[Reborn Fanfic]: Look at blue sky

posted on 04 Aug 2009 13:15 by felon  in Reborn

ตอบเมนท์ก่อนบ่นยาว
(ส่วนแทคโต๊ะคอมเน่าๆขอเลื่อนไปก่อน จะลงตอนที่ไม่แต่งฟิคแล้วกันนะ (ฮา))

 

By カフカ <<< เอาเรื่องนี้มาร้อนแข่ง (ฮา)

By Mercutery  <<< เนียนเหมือนคนคอส? คืออะไรเหรอพี่? คนคอสคนไหนเหรอ? ทำไมเฟล่อนไม่รู้เรื่องเลยล่ะคะ?

By kuwa[R]i...  <<< ไม่รู้ว่าเริ่มดีรึเปล่านะ เพราะเหมือนจะได้เรื่องอยู่แค่นั้นแหละ OTL ก๊กคุงของเรายังไม่เหมือนเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่นับว่ามันก็ง่ายกว่าแต่งฮิบาริแล้วกัน (รายนั้นยากของจริง TvT) หัวเบสบอลในเรื่องก็ประมาณอย่างที่คุวาริว่ามานั่นแหละ แต่เราเองก็ไม่รู้จะสื่อมันออกไปได้ยังไง เพราะอยากเน้นฝั่งโกคุมากกว่ายามะนี่นา...

By ffr -_-  <<< พูดไปก็ไม่ซึนสิคะ? (ฮา)

By Kisskit  <<< เค้าไม่ได้ตั้งใจไล่นะ เค้าเป็นห่วงตะหากกก มันดึกแล้วววววววววว ใครจะไล่โกคุได้ลงคอ? เฟล่อนจะไปกระทืบมัน! (จริงจังที่สุด...)

By Piekai  <<< ชอบประโยคที่ว่า "ปากแข็ง(แม้กับตัวเอง)" มากเลยค่ะ อาจจะเอาไปใช้ในฟิคเรื่องอื่น (ขโมยกันงี้เลยเรอะ เฟล่อน??)

By คิลเลอร์Yuki  <<< ก็จริงค่ะ แต่เพราะสองคนนั้นเป็นแบบนั้น เฟล่อนถึงได้ชอบไงคะ ^^

By แมวมะม่วง  <<< ฝ่ายนั้นเค้าก็คิดถึงนะ แต่เฟล่อนไม่เขียนเองอ่ะแหละ (ฮา)

By ~Rainy Day~  <<< กร๊าซซซซ ถ้าตอนจบยามะตามไป ต่อจากนั้นก็ NC เป็นแน่แท้!!!! (ฮา) คิดไว้เหมือนกันแหละ แต่เฟล่อนแต่ง NC ไม่เป็นอ่ะค๊าาาาาาาาาาาาาาา กลับมาแต่งฟิค? ตอนนี้มันตามอารมณ์มากกว่าแฮะ ยังไงก็เหอะ เรนนี่ก็ลงเรื่องใหม่สักทีสิ อยากอ่านนนน (ทวงกันโต้งๆ)

By [sani]  <<< "นิสเนิงงงง" นี่คืออะไรเหรอ? ไม่รู้จักอ่ะ (ไปทางนู้นไป ไอ้แก่!!) ใครเค้าจะขี้เนียนเหมือนคุณล่ะครับ? ไอ้แก่นี่...

By +~ZiZZy~+  <<< ถ้ายามะฉลาด ก็ไม่ใช่สมองเบสบอลสิคะ?

By Janeiiz__,,  <<< เราชอบฉากเอาหน้าไถเหมือนกันค่ะ อยากแต่งให้ก๊าวกว่านี้ แต่หัวมันหลวง คิดอะไรไม่ออก... (คิดว่าถ้าเอาเบสบอลมาใส่หัวกลวงๆนี่ก็อาจจะแต่งได้อีกหลายเรื่อง? << ตลกละ!)



แหะๆ
ตอนแรกอยากจะทำอะไรเป็นที่ระทึกแสนฮิต
แต่เก๊าขี้เกียจอ่ะ (ฮา)

เอาแต่ฟิคก็พอเนอะ เนอะ เนอะ

 

____________________________________________________________________



 ถ้าคนเราพูดได้อย่างที่ใจคิด...



โลกใบนี้ยังจะสนุกอยู่รึเปล่านะ?





[Reborn Fanfic]: Look at blue sky
Main: 8059
Rate: PG
______________________________________


เสียงอุทานด้วยความยินดีดังขึ้นก้องสนาม เมื่อลูกขาวหนังกลมตกลงบนถุงมือทีมฝั่งตัวเอง เขาวิ่งไปตามจุด หันไปหัวเราะให้เพื่อน รู้ดีว่าทีมตนเป็นฝ่ายชนะ ถึงจะเป็นแค่การแข่งกันเองก็ตาม แต่ไม่มีใครไม่ยินดีกับชัยชนะแน่นอน ร่างสูงวิ่งไป มองหน้าเพื่อนๆในทีมไป จนสะดุดเข้ากับเมาส์ด้านหลังล้มลงกลิ้งไปตามพื้น ได้กลิ่นดินกับใบหญ้าสดรอบตัว เขาพลิกตัวนอนหงายมองท้องฟ้าสีสวย จวบจนเพื่อนเข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง

เปลี่ยนเสื้อ จัดการตัวเองให้เหมือนนักเรียนปกติทั่วไปได้ก็พร้อมที่จะเข้าเรียน จังหวะที่เดินเขาตัวอาคาร เห็นร่างบางคุ้นตาอยู่กับเพื่อนตัวเล็กกำลังขึ้นบันไดไปยังห้องเรียน จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะให้ทันเพื่อน

แต่พอวิ่งไปจนเกือบจะถึง ร่างสูงก็ชะงักไปเล็กน้อย




ยังไงดีล่ะ?

