[Reborn FanFic]: Smile for me || Other Side + ComicRoad_Event
posted on 27 Apr 2009 23:34 by felon in Rebornตอบเมนท์ก่อน
By . : : ZePhyRuS : : . <<< นี่แกเอาคืนใช่มั้ย?
By KeeChan <<< ก็ตามคาแรคเตอร์~
By ~Rainy Day~ <<< ยามะไม่มีวันสมหวัง (ฮา)
By K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย <<< ถึงกับต้องท่องไว้เลยเชียวนะ! (ฮา)
By ☆~[S]eN[Y]a-☆ <<< เหมือนว่าไม่ต้องขอก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว??
By kuwa[R]i... <<< เอาเลยค่ะ จะรออ่าน (ฮา)
By [แมวมะม่วง] <<< ว๊ายยยยย อย่ามาดักทางกันนะตัวเองงง *จงใจตัดทิ้ง*
By Janeiiz__,, <<< สมใจสุดๆ
By •·.·´¯`·.·•gloomy day•·.·´¯`·.·• <<< คนมันจะดวงกุดก็งี้แหละ 55555+
By Koki <<< ยาวกว่านี้ก็หมดมุขจะแต่งแล้ววววว
By xenopyro <<< นึกว่าตาฝาด...นี่มาเมนท์จริงเหรอเนี่ย *โดดกอด*
By NOoK-U <<< ยินดีด้วยที่อด!
By ffr -_- <<< ถ้าไม่พลาด ก็ไม่รู้จะแต่งไงดี 555
By Eriol <<< ขอบใจจ้า
By Nagi <<< เลิกพูดถึงเรื่องนั้นเลยนะ!!!
By カフカ <<< นั่นมันเลยมานานแล้วนะ...
By OPL <<< จบง่ายเพราะไม่มีเรื่องจะเขียนไงคะ (ฮา)
By Kisskit <<< แต่หนุ่มซึนอีกคนเนี่ยดิ...ทำเราหนักใจ...
ต่อฟิค!!!
[Reborn FanFic]: Smile for me || Other Side
Main: 8059
Rate: PG
_____________________________________________
ในที่สุด วันปกติธรรมดาในรั้วโรงเรียนก็กลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาที่ได้ซ้อมเบสบอลก็กลับมาอีกครั้งเช่นกัน เร็วๆนี้จะมีไปแข่งกับโรงเรียนอื่นก็เลยมุ่งฝึกเต็มที่ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น พอไม่ได้กลับบ้านพร้อมสึนะกับโกคุเทระ ชีวิตมันก็โหวงๆชอบกล ไม่รู้ทำไม...ทั้งที่คนในชมรมเยอะกว่า ไปกินข้าวกันก็เฮฮามากกว่า แต่ผมไม่เห็นจะรู้สึกดีเหมือนตอนที่มีโกคุเทระอยู่ข้างๆเลยสักนิด ได้แต่ซ้อมไป ยิ้มไป กินข้าวไปให้มันผ่านๆไปซะเหมือนจงใจละเลยเวลาช่วงนั้น แล้วก็ไม่รู้ทำไม...ทั้งที่อยู่ห้องเดียวกัน โต๊ะที่นั่งก็โต๊ะเดิม เพียงแค่การที่ไม่ได้กลับด้วยกันเท่านั้น ผมรู้สึกเหมือนโกคุเทระห่างออกไป...ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า...
"ยามาโมโตะ!"
เสียงสึนะดังมาจากอีกฟากของสนาม ร่างเล็กๆนั่นโบกไม้โบกมือให้ผมอย่างขันแข็ง ผมยิ้มและโบกมือตอบระหว่างที่วิ่งรอบสนามช่วงเย็น ขาเพิ่มความถี่ วิ่งวนจนถึงขอบสนามที่สึนะอยู่จนได้
"โกคุเทระล่ะ?"
