[Hetalia Fanfic]: On Process
posted on 10 Jul 2009 18:22 by felon in hetaliaมาลงแล้ว (แบบเงียบๆ)
เนื่องในวันเกิดของยูจีนซัง (ไม่เกี่ยว แต่อยากโยง มีไรไหม?)
ขอให้ตัวสูงๆนะ
/เผ่น
ตอบเมนท์ก่อน
By Janeiiz__,, <<< ช่ายยยย และกำลังจะหายไปอีกแล้วล่ะ (ฮา)
By カフカ <<< ของขวัญล่ะ?
By Kisskit <<< เฮ้ยยยยย มีคนคิดถึงเราด้วยยยย *ตกใจไปห้าวิ* ไม่ต้องห่วงค่ะ เราจะหายไปให้คิดถึงอีก (ฮา)
By แมวมะม่วง <<< งั้นรอเราแฮปปี้อีกหน่อยเนอะ (ฮา) ตอนนี้ยังไม่แฮปปี้เลยล่ะ ขอหายไปอีกรอบแล้วกัน ไว้ลืมเมื่อไหร่จะกลับมานะ (อ่าว....)
[Hetalia Fanfic]: On Process
Main: USAUK
Rate: NC-18
Warning: แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ประเทศ บุคคล หรือองค์กรใดที่มีอยู่จริงบนโลก
เฮตาเลียเป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเสียดสี
โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศบนโลก
กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
______________________________________
ในปีค.ศ.1776 อเมริกาได้ประกาศอิสรภาพต่อสหราชอาณาจักร ภาพสายฝนเทกระหน่ำและการยืนประจันหน้ายังคงแจ่มชัดในความทรงจำไม่ว่ามันจะผ่านไปกี่ปี ถึงแม้อาเธอร์จะเข้าใจเหตุผล(แบบผิดๆและคิดเข้าข้างตัวเอง)และพยายามไม่คิดจุกจิกด้วยผลทางการค้าและการทำสนธิสัญญา แต่ถ้าต้องมาเหยียบถิ่นอเมริกาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมก็ไม่ทำให้เขารู้สึกดีเสียเท่าไหร่ เหตุผลก็คือ ช่วงต้นเดือนเจ็ดแบบนี้ ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการจัดงานเฉลิมฉลองวันแห่งความทรงจำนั่นเอง
"หน้าจะบูดไปถึงไหน?" นิ้วเรียวจิ้มลงบนจมูกคนหน้าบึ้ง คิ้วหนาๆนั่นแทบชนขมวดผูกกันเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว
"จนกว่านายจะหายไปนั่นแหละ เอานิ้วออกไปนะ!" มือบางตีมือซนเสียงดังแถมรอยปื้นแดง ทำท่าฮึดฮัดสะบัดหน้าไปอีกทาง
"ก็ทำไมต้องงอนด้วยล่ะ?"
"เปล่า!ฉันไม่ทำอะไรเด็กๆแบบนั้นหรอก!" อาเธอร์เชิดหน้าขึ้น "ที่ฉันสงสัยก็คือ งานฉลองมันก็พรุ่งนี้ นายจะลากฉันมาวันนี้ทำไมกัน? ทีคนอื่นๆยังมากันพรุ่งนี้เลย"
ช่างเป็นมุขที่ไม่ขำเอาเสียเลย อเมริกาเชิญอังกฤษมาเฉลิมฉลองปาร์ตี้เฮฮาเนื่องในวันคล้ายวันทรยศหักหลังครั้งยิ่งใหญ่....น่าตลกสิ้นดี...
