[Reborn Fanfic]: Convulse

posted on 01 Oct 2009 11:37 by felon  in Reborn

เนื่องจากว่าคอมเมนท์ท่วมท้นยังไงชอบกล
เขินยังไงชอบกล เลยอัพฟิคก็แล้วกัน ฮะ ฮะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอบเมนท์ก่อน~

By . : : ZePhyRuS : : .  << เก็บไว้ให้มั่งเดร้~ อยากกินนนนนน

By 【★ショウ★】  << ฮ่าๆ เช่นกันจ้ะ เล่นกีตาร์ก็พยายามเข้านะ!

By Nagi  << เมนท์แกทำชั้นหวั่นไหว คือที่จริงที่เฟล่อนอภิมหานอยด์แดรกอยู่เนี่ย คือเรื่องงานล้วนๆจริงๆ แกอย่าคิดมากเดร้ ชั้นหวั่นไหวเว้ยยยยยยยยย

By shi-an  << เอ๊า จริงสิ ก็ชื่อแทคมันคือ "ความจริง 22 ประการ" นี่นา ที่เฟล่อนพิมพ์ไปก็จริงหมดแหละค่ะ

By Yoneo  << เอ่อ.. ข้อ 19 จากเอนทรี่ก่อน ไม่ได้อิมเมจมาจากยามะแต่อย่างใด แต่เฟล่อนพาดพิงถึงบุคคลสุดเลิฟของเฟล่อน ณ Dir en Grey น่ะค่ะ ไม่เอายามะนะคะ TT_TT!!

By kiyono  << โหยยยย พี่เอ๋ใจร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

By Kube  << คุบิ้!!!!!! คิดถึงจังเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย *โผกอด*

By Crazy-Reborn [PLoYvY]  << ข้อ 26 นี่ยังกะนิสัยพื้นฐานทั่วไป(รึเปล่า?)

By ╔ Rio ♥ YB ╝  << คอสยามะ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นยามะนะค๊าาาาาาาาา อะไรนะ? ช่วยหาเงิน? โหยยย กันเองอ่ะ เป็นกิ๊กคิดเหมาจ่ายรายวัน ติดต่อหลังไมค์กันเลยดีกว่า! (ฮา)

By Mercutery  << คือ อ่านสามข้อที่พี่เพิ่มมาแล้วงง...ตกลงจะให้เป็นอะไรกันแน่เนี่ยยย สักอย่างสิค๊าาาา

By kuwa[R]i...  << แหม้.. จะระบุเจาะจงแบบนั้นก็เขินแย่เลยสิคะ (ฮา) แหม่ พอมีคนเก็ทข้อ 19 ของเฟล่อน เฟล่อนล่ะปลื้มจัยยยยย แล้วก็อย่าตกใจเรื่องสาวน้อยผู้หวั่นไหวนะคะ (ฮา) เป็นปกติค่ะ อย่าเครียดๆ

By KeeChan  << บางที เฟล่อนคิดว่าตัวเองอาจจะเขียนเก่งกว่าพูดเสียอีก (หมายเห็ด : เก่งกว่า ไม่ได้แปลว่าทำได้ดี มันก็แค่ เก่งกว่าในเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น)

By zaru  << ซะงั้นอ่ะพี่ ที่จริงเฟล่อนเวลาคอสก็ไม่ได้ต่างกับตัวจริงเท่าไหร่นะ (แค่ตัวจริงหนังหน้าไร้สกุลเท่านั้นเอ๊งงงงง)

By Koki  << ทางฟิคกับทางวาดรูป?? ทางฟิคก็พอไหว แต่วาดรูปเนี่ยยังวาดไม่ได้ดั่งใจขนาดนั้นหรอก... (เอ๊ะ นี่เราโดนด่าว่าหื่นอยู่รึเปล่าน่ะ? *ร้อนตัว*)

By ●•WàtëR MéLõÑz•●  << ถูกค่ะ มันจึงได้เกิดกระบวนการ จิ้นเอง แต่งเอง อ่านเอง ไงคะ (พูดแล้วเศร้าเนอะ...)

