[Reborn Fanfic]: Smile for me || What if

posted on 31 May 2009 00:27 by felon  in Reborn

เมื่อเอนทรี่ก่อน ตกใจมาก!
เพราะว่าเราไม่รู้ตัวเลยอ่ะ ว่าเราแต่งให้ยามะซึน!!! (ถึงกะมีคนทักว่า 'นี่แกแต่งตอนซึนรึเปล่า?' เลยเชียว ทำเอาช็อคไปสามวิ...)
ที่จริงเหวอตั้งแต่ตอนมาเช็คสองคอมเมนท์แรก
ชอคจริงขนาดอ่านทวนซ้ำ แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันซึนตอนไหนวะ = = (บางครั้งคนแต่งก็ดูไม่ออกจริงๆนะ)

 

By . : : ZePhyRuS : : .  <<<ทำไมแกสอยเมนท์แรกได้ทุกทีวะ...คอยรีเฟรชเอกทีนอยู่เหรอ?

By kuwa[R]i...  <<<ฟิคใสก็คือฟิคใสนะเคอะ

By Janeiiz__,,  <<<ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเร๊ออออออออออออออ พอมาเช็คคอมเมนท์ที่เหลือเลยตัดสินใจลงต่อเลยเนี่ย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก มันแก้ไม่ได้แล้วอ่ะจอร์จจจจจจจจจจจจจจจ OTL

By K д Я ☆ K * K u M เว้ยเฮ้ย  <<<ใครก็ได้บอกทีว่ามันซึนท่อนไหนนนนนนนนนนน *เสียสติ

By poomiminn  <<<มันก็เหมือนๆจะมีให้ลุ้นนะ ว่าจะแตะยามะหรือคนแต่ง 55555

By OPL  <<<เวลาเรียนควรตั้งใจเรียนนะคะ  

By [แมวมะม่วง]  <<<ชมซ้ำซากแบบนี้ เด๋วก็แต่งซ้ำซากต่อไปหรอกค่าาาาาาา (อรั๊ยยยย)

By Koki  <<<ไม่ต้องจับเข่าก็นินทาด่าทอว่าร้ายได้เต็มที่เลยค่ะ (ขำ)

By カフカ  <<<เฟล่อนซึนอยู่แล้วค่ะ คงเผลอเอานิสัยตัวเองไปลงที่ยามะในเรื่องมั้งเนี่ย (เพลิน)

By Piekai  <<<*ก้มกราบ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ TT{}TT

By Kisskit  <<<เฮ่ยยยย มันจั่วว่า 8059 ก็คือ 8059 แหละค่ะ เฟล่อนไม่หักมุมตอนจบให้ Dr.59 แน่นอนนนนนน (จริงดิ?)

 

 

เสียเซลฟ์และเฟลแหกกกกกก
ตอนนี้มันจะซึนอยู่มั้ย มันจะซึนอยู่มั้ยยยยยยยยยยย
นอกจากซ้ำซากแล้วยังหลุดคาแรกเตอร์อีกเรอะเนี่ยยยยยยยยย
เฟล่อนบาก่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

 

 

[Reborn Fanfic]: Smile for me || What if
Main: 8059
Rate: PG
___________________________________________


ลูกอมราคาแพงที่เพื่อนให้มา สีสวยสวยน่ากิน พอใส่ปากแล้วรสชาติหวานก็แผ่ซ่านทั่วลิ้น อยากจะขออีกเม็ดแต่ติดเกรงใจด้วยราคาอันสูงลิ่วของมัน....ผมคงอยู่ในอาการแบบนั้นแหละ ร่างบางๆยังนั่งเกยอยู่บนตักผม พวกเราต่างเงียบ เสียงฝนจากภายนอกยิ่งดังแจ่มชัดในความรู้สึก น้ำฝนจากร่างกายพวกเราฉ่ำบนเก้าอี้ หยดลงบนพื้นกระเบื้องดังแหมะ มือผมยังอยู่ที่เอวบาง ไม่รู้ว่าถ้าละออกมา จะเอามือตัวเองไปไว้ตรงไหน แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาลุกออกไป แล้วจะต้องทำให้ไงให้บรรยากาศเหล่านี้หายไป ลมหายใจอุ่นๆยังอยู่ตรงหน้าผม มันช่างยั่วใจเสียเหลือเกิน

"ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า"

ความโล่งใจ ความยินดี ความเสียดายท่วมท้นร่างกายของผม ดีใจหน่อยๆที่สุดท้ายเราก็ผ่านสถานการณ์นั้นมาได้โดยไม่มีอะไรเกินกว่านี้ ผมมองโกคุเทระเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่ให้ตัวเอง เขาเอี้ยวตัวกลับมามองที่ผม

"แกจะอาบต่อไหม?"

ผมต้องบ้าแน่ๆถ้าตอบรับคำออกไป ผมจึงส่ายหน้าอย่างชั่งใจ "ไม่ล่ะ....ฉัน....ฉันคิดว่าฉันกลับเลยดีกว่า"

"ทั้งที่ฝนยังตกอยู่แบบนี้?"

สิ่งที่ผมหวั่นมากกว่าสายฝนมันยิ่งกว่านี้ เพราะงั้นเรื่องที่เขาพูดมาจึงดูจิ๊บจ๊อย "อา...ไม่เป็นไรหรอก"

"ถ้าแกเป็นหวัดขึ้นมาล่ะ? ถึงจะบอกว่าคนบ้ากับคนโง่ไม่เป็นหวัดก็เถอะ"

ผมหัวเราะนิดหน่อย "ไม่เป็นไร...ดีกว่าอยู่แบบนี้"

สีหน้างงงวยส่งมายังผม คิ้วย่นเข้าหากันนิดๆกับริมฝีปากเม้มแน่น "ฉันไม่เข้าใจ"

"มันไม่เหมือนเดิม...โกคุเทระ" ผมถอนหายใจ ประสานมือเข้าหากัน "ฉันไม่อาจอยู่กับนายในสภาพแบบนี้ได้..."

"แกคิดมากเรื่องอะไรเนี่ย?" เสียงหงุดหงิดเหมือนจะบอกว่าเขาไม่ชอบใจกับคำตอบของผม

"คือ...ฉันอยู่กับนายในสภาพนี้ไม่ได้........สำหรับฉัน...นายไม่ใช่เพื่อนแล้ว..." ผมพูดอย่างลำบากใจ มันเกินความสามารถผมในการอธิบายเรื่องพวกนี้ ผมจึงฉวยจังหวะที่เขากำลังงงอยู่นี่ คว้ากระเป๋าตัวเองขึ้นมา "ฉันกลับล่ะ"




แผลที่แขนผมหายสนิทดีแล้ว มันไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็นสักนิด ชีวิตประจำวันของผมกลับมาเป็นปกติ แต่ก็ไม่สามารถนั่งมองแผ่นหลังนั่นได้ตลอดเวลาอย่างที่เคยทำ และพบว่ามันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่เหลือบตาไป ผมตัดปัญหาโดยการหลับตาซะ ไม่ก็เอานิตยสารมาสอดไส้หนังสือเรียนแล้วทุ่มสมาธิอ่านมันในระหว่างคาบที่อาจารย์สอน มันเป็นเรื่องยากที่จะสบตากับเขาเป็นเวลานาน และยากเข้าไปอีกที่จะห้ามตัวเองเมื่อรู้ตัวว่าผมกำลังเข้าใกล้ร่างบางนั้นเกินความจำเป็น สมองผมเหมือนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ใจผมกลับไม่สนใจมัน ผมไม่รู้สึกสงบเลยสักครั้งที่มีโกคุเทระอยู่ด้วย กระทั่งรูปในสมุดเวรประจำวัน ผมก็พับเก็บสอดไว้ในบัตรนักเรียน ต้องคิดเรื่องอื่นให้มากเพื่อที่จะได้ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องเดิมๆ