ไม่ๆ อย่าคิดมาก เป็นธรรมชาติเข้าไว้!





คิดตกแล้วก็ก้าวไปอีกก้าวยาวๆ เข้าไปกอดคอเพื่อนรักทั้งสองพร้อมคำพูดทักทายยามเช้า คนนึงหัวเราะและทักทายตอบอย่างอารมณ์ดี อีกคนทำหน้ารำคาญ ด่าว่าเขาสองสามคำ ปัดมือเขาทิ้งแล้วเดินต่อไป ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน

ตอนกลับบ้านได้มีโอกาสกลับด้วยกัน โชคดีที่เมื่อเช้าซ้อมไปเยอะพอสมควรแล้ว ระหว่างทาง เดินกันในแนวหน้ากระดาน คนกลางเป็นคนตัวเล็กชวนคนนู้นคนนี้คุย ถึงจะคุยกันเรื่องในโรงเรียน เรื่องแซวอาจารย์ที่สอน แต่ทุกครั้งที่ร่างโปร่งพูด เขาจะเงียบถึงที่สุด พยายามเดินรั้งท้าย หรือมุมไหนก็ได้ที่ได้เห็นสีหน้านั้นชัดๆ


ริมฝีปากที่ขยับ แววตา ท่าทางที่พูด ดูสดใสและเต็มใจมากกว่าตอนที่คุยกับเขาหลายเท่า



ลมที่พัดมาทำเอาผมสีเงินปลิวยุ่งเหยิง เจ้าของเพียงแค่เสยมันลวกๆโดยไม่เสียจังหวะการคุยแม้แต่น้อย





ถ้าได้ใกล้มากกว่านี้...ก็คงจะดี





ทุกเช้าเป็นเป็นกิจวัตรแห่งการทักทาย บางทีก็ยีหัวคนตัวเล็กเล่นบ้าง ผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มมือน่าหมั่นเขี้ยว แต่กับอีกคน เพียงแค่เขาสัมผัสโดนก็ทำหน้าบูดเสียแล้ว

ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง บางวันทำเพียงแค่โบกมือทักทายก่อนจะเข้าไปกอดคอเพื่อนตัวจ้อย คราวนี้...ทั้งที่ยังไม่ได้สัมผัส ก็โดนสะบัดหน้าหนีเสียอย่างนั้น


กลับบ้านเที่ยวนี้ไม่มีร่างเล็กมาด้วยอย่างทุกครั้ง รู้สึกประหม่าชอบกล ถึงจะเป็นคนคุยเก่ง เข้ากับคนอื่นได้ง่ายถึงง่ายมากที่สุด แต่กับคนคนนี้ เขากลับไม่รู้สักวิธีที่สามารถคุยได้อย่างปกติ ยิ่งวันนี้ขาดคนกลางไป เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะเดินกลับบ้านกับเขาไหม

เห็นร่างบางเก็บของเสร็จ พอหันมาทางประตูห้องเห็นคนยืนรออยู่ก็ชะงักเท้า กรอกตาซ้ายขวาราวกับหาหนทางเลี่ยง ใจห่อเหี่ยวขึ้นมาทันตา แบบนี้แล้ว...เขาไม่ควรจะรอดีกว่าไหมนะ?

กำลังจะเดินจากไป หูก็ได้ยินเสียงบ่นตามหลังมา เขาหันไปมองใบหน้าบูดบึ้งสบถด่าเขา ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินอยู่ระยะเดียวกัน ทั้งที่จะเร่งฝีเท้าหรืออยู่โยงไปก่อนก็ทำได้ นัยน์ตาสีเขียวเหลือบสบตาเขาชั่ววินาทีแล้วหันหนีไป





สักวัน อาจจะดีกว่าตอนนี้ก็ได้...






พักกลางวันเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนไม่แพ้ตอนเช้า แถวร้านอาหารคนจะเต็มแบบเบียดเสียด วันนี้เขามากับร่างบางที่บ่นเรื่องคนเยอะไม่หยุด ชะเง้อมองขนมปังที่ยังเหลืออยู่ในถาดแล้วอาศัยแขนยาวๆคว้ามาได้ตามจำนวนคน ถึงจะไม่มีโอกาสเลือกรสชาติที่ถูกใจ แต่ก็ย่อมดีกว่าไม่ได้กิน แขนเรียวหอบเครื่องดื่มเดินตามเขามาติดๆ สีหน้าบูดบึ้งติดรำคาญเต็มที ก็ได้แต่หัวเราะกลับไป




ไม่ใช่เพราะเรื่องที่พูดมันน่าขำ..

...แต่เพราะดีใจที่ได้คุยกันแบบนี้...





เช้าอีกวันที่เกิดการทักทายขึ้นเหมือนเดิม ลงแขนเข้ากอดเพื่อนทั้งสอง คุยเรื่องซ้อมเบสบอลและตารางการแข่งขัน เพื่อนหัวชี้หันมาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น กับอีกคน...ได้แต่รอแย้งเรื่องของเขา โดยที่มือใหญ่ยังคงอยู่บนลาดไหล่บางอย่างปกติสุข



ยากที่จะเดาว่าเกิดอะไรขึ้น...