By -:+Hell whalE+:-  << นี่สั้นแล้ว ยาวกว่านี้ก็ต้องวิทยานิพนธ์(แบบฉลาม)แล้วล่ะ อ่านเมนท์แล้วได้มุมความคิดที่เรามองข้ามไป 'ขอเวลานอก' ขอบคุณนะคะ เฟล่อนได้ความคิดและมุมมองใหม่ๆล่ะ ^^

By Piekai  << ที่จริงก็คิดว่า 'หน้าที่' มาหลายครั้งแล้วค่ะ แต่เหมือนจะกู้ไม่ขึ้น (ฮา) ที่เมนท์มา เฟล่อนไม่งงนะ เข้าใจความหมายดีค่ะ ขอบคุณนะคะ มีกำลังใจขึ้นมาเลย

By [sani]  << คิดว่าน่าจะผ่านไปได้แต่ เพราะตัวฉันในอนาคตยังมาลัลลาเมนท์ให้กำลังใจอยู่เลยนี่ =_,= *แสยะยิ้ม*

By Moo!? << ความจริงก็คือความจริงค่ะ ไม่รู้ว่าเราจะบิดเบี้ยวไปเพื่ออะไรนี่นา? เนอะ?

By kitsune  << ขอเลื่อนเป็นศุกร์หน้า!!! ไม่เอาศุกร์นี้เว้ยยยย ไม่ว่างงงงง อ่ากกกกกก ศุกร์หน้าดิเฟินนนนนนน เลี้ยงเค้าน๊าาาาาาาาาาาาา ฮืออออออออออออออออออออออออออออออ

By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† << ขอบใจที่เตือน ที่ชั้นลืมไปเลยว่าต้องเป็นคนรักกับหัวหน้าวง(?) ด้วยสินะ (ฮา) เธอช่างรู้ใจ~~ แอบคิดถึงดอกไม้และกุนเชียงนะเนี่ยยยยยยย ขอบคุณมากๆนะดอกไม้~ กลับมาเมื่อไหร่จะกินเบอร์เกอร์โชว์ต่อหน้าเป็นการตอบแทนนะ (ฮา)




โฮ่วววว
เมนท์เยอะแยะเลยเชียว (ฮา)
ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ
เฟล่อนได้กำลังใจจากเมนท์ของทุกคนนะคะ ขอบคุณมากๆเลย


คิดว่าจะแต่งฟิคเป็นการขอบคุณ
แต่เวลาช่างหายาก OTL....

เอาของดองไปก่อนแล้วกันเนอะ~

 

 





[Reborn Fanfic]: Convulse

Main: 8059
Rate: PG
______________________________________________


ช่วงเวลาเดินไปโรงเรียน มันเป็นเหมือนทุกเช้าที่ผ่านๆมา มีเสียงหัวเราะ พูดคุย หยอกเล่น เล่นหัว เสียงก่นด่าเป็นกิจวัตร จะว่าไปแล้ว...มันผ่านช่วงเวลาแบบนี้มานานแค่ไหนกันนะ? กับรุ่นที่สิบ กับไอ้เจ้าคนตัวสูงนี่?

ถ้าเกิดตอบได้ถึงช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไป บางทีเขาอาจจะรู้ว่าสาเหตุของแรงสั่นสะเทือนนี้บ้างก็เป็นได้
ถ้าเกิดตอบได้ถึงช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไป บางทีเขาอาจจะเข้าใจอะไรอะไรมากขึ้น ทั้งตัวเอง ทั้งคนอื่น
ถ้าช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปทำให้รู้สึกแบบนี้...บางทีก็แอบคิดว่า ถ้าไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลยอาจจะดีกว่า


ถึงอย่างนั้นก็รู้ดีว่า...ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว...







"สึนะเปลี่ยนยาสระผมเหรอเนี่ย?"

"อ๊ะ? ทำไมถึงรู้ได้ล่ะ?"

นั่นสิ? ทำไมเจ้านั่นถึงได้รู้ได้ ขนาดมือขวาที่เดินอยู่นี่ยังไม่เห็นรู้เลย??

"ก็นี่ไง เวลาฉันยีหัวนายเล่นแบบนี้ ได้กลิ่นแชมพูที่ต่างไปจากเดิมน่ะ" คนพูดทำท่าประกอบให้เห็นด้วย

"นี่นอกจากเป็นกระดูกหัวไหล่แล้ว แกยังเป็นหมาด้วยเหรอ?"