วันนี้ผมโดนอาจารย์สั่งให้ยกลังเอกสารการตรวจสุขภาพประจำปีของปีที่แล้วไปไว้ที่ห้องพยาบาล จังหวะที่ผมกำลังเอื้อมไปแตะประตู ได้ยินเสียงพูดคุยดังมากจากนั้นใน เลยคิดว่าจะเคาะประตูก่อน ผมชะงักไปเพราะเสียงหนึ่งที่ผมได้ยินคือเสียงของโกคุเทระ...

"อยากจะพูดอะไรกันแน่?" น้ำเสียงฟังดูหงุดหงิดเป็นของโกคุเทระอย่างไม่ต้องสงสัย

"แค่ถามเรื่องแกกับเจ้าหนูนั่นเองนะ?"

"ก็พูดแปลกๆทำไมเล่า!"

"แปลกตรงไหนล่ะ ถ้าฉันจะพูดความรู้สึกของตัวเองบ้าง?"

ผมนิ่งไป รู้ตัวว่านี่คือการแอบฟังซึ่งดูเสียมารยาทมาก แต่ภายในร่างกายผมสั่งว่าห้ามขยับไปไหน ผมยืนถือลังเอกสารนิ่งอยู่ตรงนั้น ทางเดินหลังเลิกเรียนดูจะไม่มีใครเดินผ่านมาเลยสักคน

"ว่าไงล่ะ? ตอบมาสิ?" เสียงลุงจามาลเร่ง

"นั่นมันเรียกว่าคำถามเรอะ?!"

"ใช่...." ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่หนึ่งก่อนจะหายไป "ถ้าไม่มีเจ้าหนูนั่น...แกคงจะอยู่กับฉันใช่ไหม?"

"ถ้าไม่ใช่รุ่นที่สิบ ฉันไม่เห็นความจำเป็นจะต้องทำแบบนั้น" ผมยิ้มกับคำตอบที่ผมเกือบเดาถูก "และสำหรับยามาโมโตะ...แกเข้าใจผิดแล้ว ต่อให้ไม่มีเจ้านั่น มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน"

"แต่แกก็เปลี่ยน"

"ยังไง?"

"ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องพูดนี่" รอบข้างเงียบเสียงจนผมได้ยินเสียงสองคนนี้ชัดเจน ถึงแม้ว่าลุงจามาลจะพูดเสียงค่อนข้างเบาก็ตาม

"งั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน! มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม?"

"ถ้าหากว่าไม่มีไอ้หนูนั่น....แกคงไม่พูดแบบนี้ใช่ไหม?"

"ไม่ต้องคิดจะทำอะไรทั้งนั้นเลยนะ!"

"โอ้...นี่เป็นการปกป้องรึเปล่า?"

"ไม่เกี่ยว! แต่ฉันไม่อยากให้รุ่นที่สิบเดือดร้อน!!"

"ช่างอ้อมค้อมจังนะ" ผมได้ยินเสียงจามาลแค่นหัวเราะ "ฉันจะไปทำอะไรได้....หรือต่อให้ทำ....ดูเหมือนว่ามันจะเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้วนี่..."

"ฉันกลับล่ะ!"

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ผมจึงมองหาที่ซ่อน มันต้องไม่ดีแน่ๆถ้าโกคุเทระออกมาแล้วเห็นผมยืนอยู่หน้าประตูนี่

"ฮายาโตะ...รู้อะไรไหม..." เสียงลุงจามาลรั้งเอาไว้ เสียงฝีเท้าจึงหยุดลงหน้าประตู "พวกนาย...เป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก...."

ยังฟังไม่จบประโยคดี ผมก็กระโดดแผล็วมาอยู่ในห้องเรียนข้างๆ รอจนเสียงฝีเท้าเงียบหายไปสักระยะ ผมจึงเดินไปห้องพยาบาลเพื่อทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้น

"โอ้...พูดไม่ทันไรก็มาเลยนะ...ตายยากจริง..."