นี่แหละเป็นสิ่งที่แปลกตาจริงๆ เจอโกคุเทระเดี่ยว ผมยังไม่ประหลาดใจเท่ากับเจอสึนะเดี่ยวแบบนี้เลย
"เห็นว่ามีนัดกับอาจารย์ห้องพยาบาลน่ะ"
"หมอนั่นไม่สบายเหรอ?"
โลกหมุนกลับด้านเป็นแน่แท้ นอกจากตอนเจอเจ๊เบียงกี้แล้ว ไม่เคยเห็นเจ้าตัวป่วยที่ขนาดต้องเข้าห้องพยาบาลมาก่อนเลย
"เปล่านี่ เห็นว่าคุยเรื่องฝึกน่ะนะ"
เท่านั้นผมก็อ๋อออกมาได้ ที่จริงแล้วก็คือลุงจามาลนั่นเอง ค่อยโล่งใจที่โกคุเทระไม่ได้ไปเพราะว่าไม่สบายจริงๆ แบบนี้ก็คงไม่มีอะไรแล้ว
สึนะโบกมือลาผมทันทีที่เจ้าหนูกระโดดมาเกาะไหล่แล้วเอาปืนขู่ให้รีบกลับบ้าน ผมกลับไปซ้อมวิ่งต่อหลังจากที่โดนรุ่นพี่มองเขม่นมาสักพักใหญ่ๆ
แสงสปอตไลท์ดวงโตสาดไปทั่วสนาม ผมเดินออกมาจากห้องชมรมเป็นคนสุดท้าย เห็นเงาร่างคุ้นตาเดินออกมาจากอาคารเรียนตรงดิ่งไปยังประตูหน้า ผมไม่เสียเวลาคิดแม้แต่นิดเดียว วิ่งตามจนถึงตัวเจ้าของเงานั้นอย่างรวดเร็วจนตัวเองยังนึกแปลกใจ เขาเหลือบตามองผมอย่างหงุดหงิด แต่ก็รอจนผมเดินไปอยู่ข้างๆแล้วจึงเดินต่อ
"คุยกับลุงจามาลมาเหรอ?" ผมชวนคุย โกคุเทระหันมาทำหน้าหงุดหงิดแล้วก็เริ่มต้นบ่น
"ก็เจ้านั่นมันไม่ยอมสอน! มันหาว่าฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงบ้าบออะไรก็ไม่รู้!! แล้วยังมาหาว่าฉันอ่อนอีก!! ฉันตั้งใจฝึกขนาดนี้ยังไม่ยอมรับเลย แล้วจะให้ฉันทำไงวะ! โอ๊ย!!! มันแบบว่า บลาๆๆๆๆ"
ผมฟังโกคุเทระบ่นด้วยสีหน้ายิ้มๆ เจ้าตัวก็ดูเหมือนจะบ่นต่อไปอีกนาน กระทั่งเราถึงแยกที่ต้องเดินไปคนละทางเพื่อกลับบ้านแล้ว โกคุเทระยังไม่หยุดบ่นเลย
ผมไม่เบื่อหรอกนะ ออกจะติดชอบฟังคำบ่นพวกนี้นิดหน่อยด้วยซ้ำ เพราะนั่นแปลว่าโกคุเทระบ่นเรื่องในชีวิตประจำวันให้ผมฟัง จากที่รู้สึกว่าห่างกัน...ตอนนี้มันหายไปแล้ว ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีเรื่องไหนที่ผมต้องกังวลสักเรื่อง
"แยกย้ายล่ะ!"