"แหะ...ที่จริงเปลี่ยนเปลี่ยนวานนี้เองล่ะ แหะๆ แม่ซื้อยี่ห้อใหม่มาน่ะ เห็นมันลดราคา" ร่างเล็กหัวเราะแหะๆ เกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ

"หืม? แต่มันก็หอมนี่ออกนี่ หัวนายก็นุ่มๆอยู่แล้ว เวลายีเล่นแล้วสนุกดีอ่ะ" คนตัวสูงหัวเราะร่า ออกความเห็นแบบตรงไปตรงมาจนคนทางขวาของสึนะหมั่นไส้ชอบกล

"ว่าแต่...ทำไมยามาโมโตะชอบยีหัวฉันเล่นจังล่ะ?"

นั่นสิ? นี่รุ่นที่สิบนะ! หัดเกรงใจบ้างอะไรบ้าง!

"ก็นายน่ารักนี่ เวลานายหัวเราะแหะๆน่ะ มันอดเล่นหัวไม่ได้หรอก เวลาจับก็รู้สึกดีด้วยล่ะนะ?"

"เห? ขนาดนั้นเลยเหรอ?"

จากนั้น ไม่ว่าใครพูดอะไร ก็ดูเหมือนว่าโกคุเทระจะไม่ได้ยินทั้งนั้นแล้ว


มันเหมือนมีคลื่นบางอย่างที่ไม่ดีต่อตัวเขาแผ่ออกมาเสียด้วย....


ทำไมนะ?





"ยามาโมโตะคุงจ้ะ มารวบรวมแบบสอบถามคราวก่อนจ้ะ" เพื่อนร่วมชั้นเดินไปยังโต๊ะที่เยื้องจากเขาไปเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมอง เห็นสีหน้าเด็กสาวที่แดงระเรื่อก็เดาไม่ยากหล่อนรู้สึกยังไงกับร่างสูง

"อ๊ะ นั่นสิ เมื่อวานก็ลืมไปส่ง ขอบใจมากนะที่มาตาม" ยามาโมโตะยิ้มแย้ม คุ้ยแบบสอบถามดังกล่าวจากเป้แล้วยื่นให้ "เอ๊ะ? ที่ติดผมรูปสตอเบอร์รี่นี่น่ารักจังนะ เมื่อวานไม่เห็นนี่?"

"ก็ซื้อมาเมื่อวานเย็นน่ะจ้ะ ไม่รู้ว่าจะน่ารักไปสำหรับฉันรึเปล่า..." มือบางประสานกัน ก้มหน้าเล็กน้อย สีหน้าแดงระเรื่อกว่าเดิม

"น่ารักสิ! เข้ากับทาคาโกะมากเลย! ผมสีน้ำตาลอ่อนแบบนี้กับสตอเบอรี่สีแดง เข้ากันออก หน้าทาคาโกะก็หวานอยู่แล้วด้วยนี่นะ" คนพูดหัวเราะ มือจับปอยหางเปียอีกฝ่ายยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูด

"ยามาโมโตะนี่ล่ะก็...พูดชมเกินไปแล้ว"


อา...ผู้หญิงคนนั้นก็น่ารักจริงๆนั่นแหละ เธอเรียนเก่ง แถมเป็นกรรมการห้องอีกต่างหาก
ถ้าเกิดว่าร่างสูงลองชักชวนให้เป็นผู้จัดการชมรมเบสบอล เธอคงตอบตกลงอย่างไม่ต้องสงสัย
เสียงหัวเราะก็เข้ากัน...บางที.......


"โกคุเทระ นายส่งแบบสอบถามนี่รึยัง?"

"ฉันเก็บมาก่อนเดินมาหายามาโมโตะแล้วจ้ะ"

"อ๊ะ งั้นเหรอ?"




อะไรน่ะ?
เขาถามฉันต่างหาก....





"โกคุเทระ?"

"อะไรของแก?"

นิ้วสากจิ้มเข้าที่หัวคิ้วที่ขมวดแทบชนกัน "คิ้วนายจะเป็นปมอยู่แล้วนะ ถึงปกติจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วก็เถอะ อีกหน่อยตรงนี้จะเป็นร่องเอานะ?"

"นั่นมันเรื่องของฉัน!" ปัดมืออีกฝ่ายออก เบือนหน้าหนีไปอีกทาง

"หงุดหงิดอะไรน่ะ? นายทำหน้าแบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วนะ"

"เรื่องของฉัน! ไม่เกี่ยวอะไรกับแกเลยสักนิด! ฉันจะไม่น่ารักก็เรื่องของฉัน!!!"