ผมยิ้มรับประโยคนั้น วางกล่องเอกสารลงบนโต๊ะ ลุงจามาลอยู่ข้างหน้าต่าง มองทอดออกไปด้านนอก ผมคิดว่าควรจะออกไปเสียที แล้วลุงจามาลก็ทิ้งประโยคไว้ให้ผมจนได้

"รู้ไหมไอ้หนู....ไม่มีอะไรบนโลกนี้ไม่เปลี่ยนแปลงหรอกนะ..."

ผมหันไปมองคนพูดก่อนจะโค้งคำนับและเดินออกจากห้อง ไม่ทันไรผมก็เจอโกคุเทระที่ระเบียงทางเดินหน้าห้องเรียน ท่าทางเขาดูหงุดหงิดมากกว่าทุกที อาจจะเป็นเพราะเรื่องที่อาจารย์ห้องพยาบาลพูดกับเขาก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ ผมเตรียมรับมือกับประโยคที่จะได้ยินเต็มที่ คิดว่ายังไงก็ต้องได้รับผลพลอยได้อย่างแน่นอน

"กลับเหอะ"

โกคุเทระพูดสั้นๆแค่นั้นแล้วพวกเราก็เดินออกจากโรงเรียน เดินไปในทางที่ไม่คุ้นชินนัก หยุดลงที่ลานกว้างริมแม่น้ำ ลมแรงและท้องฟ้าครึ้มจนน่ากลัวว่าฝนจะตกอีกระลอก พอจะได้ตามข่าวพยากรณ์อากาศเหมือนกันว่าไต้ฝุ่นเข้าในช่วงนี้ ได้กลิ่นหญ้ากับกลิ่นชื้นลอยเข้าจมูก ผมยืนมองแผ่นหลังที่โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย มือสองข้างล้วงกระเป๋า ขาเรียวแตะยอดหญ้าแบบเซ็งปนหงุดหงิด โกคุเทระหันมามองผมแล้วก็เหมือนจะหงุดหงิดมากกว่าเดิม ริมฝีปากบางนั่นทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่พูด แล้วก็ไม่รู้ว่าลางสังหรณ์ส่วนไหนตะโกนบอกผมว่า 'อย่าได้ถาม!' จึงไม่ถามอะไรออกไป ได้แต่ยืนรอเงียบๆ

"วันนี้...จามาลเรียกฉันไปคุย" ผมสะดุ้งกับการพูดด้วยหัวข้อนี้ แต่ก็เงียบรอฟัง "มันบอกประมาณว่า...ฉันมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่....ได้รู้จักกับแก"

ผมเงียบต่อ ไม่มีอะไรจะพูด เพราะผมเองก็ตอบไม่ได้ว่าโกคุเทระเปลี่ยนไปตรงไหน ก่อนหน้าที่จะได้รู้จักกัน ชีวิตของโกคุเทระไม่มีผมอยู่

"แกก็คงตอบไม่ได้ใช่ไหม?" ถูกเผง....ผมพยักหน้า "บอกอีกว่าฉันกับแกเป็นเพื่อนกันไม่ได้....ก่อนหน้านี้แกก็พูดทำนองนี้..."

เสียงลมแรงผ่านเราไปหนึ่งระลอก ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้
...รู้ดีว่าถ้าพูดออกไป....ทุกอย่างจะเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง....


