย่างตื่นๆ
"ทำไมฉันมานอนอยู่ตรงนี้ได้?!"
ผมไม่มีคำตอบให้ เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนที่เขาไม่รู้นั่นแหละ
โกคุเทระพูดประมาณว่าช่างเถอะและลุกขึ้นนั่ง ผมจึงได้มีโอกาสขยับแขนให้เลือดเดินบ้าง โกคุเทระบอกว่าอยากอาบน้ำและขอยืมเสื้อผม ตัวเขาเองจัดการหยิบทุกอย่างเองแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ผมมองเพดานสีเก่าด้วยสมองที่ว่างเปล่า นานจนเกือบหลับไปอีกรอบ โกคุเทระก็ออกมาในเสื้อยืดแขนยาวพับแขนถึงศอกกับกางเกงที่เป็นของผมทั้งชุดก่อนที่จะเอ่ยขอถุงสักใบเพื่อใส่ชุดของเมื่อวานกลับบ้าน
ผมอาบน้ำเสร็จหลังจากที่โกคุเทระกลับไปราวครึ่งชั่วโมงแล้วทิ้งตัวอยู่บนเตียง กลิ้งไปกลิ้งสักพักก็ลงไปกินข้าวแล้วกลับขึ้นมานอนว่างเปล่าบนเตียงต่อ
จะว่าว่างเปล่าก็ไม่ถูกนัก เพราะในหัวผมมีแต่ภาพของโกคุเทระในอ้อมแขนของตัวเอง....ไม่ว่าจะทำยังไงก็หยุดคิดไม่ได้เสียที....
ตัวผมอุ่นด้วยอุณหภูมิของร่างกายบอบบาง แขนเรียวทั้งสองข้างโอบรอบตัวผม จมูกได้กลิ่นหอมของแชมพูบนเรือนผมนิ่ม ริมฝีปากประทับอยู่ที่หน้าผากมน แขนสองข้างโอบคนบนตัวไว้หลวมๆ โกคุเทระลืมตาขึ้นขยับจูบเบาๆก่อนจะย้ำหนักขึ้น... ลึกล้ำขึ้น... ผมสนองตอบได้เป็นอย่างดี มือข้างหนึ่งลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างเผลอไผล เสียงครางในลำคอนั่นทำให้สติผมกระเจิง พลิกตัวขึ้นจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอ มืออุ่นขนาบแก้มของผม ดวงตาสีเขียวคู่นั้นไม่ได้หลับลง กลับมองมาทางผมอย่างเร่าร้อน
เสียงโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นทำให้ผมตื่น ลุกขึ้นนั่งอย่างเหนื่อยหอบราวกับวิ่งรอบโรงเรียนมาก็ไม่ปาน มองไปยังต้นเสียงถึงได้รู้ว่าโกคุเทระลืมมือถือไว้ และเจ้าตัวเป็นคนโทรมาบอกว่ากำลังจะกลับมาเอา
หลังจากนั้นไม่นาน โกคุเทระก็อยู่ในบ้านของผมอีกครั้ง เราคุยกันโดยที่ผมไม่มองหน้าเขาเลย ได้ยินแต่ว่านอกจากมือถือแล้ว เขายังลืมเครื่องประดับบางชิ้นไว้ในห้องผมด้วย เราเลยต้องขึ้นมาหาสิ่งของที่ว่านั่น.......เราอีกครั้งในห้องของผม...
ยอมรับได้เต็มปากเลยว่าผมมองหน้าเขาไม่ติด ความฝันเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเล่นหนังแผ่นตกร่อง และคงเพราะอย่างนั้นโกคุเทระจึงถามขึ้นมาด้วยเสียงหงุดหงิด
"แกหลบหน้าฉันเรอะ?" เขาเสยผมขณะถาม ตัวผมพยายามอย่างยิ่งที่จะสบตาโดยไม่หนีไปเสียก่อน "มีอะไรหรือไง?"
ผมตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบตรงๆไปดีหรือเปล่า สุดท้ายก็ไม่ได้พยักหน้าหรือส่ายหน้าเลยสักอย่าง
"แกคิดอะไรอยู่กันแน่?"
