[Reborn Fanfic]: Smile for me || We'll continue

posted on 04 Jun 2009 11:22 by felon  in Reborn

ตอบเมนท์

By . : : ZePhyRuS : : . <<< แกเคยเห็นช้านรวยเรอะ?

By Piekai  <<< จะหายไปเบย์เอย์สักพักค่ะ บินแถวเมกาอังกฤษอะไรงี้

By ffr -_-  <<< สำหรับเรา จามาลเป็นตัวช่วยต่างหาก เพราะถ้าไม่มีจามาลคงไม่จบเรื่องสักทีล่ะ ทั้งสองคนก็ยังคงคิดวนอ้อมโลกต่อปายยยยย

By Janeiiz__,,  <<< อย่าที่บอกว่าจะหายเข้าเบย์เอย์ค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นพยายามยั้งตัวเองไม่ให้มีภาคสองของเรื่องนี้อยู่ เพราะที่จริงอยากแต่งต่อแม้จะเริ่มหมดมุขแล้ว = =;;

By sin  <<< ชอบเหมือนกันค่ะ ไม่งั้นคู่นี้เราคงไม่แต่ง

By kazukazu  <<< รูป "ขี้เนียนกลางสายฝน" ตะหาก (ฮา)

By OPL  <<< สอนไปงั้นแหละ เราเองก็ทำไม่ได้หรอก (เป็นพวกที่แบบ ถ้าไม่สนก็คือไม่สนอย่างแท้จริง) ยังไงก็พยายามเข้านะคะ  ลองดู avatar เราสิ... "NO 8059 No Life" เพราะงั้นเราไม่หายไปไหนนานหรอกค่ะ ^^ (อีกสองวันจะเปลี่ยน avatar กร๊ากกกก)

By แมวมะม่วง  <<<ค่อนข้างเป็นไปตามอารมณ์คนแต่งค่ะ (ฮา)

By ~Rainy Day~  <<< ไม่เครียดแล้วค่ะ จบแล้ว (ฮา)

By [sani]  <<< พี่เล็กดูว่างเวลางานนะคะ (ฮา) ไอ้เราก็ลืมไปว่าพี่เป็นแฟนคลับเจ้ากระดูกหัวไหล่ ไม่ใช่โกคุ =3=

By Koki  <<<บรรยายถึงกับเห็นภาพเลยเหรอ? =[]= คือเราคิดว่าตัวเราเองบรรยายไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่น่ะ ไม่ค่อยได้ภาพในหัวออกมาสักที OTL

By Fey  <<<โอ้! พยายามเข้ากับเปิดเทอมนะคะ (เด็กๆนี่ดีจัง.....) ไว้จะแต่งตอนพิเศษมาให้กำลังใจแล้วกันเนอะ (หาเรื่องที่สุด...เฟล่อน....)

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ
มันจบจนได้!!! (ฮา)
กำกวมนิดหน่อย แต่มันก็จบนะ!


[Reborn Fanfic]: Smile for me || We'll continue
Main: 8059
Rate: PG
___________________________________________

เวลาไหลเอื่อยผ่านตัวเราไปทุกวัน แต่ละชั่วโมง แต่ละนาที ทั้งมีความหมายและไม่มีความหมาย เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยผ่านหูไป ถ้าไม่ใส่ใจมันก็จะถูกลืมในสักวัน น่าเสียดายที่ไม่มีเวทมนต์ใดๆสามารถกักเก็บช่วงเวลาแห่งความทรงจำไว้ได้ ไม่มีเครื่องมือชนิดไหนสามารถหยุดเวลา หรือกระทั่งยื้อมันเอาไว้ และเป็นอย่างที่ลุงจามาลพูด...ไม่มีสิ่งใดไม่เปลี่ยนแปลง ช่วงเวลาเดิมๆไม่ได้หมายความว่าจะมีเรื่องราวเดิมๆเกิดขึ้น มันมีทั้งความปลาบปลื้มและเจ็บปวดอยู่ที่เราจะเลือกว่าสิ่งไหนที่เราอยากจะเจอ บางเรื่องเดาได้ บางเรื่องก็ยากที่จะเดา