ผมอาจจะกังวลโดยใช่เหตุก็ได้ แต่ผมก็ยังเลือกที่จะปิดปากตัวเองให้สนิท




"ดูจากหน้าแก ต่อให้เค้นก็คงไม่บอกใช่ไหม?" ผมยิ้มขณะที่โกคุเทระแค่นยิ้ม เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ปล่อยให้ควันสีเทาถูกพัดไปกับระลอกลมแรงและกลิ่นหญ้าสด "ฉัน...ไม่เคยคิดว่าแกเป็นเพื่อนสักครั้ง....แกมันก็แค่.........กระดูกหัวไหล่รุ่นที่สิบ"

หยดน้ำเริ่มโปรยแผ่วเบา เดาได้ไม่ยากว่าจะต้องกระหน่ำลงมาในไม่กี่นาทีนี้ มือขาวยกขึ้นเสยผมที่โดนลมจนยุ่งเหยิง ผมชวนกลับบ้านด้วยเสียงปกติ โกคุเทระจึงเดินนำผมไปจนถึงทางแยก ท้องฟ้ามืดลงทุกที ไฟข้างถนนเปิดเร็วกว่าปกติเพราะเมฆครึ้ม ผมโบกมือลาโกคุเทระเพื่อแยกกลับไปบ้านของตัวเอง

"ถ้าฉันมาที่นี่โดยไม่มีจุดประสงค์ของแก๊งค์....ถ้าหากว่าแกไม่ได้รู้จักรุ่นที่สิบ.......มันจะเป็นอย่างตอนนี้ไหม?"

"อา....ก็คงไม่ต่าง..."

โกคุเทระนิ่งไป "ไม่ต่างอย่างนั้นเหรอ? ถ้าหากว่าฉันติดอยู่กับจามาลล่ะ?"

"ก็ไม่ทำให้อะไรเปลี่ยนไปหรอก"

ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองประสาทหลอน หรือเป็นผลจากการหักเหแสงกับหยดน้ำฝนที่เริ่มเม็ดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ถึงจะแวบเดียว ไม่ถึงวินาที...
ก่อนที่โกคุเทระจะเดินแยกไป

ผมว่าผมเห็น....


รอยยิ้มของโกคุเทระ...





+ End Part +


Talk:
เพิ่งมารู้ตัวว่าที่แต่งมา แม่งไม่เกี่ยวอะไรกับชื่อเรื่องเลยนี่หว่า (ฮา)
ตอนนี้จะดึงเข้าชื่อเรื่องแล้วล่ะ (สายไปม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย)


มันจะซึนอยู่มั้ยอ่ะ
มันจะหลุดคาแรคเตอร์อยู่มั้ยอ่ะ
มันจะซ้ำซากไปถึงไหนอ่ะ

เกลียดเฟล่อนว่ะ...


จบเรื่องนี้จะหายไประยะนึงจริงๆนะ


เฟล...
ทำไมพลาดได้ฟระ....
ทำไม...
ทำไมมันซึนวะ....
นี่พลาดตรงไหนนะ?
หรือว่าเราไม่ได้เข้าใจมันอย่างที่เราคิด? หรือว่าใส่ตัวเองลงในนั้นมากไป?
ทำไมออกมาซึนได้นะ...
ทำไม....


ขอโทษจริงๆค่ะ คราวหน้าจะระวังมากกว่านี้ (โดยการหนีไปสักพัก )
ขอโทษค่ะ...
จะพยายามให้มากขึ้น
จะรอบคอบให้มากขึ้น...



นี่มันซึนจริงเหรอเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
บาก่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา


**
เปลี่ยนอารมณ์กันเล็กน้อย
แบ่บว่าอยู่ๆก็อยากวาดรูปขึ้นมา
พอวาดเลยได้รู้ว่า....

เฟล่อนแม่งห่วยจริงๆ (ฮา)
ถึงจะอยู่ในดาเมะโหมด ก็ขอแปะหน่อย

สารภาพ....
ดูจากรูป


(รูปหย่ายยยยยย)

ตั้งใจวาดแค่โกคุจริงๆ! (ฮา)
ลืมไปแล้วอ่ะ ว่าวาดยามะยังไง OTL.....