แต่ว่า...มันก็สำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว!





ขาก้าวขึ้นบันไดไปร้านซีดีเรคอร์ดชั้นบนของตึกย่านการค้า ตามองกระดาษในมือสลับกับซีดีมากมายที่วางเต็มชั้นวาง หน้าชั้นมีหูฟังกับเครื่องเล่นคล้องอยู่สำหรับคนที่สนใจจะลองฟัง เผอิญว่าตัวเขาเองไม่ถนัดทางด้านนี้เสียด้วย แถมกำลังเกิดปัญหาเพราะหาซีดีไม่เจอ อยากจะเดินไปหาพนักงานในร้าน แต่ดูเหมือนตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งกับของสต๊อกใหม่ที่วางเรียงหลายลัง ตัดสินใจเดินหาเองก็ราวกับเดินวนอยู่ในเขาวงกต




เขาอาจจะโชคดีในความโชคร้ายนี่บ้างก็ได้ อย่างที่ว่า...



แผ่นหลังอันคุ้นตาอยู่ถัดไปสองแถว หัวใจคนสังเกตเห็นถึงกับกระตุก มือทาบที่หน้าอกตัวเอง สูดหายใจเข้าลึก เป็นไปได้ก็อยากจะไปวิ่งวอร์มรอบร้านสักสองสามรอบ เสียแต่ไม่ว่างถึงขนาดนั้น

เมื่อเตรียมใจพร้อมแล้วก็เลียบๆเคียงๆเดินเข้าไป เขามีเวลาราวห้าวินาทีที่ต้องคิดอย่างหนัก


จะเข้าไปยังไง?
เข้าไปแล้วจะทักยังไง?
แล้วทำยังไงถึงจะมีเรื่องคุยต่อได้?
ทำยังไงถ้าโดนไล่ออกมา?
ทำยังไงถ้าอีกฝ่ายมีนัดต่อแล้ว?

ต้องทำยังไงถึงจะรั้งตัวไว้กับเขาให้นานที่สุด?


สาม

สอง


หนึ่ง


"โอ้! นายก็มาร้านนี้เหมือนกันเหรอ?"

ตลกแบบขำไม่ออกกันเลยทีเดียว ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว ที่เหลือ...อะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิดไปสินะ...

"แปลกใจมากกว่าที่ได้เห็นมนุษย์เบสบอลเดินได้อย่างแกเข้าร้านแบบนี้..." ร่างบางไม่หันหน้ามาแม้แต่นิด ยังคงอ่านรายชื่อเพลงบนปกหลังซีดีในมือต่อไป


นี่มันขั้นวิกฤตแล้ว....

ทำอะไรสักอย่างสิทาเคชิ!




"เอ่อ...ที่จริงฉันมาซื้อของให้เพื่อนน่ะ แต่หาซีดีแผ่นนี้ไม่เจอ นายช่วยหน่อยได้ไหม?" ยามาโมโตะยื่นแผ่นกระดาษไปตรงหน้า ดวงตาสีเขียวเหลือบมองเพียงนิดเดียวแล้วยื่นแผ่นซีดีในมือให้

"เพราะแกมัวไปหาผิดประเภทอยู่น่ะสิ ตรงโน้นมันเพลงคลาสสิค หายี่สิบชาติก็ไม่เจอหรอก"



หือ?


"อ่า...เหรอ.. คือรู้แต่ชื่อมันนี่นา ฉันไม่รู้ประเภทมันนี่" คนพูดลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ "...ก็...ถ้านายเห็นฉันนานแล้ว..ก็น่าจะเรียกกันบ้างสิ..."

คนข้างตัวกระตุกไปเล็กน้อย ก้มหน้าลงให้ผมลงมาปรกหน้ากว่าเดิม "ม...ไม่เห็นแกซะหน่อย! ต...ต่อให้เห็นก็เถอะ ทำไมฉันต้องไปเรียกหัวลูกเบสบอลอย่างแกด้วยล่ะ!"

ร่างสูงโน้มตัวลง ทำเป็นดูแผ่นซีดีที่อยู่ด้านล่าง หันหน้ากลับไปมองคนที่ก้มหนี เพียงครู่เดียว อีกฝ่ายก็รู้ตัวแล้วหันหนีไปอีกทาง
สำหรับยามาโมโตะที่ยังนั่งค้างอยู่ท่านั้น เขาค่อยเลื่อนสายตาลง หันกลับมาหันหน้าเข้ากำแพง รู้สึกหน้าตัวเองร้อนวูบขึ้นมา ไม่ว่าจะทำเป็นเฉยแค่ไหนความร้อนยิ่งไม่ปราณีเขา มันลามไปถึงใบหูจนไม่กล้าจะมองหน้าใครในตอนนี้



โกคุเทระเมื่อครู่ก็คงจะเหมือนกันใช่ไหม?



ยามาโมโตะเรียกแรงใจคืนมา กระแอมสองสามครั้งแล้วยืนขึ้น เดินไปทางที่อีกฝ่ายยืนอยู่ ในช่องอกเต้นระรัว มือสะกิดต้นแขนเรียกความสนใจ

"นายไปไหนต่อไหม?"

"ไปให้ไกลจากแกไง" คนตอบสวนมาทันทีแบบไม่ต้องยั้งคิด คนฟังเองก็เกือบจะใจแป้วไปแล้วเหมือนกัน ถ้าไม่ทันเห็นสีแดงระเรื่อบนใบหน้านั้น "อะไร...แกมาทำหน้าแดงใส่ฉันทำไม? กินลูกเบสบอลต่างข้าวมากไปเหรอ?"