ผมอยากจะบอกว่าผมกับโกคุเทระยังคงเหมือนเดิม แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น แต่สำหรับผมแล้ว มันค่อนข้างจะดีมากเลยล่ะ
ไม่มีอะไรระบุชัดเจนถึงขีดความสัมพันธ์ ยังคงเป็นแบบเดิมที่ว่าตัวผมเองไม่ใช่คนที่สำคัญที่สุด...โกคุเทระเองก็ไม่ได้สำคัญที่สุดเช่นกัน แต่ก็พูดได้อย่างเต็มปากว่าเขาเป็นอันดับต้นๆที่ผมจะคิดถึง

อาจจะเป็นเพราะอะไรหลายๆอย่าง เหตุการณ์มากมายที่ผ่านเข้ามาทำให้เราได้อยู่ร่วมกันบ่อยขึ้น มีกิจกรรมมากมายทำให้ช่วงเวลานั้นมีความหมาย และถ้าจะให้พูดถึงช่วงเวลาตอนนี้ ผมเข้าขั้นเสพย์ติดบางสิ่ง...


มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ
มันไม่ใช่ของที่ใช้เงินหาซื้อมาได้
มันไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นได้บ่อย และผมต้องพยายามมากเหลือเกินในการที่จะได้มันมาแต่ละครั้ง



ถึงจะเป็นเสี้ยววินาทีหรือเป็นนาที มันก็ยากเหลือเกินที่จะทำเป็นไม่สนใจ



คุณรู้รึเปล่าว่าคนที่คิ้วขมวด หน้างอตลอดเวลานี่น่ะมีอะไรน่าสนใจสำหรับผม? เวลาเจอกันก็โดนหงุดหงิด โดนโวยวาย โดนประทุษร้ายแทบจะตลอดเวลา

ณ ขณะหนึ่งขณะใดนั่นเองล่ะ....



รอยยิ้มเพียงหนึ่งเดียว...



เสพย์ติดในความหมายของผมไม่ใช่อาการขาดไม่ได้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดอาการลงแดง
ถ้าจะให้เปรียบเทียบกันจริงแล้ว คงเหมือนยาราคาสูงลิ่วที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดอาการมึนงง เพ้อฝัน ประสาทหลอน หูอื้อ ตาลาย คิดเข้าข้างตัวเอง ยิ้มค้าง การกระทำและหัวสมองทำงานช้ากว่าปกติ ไม่ได้ผ่านทางกระแสเลือด แต่ตรงจากเยื่อตาผ่านเรติน่าเข้าสู่สมอง ผลของมันออกฤทธิ์นานเป็นสามเท่าของช่วงเวลาที่ได้เสพย์ หลงใหลในตัวยาถึงขนาดว่าหลับตาก็ยังเห็น และจะรู้สึกอยากเอาไม้เบสบอลฟาดตัวเองตอนที่พลาดโอกาสไป



นี่ไม่ได้หมายถึงรอยยิ้มทั่วไปหรอกนะ
ผมกำลังพูดถึงรอยยิ้ม....ที่ส่งให้ผมเท่านั้น....