(อินเทรนช่วงฝนตกแบบเลทๆ ฮ่าๆๆๆ *เสียสติ*)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

*วิ่งมาสอยเม้นแรก*

อืมมมม แกก็คิดมากเนอะ ทักนิดหน่อยเอง
ก็อย่างที่บอก ชั้นติดภาพยามะขี้เนียนว่ะ พอจะมาจริงจังเลยรู้สึกซึน 5555+ เอาน่าอย่าคิดมากเด้~
เดี๋ยวเลิกจนแกคงเลิกซึนแล้วล่ะ (ว่าแต่เมื่อไหร่วะ?)sad smile

#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2009-05-31 00:48

เง้อ พี่เฟล่อนอย่าเข้าใจผิดไป หนูแค่งงว่าทำไมยามะดูซึนsad smile

เพราะงั้นไม่ต้องขอโทษหรอกค่าconfused smile

หรือเพราะช่วงนี้พี่เฟล่อนซึน??(//โดนถีบ!!!)

บางทีเวลาเราคิดอะไรไม่ออกมันก็จะตัน มึน งง เป็นแบบนั้นรึเปล่าคะembarrassed

ถ้าใช่ก็อย่าตกใจค่ะ ใจเย็นๆ แล้วเลิกคิดเรื่องที่ทำให้มึนไป

โดยามะซึนก็มีนี่ หนูเคยอ่าน อย่าคิดมากค่ะ ดูไปดูมา ยามะซึนไม่เห็นจะแย่ตรงไหนเลยcry

ถ้าจบเรื่องนี้พี่จะหายไปไหนคะ?embarrassed

..อย่าหายไปเลยนะ หนูยังอยากอ่าน8059ต่ออ้ะ

#2 By Piekai on 2009-05-31 01:06

งงว่ามันคิดนู่นคิดนี่อีกแล้วเรอะ แถมยังซื่อบื้อคิดวนลูปไม่ไปไหนอีก
ลุงแกล้งหรือจริงจังเนี่ย sad smile

ไม่เห็นต้องคิดมากเลยทั้งคู่ แค่ปล่อยไปตามหัวจาย /ร้องเพลง question

#3 By ffr -_- on 2009-05-31 08:44

อาร๊ายยย !!!
อาเพิ่งเครียดสิเคอะเฟล่อน
แค่แซวๆนิดหน่อยทำไมต้องเครียด เง้อออ sad smile
แต่ยามะแบบนั้นก็ดูน่าสนุก(?)ไปอีกแบบ

เดี๋ยวนี้เทรนฝนตกมาแรง แต่ต้องมีกระท่อมปลายนาด้วย
(นอกเรื่องแล้วมึง sad smile)
จะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ อย่าเพิ่งรีบหายไปไหนเน้อ question

#4 By Janeiiz__,, on 2009-05-31 08:45

-*-+

ชอบ8059จังค่ะ

อิอิ

น่ารักเกินโกคุลูกรัก

เด๋วแม่ปั๊ดก(อ)ดเลยนิ

55+

#5 By sin on 2009-05-31 13:55

ฟิกเรื่องนี้ยามะดูคิดมากจริงด้วยค่ะ
แต่ไม่ซึนนี่...โฮกกก
ปกติเคยอ่านแต่ยามะไม่คิดอะไรเลย

แต่ชอบนะ

ว่าแต่...
อะร๊ายยยยยยยย
อะไรอีกก เหมือนได้กลิ่นอไรเครียดๆ..
ฮ่าๆๆ
ไม่เป็นเพื่อน มาเป็นแฟน ก็จบquestion

แต่ลุงจามาลมาแบบนี้ก็ชอบเหมือนกัน

รูป...
โรแม๊นซ์กลางสายฝน

#6 By kazukazu on 2009-05-31 18:28

ขอบคุณค่ะที่สั่งสอน (คำนับ) คือเราไปวาดในคาบที่เราไม่ค่อยอยากเรียน คาบที่อยาหเรียนก็ตาแป๋วฟัง..ช่างเป็นการแบ่งชนชั้นวิชาจริงๆ

อย่าหายไปไหนเชีวยนะคะ!! เดี๋ยวเราไม่มี 8059 หล่อเลี้ยงเลือดแล้วจะไม่ตั้งใจเรียนไปกว่าเก่า(เกี่ยว?)