"อยากเจอแล้วก็อยากอยู่กับนายนานกว่าคนอื่นๆนี่" พอตอบไปตามตรงแบบนั้นก็เลยเจอฝ่ามือเข้าให้อีก เรียกเสียงร้องโอดโอยได้สมใจคนทำ
"พูดเล่นอยู่เรื่อย" อาเธอร์หยุดการกระทำนั้นเมื่อเข้าไปในตัวคฤหาสน์เจอความวุ่นวายของผู้คนมากมายวิ่งผ่านตัดหน้าเขาไปมา ไม่มีการต้อนรับแบบเป็นพิธีรีตรองเหมือนอย่างเคย
อาเธอร์เดินไปนั่งว่างเปล่าอยู่บนโซฟายาว มองเมดคนนู้นทีคนนี้ทีที่ผลัดกันวิ่งผ่านหน้าเขาไป เจ้าของบ้านจึงพาเดินย้ายที่ไปเป็นในห้องทำงานแทนที่จะนั่งดูความวุ่นวายอยู่ในห้องรับแขกขณะเตรียมงานอย่างเมื่อครู่
"ดูนี่สิ น่ารักไหม?" เสียงปังดังขึ้นพร้อมกับกระดาษสีเล็กจิ๋วและธงชาติอเมริกามีเขียนตัวเล็กว่า 'I ❤ USA' อยู่ท้ายธงออกมาจากกระบอกปืนเด็กเล่น
"ตลก...นายก็ใช้ไอ้นี่เล่นทุกทีน่ะแหละ เคยเห็นไม่รู้กี่รอบแล้วเนี่ย" อาเธอร์ทำเมินของในมืออีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์แบบ "นายนี่ใจร้ายนะ ทั้งที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดแท้ๆ วันนี้ทุกคนก็ต้องมาวุ่นวาย หยุดไปวันนึงก็ต้องมาเก็บล้างหรืออาจจะไม่ได้หยุดด้วยซ้ำ"
"เฮ้ นี่ตามความสมัครใจนะ คนที่นี่เขายินดีกันจะตาย เพราะงั้น...." คนพูดเงียบลงเมื่อสังเกตสีหน้าของคนข้างตัวได้ "...ไม่เป็นไร...เพราะงั้น...ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว...นะ...."
มือใหญ่บีบมือนิ่มเบาๆราวกับพยายามให้กำลังใจ น่าขันตรงที่เขาไม่เคยรู้สึกผิดกับการทรยศหักหลัง แต่กลับเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นใบหน้านี้หมองลงเพราะตัวเขาเป็นต้นเหตุ
"โง่น่า! มันจะเป็นไรได้ไงเล่า! เรื่องมันตั้งกี่ปีแล้วหา?" อีกมือที่ว่างจิ้มยันเข้าที่หน้าผากคนตัวโต "เป็นร้อยปีแล้ว! แกประกาศเป็นวันหยุดตั้งแต่ปี 1941 นู่น! คิดว่าฉันความจำเสื่อมเรอะ"
"นั่นก็ยังไม่ถึงร้อยปีนะ" อัลเฟรดพูดยิ้มๆ ยื่นหน้าเขาไปใกล้ "แค่นายจำเรื่องเกี่ยวกับฉันได้....ฉันก็ดีใจแล้วล่ะ"
"ใครเค้าจำเรื่องของนายกัน!" ถึงจะไม่อยากจำ....มันก็ตัดใจลืมไม่ลงอยู่ดี... "หิวแล้ว! ถ้านายไม่ทำอะไรสักที ฉันจะทำกินเองล่ะนะ"
อาหารเย็นผ่านไปด้วยฝีมืออังกฤษ แม้จะโดนบ่นตลอดว่า 'นี่บ้านนายนะ! ทำไมฉันต้องทำด้วยล่ะ?' มาตลอด 2 ชั่วโมงก็ตาม รสชาติอาหารก็ยังเข้าขั้น 'ห่วยแตก' เหมือนที่หลายๆประเทศบอกอย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งอัลเฟรดไม่คิดจะเถียง แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ อะไรที่มาจากอาเธอร์ เขาก็รับได้ทั้งนั้นแหละ
ทั้งคุยเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งเรื่องสัพเพเหระก็ปาเข้าไปดึกดื่น กว่าเจ้าบ้านจะลากอาเธอร์ไปอาบน้ำได้ก็กินเวลาโขอยู่ อัลเฟรดตัดใจส่งอาเธอร์เข้าห้องนอนทั้งที่อยากได้ยินเสียงนั้นนานขึ้นอีกสักนิดก็ตาม
เจ้าของบ้านแยกตัวไปอาบน้ำและหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอนสำหรับรับแขก ชั่งใจอยู่นานกว่าจะพาตัวเองเข้าไปในนั้น ยืนมองร่างบางผ่อนลมหายใจเป็นจังหวะยาวสม่ำเสมอ เขานั่งลงบนฟูกเตียงข้างร่างบอบบางในสายตาเขา มือลูบผมนิ่มอย่างทะนุถนอม ข้อนิ้วเกลี่ยแพขนตาพริ้มอย่างเอ็นดู ความรู้สึกของเขามันมากเหลือเกิน ไม่ว่าจะบอกตรงๆหรือทำอะไร คนตรงหน้าก็ไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงจังสักครั้ง...