วันนี้เป็นวันสอบไฟนอลภาคฤดูหนาว นักเรียนส่วนใหญ่ใส่สูทของโรงเรียนไปและผมเป็นหนึ่งในคนส่วนใหญ่นั้น...
ไว้ค่อยว่ากัน ผมขอย้อนความไปถึงช่วงเวลาติวข้อสอบ แล้วเป็นอย่างที่คุณคิดแหละ คนที่ติวให้พวกเราก็คือโกคุเทระนั่นเอง และเป็นผมอีกครั้งที่เขาต้องมาติวแยกให้อยู่เรื่อยด้วยที่ว่า 'รู้' ว่าผมไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไหร่ตอนติวอยู่กับสึนะ อันที่จริงผมก็ฟังตลอดแหละ เพียงแต่บางช่วงสติหลุดไปหน่อยเท่านั้น จึงโดนย้ำคิดย้ำทำบ่อยกว่าสึนะ
นี่ผมไม่ได้จะมาเล่าเรื่องเดิมๆที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหรอก ที่ผมจะบอกก็คือครั้งนี้พวกเราติวกันยันสว่างคาตาเช้าวันสอบ ร่างบางนั่นแยกกลับไปเมื่อตอนหกโมงเช้านี่เอง อย่าเข้าใจผิดว่าผมโง่เง่านักหรอกนะ แต่พวกเราออกทะเลกันบ่อยต่างหาก หลายครั้งที่เราต่างคนต่างเงียบ จ้องหน้ากันและกัน สุดท้ายโกคุเทระก็เป็นฝ่ายหลุดขำออกมาก่อน ไม่แน่ใจนักหรอกว่าเราเล่นจ้องตากันตอนไหน แต่โดยสรุปนั่นคือเราก็หัวเราะไปด้วยกันราวกับเป็นการพักครึ่งหลังจากที่เครียดมาพอสมควร (นี่ไม่ได้บ้านะ พวกผมยังสติดีอยู่) ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจไหม....ว่าเวลาตอนที่โกคุเทระหัวเราะน่ะ...ผมรู้สึกยังไง...ผมอยากบรรยายให้ฟังใจจะขาด แต่ก็นึกคำไหนไม่ออกนอกจากจะบอกว่ามัน 'น่ารัก' เอามากๆก็เท่านั้น และตัวผมเองต้องขุดเส้นความอดทนมามัดร่างกายผมเอาไว้ในช่วงวินาทีที่เห็นมัน ไม่อย่างนั้นผมนึกต่อไม่ออกเลยล่ะว่าเราจะติวหนังสือกันต่อไปได้ยังไง

"เนคไทเบี้ยวแล้วเว้ย" เสียงทักแทนคำอรุณสวัสดิ์ต่างจากชาวบ้าน ผมหันไปมองขอบตาที่คล้ำไม่น้อยไปกว่าของผมแล้วหัวเราะแกนๆให้

"โทษที ไม่ค่อยได้ใส่นี่" ผมว่าแล้วมองดู...เอ่อ...มันเหมือนผ้าเส้นนึงที่เอามาขมวดเป็นปมมากกว่าจะเรียกว่าเนคไทที่คอของผม

"ขัดลูกตาน่า..." มือขาวนั่นเอื้อมมาจับที่ปมเนคไท ระยะประชิดแบบนี้ผมได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก คิ้วมวดนั่นทำสีหน้ายุ่งยากกว่าเดิม สิ่งที่โกคุเทระทำคือดึงเนคไทผมออกจากที่ที่มันอยู่แล้วม้วนๆยัดใส่กระเป๋าเสื้อของผม "แบบนี้ค่อยยังชั่ว อย่ามาทำเป็นถูกระเบียบหน่อยเลย"

โกคุเทระว่าแล้วอมยิ้มมาให้


วันนี้จึงมีสองทาง...
ทางแรก ผมคงทำข้อสอบได้สบายบรื๋อ

กับข้อสอง...
ผมมัวแต่คิดถึงใบหน้านี้จนไม่เป็นอันทำข้อสอบ


จะว่าไปแล้ว ชีวิตผมก็น่าสงสารนะเนี่ย...ว่าไหม?