เอิ๊กกก....โกคุ..เอิ๊กกก

พูดไม่ออก สลบ...

#7 By OPL (124.122.248.82) on 2009-05-31 18:40

จำได้ว่าตอนแรกๆนี่แค่มองตาก็ลัลล้ารู้ใจ
ตอนนี้บรรยากาศทะมึนๆ open-mounthed smile
//แอบสะใจเล็กๆ

#8 By แมวมะม่วง on 2009-05-31 21:01

อ...โอยยย...

อ่านตอนแรกเหมือนจะเริ่มเข้าใจกันได้ หลังๆมารู้สึกมันเริ่มทะมึนๆอีกแล้ว เง้อ

ปล.คุณเฟล่อนอย่าเครียดมากนะคะ ไม่ว่าจะซึนหรือไม่ซึนแต่นังเรนนี่รัก 8059 ของคุณเฟล่อนโฮกกกกกกค่ะ

ปล.ภาพข้างล่างน่ารักมากกกกกกก กลางสายฝนใต้ร่มคันเดียวกันมันชวนให้ใจเต้นโครมครามขึ้นเยอะเลย cry

#9 By ~Rainy Day~ on 2009-05-31 23:26

ยา่มะไม่ซึนนะ แค่ใช้สมองมากขึ้น (ฮา)
เป็นยามะในอีกมุมนึง น่ารักดีออก /แฟนคลับกระดูกหัวไหล่ขอกรี๊ีด!!!!

ก็แหม...
เป็นเรื่องของโกคุทั้งที จะไม่คิดหนักได้ยังไงอะเนาะ^^

ว่าแต่โกคุยิ้มแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร้!!
ค้างคาใจ.....มาเขียนต่อนะะะะะะะ *บีบคอล่อน*

#10 By [sani] on 2009-06-01 01:20

เจ้ากระดูกหัวไหล่~!!!!! ตอนนี้ทำดีมาก~!!!*ยกนิ้ว* (เพราะงั้นตอนนี้จะไม่ด่าซักตอน! กร๊าซ~)

เฟล่อนบาก่า~ (นะ..น่ารัก!!! *////*)

เหมือนกับเราก็เพิ่งมารู้ว่ามันก็ไม่เกี่ยวกับชื่อเรื่องเลย~ กร๊าซ!

ชอบตอนสุดท้าย~ มันบรรยายเห็นภาพแบบในการ์ตูนเลยให้ตายเถ๊อะ~!!!! *0*~

#11 By Koki on 2009-06-01 21:20

ไม่ใช่เพื่อนแล้ว...ก็รีบก้าวสู่สถานะใหม่ไวไวสิค้า~

ยามะรุกไปเล้ยยยยยย...
สู้ต่อไป...ทาเคชิ......

ยามะซึนไม่ซึนไม่เห็นเป็นไรเลยคร่า~
คนอยู่ใกล้กันมันต้องมีเลียนแบบบ้างงอะไรบ้าง..เนอะ..

ดูคุณเฟล่อนซีเรียสมากเลยยยยย..อย่าซีเรียสไปเล้ยยยย ยังไงเราก็ชอบ 8059 ที่ท่านแต่งมากมายนะค้า...

ว่าแต่...จะหายไปจริงเหรอคะ..(//ทำตาวิ้งอ้อนวอน)คิดถึงฟิคคุณแย่เลย..นึกถึงสมัยเปิดเช้าเย็นรอท่านอัพ (ช่วงนี้..เข้าไม่บ่อยค่ะ เพราะว่าเพิ่งเปิดเทอมกิจกรรมเยอะโฮก..)

#12 By Fey (118.173.244.230) on 2009-06-03 23:55

『 フェロン 』 View my profile

Recommend