"เปล่าๆ" ยามาโมโตะหัวเราะแบบมีความหมาย เข้าใจคนเดียว "ฉันไปจ่ายเงินก่อนนะ รอแป๊บเดียว"

"ทำไมต้องรอแกด้วยล่ะห๊ะ?"

คำพูดไล่หลังเจือด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย ระหว่างที่ต่อคิวบริเวณแคชเชียร์ก็หันไปมองร่างบางเป็นระยะ ไอ้กลัวถูกเดินหนีก็กลัวอยู่หรอก แต่ก็คิดไม่ออกมาถ้าอีกฝ่ายเดินหนี เขาจะตามไปแล้วจะโดนโกรธแค่ไหน ก็พอจะรู้อยู่ว่าโกคุเทระน่ะ ความเป็นส่วนตัวสูงจะตายไป วันนี้โกคุเทระอาจจะอยากมาเดินเล่นคนเดียวก็ได้


"ช้าเว้ย"

บ่นไม่หยุดแต่ก็รอจนธุระเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงเอ่ยปากขอโทษทั้งที่สีหน้ายิ้มแย้ม บอกได้เป็นอย่างดีว่าไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด






..ก็รู้สึกผิดอยู่แหละนะ แต่ความดีใจมันมีมากกว่ามากๆเลยนี่...






เดินไปก็คิดไป อย่างโกคุเทระนี่ควรจะชวนไปไหนถึงจะได้คำตอบรับกันล่ะ? ตัวเขาเองก็เข้ามันแต่ร้านกีฬากับร้านที่บ้าน รึไม่ก็สนามเบสบอล ลานซ้อมหวดลูก ไม่มีไอเดียดีๆจะเสนอออกไป ถ้าเกิดว่าโกคุเทระเบื่อขึ้นมาซะก่อน เขาก็แย่....

"เฮ้อ...น่าเบื่อชะมัด"

..ล่ะสิ

คิดยังไม่ทันจบประโยคก็ได้ประโยคนี้มาแล้วงั้นเหรอทาเคชิ!!!
แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ? จะชวนไปไหนดีล่ะ?

"คือว่า..."

"ไปร้านนู้น"

"หา?"

"ไปร้านนู้นไงล่ะ ถ้าแกไม่ไปก็แยกตรงนี้เลยแล้วกัน"

"ป...ไปสิ!!"

ไม่รู้หรอกว่าร้านอะไร ขายอะไร ไปทำไม แต่ว่าถ้าไปกับคนข้างๆนี่ก็ไปได้ทั้งนั้น



แบบนี้แปลว่า...เขาอยู่ด้วยได้ใช่ไหมนะ?







ฟ้าสีครามกับลมที่พัดแรง วันนี้ก็คงเป็นวันที่อากาศดีอีกวันแน่ๆ ตอนนี้สถานการณ์กำลังเข้าขั้นที่เรียกว่าคงที่ ถึงตอนนี้จะเข้าไปมากกว่านี้ไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าห่างเหมือนเมื่อก่อนเยอะ ไม่ว่าจะกอดคอหรือพูดคุย ถึงจะโดนเถียงบ้างอะไรบ้าง มันก็เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะความโกรธเกลียด

"อ๊ะ ระวัง!"

ไม่รอที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้ มือรั้งต้นแขนบางให้ห่างจากน้ำที่โดนสาดลงมาจากบนอาคารเรียน แม้ว่าจะไม่เปียกทั้งตัว แต่ก็มีส่วนที่เลอะไปพอสมควร แค่ดูจากคราบสกปรกเสื้อ ก็บอกได้เลยว่านี่คือน้ำถูพื้นห้องเรียนอย่างไม่ต้องลุ้น

"เฮ้ย!!! ก็สาดทิ้งลงมาได้นะ! หัดมองข้างล่างมั่งสิเจ้าพวกน่ารำคาญนี่!!! มีสมองไว้ปลูกหญ้ารึไง?" คนหวิดโดนทั้งตัวบ่นปนต่อว่า เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าต่างบานดังกล่าว แน่นอนว่าไม่มีใครเหลืออยู่ให้ด่าแล้ว

ผมสีเงินอ่อนเปียกลู่ คราบสีเข้มเกาะเหนอะที่เรือนผมและใบหน้า แขนขาวพยายามปาดน้ำสกปรกไม่ให้เข้าตา ยู่หน้าเมื่อกลิ่นมันสุดจะทน

"ไปห้องชมรมฉันก่อนแล้วกัน ยังไงที่นั่นก็มีผ้าขนหนูกับห้องน้ำ" ร่างสูงพาไปโดยไม่รอคำตอบใดๆทั้งสิ้น หูได้ยินเสียงบ่นงึมงำจากคนข้างตัว

เปิดล็อคเกอร์ หยิบผ้าขนหนูกับเสื้อสำรองออกมา คาดว่าจำเป็นต้องใช้ยื่นให้อีกคน

"ถ...ถ้าจับมืออยู่แบบนี้ก็ถือไม่หมดหรอกว้อย! ตาแกถั่วเหมือนลูกเบสบอลในสมองแกเหรอ?!"