"ต..แต่ฉันยังไม่ได้พูดว่านายไม่น-"

"ฉันไปล่ะ!!" ร่างบางผุดลุกจากเก้าอี้ เขาเผลอตัวออกไปจนได้ "รุ่นที่สิบครับ เจอกันตอนเย็นนะครับ"

"อ...อื้อ"

"โกคุเทระ!"

เขาไม่ฟังเสียงใครแล้วทั้งนั้น คว้ากระเป๋าจากข้างโต๊ะเรียน เดินออกไปสวนกับอาจารย์พอดี แต่ด้วยสีหน้าเขาตอนนี้ ทำให้อาจารย์ไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรออกมาสักคำ



ประตูดาดฟ้าถูกกระแทกเปิดอย่างจัง คนเพิ่งมาถึงหันไปเตะมันปิดด้วยแรงอารมณ์ หลังนาบกับประตูสีเทาหม่น มือเสยผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองขึ้น




ไม่เข้าใจเลย....



แม้แต่ตัวของเขาเอง ก็ไม่ได้เข้าใจเลยสักนิด





ยืนรับลม นั่งสูบบุหรี่ นอนแผ่
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้วที่ได้ยินเสียงออดเลิกเรียน ท้องฟ้าเกือบจะมืดแล้ว
เขาลืมนัดรุ่นที่สิบไปเสียสนิท พอเดินกลับไปที่ห้องเรียนก็ไม่มีใครเหลืออยู่แล้ว เขาสบถออกมาเบาๆ ยังไงก็ตาม เจ้านั่นคงไปส่งรุ่นที่สิบถึงบ้านอย่างปลอดภัยแน่ๆแล้ว ถ้าอย่างนั้น เขาก็ควรกลับเสียที

ระหว่างทางก็ได้แวะร้านหนังสือ สบถกับเครื่องประดับแบรนด์ประจำที่ออกใหม่ในราคาสูงลิ่วจนนึกอยากเล่นพวกเครื่องเงิน ออกแบบเองทำเองใส่เองให้รู้แล้วรู้รอดไป แวะซื้อของกินเล่นระหว่างทางกลับ ไม่รู้เป็นยังไง ไม่ว่าเจออะไรก็หงุดหงิดไปเสียหมด ถึงขนาดที่ว่ากลับมาเห็นหน้าห้องพักที่ไม่มีใครอยู่ ก็หงุดหงิดเสียจนถีบประตูห้องตัวเองไปหนึ่งที






เรารออะไรอยู่กันแน่?
ทั้งหมดนี่มันเพื่ออะไรกัน?







"โย่! สึนะ ไง...โกคุเทระ"

เสียงทักทายตอนเช้าก็ยังมีมาเหมือนเดิม แขนแข็งแรงโอบคอร่างเล็กและตัวเขา ทั้งที่มันก็เหมือนกับทุกวัน แต่วันนี้กลับรู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิน

"โกคุเทระ เมื่อวานนายไปอยู่ไหนมา?"

"ก็อยู่ที่ดาดฟ้าแหละครับ พอดีว่าหลับเพลินไปหน่อย ขอโทษด้วยครับ! ทั้งที่บอกว่าจะมาเจอตอนเย็นแท้ๆ! ผมนี่เป็นมือขวาที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ!!! ขอโทษครับ!!!"

"ม...ไม่ต้องก้มหัวขอโทษอะไรขนาดนั้นหรอก ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร" ร่างจ้อยออกอาการลนลานเมื่อเห็นโกคุเทระเอาแต่ขอโทษก้มหัวลงต่ำแบบคนสำนึกผิด

"เมื่อวาน เจ้าบ้านั่นไปส่งใช่รึเปล่าครับ?"