ไม่ทันไรช่วงสอบก็ผ่านพ้นไปอย่างน่าใจหาย วันสุดท้ายที่สอบผมมีนัดกับชมรมเบสบอล ถือว่าเป็นอีกวันนึงที่เต็มไปด้วยความเศร้า รุ่นพี่หลายคนต้องออกไปเรียนต่อที่อื่นจึงมีงานเลี้ยงอำลาเล็กๆภายในชมรม สำหรับตัวผมเองแล้วก็ใจหายหน่อยๆ รุ่นพี่บางคนสอนอะไรผมหลายอย่าง รุ่นพี่หลายคนใฝ่ฝันเรื่องทริปการแข่งมาด้วยกัน บางคนเป็นสีสันของทีมที่ต่อไปนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว จุดเล็กๆบางจุดที่ผมผูกพันกำลังหายไปตามช่วงของกาลเวลา

ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง...ผมรู้และพยายามเข้าใจมาตลอดว่าสักวันรอบตัวผมจะเปลี่ยนไป รวมถึงตัวผมด้วย...

"คิดบ้าอะไรของแกอยู่? ช่วงนี้ใช้สมองแทนลูกเบสบอลแล้วเหรอ?" เสียงนั่นมาพร้อมกับกระเป๋านักเรียนฟาดลงบนไหล่ผมเป็นการทักว่าเขาเดินตามหลังผมอยู่และอยากให้ผมรู้ตัว "ว่าไงล่ะ?"

"ยังไงดีล่ะ...เรื่องที่ชมรมน่ะ..."

"ทำไม? เขาไล่แกออก?"

"มีรุ่นพี่บางคนจบไปน่ะ"

โกคุเทระไม่พูดอะไรต่อ เร่งขึ้นมาเดินอยู่ระดับเดียวกับผม มองท้องฟ้าที่เกือบจะดำสนิท เราเงียบกันไปจนผมเกือบคิดว่าผมเดินอยู่คนเดียวบนถนนเส้นนี้

"ก็...ช่วยไม่ได้ล่ะนะ" นิ้วเรียวนั่นเกาแก้มตัวเอง สีหน้าเขินๆ เพราะงั้นผมเลยคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังพยายามปลอบผมอยู่....รึเปล่า? "ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนไปหรอก รวมถึงตัวแกด้วย"

ผมพยักหน้ายอมรับความคิดนั้น "ก็เข้าใจอยู่หรอก...แต่ทั้งที่เข้าใจอยู่แล้วก็อดใจหายนิดๆไม่ได้ล่ะนะ ขนาดว่าไม่ค่อยได้สนิทเท่าไหร่นะเนี่ย"

"ก็ปกติของแกแล้วนี่" ไหล่เล็กนั่นยักไหวเล็กน้อยทำนองว่ามันช่วยไม่ได้ "แล้วถ้าเกิดเป็นคนที่แกสนิทขึ้นมาล่ะ? เช่นรุ่นที่สิบ.....เช่น....ตัวฉัน?"

"ไม่รู้สิ" ผมตอบเร็วราวกับไม่ต้องเสียเวลาคิด แต่อันที่จริงผมคิดมาแล้วนะ "ฉันคิดไม่ออกว่าตอนนั้นจะเป็นยังไงน่ะ"

"ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน เพราะปฏิญาณไว้แล้วว่าจะเคียงข้างรุ่นที่สิบตลอดไป เพราะงั้น ถ้ารุ่นที่สิบจะหายไป ฉันก็ขอให้เป็นแกที่หายไปก่อน หรือเป็นฉัน นั่นแปลว่าอย่างน้อยพวกเราก็ปกป้องสุดความสามารถ"

ผมยิ้มให้กับคนชวนพูดออกประเด็น "ฉันกะแล้วว่านายต้องพูดงี้"

โกคุเทระหน้างอใส่ผม "ก็แล้วไงล่ะ แกยังไม่ตอบเลยนี่"

"ก็ไม่รู้ก็คือไม่รู้แหละ คำถามนี้มันยากไปสำหรับฉัน ฉันไม่เคยคิด แล้วก็จะไม่เริ่มต้นคิดด้วย" โกคุเทระทำหน้าเหม็นเบื่อติดผิดหวังเล็กๆใส่ผม "แล้วนายล่ะ....ถ้าวันนึงฉันหายไปล่ะ?"