"อ๊ะ! ข..ขอโทษ"

ไม่นานเกินรอ ร่างบอบบางก็ออกมาจากห้องน้ำ แขนเสื้อที่อยู่ตรงกลางท่อนแขนด้านบน พอร่างบางใส่มันก็ตกลงมาอยู่บริเวณข้อศอก ไม่คิดมาก่อนเลยว่าขนาดตัวจะต่างกันขนาดนี้

"เสื้อแกตัวใหญ่ชะมัด ดีนะที่กางเกงฉันไม่เปียกมาก ถ้าใส่ของแกมีหวังได้กลายเป็นชุดนอน"

"...."

"เดี๋ยว...ไอ้เสียงกลั้นขำเมื่อกี้มันอะไรวะ? จะหาเรื่องกันเรอะ?!"

"เปล่าๆ" ยามาโมโตะกระแอมกลบเกลื่อนเสียสองสามที "นายเช็ดผมให้แห้งเถอะ นี่จะเริ่มคาบสุดท้ายแล้วนะ"

ดูท่าว่าโกคุเทระจะไม่ยอมทำตามที่บอก มือใหญ่จึงเข้าจัดการด้วยตัวเอง

"ยุ่งจริง! ปล่อยไว้เดี๋ยวมันก็แห้งเอง จะอะไรนักหนา?"


ไม่จะอะไรหรอก
แต่มันแปลกๆ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นสภาพนี้ก็เท่านั้น...



ผมที่ลู่แนบใบหน้า น้ำที่หยดจากปอยผมลงมา...


ไม่เอา!!!
ยังไงก็ไม่ยอมให้ออกไปสภาพนี้เด็ดขาด!

"เช็ดๆไปเถอะ กลัวนายจะไม่สบายน่ะ"

"ฉันไม่อยากให้น้ำหน้าอย่างแกมาพูดแบบนี้กับฉันหรอก"

"ก็มันเป็นห่วงนี่"

เกิดความเงียบชั่วกาลนาน...



โชคดีรึเปล่าไม่แน่ใจ ผ้าขนหนูในมือเขาบังใบหน้าเรียวนั้นอย่างพอดิบพอดี เห็นแต่ว่าริมฝีปากนั้นเม้มกันแน่น จึงทำเป็นไม่ใส่ใจ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการแบบนั้น จวบจนหัวแห้งกระเซิงได้ที่ เขาจึงละเอาผ้าขนหนูไปไว้ที่ที่มันควรจะอยู่

"ไปกันเถอะ..."

"ก็...ก็ปล่อยมือสิ" ร่างโปร่งรั้งมือตัวเองเต็มที่ แม้ว่าขาจะเดินตาม

"ทำเป็นยังไม่รู้ตัวไปก่อนก็แล้วกันนะ"

"ท...ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยไม่ทราบ??!! ถ้าแกไม่ปล่อย ฉันจะระเบิดลูกเบสบอลในหัวแกให้กระจุยไปเลย!! นี่!!! ฟังอยู่รึเปล่าห๊ะ!? ถ้าฟังแล้วก็ทำตามสิเว้ยยย!!!"


ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยลมพายุอันบ้าคลั่ง แปรปรวนกระหน่ำ
เม็ดฝนที่โปรยลงมา คลายความแปรปรวนนั้นราวกับปลอบประโลม...



ต่อจากนี้...
ฉันจะเป็นสายฝนเคียงข้างนาย...เสมอไป




+ END +



Talk:
เป็นสมองเบสบอลดีๆไม่ชอบ อยากเป็นบุหรี่ซะงั้น?



(แกเล่นมุขอะไรวะเฟล่อน?)


เรื่องนี้ก็ตายตอนจบค่ะ (คนแต่งน่ะนะ)
หัวเรื่องกับท้ายเรื่องที่คนละเรื่องกันเลย (งงไหม?)
ยากอ่ะ หมดพลอตอ่ะ อยากแต่งเรื่องน้ำเน่าอ่ะ อยากพิมพ์ประโยคบอกรักอ่ะ
ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออ

/งอแงวิ่งจากไป

ปล. ขอบคุณ kafka_san ที่ช่วยอนุเคราะห์ตอนจบนะคะ ไม่งั้นอ่านแล้วอาจจะเหวอกันเป็นแถบ (ไม่ก็อ้วกแตกกันเป็นแถว) ไว้คราวหน้ารบกวนใหม่ค่ะ (เอ๊ะ...ยัยนี่ = =)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

...คือเห็น Tag แต่ล่ะอย่างเนี่ยฮามาก (เกี่ยวมั๊ย?)


อ่ะ...อ่ะ... กลับมาที่ฟิกดีกว่า... อา....นี่แหละค่ะ 8059 แบบที่ต้องการ คุณแม่ปลื้มมากถึงมากที่สุด *ซับน้ำตา*

ความจริงแล้ว เราชอบอ่านฟิกในมุมมองของพระเอกมากค่ะ ฟิกส่วนมากนั้นมักจะดำเนินเรื่องโดยใช้ตัวนายเอกเป็นความคิดหลัก แต่ทำไม 8059 ถึงเป็นยามะทุกที แต่นั่นก็อาจจะเป็นเฉพาะบางคนที่เขียนดีก้ได้ (แปลว่าใครเอายามะเดินเรื่องเป็นคนที่เขียนดี 55+)