"ยามาโมโตะน่ะเหรอ? คือ...ฉันรีบไปธุระที่บ้านน่ะ แล้วยามาโมโตะก็เจอกรรมการห้องมาขอความช่วยเหลือด้วย"

"ใช่ๆ ไปช่วยเลือกซื้อของมาจัดบอร์ดหลังห้องน่ะ ไม่รู้ว่าช่วยได้รึเปล่าสินะ? ฮะ ฮะ ฮะ"

"ฉันไม่ได้ถามแก!" ความหงุดหงิดทวีมากขึ้น มือปัดแขนร่างสูงออกจากตัว เป็นไปได้ก็อยากจะวิ่งหนีไปให้พ้น

ไม่อยากได้ยินเสียงหัวเราะบ้าๆ รอยยิ้มบ้าๆนี่ที่ทำให้เขาหงุดหงิดถึงขนาดนี้ เหตุผลก็คือ...เขาเกลียดขี้หน้ามัน!!!
นั่นเป็นผลให้วันนี้เขาโดดเรียนคาบบ่ายอีกครั้ง ขณะที่ร่างสูงถูกช่วยให้ไปติดบอร์ดหลังห้อง




เกิดอะไรกับตัวเขากันแน่นะ?
ทั้งที่ตั้งใจว่าจะทำตัวให้เป็นปกติแล้วแท้ๆ แต่มันก็หงุดหงิดขึ้นมาอีกอย่างช่วยไม่ได้
เขาคงเกลียดขี้หน้ามันมากจริงๆ จนไม่อยากมอง ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่อยากรับรู้ว่าอยู่ในห้องเรียนด้วยกัน


วันนี้เขากลับค่ำกว่าทุกที เพราะเผลองีบหลับในห้องสมุดที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำขณะกำลังอ่านนิยายฝั่งยุโรปว่าด้วยการหักหลังภายในแกงค์มาเฟีย เขาถูกปลุกโดยบรรณาธิการที่กำลังเดินเช็ครอบสุดท้ายก่อนปิดห้องสมุด ท้องฟ้ามืดลง ท้องก็ร้องขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ระหว่างทางจึงเข้าร้านประจำ หาอะไรใส่ท้องก่อนกลับ เดินเรื่อยเปื่อยไปยังสนามเด็กเล่นที่แทบไม่มีใครเหลืออยู่แล้ว พอรู้สึกอากาศเริ่มเย็นลงค่อยเดินกลับบ้าน

หน้าประตูที่เขาเตะไปเมื่อวาน มีคนนั่งอยู่...
เห็นอย่างนั้นแล้วก็อยากจะวิ่งหนีไปอยู่บ้านรุ่นที่สิบ แต่นั่นก็จะเป็นการรบกวนเกินไป และเขาก็คิดถึงคนอื่นไม่ออกแล้วด้วย จึงได้ยืนมองอยู่ห่างๆอย่างนั้น


รอนานหรือยังนะ?
เจ้านั่นจะกินอะไรมาหรือยัง?

ช่างปะไร!
ในเมื่อเขาเกลียดขี้หน้ามันถึงขนาดนี้ ต่อให้มันนั่งกลายเป็นศพตรงนี้ เขาก็แค่ต้องลากศพมันไปทิ้งไกลๆก็เท่านั้น




พอเห็นคนนั่งในความมืดขยับตัว เขาก็อยากจะไปหลบที่ไหนสักแห่ง

"โกคุเทระ?"

ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้ว เจ้านั่นเห็นเขาเข้าแล้ว จำต้องเดินเข้าไปด้วยท่าทีเสมือนว่าเพิ่งเดินมาถึง ไขกุญแจเข้าห้องตามปกติ คนที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นยืนไม่ให้ขวางทาง โกคุเทระนึกอยากจะเปิดประตูแล้วเข้าห้องไป ปล่อยให้เจ้านั่นยืนต่อไปโดยไม่ทุกข์ร้อนใดๆ พอเอาเข้าจริง ช่วงจังหวะที่เขากำลังจะปิดประตู...เขาทำไม่ได้....

"แกมาทำไม? มีธุระอะไร?"

ภาพร่างสูงที่หลุบตาลง ริมฝีปากที่เริ่มยกยิ้มให้เขาแบบเก้อๆนั้น ถูกบันทึกลงในสมองอย่างรวดเร็ว นับว่าหาได้ยากมากที่เขามองหน้าอีกฝ่ายตรงๆแบบนี้ น้ำเสียงที่เขาได้ยิน ไม่มีแม้แต่ความร่าเริงเลยสักนิด

"ไม่มีหรอก มาหานายเฉยๆ"

"ถ้างั้นก็กลับไปซะ นายเห็นแล้วนี่ว่าฉันยังไม่ตาย"

"อย่าพูดแบบนั้น!"

การที่อีกฝ่ายขึ้นเสียงแบบนี้ เขาก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน แววตาที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ ก็ดูเศร้าอย่างน่าประหลาด...