"นายต่างหากที่ใจร้าย...อาเธอร์"
เสียงทุ้มพูดตัดพ้อราวกระซิบ ประจวบกับที่ร่างบางพลิกตัวนอนตะแคงเข้าหาเจ้าของบ้าน มือขาวจับเข้าที่ชายเสื้อชุดนอนคนตัวใหญ่ไม่ยอมปล่อย แม้ว่าอัลเฟรดจะพยายามแกะมือนั้นออกแค่ไหนก็ตาม
"อัลฟ์..." เสียงงัวเงียเรียกหาทำเอาเจ้าของชื่อใจสั่นไหว
นานแค่ไหนกันนะ....ที่เขาปรารถนาจะได้ยินคำเรียกชื่อแบบสนิทสนมเหมือนเมื่อก่อน....
"อาเธอร์..." ร่างใหญ่โน้มตัวเข้าไปใกล้ จับมือที่เอื้อมมาทางเขา
"อัลฟ์ใจร้าย...ทำไมไม่อยากอยู่กับฉันแล้วล่ะ..."
คนฟังตัดสินว่านี่คือการละเมออย่างแน่นอนที่สุด เพราะตั้งแต่วันนั้น....เขาก็รู้แก่ใจดีว่าน้ำเสียงแบบนี้ไม่มีวันส่งถึงเขาอีกต่อไปแล้ว....
อัลเฟรดประคองมืออีกฝ่ายทาบบนใบหน้าตัวเอง ก้มหน้าลงต่ำจนแทบจะเห็นแววตาสีเขียวในความมืดสลัว รอยยิ้มปรากฏบางเบาให้เห็น ในแววตายังคงเจือความเศร้าลึกๆอยู่เสมอและเขาคิดว่าอาเธอร์ก็คงไม่ต่างกันนัก คำถามที่อาเธอร์พูดมาเมื่อครู่ ไม่มีวันที่เขาจะตอบไม่ได้ ความจริงหนึ่งเดียวที่เขายึดมั่นตลอดมา...
"เพื่อที่ฉันจะสามารถรักนายได้...อาเธอร์...." ริมฝีปากกดหนักลงบนฝ่ามือบางอย่างแสนรัก "อย่าเกลียดฉันเลยนะ..."
วงแขนทั้งสองข้างตะคองกอดร่างบางไว้แน่นจนเกินไป กดใบหน้าลงบนกลุ่มผมทองนิ่มที่เขาชอบ รู้สึกได้ว่าใบหน้าเล็กก็เข้าซุกตัวเขาเหมือนกัน
"หนวกหูจัง..." เสียงอาเธอร์ราวคนเพิ่งตื่นทำเอาคนแอบลักหลับสะดุ้งวาบ นึกว่าจะโดนหวดสักทีสองทีข้อหาลามปามถึงตัวขนาดนี้ แถมยังไม่ขออนุญาตก่อนเข้ามาอีกต่างหาก "เสียงหัวใจของนายน่ะ..."
อัลเฟรดค่อยคลายอ้อมกอด เพ่งมองใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ไม่รู้จะทำตัวยังไงต่อไป มัวแต่เตรียมตั้งรับหมัดหนักๆว่าจะลงบนตัวเขาเมื่อไหร่
"เอ่อ....ตื่นแล้วเหรอ?" อัลเฟรดถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
"เออสิ..." ใบหน้านั้นยังพูดอู้อี้มาจากแผงอกหนา "ตั้งแต่นายกอดนั่นแหละ"
"แปลว่าไม่ได้ยิน?"
"ได้ยินอะไรล่ะ?" อาเธอร์ถามกลับเสียงแข็ง "นายพูดอะไร?"
