[Reborn Fanfic]: Got it
posted on 06 May 2009 22:36 by felon in RebornBuon Compleanno Kyoya~~~
อัพช้าหนึ่งวันกำลังมึนได้ที่
ว่าจะปั่นรูป แต่ก็ไม่ทัน (นี่งานตูจะเยอะไปไหนนนนนนนน)
เอาเถอะ วันนี้มาลงฟิคเอาใจม้าโง่น่ะ (หัวเราะ)
ก่อนอื่นขอตอบเมนท์ก่อน
By . : : ZePhyRuS : : . <<< ว๊ายยยย ด่ากันแรงแบบนี้ ศรีรับไม่ได้นะคะ!
By Janeiiz__,, <<< "ไอ้ตื๊ดดดดดด" นี่อะไรเหยอ? ขอแบบอันเซนเซอร์ได้ป่าววววววววว * v *)//
By [แมวมะม่วง] <<< ต้องเข็มแข็งๆหน่อยล่ะถึงจะเจาะกระโหลกเข้าน่ะ....
By kuwa[R]i... <<< กำลังลังเลเหมือนกันนะ... เราไม่เข้าข้างยามะ ขณะเดียวกันนั้นเราแอบแต่งให้โกคุน่าสงสารเหรอ??? (ไม่รู้ตัว) ช้านทำแบบนั้นเหรอออออออออออออออ *สครีม*
By J Ï ñ • J Ï ñ <<< ฆ่ามันเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
By hiruma_yoichi <<< แหม...แม่ยกท่าจะเยอะ (ฮา) ชอบๆ
By Kisskit <<< ก็ให้โกคุเลิกยุ่งกับยามะเลยสิ... กะไอ้หัวเบสบอลคนเดียว ไม่เห็นต้องเสียดายเลย = v =
By som <<< 5980นี่ ต่อให้ทำยังไง เราก็จิ้นไม่ออกอยู่ดีค่ะ...
By HaRuSaMe <<< ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน! โง่จริง! (ขำ)
By Fey <<< ของเฮตาเลียก็มีมาเรื่อยๆนะคะ ถ้าจบซีรี่ย์มหากาพย์นี้แล้วคงได้ทยอยลงบ้างล่ะค่ะ
By K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย <<< ฉลามจะชกจนร่วงหมดปากเลยเหรอ!!!!! เอาเลย!!!! (ฮา)
By ✿ NOoK-U ✿ <<< คนเดียวเลยนะเนี่ยที่ด่าไม่ลง ชื่นชมๆ
By Koki <<< ทางบลอคมีระเบิดขายค่ะ สามารถไปบอมบ์ใส่หน้ามันได้โดยไม่ต้องรบกวนโกคุนะคะ
By OPL <<< ว๊ายยยยยยยยย ขอต้อนรับสู่สมาคมคนเกลียดยามะ (อ่าวเฮ้ย!)
By poomiminn <<< ต....ตามอ่านด้วยรึเนี่ยยยยยย *ชอคกุ*
By mC KEI <<< พูดแบบนี้หมายความว่านายจะไปใช่ไหม? เราไป!!!! ไว้ไปเจอกันนะ!!! คิดถึง!!!!! คิดถึง!!!!!!
ช่างเรื่อง Smile for me
ตอนนี้ขอลงฟิคเอาใจม้าแก่หน่อยเหอะ...
กรุณาอ่านแบบผ่านๆ
คนแต่งแต่งแบบมึนโลก
[Reborn Fanfic]: Got it
Main: D18 || Hibari Kyoya's Birthday
Rate: NC แบบเชิญไปจิ้นเอาเอง
_________________________________________
แทบตอบตัวเองไม่ได้ ว่าทำไมถึงพยายามที่จะอยู่ใกล้โดยไม่มีเหตุผล และทุกอย่างมันดำเนินแบบนี้เรื่อยมาตั้งแต่ตอนไหน จากแค่เพราะหน้าที่ เพราะความรักสนุก อยากลอง กลับกลายเป็นโดนดึงดูดเข้าไปหา น่าแปลกที่รู้ตัวแต่ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงมัน...เมื่อไหร่กันนะที่เรื่องในหัวมีแต่....เรื่องของเรา....