เขาว่าแบบนั้นก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง
การซ้อมเบสบอลคราวนี้ ผมอาจจะจริงจังหรือคงคิดถึงเรื่องการเล่นเป็นมาเฟียมากไปหน่อยจนทำให้ผมได้แผลเป็นแผลถลอกยาวจากศอกเกือบถึงข้อมือได้ ครูดไปเต็มๆกับพื้นสนามครั้งนี้ทำให้รู้เลยว่าเราไม่ควรร่นแขนเสื้อขึ้นเวลาฝึก (ผมเพิ่งรู้ประโยชน์ของมันก็คราวนี้แหละ) ผมเดินปล่อยเลือดไหลอาบแขนไปจนถึงห้องพยาบาล เสียงเอะอะโวยวายดังออกมานอกห้องนั้นเป็นของโกคุเทระ ผมยิ้มขำๆก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเห็นร่างบางๆนั้นนั่นบนโต๊ะทำงานขณะที่ลุงจามาลนั่งเก้าอี้ปกติ ผมเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีที่ผมคิดว่าระยะห่างนี้มันผิดปกติ...
"เฮ้อ....ทำไมไม่มีสาวๆมาให้รักษามั่งนะ....แล้วตัวผู้อย่างนายไปทำอะไรมา?"
ลุงจามาลลุกขึ้นเดินมาทางผม มองอย่างเบื่อๆเหมือนทุกครั้งที่เขาต้องรักษาผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่หวัง
"ไปวัดพื้นทำไมเนี่ยไอ้โง่! ดีนะไม่เป็นยันหัวไหล่! เลือดไหลเป็นทางเลยแฮะ....นายทำพื้นโรงเรียนเลอะรึเปล่า?" ผมส่ายหน้ายิ้มๆ "เออ งั้นให้ตาแก่ซกมกนี่ทำแผลให้เดี๋ยวก็หายล่ะ"
ระหว่างที่ทำแผลอยู่นั้น ผมเอาแต่นั่งมองมือขาวๆนั่นพับเครื่องบินกระดาษใส่ลังใบใหญ่ ท่าทางฝืนใจทำ ริมฝีปากนั้นบ่นอุบอิบแทบจะตลอดเวลา นานๆทีก็หันมามองลุงจามาลเพื่อดูว่าเสร็จธุระกับผมหรือยัง ขณะที่สบตากัน ผมยิ้มน้อยๆไปให้ทั้งที่รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
"อย่าให้แผลโดนน้ำ แล้วก็มาเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวันด้วยล่ะ เป็นแขนขวาแบบนี้คงทำอะไรลำบากหน่อย"
ผมพยักหน้าทั้งที่ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง มัวแต่มองคนบนโต๊ะอาจารย์อยู่ว่าพับจรวดกระดาษถึงไหนแล้ว
อีกวันผมก็ไปห้องพยาบาลเพื่อทำความสะอาดแผล พอเป็นแบบนี้แล้วทำให้การซ้อมเบสบอลไม่ไปถึงไหน ขยับก็ไม่สะดวกอย่างใจคิด ผมคิดว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบอารมณ์นิดหน่อย ไม่ใช่ภาพตรงหน้าที่ได้เห็น....
สิ่งที่ผมเห็นไม่ได้ต่างอะไรจากเมื่อวาน คำบ่นแบบเดิม การกระทำแบบเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมเสียจนเหมือนกรอเทปม้วนเก่ามาฉายซ้ำ และผมเป็นแค่คนนอกผู้ดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ที่ต่างไปคงจะเป็นเสียงเจ้าของห้องพยาบาลที่พูดโต้กลับคนช่างบ่นไปอย่างกวนๆ ผมได้เห็นสีหน้าบางสีหน้าที่ผมไม่เคยเห็น เท่านั้น...อะไรบางอย่างในตัวผมก็พลุ่งพล่าน ผมนั่งไม่ติดที่ รู้สึกอยากหนีไปให้ไกลพอๆกับอยากรากงอกติดอยู่ที่นี่ สิ่งนึงที่เกิดขึ้นในใจผมลึกๆกำลังแตกตัวอย่างรวดเร็ว ยิ่งได้ยินเสียงสองเสียงนี้เท่าไหร่...ยิ่งได้เห็นภาพเหล่านี้แค่ไหน.....
ผมกลัว....