"อยากรู้จริงๆน่ะเหรอ?" มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นจับแผ่นหลัง อีกข้างวางไว้แถวช่วงเอวบาง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พูดด้วยน้ำเสียงแกมเย้า
"เปล่า ถามไปงั้นแหละ เผื่อนายจะแอบว่าฉันต่อหน้า แม้ว่าฉันจะหลับอยู่ก็เถอะ" คนตอบหมุนตัวหนี เปลี่ยนท่าเป็นนอนหันหลังให้เสียอย่างนั้น
อัลเฟรดไม่รู้ว่าเขาหาเรื่องใส่ตัวหรือเปล่าที่เข้ามาในห้องนี้ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะแค่มองอย่างสงบเท่านั้น แต่ลำคอขาวระยะใกล้แบบนี้ยิ่งทำให้อดใจไม่ไหว จมูกเข้าซุกไซร้อย่างแผ่วเบา คนถูกสัมผัสสะดุ้งขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
"อัลเฟรด!"
"เรียกว่า 'อัลฟ์' ไม่ได้แล้วเหรอ?" เสียงออดอ้อนทุ้มต่ำดังข้างหูราวกระซิบ จมูกเคลื่อนกดหนักสูดความหอมจากร่างนุ่มนิ่ม
"ไม่เอา! นายไม่ใช่น้องฉันแล้วนี่! ป...ปล่อยนะ"
"ไม่เอา...ฉันไม่ใช่น้องนายแล้วนี่ ฉันดื้อได้" มือใหญ่ค่อยประคองคนช่างต่อว่าให้หันมาหาตัวเอง
"อย่ามาแถนะ! อะ!! จ...เจ้าบ้าเบอร์เกอร์! ป..อืมมมม"
อัลเฟรดกดจูบย้ำๆ ดูดเม้มริมฝีบางแดงนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะค่อยสอดลิ้นเข้าหยอกล้อกับแนวฟันและลิ้นเรียวที่คอยหลบ ยิ่งหลบยิ่งรุกเข้าหนัก ดูเหมือนว่าอาเธอร์จะลืมคิดถึงข้อนี้ไปเพราะความดื้อเพ่งของเจ้าตัว หลบมากเกินไปเสียจนสัมผัสทำให้เขามึนงงเจียนเคลิบเคลิ้ม และพยายามอย่างมากที่จะหาเหตุผลมาเถียงกับตัวเองในหัวว่าทำไมเขาถึงติดใจรสจูบนี่เหลือเกิน
ชุดนอนสีพื้นจากผ้าฝ้ายเนื้อดีถูกปลดกระดุมทั้งแถบ มือแนบสัมผัสลากไล้อย่างหลงใหลทั้งแผ่นอกขาว ทั้งแผ่นหลังเนียนลื่นนี้ เขารู้สึกรักมันทั้งหมด
"อาเธอร์" เสียงทุ้มกระซิบเรียกชื่อพร้อมหายใจหนัก คนฟังแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นกระหน่ำของทั้งคู่ เงยหน้ารับจูบแผ่วเบาบริเวณแนวคางเรื่อยลงมายังลาดไหล่บาง
ผู้ถูกกระทำก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ามือสองข้างของตัวเองไปอยู่บนไหล่กว้างนั่นตั้งแต่ตอนไหน ทำไมทุกอย่างจึงเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ได้ อาจจะเพราะตัวเขาเองที่ลึกๆแล้วยังคงใจอ่อนกับคนตรงหน้าที่อยู่ดี ทั้งที่พยายามย้ำตัวเองถึงความเจ็บปวดในวันนั้นเสมอทุกครั้งที่เกือบเผลอหลงไปกับรอยยิ้มและดวงตาที่เขาเคยชอบ
มือกดน้ำหนักขยุ้มลงบนไหล่หนาอย่างไม่ยั้งแรง ทั้งบิดเร่าเมื่อลิ้นสากครอบครองตัวตนของเขาอย่างเนิบนาบและเชื่องช้า ขาเรียวถูกยกขึ้นพาดบ่า ทั้งกางเกงถูกถอดออกไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
"อ...อย่า...อัลเฟรด...อัลเฟรด..." มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นปิดปากตัวเองช่วยกลั้นเสียงครางหวานหูที่แสนจะน่าอาย "อัลฟ์! ไม่เอา ไม่...มันจะ...อื้อ!!"