ใบหน้านิ่งเฉย เดาอารมณ์แสนยาก ไม่รู้ด้วยว่าคิดอะไรอยู่ แต่แค่ไม่ผลักไสออกไป นั่นก็ดีมากแล้ว เจอกันแต่ละครั้ง เจ็บตัวเป็นส่วนมาก ทั้งที่หลีกหนีการเจ็บปวดมาตลอด กลับยอมได้เสมอถ้าเป็นคนคนนี้ ยอมเป็นคนผิดปกติก็ได้ ถ้านั่นทำให้อยู่ใกล้มากขึ้นอีกนิด
"เคียวยะ" ดีโน่ส่งเสียงทักอย่างร่าเริง เจ้าของห้องละสายตาจากเอกสารในมือมองนิ่ง "งานเสร็จยัง? ไปไหนกันมั้ย?"
เดาไม่ยากว่าไม่พ้นเรื่องกิน...
ฮิบาริเก็บของแล้วลุกเดินนำหน้าไปก่อนโดยไม่รอ ดูเหมือนอีกฝ่ายก็รู้ได้ในทันทีว่าจุดหมายของพวกเขาคือที่ไหน
ภัตตราคารอาหารญี่ปุ่นมีคนเนืองแน่น ต่อแถวรอก็เยอะ สำหรับหัวหน้าแก๊งค์วัยฉกรรจ์ไม่เสียเวลาต่อแถวรอ เนื่องจากให้ลูกน้องมาติดต่อไว้ก่อนแล้วเหมมือนทุกๆวัน ร่างสูงเดินชวนอีกฝ่ายเข้าร้าน พูดคุยอะไรไปตามเรื่อง ฮิบาริ เคียวยะ เพียงยิ้มยกมุมปากโดยไม่แสดงความเห็นใดๆออกมา จวบจนกระทั่งสั่งอาหารเสร็จ ดีโน่จึงได้เวลามองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ บ่าเล็กภายใต้สเว็ตเตอร์แขนกุดสีดำสนิท เนคไทสีแดงผูกเรียบร้อยล่างปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ตราปักสีทองตัดกับสีแดงดูเด่นบนแขนเรียวบอกให้รู้ถึงตำแหน่งและภาระหน้าที่ มือเล็กยกถ้วยชาขึ้นจิบ ไอกรุ่นถูกเป่าเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากจะจรดลงกับขอบแก้ว คนมองไม่รู้ตัวว่าได้สังเกตไปนานแค่ไหนจวบจนคนถูกมองสบสายตาอย่างหาเรื่องๆนิดเป็นเชิงว่ารำคาญ พอดีกับที่อาหารถูกยกเสิร์ฟโดยไม่ต้องให้รอจนท้องกิ่ว
เม็ดข้าวเรียงสวยอยู่ใต้เนื้อปลาสดน่ากินบนจานเล็กที่แต้มสีสันด้วยผักเคียง ตะเกียบคีบอย่างเบามือนำใส่ปากลิ้มรสอย่างเงียบๆ ดีโน่ยิ้มแห้งๆด้วยที่ว่าไม่ว่ายังไงก็ใช้ตะเกียบไม่คล่องเสียที และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจถ้าเขาเอ่ยปากขอช้อนส้อม แม้ว่าจะไม่มีคำพูดใดออกจากปากเลยสักคำ
เมื่อกินได้สักพักดีโน่ถึงได้รู้ว่าความคิดของเขาผิด ฮิบาริที่เขากำลังมองอยู่นี้กำลังเล่าเรื่องต่างๆให้เขาฟัง แม้เสียงจะราบเรียบแต่ใจความสนุกอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนว่าจะพูดมากกว่าปกติหลังจากที่ได้กินอาหารไปบางส่วน ถึงจะพยายามคิดว่ามีเครื่องปรุงหรืออะไรผิดแปลกไปก็ไม่พบ จึงคิดได้แค่ว่าวันนี้ฮิบาริคงอารมณ์ดีจัดโดยผลที่ได้ไม่ใช่การชวนออกกำลังแบบทุกที
ของหวานหมดลงและนั่งย่อยได้ชั่วครู่ ทั้งสองก็เดินออกมาจากร้านโดยที่ฮิบาริยังคงพูดไม่หยุด ถึงจะไม่ได้พูดตลอดเวลาแต่ก็ดูเกินกว่าที่คาดไว้ ดีโน่พูดตอบทุกครั้งในเชิงแสดงความเห็น ยิ้มหัวเราะไปกับคนเล่าที่พูดยิ้มๆเท่านั้น
"เกิดอะไรขึ้นกับเคียวยะรึเปล่าเนี่ย?" ดีโน่พูดแกมหยอกเมื่อเดินถึงริมถนนใหญ่ที่ค่อนข้างไร้ผู้คน
"มีปัญหาอะไร?" ฮิบาริตอบด้วยน้ำเสียงยวนๆ มุมปากยกยิ้มเช่นเคย
"ดูนาย....ร่าเริง....กว่าปกติ" ร่างสูงพูดพลางสังเกตสีหน้าอีกฝ่าย ฮิบาริไม่ตอบ แต่ก็หยุดพูดโดยสิ้นเชิง กลับเป็นดีโน่ที่ขุดเรื่องนู้นเรื่องนี้มาคุยให้ฟังไม่หยุดด้วยท่าทีเริงร่า
ฮิบาริหยุดฝีเท้าก่อนถึงสี่แยกไม่ไกล ร่างบางหมุนตัวกลับมาประจันหน้าอย่างกระทันหัน ดีโน่เกือบชน เบรกฝีเท้าชนิดที่เรียกได้ว่า 'ตัวโก่ง' มุมปากคนมองเหยียดยิ้มอีกครั้ง ไม่ถอยไปไหนทั้งที่อยู่ระยะที่ห่างกันราวหนึ่งฝ่ามือ
"ไปต่อกันไหม?" คนฟังเลิกคิ้วประหลาดใจ "ที่ไหนสักที่..."