แผลที่แขนขวานี้ทำให้ผมได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติเนื่องจากต้องหยุดซ้อม ผมเดินไปกับสึนะและคุยกันถึงบทเรียนวันนี้ นั่นทำให้ผมได้รู้ว่า หลังจากเรียนตามปกติ พอกลับบ้านไปก็ต้องฝึกเล่นเป็นมาเฟียตามที่เจ้าหนูบอก สีหน้าอิดโรยของคนเล่าพยายามเก็บมัน ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ พอพูดเตือนไปก็ได้สีหน้ายิ้มแย้มพร้อมใจที่ฮึดสู้ ผมมองดูตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ก็พาหดหู่ไปเล็กน้อย.... ทั้งที่บอกว่าอยากจะแข็งแกร่งขึ้น...........ผมกลับกำลังกลายเป็นตัวถ่วงคนอื่น.... แต่ผมก็ไม่มีเวลาได้คิดมากนานนัก เพราะภาพตรงหน้าแทบจะหยุดความเคลื่อนไหวของผมได้ทั้งหมด
"นั่นโกคุเทระนี่?"
เสียงสึนะดังเข้าหูผมพร้อมนิ้วเล็กๆที่ชี้ไปยังเบื้องหน้า ผมหันไปมองหน้าคนชี้ยิ้มๆแล้วพูดว่า "วันนี้จะเข้าชมรมซะหน่อยน่ะ คงไม่ได้กลับด้วยกันแล้ว ไปก่อนนะ"
ไม่ได้รอฟังเสียงสึนะที่ท้วงมา ที่ผมพูดจะไม่มีเหตุผลก็ช่าง แต่ผมไม่พร้อมที่จะได้ยินได้เห็นอะไรทั้งนั้น วิ่งมาถึงห้องชมรมตอนไหนก็ไม่รู้ มือหยิบไม้เบสบอล เข็นเครื่องส่งลูกออกไปกลางสนาม ยืนอยู่ที่ประจำตำแหน่ง รอให้เพื่อนอีกฝั่งตั้งค่าเครื่องส่ง มองรองเท้าตัวเอง พยายามตั้งสมาธิเหมือนตอนฝึกเคนโด้ ทำหัวให้โล่งขาว ตามองไปข้างหน้าอย่ามุ่งมั่น สนใจแต่เป้าหมายที่พุ่งเข้ามาเท่านั้น ไม่วอกแวก ไม่ฟุ้งซ่าน
ผมไม่ทันได้รู้สึกตัว ได้แต่หวดลูกไปไม่รู้กี่ร้อยลูก
ทำใจให้สงบ
มองแต่เป้าหมายที่พุ่งเข้ามาเท่านั้น
ถึงจะมองไม่เห็น แต่ก็ย่อมรู้สึกได้
แขนเหวี่ยงไม้ออกไปสัมผัสกับลูกแข็งๆ
'เวลาซ้อมก็คิดซะว่าลูกเบสบอลคือรังสีดาบสิ'
"เฮ้ย"
ลูกกลมสีขาวลอยผ่านข้างลำตัวผมไป มองหาต้นเสียงไม่นานก็เจอร่างบางๆในความมืดสลัว
เสียงลูกเบสบอลพุ่งผ่านข้างลำตัวยังดังเข้าหูผม ทำให้ผมมองไปรอบๆตัว ทุกอย่างมืดสนิท เหลือเพียงสปอตไลท์ข้างสนามเท่านั้น เลยตัดสินใจเดินไปปิดเครื่องแล้วเข็นเข้าห้องชมรมเหมือนเดิมพร้อมอุปกรณ์ในมือ ได้เรียกเหงื่อแบบนี้หัวค่อยโล่งหน่อย ตอนนี้ก็รู้สึกได้ว่าถ้ากลับไปต้องเพลียจนหลับได้โดยง่ายแน่ๆ
"เฮ้ย"
คอเสื้อถูกกระชากเข้าหาเจ้าของเสียง ผมมองที่ใบหน้านั้น...น่าแปลกที่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย
"แขนแกเลือดออกหมดแล้ว ไปหาจามาลซะ"
ถึงจะพูดแบบนั้น ผมก็ถูกลากไปด้วยคอเสื้อที่คาดว่ามันน่าจะย้วยในเร็ววันนี้ ผมถูกทิ้งอยู่ในห้องพยาบาล แอลกอฮอล์เย็นๆราดลงบนแผลผม ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นริ้วขึ้นมายันต้นแขน ได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะปนเอือมระอา บ่นพึมพำเบาๆที่เรื่องผมไม่ยอมดูแลตัวเองให้ดี
"นึกถึงฮายาโตะเมื่อก่อนแฮะ เจ้านั่นตอนฝึกก็ชอบมีแผลใหญ่ๆประจำ...."
