[Reborn Fanfic]: Untitled #3

posted on 19 Jul 2009 20:52 by felon  in Reborn

ตอนที่สามมาแล้ววววววววว (หลังจากที่ลง 1,2,4 ไปเมื่อชาติที่แล้ว)

เอาน่าาาา อย่างน้อยเราก็ยังไม่ลืมมันนะ และตอนอื่นๆจะผุดขึ้นมาเรื่อยๆนะจ้ะ

 

ตอบเมนท์ก่อน

By カフカ  <<< อย่ามาโชว์เกรียนเมพ

By . : : ZePhyRuS : : .  <<< ฟีลอะไรของแก? ถ้าอยากอ่านโรมะคุสะก็ช่วยรวบรวมข้อมูลหน่อยเด้ (ฮา)

By [sani]  <<< ช้าเองนี่ สมน้ำหน้าแล้วล่ะ หึหึหึ

By ☆~[S]eN[Y]a-☆  <<< เร้าใจชิมิเคอะ? (ฮา)

By คิลเลอร์Yuki  <<< ขอคนแจ่งเก็บข้อมูลก่อนนะค๊าาาา มาแน่ๆจ้า

By Koki  <<< เวอร์ไปค่ะ นี่มัน JUNK นะคะ คุณภาพตามที่จั่วหัวค่ะ แต่ถ้าอ่านแล้วไอ้ฟีลถึงขนาดนั้นจริงๆ คนแต่งก็ปลื้มค่ะ T[]T

By poomiminn  <<< สมัยหนุ่มๆคู่นี้ก็โมเอ้นะค๊าาาา

By Piekai  <<< แหม รู้สึกผิดหน่อยๆที่ลงคู่นี้ซะแล้วสิ (ฮา)

By แมวมะม่วง  <<< เราก็เรียก 'คุณ' ดะแหละ มันง่ายดี (ฮา) ว๊ายยย คราวนี้เป็น D18 ไม่ใช่โรมะคุสะ จะอ่านมั้ยคะเนี่ยยยยย

By s h u n  <<< แกแคปเอาเรอะชุน...แก... ขยันมาก!!!!! เราว่าเครื่องมือบางอันก็หายไปด้วยแหละ เสียดายอ่าาาา เราชอบเส้นในนั้นมากเลยนะ T^T ถอดลงใหม่ก็ไม่หายอ่ะ แง๊ววววววววววววววววววว

 

ลงฟิค!!

 

[Reborn Fanfic]: Untitled #3
Main: D18
Rate: PG
________________________________


ครั้งล่าสุดที่ได้เห็นหน้าเหมือนว่าจะเป็นต้นเดือนที่แล้ว นับเวลากันตามจริงก็ผ่านไปเกือบจะหกสิบวันที่ขาดการติดต่อกันไปเลย ตัวเขาก็สุดแสนจะยุ่ง ได้แตะมือถือแต่ละทีก็มีแต่คนโทรเข้าและความจำเป็นโทรออกหาคนที่ไม่ได้อยู่ในห้วงคำนึง
พอได้มีเวลาหายใจก็อยากจะตีตั๋วเครื่องบินเสียเดี๋ยวนั้น ไม่ทันขยับงานก็เข้าอีก ยังดีที่มีข่าวดีมาว่าหลังจากเสร็จสิ้นงานนี้เขาจะได้พักยาวๆสักครั้ง ใบหน้าก็แจ่มใสและขยันทำงานมากขึ้นจนลูกน้องแทบตามงานกันไม่ไหว


เสียงรถไฟเคลื่อนขบวนเข้าสู่สถานีดังขึ้นพร้อมกับมือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นสั้นๆสองสามครั้ง
ขาเรียวหยุดสตาร์ทเครื่องยนต์ มอเตอร์ไซด์สีดำเงาปลาบจอดนิ่งแถวสถานีเป็นการชั่วคราว
เก็บของที่เพิ่งซื้อมาลงกระเป๋ากางเกงอีกข้างก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาอ่านข้อความแล้วปิดลงเก็บที่เดิม