"ในกรณีนั้นฉันต้องคิดอะไรด้วยเรอะ?" โกคุเทระเลิกคิ้ว ถามด้วยเสียงกึ่งประหลาดใจ "ไม่รู้สิ ไม่เคยคิดน่ะ แต่เดี๋ยวจะลองคิดดู"

"ไม่ต้องคิดหรอก" ผมหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้ามุ่งมั่นจะคิดของเขา "ฉันมีลางสังหรณ์ว่าเราคงต้องตัวติดกันนี้ไปอย่างน้อย 10 ปีข้างหน้าล่ะ"

"ใครตัวติดกับแกวะ? แล้วตั้งสิบปี! ตอนนั้นแกไม่แก่ตายไปก่อนเหรอ?"

"หยาบคายน่า เราอายุเท่ากันนะ ถ้าฉันแก่ตายแล้วนายจะเหลือเหรอ?"

"เหลือเว้ย! ฉันจะอยู่กับรุ่นที่สิบ!!" โกคุเทระม้งเม้งใส่ผม รัวกำปั้นใส่ผมแบบไม่ออกแรงเท่าไหร่

"พอๆ ฉันจะตอบแล้ว" ผมกลั้วหัวเราะ รับหมัดนั้นมาจับไว้แบบเนียนๆ โกคุเทระทำท่าจะดึงออกแต่ผมไม่ปล่อย

"ไม่เอา ไม่อยากรู้แล้วเว้ยยยยยย ปล่อยยยยย"

"ไม่เอา จะตอบ" ผมรั้นมั่งด้วยเสียงเลียนแบบคนข้างๆ เลยได้รับหมัดจริงๆมาหนึ่งที หวิดจุกไปเหมือนกัน "คำตอบก็คือไม่รู้"

"มันต่างจากเดิมตรงไหนวะ?"

ผมทำมือยั้งคนที่จะโวยใส่ "ใจเย็นสิ ยังพูดไม่จบเลย" โกคุเทระถึงยอมชะงักไปและรอฟังด้วยสีหน้าบูดๆตามปกติ "ที่ไม่รู้เพราะว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้นน่ะสิ ฉันคิดว่าฉันคงไม่ปล่อยให้หายไปหรอก นายติดกับสึนะ ฉันก็ติดกับนายไง คงยากล่ะถ้าให้ฉันหายไปน่ะ"

"ไอ้หน้าด้าน!!!!"

ผมหัวเราะแล้วยักไหล่แบบกวนๆ "ช่วยไม่ได้ ก็ฉันรู้สึกแบบนั้นกับนายไปแล้วนี่ ยากละถ้าจะให้เปลี่ยนน่ะ"

"รู้สึกแบบนั้น? แบบไหนของแกฟะ?"

"แบบ......" ผมเว้นช่วงยาวเค้นความอยากรู้อยากเห็นของอีกฝ่าย จนกระทั่งโดนโวยวายใส่อีกรอบ อันที่จริงผมอาจจะติดโรคจิตนิดๆรึเปล่า? เพราะตอนที่สายตาคู่นั้นมองมาที่ผมน่ะ มันโคตรจะรู้สึกดีเลยล่ะ "ไม่บอก"

"อ่าว...กวนกันนี่หว่าไอ้หัวถั่วหมดอายุชี้ไม่เป็นทรงนี่! บอกมานะเฟ้ยยยยยย!!!" คอเสื้อผมถูกยื้อเขย่าไปมาจนเวียนหัว

"โอยยยย ไม่บอกก็คือไม่บอก สักวันนายก็รู้เองล่ะ" ผมทำเป็นยื่นหน้าเข้าไปใกล้แบบจมูกแทบชนกัน หรี่ตาลงแล้วพูดเสียงเบาๆ "ไม่แน่นะ...ตอนนี้นายอาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้"

"ม.....ไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ! นี่แกจะป่วนฉันไปถึงไหนกันหา!!!!!!!"