รายชื่อที่ไม่ได้อยู่ในห้องหลุดมาจากริมฝีปากยิ้มๆนั้น ท่าทางกำลังนึกถึงความหลัง ผมได้แต่มองแผลตัวเองที่เลือดซิบ
"ไม่ค่อยดูแลตัวเอง เอาแต่เลือกกิน เอาแต่ตามฉันแจ อยากจะรำคาญ แต่ก็ทำไม่ลง...."
ผ้าก็อซแปะบริเวณแผลโดยรอบหลังจากใส่ยาเสร็จ ผ้าขาวบางยาวค่อยพันรอบแขนผม
"ขี้บ่นที่หนึ่ง เป็นจอมโวยวายซะด้วย คงจะเก็บกดตั้งแต่สมัยก่อน ทำเอาคนที่อยู่ด้วยฟังจนเบื่อจะฟัง..."
ไม่เห็นจะอยากฟัง...
ไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย....
"ขอบคุณครับ" ผมพูดตัดบททันทีที่ทำแผลเสร็จ
"คราวนี้อย่าไปฝืนอีกล่ะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่หายเสียที"
ผมพยักหน้าและขอลากลับบ้าน เสียงทุ้มนั่นยังดังก้องอยู่ในหัวของผม
ถ้าฝืน....มันจะไม่หายเสียทีใช่ไหม?
+ End Part +
งดTalk (เหนื่อยเว้ย)
------------------------------------------------------------------------------
ได้ไปงานมาทั้งสองวัน เหนื่อยลากเลือด(กับวันที่สอง)เอามากๆ
โปรยรูปพอเป็นกระสายยยยยยย
วันเสาร์ งานคอมปา
ได้โอกาสรีคอส 8727
นี่ขนาดอยู่ในห้าง ยังจะละลายเลย...

วันอาทิตย์ ไปงานคอมมิคโร้ด...
แทบเดี้ยง
แทบตาย
ปั่นออปแทบไม่ได้นอน (นอนตีห้าครึ่ง เร็วกว่าชาวบ้าน)
ชุดมันรัด...พุง....
เหนื่อยขาดใจ
พลังงานเหลือ 0 ณ จบงาน
ชุดเมน (รูปกลุ่มแบบครบอันน้อยนิดที่กู้ได้)
ชุดดำตามแฟนอาร์ต
ชอบรูปนี้เพราะ....ไม่ค่อยเห็นไคโตะ (ฮา)
น่าเสียดาย รูปที่เห็นแต่ปอยผมไคโตะดันสั่นเบลอเกินกู้ไหว...ชิ...
จบ
เท่
(สำหรับเราน่ารักได้ทุกกริยา อรั๊ง)
(ต้องตาต้องใจขนาดนั้น ?)

มะ...เม้นท์ไม่ทัน!! (ได้ข่าวว่าลงไว้ชาติกว่าแล้ว...TvT)








เสียดายมะได้ปาย แงๆๆ
#1 By ┼† アキラ †┼™ on 2009-04-28 00:32