ดีโน่นับเวลาถอยหลัง อีกไม่กี่วันเท่านั้น ถ้าผ่านงานนี้ไปได้ล่ะก็...
ถึงจะบอกตัวเองว่าไม่กี่วัน ลึกๆในใจแล้วรู้ดีว่ามันแสนนานเหลือเกิน โชคดีที่วันแต่ละวันมีงานสุมมากมายเร่งให้เวลาเดินไปโดยไม่รู้สึกตัว เลิกงานดึกดื่น กลับถึงห้องก็หลับเป็นตาย แต่ในสมองก็หยุดคิดถึงร่างเล็กนั้นไม่ได้อยู่ดี ทั้งเวลาทำงาน กินข้าว คุยธุรกิจ ไม่เคยสลัดออกจากหัวได้เลยสักครั้ง


เสียงข้อความเข้าดังขึ้นอีกระหว่างอ่านเอกสารสรุปการประชุมของเหล่าหัวหน้าชมรมเมื่อวาน
มือหยิบให้เปิดดูข้อความก่อนจะวางลงที่เดิม
หันมาใส่ใจกองเอกสารคำร้องและรายงานต่อโดยบอกให้คนพูดสรุปพูดโดยไม่ต้องสนใจเขา
ทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่เคยใส่ใจมากเท่าไหร่ แค่พอรู้ไว้ควบคุม กลับกลายเป็นหัวตื้อๆ
คำพูดหลายประโยคผ่านหูโดยไม่ได้สนใจฟัง




ร่างสูงเดินออกจากสำนักงานของแฟมิลี่อื่นด้วยท่าทีเหนื่อยล้า นั่งปล่อยตัวสบายให้ลูกน้องขับรถไปยังร้านอาหารปลายทาง หยิบมือถือขึ้นมาดู พบว่าสัญญาณไม่มีสักขีด แต่ก็อย่างว่า ตอนนี้เขาต้องมาทำงานร่วมกับแฟมิลี่นี้สักระยะ แถมเป็นสถานที่ที่บอดสัญญาณสุดๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากหลับตาลงพักผ่อนก่อนถึงร้านอาหารเพื่อเจรจาธุรกิจต่อไป
ดีโน่ทำสีหน้าแช่มชื่นแม้ใจจะเหนื่อยล้า เปิดดูเมนูกราดไปเรื่อย ไม่ได้มีความคิดอยากหาอะไรใส่ท้องเลยสักนิด จวบจนถึงหมวดอาหารต่างชาติภาคตะวันออก นั่นแหละชายหนุ่มถึงได้มีอารมณ์อยากกินขึ้นมากับเขาบ้าง


ครบรอบสัปดาห์หลังจากมือถือสั่นครั้งสุดท้ายไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ขาเรียวก้าวเข้าสู่ตลาดนามิโมริ เดินเอื่อยๆแบบไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ
พยักหน้ารับคำทักทายจากลูกน้องคนสนิทก่อนจะหยุดยืนมองไปยังร้านอาหารที่มีธงหน้าร้านไม่ใช่ของประเทศเขาอยู่โบกสะบัดตามแรงลม



สิบวันเข้าไปแล้ว...
ดีโน่รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในวังวนไม่จบไม่สิ้นของงานที่กำลังทำอยู่ ทิ้งตัวกับพนักพิง ฟังรายงานจากโรมาริโอ้แบบจำเข้าหัว ระลึกได้เป็นรอบที่ห้าร้อยว่าการเป็นหัวหน้าแก๊งค์นี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ โทรศัพท์มีสายเรียกเข้า คนสนิทหยุดการรายงาน ระหว่างรอก็เตรียมเอกสารอ้างอิงในมือต่อไป คนเป็นหัวหน้าเปิดฝาพับรับสาย ได้ยินแต่เสียงคลื่นสัญญาณวิ้งๆกับเสียงกรอกแกรก ละออกมามองหน้าจอที่ไม่มีชื่อคนโทรเข้า นึกโทษสัญญาณห่วยๆของเมืองนี้อีกครั้งก่อนจะวางสายและฟังรายงานต่ออย่างเบื่อหน่าย


ร่างบางวางมือถือลงบนโต๊ะ มือประคองถ้วยชาร้อนขึ้นจิบระหว่างรออาหารมา
นับวันยิ่งติดโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบห่างตัวไม่ได้ ทั้งที่มันนิ่งสงบมาระยะนึงแล้วแท้ๆ