"จะว่า...ไม่คิดอะไรเลยก็ได้มั้ง" ผมยิ้มตอบ มองสีหน้าเอือมๆนั่นแบบคาดเดาเอาไว้แล้ว "จะอยู่กินข้าวเย็นไหม?"
โกคุเทระไม่ตอบอะไร สาวเท้าเข้ามากระชากคอเสื้อผม รั้งเข้าไปจูบแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
มันถลำลึกโดยไม่มีฝ่ายใดรั้งไว้
แผ่นหลังบางนั่นแนบกับประตูห้อง พัวพันราวกับไม่มีใครยอมใคร หูผมอื้อไปหมด ได้ยินแต่เสียงสัมผัสชื้นจากปลายลิ้นพวกเรา คอเสื้อผมยังอยู่ในมือเขา มือผมจับไหล่โกคุเทระแน่นเพื่อยั้งตัวเองไว้ไม่ให้ดึงเข้ามากอดและเลยเถิดไปมากกว่านี้
เท่านี้ก็คงเพียงพอแล้วที่จะทำให้เขารู้ว่าผมคิดอะไรอยู่.....
เราจูบกันเหมือนจะเข้าแข่งจูบชิงแชมป์โลกและยืนนานรอบันทึกลงกินเนสบุ๊ค ที่โกคุเทระคงโดนตัดสิทธิ์ในข้อหลังเพราะเขาอ่อนทาบไปกับบานประตู ไม่รู้ว่าเราจูบกันนานกี่นาที รู้แต่ว่าผมเสียดายเล็กน้อยที่ต้องถอนมัน....
ผมช่วยรั้งตัวโกคุเทระให้ยืนเต็มความสูง หน้าผากชนกันเบาๆโดยไม่ตั้งใจ น้ำลายผมแปรสภาพเป็นกาวแป้งเปียกติดอยู่ที่ลำคอ มือของเรายังคงจับกันไว้ ผมใช้ความคิดอย่างหนักว่าควรจะปล่อยมือยังไงไม่ให้ผิดสังเกต แล้วโกคุเทระก็ทำลายความน่ากระอักกระอ่วนนี้ด้วยการพูดเสียงแข็งๆว่าให้ปล่อยมือ ผมทำตามราวกับมันเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทำให้ผมมีชีวิตรอด
"บ้าชะมัด..." ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับเสียงพึมพำนั้น "แก...เพราะแกนั่นแหละ..."
"ฉันทำไม?" ผมถามด้วยความสงสัยจริงจัง น้ำเสียงที่ได้ยินนั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่าผมทำผิดอะไรอย่างที่ผมไม่รู้ "ฉันทำอะไรเหรอ?"
"ทำให้เป็นแบบนี้ไง! บ้าเอ๊ย!" เขาสบถอีก พิงหัวลงบนไหล่ผม "แกผิด..."
ผมพยักหน้าแม้จะยังไม่รู้ว่าผิดเรื่องอะไร โกคุเทระพูดย้ำๆอยู่หลายครั้งจนผมรู้สึกผิดเข้าจริงๆ "ตกลงว่าฉันทำอะไรเนี่ย?"
"ถ้าไม่รู้...ชาตินี้ก็อย่ารู้เลย...ลองตายสักครั้งไหม เผื่อจะทำให้คิดออก?"
"ขอผ่าน...นายก็บอกมาสิโกคุเทระ" ผมตอบเจือขำขัน อดไม่ได้จริงๆที่ต้องเบือนหน้าไปหาเล็กน้อย ฝังจมูกตัวเองข้างขมับขาว ได้กลิ่นแชมพูที่ตัวผมใช้บนเรือนผมสีเงิน
"ไม่บอกเว้ย" โกคุเทระละออกมาทำหน้ายุ่งใส่ผม "รู้ว่าแกผิดอย่างเดียวพอแล้ว"
ผมว่าตอนนี้โกคุเทระทำหน้าประหลาด คิ้วชนกัน ปากงอง้ำ ใบหน้าแดงระเรื่อ เลี่ยงไม่สบตาผม แล้วก็ไม่รู้ทำไม...ผมถึงได้คิดว่ามันน่ารักดี และคงทนไม่ได้....ถ้ามีคนอื่นนอกจากผมได้เห็นสีหน้าแบบนี้...