เพราะเราชอบอ่านความคิดของฝั่งพระเอก โดยเฉพาะพระเอกอย่างยามะ แต่ก็น้อยล่ะนะที่จะหาได้ถูกใจ อย่างที่เราเคยบอกว่า ยามะเนี่ยมันแตกบุคลิคออกไปได้เยอะมากๆ แต่ก็น้อยคนที่จะจับนิสัยได้ตรงกับแบบที่เราชอบ คุณเฟล่อนก็เป็นหนึ่งล่ะที่จับประเด็นยามะได้ตรงกับที่เราชอบเลย เราชอบยามะเอ๋อนิดๆ เนียนหน่อยๆ ซื่อต่อความรัก เพราะสมองมันมีแต่ลูกเบสบอล ไม่คิดอะไรซับซ้อน และทำตัวไม่ถูกเวลาเจอโมเอ้แอทแทคของก๊กคุง >> แบบนี้น่ะ ใช่เลยค่ะ!! (แอบคว้ายามะของคุณเฟล่อนมาเก็บ)

เราเคยบอกว่าฟิกคุณเฟล่อนจะมีกลิ่นเดียวกัน (ไม่ใช่กลิ่นของดองค่ะ อันนั้นมีกันทุกคน) แต่เป็นกลิ่นแบบไหนดีล่ะ? อธิบายไม่ถูกเหมือนกันแฮะ ฮะๆๆ เอาไว้ว่างๆจะพยายามหาคำอธิบายมาบอกแล้วกัน เอาเป็นว่า มันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองล่ะ


สารภาพว่า ตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่องแอบตกใจว่ามันจะเศร้าแหละ เพราะ blue sky มันแปลได้อีกอย่างว่า 'ท้องฟ้าอันเศร้าสร้อย' นี่นา แต่ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้อง 2759 สิ << ไม่เกี่ยว


แบบนี้น่ะ หวานๆน่ารักดีออกค่ะ ก๊กคุงของคุณเฟล่อนเนี่ยปากจัดกว่าคนอื่นๆที่เราเคยอ่านมาเลยล่ะ ไม่ใช่ว่าพูดไม่ดี แต่เป็นคนที่ด่าอะไรได้แปลกๆดีมาก เช่น


"อะไร...แกมาทำหน้าแดงใส่ฉันทำไม? กินลูกเบสบอลต่างข้าวมากไปเหรอ?"

หรือ

"มีสมองไว้ปลูกหญ้ารึไง?"


อะไรประมาณนี้...

แล้วคุณเฟล่อนก็ชอบใช้คำแปลกๆ เช่น >> ยามาโมโตะหัวเราะแบบมีความหมาย เข้าใจคนเดียว ...อย่างเงี๊ย เราชอบอ่ะ เราว่ามันเป็นการสร้างประโยคที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองดีนะ


แอบอ่านที่ตอบคอมเมนท์คุณเรนนี่ >> ไม่เจื้อว่าแต่ง NC ไม่ได้ ก็เขาเคยอ่านนี่นา (ต้นฉบับ Nonstop หายเหรอ? เรามีถึงตอนที่ 22 เอาไปแต่งต่อให้ด้วย)


อา.......กะว่าจะไม่เม้นยาว แล้วก็ยาวจนได้...อืม.... จะมีใครมาเม้นแข่งได้โล่กับเราไหมเนี่ย?? ฮะๆๆๆๆ (หัวเราะแบบไอ้บ้าเบสบอล)


...เค้าอยากเขียน 8059 มั่งแล้วอ่ะ ได้อ่านเรื่องดีๆ แล้วคันไม้คันมือ แอร๊ยยยย


แต่งฟิกได้แล้วนะคะ ยินดีด้วย big smile

#1 By kuwa[R]i... on 2009-08-04 13:53

อ่อกก ...
คุณคุวาริเม้นย๊าวยาว wink

แท็กฮามากเคอะแต่ละอย่างนี่แบบว่า ...
เราก็อยากอ่านเรื่องน้ำเน่านะคะ
อยากให้มันบอกรักกันหวานๆบ้าง cry

เราชอบนิสัยยามะแบบนี้นะคะ
เอ๋อๆดีน่าร๊ากกกก !
ชอบที่ก๊กคุงบอกว่า มีสมองไว้ปลูกหญ้า ฮ่าๆ
ชอบคำด่าแบบนี้จริงๆ สมเป็นก๊กคุงที่สุด
(แปลกแหวกแนว..)

จะรออ่านฟิกของคุณเฟล่อนต่อไปนะคะ question

#2 By Janeiiz__,, on 2009-08-04 15:50

เม้นไว้ก่อน เดี๋ยวครางหน้า ค่อยอ่าน ^^

#3 By yuyu on 2009-08-04 16:54

คืออยากถามอะไรหน่อยค่ะ
พี่เฟล่อนจำPIC FIC ได้มั้ยค่ะ
คู่8059อ่ะค่ะ
คืออยากรู้จักยามะกับโกคุอ่ะค่ะ(ขอเมลล์ทั้ง2คนเลยคะ)
น่ารักดีค่ะ(น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ)
เด็กญี่ปุ่นหรือเด็กไทย
ช่วยกรุณาตอบมาทางอีเมลล์นี้นะค่ะantalydmn@hotmail.com

#5 By win win (203.172.89.133) on 2009-08-04 17:29

ไม่จะอะไรหรอก
แต่มันแปลกๆ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นสภาพนี้ก็เท่านั้น...

เขาเรียกว่าหวงไงยามะ open-mounthed smile

ทีเรื่องเบสบอลล่ะเก่งนัก แต่เรื่องความรักนี่แพ้ทางไปเลย
//แอบหมั่นไส้555+

บางทีก็คิดอะไรง่ายๆ แต่บางทีก็คิดยุ่งยาก เช่น...