ในที่สุดก็ได้กลับแฟมิลี่ตัวเองเสียที เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแต่ก็ยังจัดปาร์ตี้เล็กๆฉลองจบโปรเจคใหญ่ให้ลูกน้องได้เฮฮากันบ้าง
แชมเปญขวดใหญ่ถูกเปิดฉลองท่ามกลางเสียเฮฮาของเหล่าบรรดาคนทำงาน ดีโน่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเปิดงาน ระบบสั่นของมือถือก็ทำให้เขาทิ้งหน้าทันที เปิดขึ้นดูด้วยใจเต้นระรัวและถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเพราะเป็นเพียงข้อความแสดงความยินดีจากลูกน้องเท่านั้น


เมฆปุยขาวลอยท่ามกลางฟ้าสีสดใส แขนสองข้างถูกหนุนต่างหมอน มองเมฆเคลื่อนตัวสักพักจึงหลับตาลง
ทอนฟาส่องประกายจากแดดกระทบ
น่าตลกที่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาต้องหยิบอาวุธขึ้นมาทุกครั้งที่มาที่แห่งนี้
ภาพวันวานฉายซ้ำในหัวจนเริ่มจะหงุดหงิด
ตัดใจจากการนอนเป็นการเดินตระเวนดาดฟ้าควงทอนฟาคู่ใจด้วยอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่
ได้แต่หวังว่าจะมีสัตว์กินพืชสักตัวโดดเรียนอยู่ที่นี่เช่นเดียวกับเขา



ในที่สุดก็ได้วันพักอย่างเป็นทางการมาแล้ว!
มือกดสายโทรออกทันทีที่ได้รู้ข่าวแต่ก็กดตัดไปกลางคันเมื่อมีความคิดดีๆผุดขึ้นมาในหัว หันไปสั่งโรมาริโอ้ให้จองตั๋วเครื่องบินไฟลท์ที่เร็วที่สุดให้ ส่วนตัวเองเดินวนไปรอบห้องพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี


ตรายางประจำคณะกรรมการนักเรียนกดประทับท้ายเอกสารยื่นเรื่องขออนุมัติ
รอยหมึกสีแดงเบี้ยวเล็กน้อยด้วยที่ว่าคนทำไม่มีสมาธิพอ
เขานึกถึงเพลงโรงเรียนที่มาพร้อมสายเรียกเข้า ยังไม่ทันได้ขยับแขนเสียงนั้นก็เงียบหายไป
กระนั้นก็ยังหยิบมันขึ้นมาดู รายชื่อโทรเข้าเมื่อครู่ทำให้ติดใจสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆ
ไม่ทันไรก็สะบัดหัวไล่ความคิด ตั้งหน้าตั้งตาทำงานตรงหน้าให้เสร็จๆไป




ผู้ติดตามเร่งฝีเท้าด้วยกลัวคลาดสายตากับบอส รู้ดีว่าถ้าคลาดไปเมื่อไหร่ ใช่จะหาตัวจับกันง่ายๆ คนเป็นหัวหน้าก็เริงร่าผิดปกติมาตั้งแต่เมื่อวันก่อน และด้วยอาการแบบนี้ ต่อให้ไม่บอกเขาก็รู้กันทั้งแฟมิลี่แล้วว่าบอสป่วยเป็นโรคอะไร
ดีโน่หันไปขอกุญแจเข้าห้องพักจากโรมาริโอ้ เหวี่ยงกระเป๋าไว้แถวโซฟาก่อนจะมีคำสั่งให้เอารถออก ส่งเขาไปยังเมืองที่คุ้นเคย


วันนี้รู้สึกเบื่อเร็วกว่าปกติ บิดมอเตอร์ไซค์เข้าถนนเส้นไม่คุ้นเคย มองไปยังลานกว้างแล้วก็กระตุกยิ้ม
ชะลอรถจอดไว้ห่างๆก่อนจะเดินเข้าไปหาคนรู้จักตัวกระจิ๋วที่ฝีมือไม่กระจิดเท่าขนาดตัว
อยากจะออกแรงเสียหน่อยก็ดันโดนใช้ไหล่เป็นที่ยืน และซัดยังไงก็จับทางไม่ได้เสียที