ทั้งๆที่เขาเกลียดมัน...
เกลียดถึงขนาดนี้แล้ว...
ทำไมยังจะต้องทนคุย ทำไมจะต้องทนมองหน้ากันอยู่แบบนี้....





"ฉันตายไปแล้วจะทำไม? มันเกี่ยวอะไรกับแกงั้นเหรอ?"

"เกี่ยวสิ"

เงาของเขาทอดลงบนร่างสูง โกคุเทระได้แต่มองสาบเสื้อยับยู่ของอีกฝ่าย เขาหลับตาลงช้าๆ

"กลับไปได้แล้ว ถ้าไม่มีอะไรจะคุยมากกว่านี้ล่ะก็ มันเสียเวลา"

"ฉันแค่อยากรู้ว่านายหงุดหงิดอะไร?"

"มีเบสบอลเอาไว้กันหัวกลวงรึไง? ไม่เห็นต้องถาม ฉันก็ต้องหงุดหงิดนายอยู่แล้ว" พูดแล้วคิ้วก็ย่นเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เรื่องต่างๆ คำพูดต่างๆผุดขึ้นมาในหัวรวดเร็วเสียจนอัดแน่นภายในตัวของเขา

"แต่นี่มันต่างจากทุกที..."

"แล้วไงล่ะ?"

"ก็ฉัน-"

"ก็แล้วไงล่ะ? ถ้ามันต่างจากทุกทีแล้วแกจะทำไม? แกจะทำอะไรได้?"

โกคุเทระเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เขาไม่คิดว่าที่ตัวเองพูดจะรุนแรงไปสักนิด คนตรงหน้ากลับยิ้มเศร้าๆมาให้เขา ทำไมนะ? หัวใจเขาสั่นสะเทือนอย่างน่าประหลาด อะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกผิด แม้ว่าอันที่จริงแล้ว เขาไม่ได้พูดอะไรผิดไปเลยสักนิด

"ฉันไม่รู้ว่าฉันจะช่วยอะไรนายได้รึเปล่า...แต่....คิดว่าถ้าได้อยู่ข้างๆก็คงจะดี..."

"ย...อยู่ข้างๆแล้วไง? ต่อให้มีแกอยู่ข้างๆ มันก็ไม่ช่วยอะไรขึ้นมาหรอก!"




อึดอัด...
อึดอัดจะตายอยู่แล้ว...
เป็นเพราะตัวเขาเองทำให้บรรยากาศเป็นแบบนี้รึเปล่านะ?
ไม่สิ...มันต้องเป็นเพราะอีกฝ่ายมารอเขาอยู่ต่างหาก ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น...





"อือ...แต่ถ้าทำอย่างนั้น...ฉันสบายใจน่ะ"

"แกอยู่ด้วยแล้วฉันจะเป็นหนักกว่าเดิมสิไม่ว่า! ถ้าแกอยากให้ฉันสบายใจ แกก็หายหัวไปเลยจะดีมาก!"

"ถ้าเป็นแบบนั้น...จะดีกว่าจริงๆเหรอ?"



ในตอนนั้น เขาอยากจะพูดออกไปว่าที่เขาพูดมาทั้งหมดนั่นมันไม่จริง
แต่ก็มีส่วนหนึ่งแย้งออกมา เพราะไม่เห็นถึงประโยชน์ที่จะทำแบบนั้น
ในเมื่อเกลียดถึงขนาดนี้ พูดให้เสียไปเลยก็ยิ่งดี



แต่ทำไมกันล่ะ...
สีหน้าแบบนั้นถึงทำให้เขารู้สึกทนไม่ได้
หัวใจสั่นคลอนอย่างห้ามไม่อยู่


ช่วงจังหวะที่ยามาโมโตะกำลังหันกลับไป มือของเขาก็จับเข้าที่แขนเสื้อโดยสมองยังไม่ทันที่จะสั่งการใดๆ ร่างสูงหันกลับมามองอย่างงงๆ

"ร...รอนานแล้วใช่มั้ยล่ะ? เข้ามาก่อนสิ...ฉันไม่อยากให้แกหิวตายกลางทาง"

ยามาโมโตะยิ้มแม้จะอ่อนแรงเหลือเกิน
โกคุเทระเฝ้าถามตัวเองว่าเขาผิดตรงไหน?
เป็นทางนั้นเองต่างหากที่ทำให้เขาโมโหขึ้นมา ทั้งที่เขาเองไม่ได้ทำอะไรสักนิด



"ที่นายโมโห...เป็นฉันใช่รึเปล่า?"