จะเข้าไปยังไง?
เข้าไปแล้วจะทักยังไง?
แล้วทำยังไงถึงจะมีเรื่องคุยต่อได้?
ทำยังไงถ้าโดนไล่ออกมา?
ทำยังไงถ้าอีกฝ่ายมีนัดต่อแล้ว?

เป็นตัวละครที่...ว่าง่ายแต่เข้าใจยาก = =;//แต่ก็ถูกใจคนอ่านนะคะ*ฮา

แล้วยังมีเนียนช่วงท้าย...

"ทำเป็นยังไม่รู้ตัวไปก่อนก็แล้วกันนะ"

ยามะเอ้ย...ได้จับมือทีก็เริ่มเนียนเลยนะ!!!!

#6 By Piekai on 2009-08-04 17:36

ง่ะ..

พอได้มาเห็นด้านยาเมะบ้างก็ทำให้รู้ว่าในสมองมันก็มีการประมวลผลพอสมควรนะ ฮา open-mounthed smile แต่คิดยังไงๆ สุดท้ายสิ่งที่พูดไปมันก็ทะแม่งๆ - -" เขินสินะ

แต่ชอบนะคะ รู้สึกว่ายังงี้ละยามะละ double wink

ช่างเป็นฟิคที่หวานแหววจริงๆ นี่ละ 8059 โฮกกกกกก (ฉันเม้นท์อะไรของฉันเนี่ย)

ปล.ขอแอดนะคะ big smile

#7 By ★ AIM ★ on 2009-08-04 17:57

ชั้นว่านะ...ของชั้นมันก็ไม่ได้เลี่ยนน้อยไปกว่าแกสักเท่าไหร่เลยsad smile sad smile sad smile

#8 By カフカ on 2009-08-04 20:16

นี่ขนาดมีคนตัดมุกเป็นประจำก็ยังมีเวลาปั่นฟิกออกมาได้ นับถือๆ

โกคุช่างซึนได้น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ในใจก็คงรำคาญยามะอยู่นิดๆว่าทำไมมันไม่ลงมือทำอะไรซักทีสินะ (ฮา) อันนี้คนอ่านคิดเอาเอง

ยามะมันช่างสมองเบสบอลจริงๆ

ไม่รู้หรอกว่าร้านอะไร ขายอะไร ไปทำไม แต่ว่าถ้าไปกับคนข้างๆนี่ก็ไปได้ทั้งนั้น ==> คิดหน่อยก็ดีนะยามะ ไม่มองใคร ไม่สนใจอะไรเลยจริงๆ(นอกจากโกคุ)

ไอ้ขี้เนียนเอ้ยยยย ทำไมบทสึนะช่างน้อย แม้แต่ชื่อยังไม่กล่าวถึง(ฮา)

#9 By Mercutery on 2009-08-04 20:43

อ่านแล้วก็ยิ้ม....ยิ้มแล้วก็หายเครียดเลยค่ะ

แต่งฟิคดีๆแบบนี้ต่อไปนะเคอะ><""

สู้ๆ โอ้วเย้~(อะไรของมัน- -?)

#10 By คิลเลอร์Yuki on 2009-08-04 20:44


สู้เขา..ทาเคชิ!!!!!!!



โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!
*พ่นไฟ*

น่ารัก...น่ารัก...น่ารักไปไหน ไปเกิดใหม่อีกกี่ชาติพวกเอ็งก็จะยังทำตัวน่ารักให้แม่ยกเพ้อเล่นอย่างนี้ไม่เลิกสินะ!!!!



ชอบเวลาอีตายามะพยายามหาเรื่องมาจิ๊จ๊ะวุ่ยวายกับก๊ก
แหม๊...ทำตัวเป็นหนุ่มน้อยใจเต้นตึ๊กกะตั๊กไม่รู้จักความรักนะเธ๊อออออออ!!!!
/ทำเสียงจีบปากจีบคอแบบคุณป้า
โอยยยยยย คนอ่านก็ใจเต้นตึกตักตามไปด้วย


ไม่ต้องคิดมากหรอกยามะ ลุยโลด!! ก๊กจังน่ะ ถึงปากแข็งยังไงแต่ก็เ้ป็นของนายอยู่ดี แฮ่กๆๆ
(คอมเม้นต์ใดๆมีเสียงหอบหลุดออกมามันจะฟังดูหื่นขึ้นในบัดดลสิน่า..ฮา)


ชอบฉากในร้านซีดี มันน่ารัก...มันอร๊างงงง...มันโฮรกกกกกกกกกก อ่านแล้วคิดมากไปเองรึเปล่าไม่รู้ แต่รู้สึกราวกับก๊กคุงยืนมองเจ้าเบสบอลมาตั้งนานแล้ว...ตอนส่งซีดีให้งี้นังเรนนี่ฉีกยิ้มไปถึงหู อ่านแล้วมันหวานแปลกๆในใจ งี๊ดดดดส์*กัดผ้าเช็ดหน้าขาดวิ่น!*
มันชวนให้กิ๊วก๊าวยังไงก็ไม่รู้สินะคะ


ชอบตอนชวนออกไปด้วยกันด้วยล่ะ ปากก็บอกว่า


"ไปให้ไกลจากแกไง"

ู^
^
แต่สุดท้ายก็มาบ่นว่า "ช้าเว้ย"




กร๊าาาาาซซซซซซซซ


ซึน...น่ารัก ขี้โวยแต่ใจดี หลงรักก๊กคุงซ้ำแล้วซ้ำอีก ยามะก็ทำตัวน่ารัก...จริงๆอยากจะหมั่นไส้หมอนี่ด้วยแต่ก็น่ารักจนโกรธไม่ลง โอยยยยยย นั่งสครีมอย่างนี้มันเหนื่อยจริงๆ แต่เป็นความเหนื่อยเหมือนติดยา รู้ว่าบ้าแต่หยุดไม่ได้ *หัวเราะ*



แต่ที่กระชากใจสุดๆยกให้ตอนก๊กใส่เสื้อหลวมๆแล้วยามะเช็ดผมให้!!!!