ดีโน่วิ่งเข้ารั้วโรงเรียน เงยหน้ามองดาดฟ้าด้วยความคุ้นชินก่อนจะเปลี่ยนเป็นเดินทอดน่องเมื่อเข้าสู่ตัวอาคาร
ก้าวขาขึ้นบันไดแต่ละขั้น จำได้ดีว่าต้องเดินไปทิศไหนเข้าห้องไหนถึงจะเจอคนที่อยากเจอ และด้วยความอยากจะทำให้อีกฝ่ายแปลกใจ ทำสีหน้าลัลลา ถือวิสาสะเปิดประตูโดยไม่ได้เคาะ และสิ่งที่เห็นเป็นเพียงห้องที่ไร้ผู้คน


ร่างบางเล่นจนพอใจ อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ทำอะไรนอกจากหลบไปมาจนเริ่มจะเบื่อ
เพลงโรงเรียนดังขึ้นจากกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง ชื่อมือขวาคนสนิทโทรเรียกเนื่องจากมีปัญหาเรื่องพื้นที่
ฮิบาริตอบรับสองสามคำก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังมอเตอร์ไซค์คู่ใจ บิดคันเร่งให้สายลมแรงประทะใบหน้า



ขาเรียวเดินไปทุกทีที่คาดว่าจะเจอ การกระทำสูญเปล่าทุกอย่าง เดินมาจนแทบทั่วโรงเรียนแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
ไม่เป็นไร..เขาให้กำลังใจตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพาตัวเองไปยังละแวกแถวโรงเรียน ตามหาคนที่เขาอยากเจอ ศีรษะหันซ้ายหันขวาบ่อยครั้ง ส่องสายตาตามจุดต่างๆที่กึ่งเดินกึ่งวิ่ง คอเริ่มแห้ง เม็ดเหงื่อผุดทั่วร่าง หยิบมือถือขึ้นมาหวังให้มันช่วยแล้วก็เปลี่ยนใจ ไม่ว่ายังไงก็อยากเห็นสีหน้านิ่งๆนั้นเจือแววประหลาดใจที่ได้เห็นเขา


เรื่องเก็บค่าพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่นทันทีที่เขาไปถึง
รอยยิ้มเย็นส่งให้คุซาคาเบะก่อนจะแยกตัวไปอีกทาง ทิ้งให้อีกคนรับผิดชอบพาหนะคู่ใจของเขาต่อไป
เดินเรื่อยเปื่อยจนเกือบสุดตัวเมือง เงยหน้ามองกิ่งไม้ใหญ่ที่ใช้เป็นร่มเงา
กระโดดรวดเดียวขึ้นไปยืนมองวิวจากมุมสูง เมื่อเห็นว่ากิ่งหนานี้รับน้ำหนักเขา และมีขนาดพอเหมาะจึงเอนกายพักรับลมเย็นไหลเอื่อย ได้ยินเสียงใบไม้เสียดสีราวทำนองดึงเขาจมลงสู่การหลับไหล



ชายหนุ่มวิ่งเข้าแหล่งชุมชนนามิโมริ เหลือบเห็นพาหนะคุ้นตาแล่นผ่านไป น่าเสียดายที่ผู้ขับขี่ไม่ใช่คนที่เขาอยากเสวนาด้วย หลังมือยกขึ้นปาดเหงื่อที่เจียนไหลเข้าตา มองซ้ายมองขวาก็แล้ว ถามคนแถวนั้นก็แล้ว ได้ข้อมูลมาก็ดูเหมือนจะสูญเปล่า
ทั้งที่เป็นคนที่ไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางคนนับล้านเขาก็หาเจอได้โดยง่ายแท้ๆ...
ร่างใหญ่หยุดอยู่ที่สวนหย่อม ยืดเส้นสาย สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด มองเงาร่มไม้ใหญ่ สายลมแถวนี้เหมือนจะเย็นกว่าที่อื่น ให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ใจฮึดสู้วิ่งย้อนกลับทางเดิม คิดว่าอาจจะมีสักที่ที่สวนทางกันก็เป็นได้