ดีโน่ชั่งใจครั้งแล้วครั้งเล่า...ลักษณะตอนนี้เรียกได้ว่าใกล้ชิด มุมมองที่เขาเห็นใบหน้าที่ถูกล้อมกรอบด้วยกลุ่มผมสีดำสนิทก็เรียกได้ว่าน่ารักเกินพอดีเช่นกัน ท้ายแล้ว...ดีโน่ก็หยุดตัวเองไม่ได้ เขาก้มลงเข้าหาริมฝีปากที่แย้มยิ้ม สัมผัสแผ่วเบาก่อนจะย้ำลงลึกด้วยความหวาน รสชาติประแล่มของวาซาบิทำให้ร่างสูงไม่ชอบใจนัก แต่ก็ไม่ละออกมาเสียทีเดียวคงเพราะอยากได้ยินเสียงหวานๆในลำคอเล็กนั่นนานอีกสักหน่อยก็เป็นได้
"กลับเถอะ" ดีโน่ยิ้มต่างจากทุกที โดยปกติแล้วฮิบาริจะหน้าบึ้งใส่เขาและยอมตามไปอย่างไม่เต็มใจ ขณะที่ร่างบางกลับเดินกลับทางเดิมคล้ายจะไม่รอ แต่ก็หยุดหันกลับมามอง เอียงคอน้อยๆแล้วถามกลับ
"ไม่ไปเหรอ?"
นั่นทำให้ดีโน่วิ่งเข้าไปหาทีเดียว
ห้องพักห้องเดิมที่โรงแรมประจำไม่ทำให้ฮิบาริสนใจอีกต่อไปแล้ว เจ้าตัวเดินเข้าไปพร้อมปลดเสื้อกักกุรันสีดำวางพาดกับพนักโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ เสียงพูดคุยด้านนอกเงียบลงทันทีที่ดีโน่ปิดประตู ฮิบาริหันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมตัวไปกดล็อคและยืนนิ่งประจันหน้า ดีโน่เหมือนทำตัวไม่ถูก ทำตาหลุกหลิกไปมา มือไม้ก็ไม่รู้จะเอาไว้ตรงไหนของห้อง(ถือแม้จะอยากไว้แถวๆตัวฮิบาริก็เถอะ) จนท้ายที่สุดก็วางลงบนไหล่เล็กทั้งสองข้าง แม้จะไม่กล้ามองสบตาที่อ่านความคิดไม่ออกก็ตาม
เพียงแค่กราดสายตาเจอภาพใบหน้าเจ้าเล่ห์ยิ้มเรียบๆ ดวงตาหรี่ลงต้องกับแสงไฟสลัวเป็นประกาย เสียงขาดผึงของที่ไหนสักที่ก็ดังขึ้น ดีโน่ก้มหน้าซบลงบนมือของตัวเอง กลิ่นหอมจากซอกคอขาวก็ทำให้สติยิ่งกระเจิงเข้าไปอีก มือลดลงคว้าข้อมือคนตรงหน้าพาเดินไปที่เตียงอย่างเร่งร้อน ฮิบาริก็นั่งลงบนฟูกเงียบเชียบ มองร่างสูงโน้มเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ คำเรียกชื่อทุ้มต่ำราวเสียงกระซิบ ริมฝีปากเผยอตอบรับคนเรียกเชื่องช้าทว่าไม่ละออกไปไหน ร่างใหญ่ทิ้งน้ำหนักลงให้คนภายใต้นอนราบไปกับฟูกเตียงสีขาวเรียบตึง มือประคองใบหน้าเรียวเล็ก อีกมือเลิกเสื้อเสว็ตเตอร์ขึ้นเนิบนาบ สัมผัสย้ำผ่านเนื้อผ้าค่อยปลดกระดุมทีละเม็ด ริมฝีปากกดบริเวณลำคอเป็นช่วงต่างกันไป เนคไทสีแดงค่อยถูกคลายออก เหลือเพียงแค่กระดุมเม็ดที่สองที่ไม่ได้ถูกปลด ผิวเนื้อเนียนสั่นระริกตามมือสากที่ลูบไล้ ใบหน้าเงยขึ้นครางทันทีที่โดนสัมผัสอุ่นบริเวณหน้าอก พอรู้ตัวว่าส่งเสียงออกไปก็เม้มปากแน่น ดวงตาหลุบมองกลุ่มผมสีทองประปรายบนร่างตัวเอง