"ฉันต่างหากที่โดนนายป่วนน่ะ ฮะ ฮะ ฮะ"

"หยุดหัวเราะเลยนะ! ไอ้บ้านี่!! อ...ไอ้หน้าด้าน! ไอ้หลงตัวเอง!" โกคุเทระต่อว่ายิ้มๆ ผลักไหล่ผมกระเด็น (แล้วเขาก็เซตาม แน่ล่ะ ผมจับมือเขาอยู่นี่)

"พูดแบบนี้แปลว่ารู้แล้วสิ? ว้า....แล้วงี้ตอนบอกจะเซอร์ไพรส์เหรอ?" ผมเห็นสีหน้ายุ่งๆนั่นแดงแปร๊ด รอยยิ้มถูกข่มให้บึ้งลง เพราะที่ผมเห็นสีหน้าที่เหมือนจะโกรธเหมือนจะยิ้ม

"ไม่ต้องบอก! ฉันไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น!!" ร่างบางโวยเสียงดัง ก้มหน้ามองพื้นไม่ยอมให้ผมสังเกตต่อไปได้

"งั้นตอนนี้บอกอย่างนึงก็ได้" ผมพูดด้วยน้ำเสียงแบบคนใจดีราวพ่อบุญทุ่ม (แต่ตอนนี้เกือบโดนโกคุเทระจับทุ่มแล้ว...) มือประคองใบหน้าให้เงยขึ้นมาสบตาผม "ฉันชอบรอยยิ้มนายจัง ช่วยยิ้มให้ฉันแบบนี้ต่อไปนะ"

"ค...ใครเค้าจะยิ้มให้แกกัน!!! แกตาฝาดรึเปล่าไอ้สมองความลึกเท่าบ่อน้ำขัง!"

"ตกลงนะ?" ผมเหมารวมแบบไม่ฟังความเห็น "ฉันก็จะยิ้มให้นายตลอดไปเหมือนกัน"

"ฉันไม่ได้อยากได้นี่! แล้วก็ปล่อยนะเฟ้ย!!! เอาหน้าแกไปไกลๆเลย!!! อ๊ะ!! นี่มันกลางถนนนะไอ้หน้าไม่อาย! ปล่อยยยยยยยยยยย!!!!"




Smile for me
Smile for you...



Continued in Katekyo Hitman Reborn!



+ End Part +





Talk:
ที่จริงเราอยากแต่งต่อจบระยะเทียบในคอมมิคปัจจุบันเลย! แต่ถ้าทำอย่างนั้นจริง....มันจะกี่ตอนล่ะเหวย....
อยากให้วาเรียออก อยากให้ตัวละครเติบโตขึ้นในแบบของตัวมันเอง
แต่มันจะยาวโคดเลยเนอะ (ฮา เพื่อนเราบอกว่า ถ้าแกแต่งขนาดนั้น แนะนำให้แต่งนิยายรวมเล่ม กร๊ากกก)

ไม่รู้ว่าเริ่มเรื่องนี้มาด้วยฟีลแบบไหน เอื่อยเฉื่อยแค่ไหน
แต่ตอนนี้มันก็จบแล้วล่ะ
เหงานิดๆแฮะ... (แกก็ปั่นเมริกิริให้เสร็จสิเหวยยยยยยยยยยยยย ไอ้เฟล่อนนนนนนนน)

ขอบคุณที่ติดตามมาโดยตลอดนะคะ
ถ้าซึ้งใจมาก(หรือว่างมาก)จะเอาตอนพิเศษ(?)มาลงค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กร๊าก ชั้นขำแกตอนที่เอาชอตผูกเนคไทสุดโมเอ๊ มายัดลงฟิคแบบทันเหตุการณ์

Good Jobแมวน้าม!!!

#1 By カフカ on 2009-06-04 11:52

จบ?