จู่ๆก็เหมือนถูกปลุกขึ้นมา ร่างโปร่งยันตัวขึ้นอย่างระมัดระวัง หาวจนน้ำตาซึม
ไล่มองบรรยากาศรอบๆที่เย็นลงทุกที ทั้งพระอาทิตย์ก็แทบจะลับขอบฟ้าไปแล้ว
ฮิบาริกระโดดลงจากต้นไม้ บิดตัวยืดเส้นสองสามครั้งก่อนจะออกเดิน



สนามเด็กเล่นไม่มีเด็กสักคนนั่งอยู่ ดีโน่จึงพาตัวเองไปนั่งพักที่ชิงช้าเล็ก ออกแรงไกวมันเบาๆ รู้สึกล้าไปทั้งขา ถอนหายใจยาว นึกในใจว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเขาอย่างที่หวังเอาไว้
เหม่อมองถนนที่แทบไม่มีรถวิ่ง ได้ยินเสียงเอะอะจากกลุ่มวัยรุ่นอยู่ไกลๆก็คิดว่าจะไปดูเสียหน่อย


เสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาตอนร่างสูงกำลังปัดกางเกง หันหน้าไปมองแล้วยืนนิ่งอยู่สักพัก มองร่างคุ้นตากำลังเดินผ่านไปราวภาพสโลโมชั่น เสียงสายห้อยมือถือกระทบกันเวลาเดินเป็นจังหวะเรียกให้ดีโน่ออกเดิน จากที่ก้าวยาวๆเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่ง มือเอื้อมสุดแขนสัมผัสบ่าเล็ก







ในที่สุด...ก็ได้เจอเสียที...





"เคียวยะ"

เจ้าของชื่อหันไปมองใบหน้ายิ้มแย้มที่พราวไปด้วยเหงื่อ นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างแปลกใจ และนั่นทำให้ดีโน่ได้สมหวังหลังจากที่อดทนมาเสียนาน

"ฉันตามหานายซะทั่วเลย"

"ใครใช้ให้หาล่ะ" ริมฝีปากกลับมางอง้ำเมื่อตั้งสติได้ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ทำท่าไม่สนใจอย่างเคย

"ไม่มีหรอก ฉันอยากหานายให้เจอเองแหละ นึกว่าวันนี้จะไม่ได้เจอซะแล้ว..."

ฮิบาริหันกลับไปมองคนที่พูดปนหอบหายใจ ผมเผ้ากระเซิงกว่าทุกทีที่ได้เจอ รองเท้าใหญ่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ ดูท่าว่าจะตามหาเขานานพอสมควร เห็นแล้วก็ก้มหน้าลงมองมือใหญ่ที่ยังคงอยู่บนไหล่ของเขา

"คิดถึงเคียวยะ..."

คนฟังพยักหน้ารับแบบไม่รู้จะทำอะไรได้ดีไปกว่านี้ ทันใดก็ถูกคว้าเข้าไปกอดแน่น ไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่ายแนบแน่นราวกับจะเติมเต็มเขา ในหัวที่มีแต่เรื่องวุ่นวายกับโล่งโปร่ง หน้าเรียวซบลงบนไหล่กว้างค่อยหลับตาลงสูดกลิ่นไอที่ห่างหายไปเสียนาน

"คราวนี้ฉันได้พักยาวล่ะหลังจากที่เหนื่อยจนเลือดตาแทบกระเด็น! เคียวยะก็คงงานหนักเหมือนกันสินะ?" น้ำเสียงร่าเริงพูดข้างหูบาง กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไปอีก "ที่ที่ฉันไปไม่มีสัญญาณเอาเสียเลย นายได้โทรมารึเปล่า?"