"มาสิ" คนพูดใช้คำห้วนสั้นด้วยไม่อยากเสียเวลาแม้เพียงสักนิด
"ไม่เอา มันสกปรก...อ..อ๊า~"
ปลายลิ้นชื้นลากเลียดูดของเหลวสีขาวขุ่นลงคอ คนลอบมองอยากจะทุบเข้าให้สักที แต่อัลเฟรดไม่ได้หยุดแค่นั้น เขารั้งขาเรียวให้สูงขึ้นอีก ใช้ลิ้นลากพาเอาความเหลวลื่นไปยังเบื้องล่างจนชุ่ม เสียงสัมผัสเปียกชื้นทำให้อาเธอร์ต้องเบือนหน้าไปอีกทาง จวบจนคนทำพอใจจึงละออก อุ้มร่างบางขึ้นมานั่งตักโดยหันหน้าเข้าหากัน
"จ..เจ้าเด็กไม่รักดี" อาเธอร์ตัดพ้อ มือทั้งสองข้างใช้ไหล่อีกฝ่ายรับน้ำหนักจากตัวเขา มองเจ้าของแววตาสีฟ้าอย่างเคืองๆ
"ก็ฉันอยากเป็นน้องชายนายเสียเมื่อไหร่ล่ะ"
จบประโยคก็ตามด้วยเสียงกลั้นร้องในลำคอขาว น้ำตาซึมจบแพขนตาเปียกชื้น อัลเฟรดยั้งการขยับตัว เงยหน้าจูบซับบนเปลือกตาและย้ำลึกนานที่ริมฝีปากบางสวย ก่อนจะค่อยๆจับสะโพกมนขยับช้าๆ
"อ๊ะ! อัลฟ์...ไม่เอา...อัลฟ์..."
"เรียกอีกสิ" อัลเฟรดกระซิบข้างหูนิ่ม "ฉันชอบเสียงนายเวลาเรียกชื่อฉันมากที่สุดเลย"
"ไม่เอา...อา...อัลฟ์....ตรงนั้นมัน...อื้มมม" อาเธอร์ทิ้งช่วงบนทับตัวหนา ปล่อยให้มือใหญ่บังคับตามใจแบบกินแรง
ศีรษะวางบนช่วงไหล่กว้าง ทั้งกัดฟันทั้งกัดคนด้านล่างทุกครั้งที่ขยับเร่งจังหวะ คนตัวโตหอบหายใจดันร่างบางลงไปนอนขณะที่ตัวเองก็ขึ้นทาบทับ ขาเรียวยกเกยช่วงไหล่กว้าง สะโพกมนขยับตามจังหวะกระแทกกระทั้นไม่อาจกลั้นเสียงครางหวานไว้ได้อีกแล้ว ลำตัวแอ่นโค้งขึ้นถูกริมฝีปากและเรียวลิ้นหยอกกับยอดอกชูชัน อารมณ์และสติกระเจิงจนอาเธอร์อยากจะบ้า ทั้งเสียงทุ้มแหบต่ำพร่ำเรียกชื่อเขาไม่หยุด รู้สึกเหมือนอยู่ในทะเลคาราเมลหวานปนขม...ทั้งมีความสุขและเจ็บปวด....
"อีกแล้วนะ!" อาเธอร์เปิดฉากโวยทันทีตั้งแต่ลืมตาตื่นตอนเช้า มือหยิบเสื้อขึ้นสวมแบบลวกๆ ย่นคิ้วมองคนนั่งสบายอารมณ์อยู่บนเตียง "นี่มันกี่ครั้งแล้วหา? นายทำไปเพื่ออะไรกันแน่"
"นายถามเพราะอยากรู้จริงๆน่ะเหรอ?" เจ้าของบ้านย้อนถามเสียงนิ่ง นัยน์ตาสีฟ้ามองสบจนคนถูกมองต้องเบือนหน้าหนี
"ช่างมันเถอะ"
"ทำไมล่ะ? นายกลัวอะไรงั้นเหรอ?" มือใหญ่เอื้อมจับต้นแขนโดนสะบัดออกอย่างแรง
"เตรียมตัวซะ เดี๋ยวพวกฟรานซิสก็มากันแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"อาเธอร์...ฉัน.."
"อย่าพูดนะ! ไม่อยากฟัง! ไม่อยากฟังเข้าใจไหม?!" ร่างบางทั้งสะบัดหน้า ทั้งเบี่ยงตัวหนี มือสองข้างปิดหูตัวเองแน่น
"กับการปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป นายคิดว่ามันดีกว่าหรือไง?" อัลเฟรดเข้าไปใกล้ ยื้อเจ้าของต้นแขนบางให้ลืมตามองเขา "ทั้งที่ฉันตั้งใจจะสารภาพแล้ว นายก็ไม่อยากฟังงั้นเหรอ?"
"ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้นน่ะแหละ!"
ถ้าการแลกเปลี่ยนนั้น คือการที่เขารับความจริงนั้นไม่ได้ และไม่สามารถมองหน้ากันได้อีกต่อไป....ขอไม่รู้แบบนี้ไปเรื่อยๆจะดีกว่า
"ทั้งที่ฉันรวบรวมความกล้าที่จะบอกรักนาย นายก็จะไม่สนใจเหรออาเธอร์??"
ห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ได้ยินเสียงเฮฮาจากด้านนอกทำให้รู้ว่าแขกทั้งหลายที่เขาเชิญมาได้มาถึงกันหมดแล้ว ขาดก็แต่แขกคนสำคัญกับเจ้าบ้านเท่านั้นที่ยังคงเถียงกันอยู่ในห้องแห่งนี้ อาเธอร์คิดว่าคงไม่มีอะไรดีขึ้นมาถ้ายังเถียงกันแบบนี้ต่อไป เผลอๆอาจจะทำให้คนอื่นสงสัยเอาได้ ตัดสินใจตัดบทที่ได้ผลอย่างแน่นอนในตอนนี้ ตัวเขาเองไม่พร้อมที่จะรับรู้อะไร ทั้งยังอยากได้เวลาอีกสักหน่อยไว้ตื่นเต้นเป็นการส่วนตัว
"เลิกพูดเรื่องนี้เสียที นายควรลงไปได้แล้ว"
"อาเธอร์!"
"อย่ามาเสียดังนะ เจ้าฮีโร่ติงต๊อง!!" อาเธอร์หันไปว่า เปลี่ยนท่าทีโดยสิ้นเชิงทำเอาเจ้าบ้านงงไม่น้อย "ไว้เรื่องที่ค้างอยู่ ค่อยคุยกันทีหลังเข้าใจไหม?"
"แต่เมื่อกี้-"
ปลายนิ้วเรียวสัมผัสริมฝีปากที่กำลังจ้อเถียง เขาเพิ่งรู้ตอนนี้แหละว่ามันได้ผลชะงัด "หยุด ไม่ว่าเรื่องอะไร ไว้ค่อยคุยโอเค๊? นายนี่เป็นฮีโร่ประสาอะไร ฟังที่ฉันพูดไม่ออกหรือไง? ไอ้ที่นายจะบอกรักอะไรนั่นก็ไว้วันอื่นเข้าใจไหม? วันนี้ลงไปสนุกซะ ถ้าขืนนายพูดอะไรออกมา ฉันเข้าหน้านายไม่ติดแน่ ถ้าเข้าใจแล้วก็พยักหน้าสิ"
คนตัวโตพยักหน้าแต่โดยดี ฟังอาเธอร์พูดรัวๆแบบนี้ก็ทำเอามึนๆไปเหมือนกัน แต่สรุปโดยรวมแบบเข้าข้างตัวเองได้ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงเขา ถึงได้เลื่อนการคุยครั้งนี้ออกไป
"ก็ได้...ไว้ครั้งหน้าก็ได้" คนพูดทำหน้าบุ่ย ไม่ชอบใจเท่าไหร่ เพราะไอ้ที่บอกว่าครั้งหน้าน่ะ มันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นี่ "แต่ครั้งหน้านายต้องตั้งใจฟังฉันบอกรักด้วย"
"เออ ไว้ครั้งหน้าเถอะไอ้ขี้โม้" อาเธอร์ยีผมให้คนทำตัวเด็กแล้วไล่ออกจากห้อง "ไปทำหน้าที่ของนายซะ ไอ้เจ้าบ้าน"
คำพูดนั้น...ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ยิน...
แต่ขอเวลาหน่อยเถอะนะ ยังไม่อยากได้ยินอะไรที่แน่ชัดมากไปกว่านี้
ขอให้หัวใจได้เต้นระรัวน้อยกว่านี้บ้าง
สักวัน...อาจจะบอกรักบ้างก็ได้....
สักวันที่ว่า.....ชาติหน้านะอัลเฟรด...
+END+
Talk:
เย!!! เรากลับมาแล้ว!!!!
กำลังจะหายไปอีกแล้ว (ฮา)
ไว้เจอกันใหม่นะ~~~~








#1 By カフカ on 2009-07-10 18:37