ว่าไงดีล่ะ มันคือตอนจบแบบที่ต้องไป continued

ในใจก็คิดว่าดีแล้ว เพราะรู้สึกเป็นเรื่องสมจริงสมจัง มีความเรียลริตี้ในตัวเองดีนะ รักความเรียบเรื่อยแบบนี้แหละค่ะ

เราบรรยายไม่ค่อยเก่ง แต่บอกได้แค่ว่า ชอบมาก

มันคือสภาพของความเป็นจริง ไม่รู้สิ ซ้อนทับกับโลกของในเรื่องได้เลยล่ะ

ขอบคุณกับฟิกดีๆค่ะ ชอบการบรรยายความรู้สึกมากเลย สุดยอดมาก

#2 By kuwa[R]i... on 2009-06-04 14:12

น่ารักอ่ะ

จบแล้วหรอ


ง่า


รับไม่ได้อยากอ่านต่อ

555+

#3 By sin on 2009-06-04 14:31

น่าร๊ากกกกกก แฮ่กๆ หลงรักโกคุเข้าเต็มเปา อรั๊งงงง
> <

ยามะก็เนียนได้เนียนดีนะคะ รู้สึกถึงความพัฒนาของพ่อเนียนอย่างชัดเจน (ฮา)

สนุกค่า~~!!!!

ปล.สนับสนุนให้แต่งฟิคยาวค่ะ!!!! *มุ่งมั่น*

#4 By Kuren_ on 2009-06-04 14:46

วิ่งมาสอยเม้นแรกไม่ทัน งอน!!!!

รู้สึกเหมือนต้องมีต่อ จะรอตอนต่อนะแมวน้ำquestion

#5 By . : : ZePhyRuS : : . on 2009-06-04 15:08

กรี๊ดดดดด !!!
ฉากเนคไทนั่นมัน
แม้แต่ตอนอ่านสปอยยังจิ้น มาอ่านฟิคของเฟล่อนอีก
โฮกกกกก

จบแบบน่ารักอ่ะ cry
ยามะกวนได้โล่ !!
อยากจะอ่านสเปเหมือนกันนะคะ

ปล.จะหายไปกับเบย์เอย์ สินะ (แบบนี้มันต้องติดตาม)

#6 By Janeiiz__,, on 2009-06-04 16:00

กร๊าซ~ ตอนนี้คำด่าแปลกใหม่มาเพียบเลย!!!XDD
โกคุปากจัดขึ้น! โอย~ ชอบตอนนี้~ *///*

เหมือนกับว่าตอนนี้วกเข้าชื่อเรื่องได้ทันเวลา 55 แปลกๆไปหน่อยแต่โอเค๊!!!

ป.ล. ฉากบรรยายเหมือนออกมาจากโด!!! cry เพราะงั้นไม่มีทางที่จะไม่เห็นภาพพพพพ~ (เอ๊ะหรือเราจิ้นเก่ง? open-mounthed smile )

#7 By Koki on 2009-06-04 19:00

เหอะๆๆ ชีวิตแกน่าสงสาร??? //ส่งสายตาพิฆาต

ต่างคนก็ต่างรู้ แต่ไม่ยอมพูดซะที คนอ่านลุ้นกันตลอดสองคนนี่นะ...
//แต่คิดอีกที อีแบบนี้ไม่ต้องบอกรักกันแล้วมั้ง
รู้สึกปากว่ามือถึงมาหลายตอนอยู่นิ open-mounthed smile

#8 By แมวมะม่วง on 2009-06-04 21:35

ก๊าซซซซซ

จบแล้วรึคะT^T

แงๆ หนุกมากค่ะ เป็นฟิคใสที่น่ารักมากๆ

**รอดูตอนพิเศษ (ลุ้นๆๆๆ ขอให้มี โอมเพี้ยง!!!)

#9 By Piekai on 2009-06-04 22:48

น่ารักมากๆเลยค่ะ โฮกกกก

นึกถึงว่าถ้าแต่เทียบคอมมิคตอนนี้ ต้องกลายเป็นมหากาพย์แน่ๆเลยค่ะ (จริงๆอย่างนั้นก็ไม่เลวนะคะ...ฮา)