ฮิบาริส่ายหัวเล็กน้อย "ไม่ได้โทรไปซะหน่อย"

"เสียดายจัง ฉันคิดว่าต้องเป็นเคียวยะแน่ๆแท้ๆเลยนะ..." ดีโน่ยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม คลายอ้อมกอดมาสัมผัสเรือนผมสีดำสนิท

ร่างโปร่งหมุนตัวในทันที ซ่อนใบหน้าแดงระเรื่อไม่ให้อีกคนเห็น เขานั่งแหมะลงบนรั้วกั้นของสนามเด็กเล่นโดยมีร่างสูงเดินตามมาด้วย นิ้วใหญ่เริ่มเกลี่ยปอยผมของเขาเล่น พอเงยขึ้นไปสบตาก็เห็นรอยยิ้มบนใบหน้านั้นจึงเลื่อนลงมองชายเสื้ออีกฝ่ายแทน

ดีโน่ถอยออกมาเล็กน้อย โน้มตัวลงให้ใบหน้าเสมอกันก่อนจะขยับเข้าไปให้เป็นการหยั่งเชิง เมื่อไม่เห็นท่าทีใดๆจึงร่นระยะห่างให้น้อยลงจวบจนริมฝีปากสัมผัสกันทำเอาคนนั่งอยู่สะดุ้งตัว มือใหญ่เลื่อนจากปอยผมมาประคองท้ายทอยรับสัมผัสจากเขา ปลายลิ้นเลียริมฝีปากบางเล่น ค่อยลุกล้ำเข้าทีละนิด ฮิบาริเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หลุบตามองสีหน้าแช่มชื่นปนขัดเขินนั้นแล้วก็เกือบจะยิ้มออกมา

ริมฝีปากละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง จงใจจ้องใบหน้าแดงระเรื่อจนถูกหลบตา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วเข้าจูบอีกครั้ง ทั้งรุกไล่ขยับเปลี่ยนมุม ได้ยินหัวใจตัวเองเต้นกระหน่ำ มือเล็กที่ยกขึ้นวางบนไหล่ก็สั่นเล็กน้อย ดีโน่หยุดการกระทำแล้วนั่งลงข้างๆ กดจมูกลงบนใบหน้าขาวก่อนจะกระถดตัวออกมา ทอนฟาวาวเฉี่ยวเสื้อเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"จะออกแรงอยู่เรื่อยเลยน๊า..." ดีโน่พูดแซว ลุกขึ้นยืนตรงหน้าอีกฝ่าย กดแขนบางทั้งสองข้างลง

ฮิบาริยกมุมปาก ขืนแรงกดแล้วลุกขึ้นยืนประจันหน้า "ฉันจะได้ชนะนายสักทีไง"

"นี่ก็ชนะอยู่แล้วนะเคียวยะ" ดีโน่พูดกลัวหัวเราะ ยอมให้ทอนฟาทาบคอตัวเอง เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อออกกำลังซะหน่อยนี่นะ

"หมายความว่าไง?"

คนถูกถามโน้มหน้าไปใกล้ พูดเสียงต่ำราวกับเป็นความลับสุดยอด "ไว้เคียวยะแพ้ฉันเมื่อไหร่จะบอกก็แล้วกัน"

"งั้นคงฉันคงไม่รู้ตลอดกาล" ฮิบาริหัวเราะหึในลำคอ ยอมให้คนตรงหน้าเข้าครอบครองริมฝีปากอีกครั้งและอีกครั้ง

คนแก่กว่านึกยิ้มอยู่ในใจ อันที่จริงเขาก็ไม่ได้แพ้ และไม่ได้ชนะเช่นกัน แต่สักวันหนึ่งจะต้องบอกแน่ๆว่าความหมายนั้นมันคืออะไร


การที่ยอมดั้นด้นมาหาทุกครั้งที่ทำได้ มันมีความหมายอยู่อย่างเดียวนั่นแหละนะ~



+ END +



Talk:

หนึ่งในไม่กี่เรื่องที่แต่งแล้วรู้สึกว่าชอบ ไม่รู้ว่าจะอ่านกันเข้าใจรึเปล่านะ?
ไม่ว่ายังไง ก็คงจะหาเรื่องเอาลงแน่ๆล่ะ (ฮา)
เคียวยะยังเป็นคาร่าที่แต่งยากเหมือนเดิม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังน่ารักอยู่นะ (ยิ้ม)
คิดถึงเคียวยะจัง ไม่ได้เห็นหน้านานแล้ว ม้าโง่ก็ด้วย
สงสัยต้องกลับไปคุ้ยรีบอร์นมาอ่าน

ถ้าวาดมอไซด์ได้ก็คงดี จะวาดเคียวตอนกำลังแว๊นซ์ให้ดูวววววววววววววว

ฝากไว้ในอ้อมใจด้วยค่าาาาาา

มาโวยวายเพิ่มเติม :: ทำไมถอด SAI ลงใหม่ เปลี่ยนตัวcrackก็ยังไม่หายล่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชั้นชอบฟิลนี้ล่ะ
มันน่ารักจังน๊าาาา

#1 By カフカ on 2009-07-19 21:12

ตั้งใจอ่านอย่างใจจดใจจ่อ(ทีหนังสือเรียนล่ะไม่เคย)
....กว่าจะเจอกัน=[]=!!!...ลุ้นแทบอ้วก(?)