"ตอนนายกลับไป...ฉันนอนต่อ แล้วก็ฝัน" ผมเกริ่นนำ ตัดสินใจว่าจะเล่า ยอมรับด้วยว่าเพราะอยากเห็นสีหน้าที่ผมคิดไม่ถึง "ฉันฝันถึงนาย....เราจูบกันเหมือนเมื่อกี้นี้ ฉันได้กอดนา-"
"พอเลย" โกคุเทระขัด ใบหน้าของเขาแดงขึ้นอีกพร้อมกับสีหน้าที่หงุดหงิดกว่าเดิม "แกจะเล่าทำไม?"
"ก็มันคือสาเหตุที่หลบหน้านายเมื่อกี้ไง"
"ใครอยากรู้?"
"ก็นายถามเองนี่"
"หุบปาก!"
ผมหัวเราะกับเสียงโวยวายที่ตามมาเป็นขบวนรถไฟ อยากให้คุณได้เห็นนะว่าน่ารักขนาดไหน และขอเลี่ยงไม่บรรยายเพราะว่าหวง....
นั่นสินะ...มันคือความรู้สึกหวงนั่นเอง....
"นี่...โกคุเทระ" ผมพูดขัดเสียงบ่นของเขา พูดด้วยน้ำเสียงเก้อๆ "เอ่อ....ขอลอง...จับมือหน่อยได้ไหม?"
"แกจะบ้าเหรอไอ้โง่!" ยิ่งตะโกน สีแดงจากใบหน้ายิ่งลามไปถึงใบหู "ฉันหิวแล้ว! จะกินก่อนกลับ!"
ผมไม่ติดใจกับการเปลี่ยนเรื่องกระทันหันเพราะว่าค่อนข้างชิน จังหวะที่เขาเปิดประตูห้องนั้น มือของเขาคว้ามือผมเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ ถึงจะเห็นแต่เสี้ยวหน้าด้านหลัง มันก็ยังคงแดงจัดอยู่ดี
"เอาแต่มากุโร่นะ!!"
ผมหัวเราะแล้วพาเขาเดินลงไปชั้นล่าง ทั้งที่มือของเรายังจับกันอยู่อย่างนั้น...
+ End Part +
Talk:
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ(ล่วงหน้าแบบนานๆ) ^o^
เหมือนว่าปีนี้จะค่อนข้างชุลมุนจนน่ารำคาญยังไงก็ไม่รู้ เทศกาลสงกรานต์แบบนี้อาจจะไม่คึกคักอย่างที่แล้วๆมาก็ได้นะเนี่ย
แต่นี่ก็เป็นโอกาสล่ะ!! เราจะใช้วันหยุดช่วงนี้แต่งฟิคกระหน่ำไปเล้ย~!! (ถ้าไม่หมดมุขซะก่อน....OTL)
เพราะงั้นตอนหน้าขอดองยาวเป็นหลังสงกรานต์ก็แล้วกันนะคะ 
ยังไงก็ตาม เรามาสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด กันในเอกทีนนี่ดีกว่าเนอะ ^^
/ระวังจขบ.ตามไปสาดกลับ 55555+
อยากลองตื่นมาแล้วมีโกคุนอนหนุนแขน โหะๆๆ จะขโมยจุ๊บๆหน้าผากให้หนำใจเลย








ก๊กคุงลูกแม่ ซึนได้อีกกกก
*วิ่งรอบสนามสิบรอบ*
ยิ่งอ่านแล้วเหมือนมันจะขาดไม่ได้เล้ยย
ทำไม่รู้เราถึงชอบตอนนี้ม๊ากมากก ชอบอะไรที่แบบ
ตบด้วยปากกระชากด้วยลิ้น
จะรออ่านตอนต่อไปนะเคอะ *ปูเสื่อๆ*
รดน้ำดำหัวซะหน่อย
#1 By Janeiiz__,, on 2009-04-10 00:17