เรียบๆแต่อ่านแล้วเขินจังเลย สองคนนี้พ่อแง่แม่งอนกันน่ารักชะมัด ขำผูกเนคไท คิดว่าก๊กคุงจะผูกให้ซะอีก ถอดของเค้าออกเฉยเลย 555 แต่ก็สมกับเป็นโกคุดีsurprised smile

ปล.ภาวนาให้คุณเฟล่อนมีเวลาว่างมากๆค่ะ
^
^
หวังผลกันเห็นๆ ฮาconfused smile

#10 By ~Rainy Day~ on 2009-06-04 23:32

ผูกไทด์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ชอบ

โกคุน่ารักที่สุด >///< ซึนจนเขินรึว่าเขินจนซึน รึว่าเขินไปซึนไป แหะแหะแหะ น่ากอดดดดดดดดดดด ม๊วฟ

ยามะก็ ไม่ไหวแล้วนะ ทำแบบนี้เขินตายเลยนะ >///< ฮื้อออออออออ
อ๊ะ นึกว่าจะได้อ่านตอนจบ พอเลื่อนลงมา




End Partsad smile


ทั้งโล่งใจทั้งขัดใจผสมกัน กั่กๆๆ อยากเห็นพัฒนาการมากกว่านี้จังเลยค่ะ NCแบบนี้อ่ะ (วั้ย เขินเว้ยopen-mounthed smile )


ยามาะอยากให้โกคุยิ้มให้ตลอดไปงั้นเหรอ มีความหมายแฝงป่ะเนี่ย (เอ่อ เค้าเขียนว่ายิ้มให้ต่อไปเท่านั้นนิ)

#12 By Kisskit on 2009-06-05 10:23

พยายามสุดหูรูดค่ะตอนนี้..ตอนนี้ตั้งใจเรียนมากขึ้น ลดระดับการวาดลง..เพราะละอายใจเพื่อนที่มันนั่งอยู่ข้างๆ...เราวาด มันจดงาน พอมันจดเสร็จ..ส่งสมุดมาให้ ถามว่า "ดูไหม๊?" ละอายมากกก ไม่สามารถช่วยมันได้และยังไปเป้นภาระให้มันอีก..ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนนน(มันย๊ากกกก)

อยากอ่านฟิคแบบมหากาพย์ค่ะ เราคงจะได้อ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาเลยทีเดียว

ตอนนี้น่าร๊ากก ขาดจายย โดยเฉพาะตอนผูเนคไทค์กับตอนจบอ่ะ ซึ้งๆ มีฟามสุขข อ่าน 8059 แล้วฝันดี~(เห็นแก่ฝันดีของเรา กรุณาแต่งต่อ ฮ่าๆ)

ขนาดอ่านไป น้องดูตอนเรียวเฮสู้กับลุสซูเรียไปยังยิ้มได้..แต่งเก่งจริงๆ วะฮิ้ววว

#13 By OPL (124.121.47.77) on 2009-06-05 20:23

แหมๆๆ สวีทกันออกซะขนาดนี้ ยังไม่ยอมพูดความในใจอีกนะ
แต่ก็สมกับความซึนแล้วละเนาะ~~
เชียร์ยามะให้เนียนคลอเคลียต่อไป หึหึหึ

ขอบคุณสำหรับความบันเทิงยามทำงาน :P

#14 By [sani] on 2009-06-10 16:21

อา~จบซะแล้ว

น่ารัก...
อ่านแล้วเขินเป็นบ้าแบบก๊กคุง ฮ่าๆๆๆ
เป็นเคะที่ขี้โวยวายแก้เขินชะมัด
แอร๊ยย~น่ารักกก

ผูกติดกันไป ทั้งสามคนนั่นล่ะดีแล้ว
โหะๆๆ

ขอบคุณสำหรับฟิกนะคะ

ชอบการบรรยายง่ายๆแบบนี้จังopen-mounthed smile

#15 By kazukazu (125.25.108.250) on 2009-06-12 19:02

『 フェロン 』 View my profile

Recommend