นั่งอ่านไปยิ้มไป>O<"

แล้วจะรออ่านต่อไปเรื่อยๆค่ะ ฮุฮิ

ปล.ไปอ่านหนังสือสอบละค่ะ ฟิ้ว~~~~

#2 By คิลเลอร์Yuki on 2009-07-19 21:51

โดนใจมาก ตรงประโยคที่ว่า -ในที่สุด...ก็ได้เจอเสียที...-
แบ่งเป็น D side 18 side ชอบมากกกกกค่ะ

#3 By แมวมะม่วง on 2009-07-19 22:21

วิธีการเล่าเรื่องทำให้อ่านเข้าใจได้โดยง่ายเลยจ้าconfused smile
น่ารักน่าลุ้นดี อ่านไปก็แบบว่าเมื่อไหร่มันจะเจอกันซะที(ฟระ)
เฟล่อนชอบ D18 ด้วยหรือนี่ (แปลว่าชอบ 18 เคะ?)
ชอบพี่ม้ามากเลยง่ะ เซ่อซ่าน่ารักแต่แอบเท่(โคตร)ในบางเวลา โดยเฉพาะ TYL นี่เร้าใจจริง
คิดถึงพี่ม้าอยากให้มีบทเยอะกว่านี้ง่ะ ออกมาserviceผู้อ่านกับฮิบาริแป๊บเดียว ตอนนี้ฮิบาริเริ่มไปทางยามะแระ
sad smile (อ่านแล้วใช่มั๊ย? แค่ช่องเดียวก็คันตับได้)

#4 By poomiminn on 2009-07-19 23:17

โฮรกกกกกกกกกกกก น่ารัก!!!!

นังเรนนี่ชอบฟิกน่ารักๆค่ะ แพ้ทางอย่างรุนแรง อ่านแล้วมันจะปลื้มๆๆๆจนเหมือนจะทนไม่ได้
เรื่องนี้ชอบที่สุดตรงฉากจบแล้วก็ที่เล่าเรื่องของทั้งสองคนแบบขนานกันไปล่ะค่ะ โอยยย คุณเคียวซึน..พี่ม้าน่ารัก cry

โดยส่วนตัวแล้ว ในความคิดของนังเรนนี่ พี่ม้าชนะเลิศค่ะ!!! ก..ก็ได้จุ๊บแล้วจุ๊บอีกนี่นา...โฮกกกกกกกกกกกกกcry

#5 By ~Rainy Day~ on 2009-07-20 00:26

ว้ายย น่ารักมากเลยค่ะcry

จุ๊บแล้วจุ๊บอีก งานนี้ม้าโน่วชนะแบบใสๆเลยฮระ

#6 By Piekai on 2009-07-20 16:32

อ่านแล้วเขินอะวั๊ยยย */////*
หวานเจี๊ยบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
อ่านที่ออฟฟิศ อยากยิ้มแต่ต้องเก๊กไว้
ช่างทรมานแต่สุขสม (มาโซนะเนี่ย 55)

เลิกงานดึกดื่น กลับถึงห้องก็หลับเป็นตาย
^ Base on a true story นี่นา *-*!!

#7 By [sani] on 2009-07-20 17:17

น่ารักcry น่ารักมากเลยค่ะ
น่ารักอ่านไปลุ้นไปหน้าแดงไป=///=
พี่โน่ก็น่ารัก คุณฮิก็ซึนน่ารัก อ๊างงงง

#8 By nunu on 2009-07-20 22:22

โห สุดยอด
ผมเพิ่งมาใหม่ไม่เคยอ่านอะไรสุดยอดอย่างพี่เลย

『 フェロン 』 View my profile

Recommend