ดีโน่ใจเย็นจนไม่คิดว่าจะเย็นได้ถึงขนาดนี้ บางสิ่งในสมองเขาเร่งเร้าผิดกับการกระทำ ทุกอย่างเนิบนาบเหมือนเวลาได้หยุดเดิน ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน
มือคว้าหมอนจากหัวเตียงหนุนให้ร่างบาง พร่ำเรียกชื่อคนที่เขาหลงใหลไม่รู้เบื่อราวกับเป็นการร่ายมนต์ ผ้าปูเตียงถูกฝังเล็บลงยื้อแน่นบรรเทาความเจ็บปวด หรืออาจจะบรรเทาความสุขสมที่ได้รับมากเกินไป เสียงหอบถี่ของทั้งคู่ปนกันจนยากจะแยก เรียวขาเล็กพาดเกยบนบ่ากว้าง นิ้วเท้าเกร็งแน่นทุกครั้งที่ทุกกระแทกกระทั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าแต่ร่างสูงก็ยังคงจูบหอมไปทั่ว
กิจกรรมเสร็จสิ้น ทั้งคู่นอนอย่างหมดแรงบนเตียงไม่มีความคิดจะขยับไปไหน ถึงอย่างนั้น ชายอายุมากกว่าก็ยังไม่เลิกสงสัย เขาเปิดประเด็นชวนคุยเมื่อรู้ว่าคนข้างตัวยังไม่ได้หลับลงด้วยความเหนื่อยอ่อน
"ร้านนั้นใส่อะไรให้นายกินเนี่ย..."
"เปล่า..."
"วันนี้นายสั่งอะไร?"
"ซูชิตามฤดูกาล...ซากุระเซท" คนตอบทำหน้าบึ้ง คนฟังก็ได้แต่ถอนหายใจ ยกมือขึ้นเสยผมตัวเอง
"เคียวยะ....ถ้านายไม่สบายจะทำยังไง?" คนตัวโตตะแคงข้างเอ่ยเสียงดุ หนุนแขนตัวเองมองหน้าบึ้งตึง "ไม่ปวดหัวเหรอ?"
"ยุ่ง เรื่องของฉัน" คำตอบสั้นๆทำให้ดีโน่ยิ้มเอ็นดูขึ้นมา เมื่อดูว่าอีกฝ่ายคง 'สร่างไข้' แล้วจึงชวนคุยต่อ
"หลังจากนี้...คงไม่ได้เจอกันสักระยะ" คนพูดเบี่ยงประเด็น "ไม่เจอเคียวยะ...ฉันคงเหงาแย่"
"ช่างหัวแกสิ เจ้าสัตว์กินพืช"
"ฉันทนไม่ได้...ถ้าต้องคิดถึงนายนานๆ" มือคว้าเอวเข้ามากอดไว้หลวมๆ กดปลายจมูกบนเรือนผมนิ่ม
"ก็กลับมาสู้กันเร็วๆสิ"
"ฉันอยากมาเที่ยวกับนายมากกว่า แต่เคียวยะดูไม่ว่างยิ่งกว่าฉันซะอีก ขนาดวันหยุดแบบวันนี้ นายยังนั่งทำงานที่โรงเรียนอยู่เลย" ดีโน่พูดยิ้มๆ "ถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็สุขสันต์วันเกิดนะเคียวยะ...นายมีอะไรที่อยากได้รึเปล่า?"