*พ่นไฟอีกที*



เป็นไรมั้ยคะถ้านังเรนนี่จิ้นตามได้เป็นฉากๆ(ส่วนที่แอบจิ้นเกินเลยนิดหน่อยอันนั้นละไว้ในฐานที่เข้าใจ...กร๊ากกกก)



อา....เพ้อ...เพ้อ....เพ้อ...เพ้ออออออออ!!!!!


ไม่อยากให้ใครเห็น..หวงล่ะสิ...หวงใช่มั้ยล่ะ นายมันน่ารักตรงนี้แหละยามาโมโตะ!!!


*ลงไปดิ้นๆๆๆแล้วตายอย่างเปี่ยมสุข*



ฉันจะเป็นสายฝนเคียงข้างนาย...เสมอไป
^
^
ประโยคสุดท้ายมันชวนให้เก็บกลับไปเคลิ้ม..คืนนี้เค้าต้องเอาไปเพ้อหนักแน่ๆเลยค่ะ หวาน...หวานเว้ยยยยยยยยยยยย (เริ่มหยาบคาย ฮา)


ยามาโมโตะ!!! นายช่างเน่าได้เร้าใจ น่ารักเหลือหลาย ไปเป็นบุหรี่ให้ก๊กงับเลยไป แอร๊ย!!!


ช่วงนี้มีฟิกอ่าน ชีวิตมีความสุขจริงๆค่ะแม้งานจะยังไม่เสร็จ...โฮรรรววววว confused smile surprised smile cry เหมือนได้ชาร์จพลัง 555


#11 By ~Rainy Day~ on 2009-08-04 23:54

พึ่งได้มาอ่านฟิคฝีมือคุณเฟล่อน เคยเห็นแต่ตอนคอสเพลย์...

อ่านแล้วชอบมาก ๆ ค่ะ ประทับใจท่าทางซึนของโกคุที่ยามะคอยมองนะ ชอบประโยค ชอบวิธีการบรรยาย ไม่เลี่ยนแถมยังทำให้หัวใจกิ๊วก๊าวค่ะ >////< รู้สึกว่าเป็นยามะที่กำลังพอดี ๆ เหมือนออริเลย... น่ารักง่ะ

ตอนที่ยามะก้มลงมองโกคุที่ร้านซีดีนี่ทำเอาเขินตามค่ะ น่ารักมากช็อตนี้

เอ๋...เรื่องน้ำเน่าก็อยากกอ่านนะคะ ประโยคบอกรักก็อยากเห็นนนนนนน

#12 By ::Nichi:: on 2009-08-05 12:38

ทำเป็นไม่รู้ตัวไปก่อน ติดใจประโยคนี้น่ะ
จะใจกล้าหน้าด้านไปมั้งเนี่ย
รึว่าในสมองมีแต่ลูกเบสบอลจริงๆถึงได้...

ยามะน่าหมั่นเขี้ยว open-mounthed smile

#13 By แมวมะม่วง on 2009-08-05 15:13

มันน่ารักมากๆเลยค่ะ ><

ยังไงดี ไม่รู้จะชมอะไร น่ารักมันคือคำเดียวที่อยู่ในหัวค่ะ อ่านแล้วรู้สึกสบายๆ ไม่สวิงสวายเลยนะเนี่ย

อ่านแล้วสบายใจ ไปทำงานต่อ(แป่วว)

#14 By +~ZiZZy~+ on 2009-08-05 19:14

อุกี๊ดดดดดดดดด ยามะน่าร้ากกกก *////*
/สะบัดธงแฟนคลับอยู่ลิบๆ

ยามะเก่งๆๆ บันซายยยยยยยย
เพราะการเข้าหาโกคุยากกว่าสอบคณิตศาสตร์โอลิมปิคซะอีก!!
แถมต้องประมวลความคิดในเสี้ยววินาทีด้วย!!!!
ถ้าไม่ฉลาด หาทางเข้าไปเนียนแบบนี้ไม่หร๊อกกกก!!!!!
ยามะเก่งที่ซู๊ดอะ เย้วววววว XDDDDD

ปล. นี่ความเห็นแบบเป็นกล๊าง~เป็นกลาง
ไม่ได้เข้าข้างเลยซักกะติ๊ดดดดดดดดนะจุ๊ *3*!!!

#15 By [sani] on 2009-08-11 09:57

เห้ยยยย!? จบแล้วจริงๆหรอ?? embarrassed
อย่าน๊าาา ม่ายยเจิงงง ~~~

เห็นว่าอยากพิมพ์ประโยคบอกรัก พิมพ์เซ่ !!!tongue (นังนี้ ลามปามเกิน - -) ล้อเล่นหน่าาา ^^


Tag มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเลยนะนั้น - -

#16 By 129"MiKEY&SUJU on 2009-08-28 23:19

โกคุจัง ซึนได้อีกนะคะเนี่ย ^0^

#17 By yuyu on 2009-11-15 13:22

『 フェロン 』 View my profile

Recommend