ฮิบาริทำหน้างงปนตกใจ เรียวปากงอง้ำตอบห้วนๆ "ได้มาแล้ว"
"จากใครเหรอ?" ดีโน่เหมือนจะเดือดร้อนทันที
ฮิบาริไม่ตอบ ขยับตัวซุกลงใต้ผ้าห่มใกล้แผงอกอุ่น "ง่วง"
"จากใคร? วันนี้เท็ตสึยะไม่ได้ไปโรงเรียนด้วยนี่ บอกมาก่อน" น้ำเสียงติดงอแงนั่นทำให้คนฟังมีสี่แยกเส้นเลือดขึ้นกลางหน้าผาก "ฉันอยากรู้ เคียวยะได้จากใคร? ทำไมถึงรับ? ทำไมเขาถึงรู้ว่านายอยากได้อะไร? ทำไมนายไม่บอกฉัน?"
คำถามรัวๆทำคนง่วงละออกมา เงยขึ้นมองหน้าคนเซ้าซี้อย่างไม่พอใจ "ยุ่งจริง..."
"เพราะว่าฉันแคร์" ดีโน่บอกเสียงอ่อน "ถ้านายอยู่กับคนอื่นนอกจากเท็ตสึยะมากกว่าฉัน........"
"แกไง เจ้าสัตว์กินพืช รู้แล้วก็หุบปากซะถ้าไม่อยากเสียเลือด!"
"เอ๋??" นิ้วเรียวชี้ตัวเองอย่างมึนงง "จากฉัน? ตอนไหน?"
"เมื่อกี้" ฮิบาริถอนหายใจเหมือนกับทำใจได้แล้วส่วนนึงว่า ถ้าอีกฝ่ายไม่เลิกถาม เขาก็คงไม่ได้นอนเสียที
"ต...แต่ว่า...เมื่อกี้..." สีแดงระเรื่อระบายเต็มหน้าชายหนุ่ม เขาละล่ำละลัก อยากจะถาม อยากจะค้าน แต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่พูดออกมาสั้นขัดกับความยุ่งเหยิงในสมอง "ม...เมื่อกี้เหมือนว่านายให้ฉันมากกว่านะ เคียวยะ"
"แต่ฉันก็ได้รับมาเหมือนกัน" มุมปากยกยิ้ม เงยหน้ามองอย่างขบขันกับร่องรอยความเขินบนใบหน้าคม "หรือว่าไม่จริง?"
รอยยิ้มระบายเต็มดวงหน้าพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ คว้าคนตรงหน้าเข้ามากอดแน่น
"แต่...คราวหลังอย่ากินอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีกนะ...ฉันเป็นห่วงเคียวยะ"
"รู้แล้ว"
"แหะ...ดีใจจัง" ดีโน่พูดเขินๆ "งั้นจะทำงานให้เร็วขึ้น โยนให้คนอื่นให้หมดแล้วมาอยู่กับเคียวยะนานๆไปเลยจะได้ทำแบบนี้กันอีกนะ"
เสียงประกายไฟฟ้าสถิตย์ดังจากศีรษะเล็กตามมาด้วยเสียงพลั่กโครมใหญ่ๆ คนตัวเล็กกว่ากำทอนฟามือสั่นระริก มองหยามร่างใหญ่ที่นอนร้องไม่ออกกับคางปวดระบมบนพื้น
"ไปเอาอาวุธมาจากไหนเนี่ยเคียวยะ..."
"จะนอนตรงนั้นไปนิ่งๆ หรืออยากจะนอนแบบไม่หายใจ? เลือกเอานะไอ้สัตว์กินพืช!!!"
แต่ดีโน่ก็ยังไม่เข้าใจ นอนก่ายหน้าผากนิ่งแม้คางจะเจ็บระบม...
นี่เขาพลาดไปตรงไหนกัน?
+ END +
Talk:
คนแต่งเมาน่ะ ไม่มีไรมาก
ไม่มีสาระ ไม่มีอะไรเลย นอนเซนส์แบบสุดขั้ว
แต่ก็คงคอนเซปต์ รักนี้ดีฉิบแปด ไว้อยู่นะ (ขำ)
แหม...ถ้าเราได้เห็นรูปในบลอคนากิซังเร็วกว่านี้ก็ดีสิ จะได้เรทและรุนแรงกว่านี้ 
(นากิซางงง : หมายความว่าไงวะ!!!!)
(เราเอาใจดีโน่เป็นการ....ถาวร!!! (ไม่ใช่ละ...))
พอเถิด...
(ไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยายความโง่ว)








ว่าแต่....เีคียวยะเป็นแบบนี้แล้วน่ารักชะมัด
#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2009-05-06 23:25