"ใช่"

โกคุเทระตะครุบปากตัวเองไว้ไม่ทัน ดันตอบอย่างที่สมองกำลังคิดอยู่อย่างเผลอตัว

"เรื่องอะไรเหรอ? บอกได้รึเปล่า?" ยามาโมโตะถามย้ำ ตั้งท่าว่าไม่ว่ายังไงก็จะเค้นออกมาให้ได้ จึงพูดเสริมไปอีกประโยค "เพราะว่าฉันอยากอยู่กับนายไปนานๆ เพราะงั้นฉันจะพยายามไม่ให้นายหงุดหงิดฉันอีก...บอกเถอะนะ"

"แกไม่ต้องทำอะไรฉัน ฉันก็หงุดหงิดได้เว้ย!"

"แปลว่านายหงุดหงิดเรื่องที่ฉันทำอะไรบางอย่างกับคนอื่นที่ไม่ใช่นายเหรอ?"


อึก...
แบบนี้แล้วจะตอบว่ายังไงล่ะ?
เขาไม่มีเหตุผลอะไรสักนิดหรอก
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสาเหตุที่เขาหงุดหงิดแท้จริงแล้วคืออะไร เขารู้แต่เขาหงุดหงิดมัน ซึ่งเท่านั้นน่าจะพอแล้ว



ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมสีเงินจาง โน้มหน้าลงไประดับเดียวกัน "โกคุเทระ...หน้านายแดงแน่ะ..ไม่สบายเหรอ?"


ใช่! เขาอาจจะกำลังเป็นบ้า!!!!


โกคุเทระเบือนหน้าไปอีกทาง มือข้างนั้นจับปอยผมบริเวณหูของเขา เสียงขยับของสัมผัสปอยผมได้ยินชัดพอๆกับเสียงในช่องอก เขารู้ตัวว่าใบหน้ากำลังร้อนได้ที่ ขนาดว่าถ้าตอกไข่ลงบนนั้น มันจะสุกในเวลาไม่เกินสิบวินาที

"ย...อย่ามาจับนะ!"

อย่ามายุ่ง
อย่าเข้ามาใกล้
อย่าทำให้เขาเป็นแบบนี้...

"ขอโทษ...แต่ฉันชอบน่ะ" ยามาโมโตะละมือออกตามที่พูด ย้ายมันไปไว้ที่ท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ

"ชอบอะไรของแก!!!"

"ฮะ ฮะ นายไม่อยากรู้จริงๆหรอก เชื่อฉันสิ"


น่าแปลกที่คราวนี้โกคุเทระไม่รั้น กลับทำตัวเงียบเชียบลงโดยดี

"ตกลงนายหงุดหงิดอะไร? บอกฉันได้หรือยัง?"

ใบหน้าเข้ามาใกล้ทุกที ขาเจ้ากรรมก็ไม่ยอมขยับถอยอย่างที่สั่ง ราวกับถูกกาวประทับอย่างนั้น สายตาก็ละจากใบหน้านั้นไม่ได้ จวบจนลมหายใจอุ่นๆปะทะกันและกัน ได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัว ...แต่ไม่ใช่จากตัวเขา เสียงนั้นต่างออกไป มันดังขึ้นซ้อนกันกับของเขา มือใหญ่เกลี่ยเบาๆบนใบหน้า ริมฝีปากเคลื่อนเข้ากดลงเบาๆระหว่างคิ้ว

โกคุเทระค้างนิ่ง เบิกตามองคนตรงหน้า ริมฝีปากเผยอออกจากกันเล็กน้อย เหมือนลืมไปแล้วว่าคนเราใช้อะไรสื่อสาร ลืมกระทั่งภาษาที่ใช้พูด

"อ..."

พอส่งเสียงออกมาได้นิดหน่อย อีกฝ่ายก็เหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัว ทำท่าอึกอักไม่แพ้กัน

"อ...เอ่อ...ฉันหมายถึง...ไม่อยากให้นายคิ้วชนกันบ่อยๆน่ะ แม้มันจะน่าร- เอ่อ...ถ้าเครียดมากมันไม่ดีต่อสุขภาพน่ะ"

ถึงตอนนี้แล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าประโยคนั้นมันเกี่ยวอะไรกับก่อนหน้านี้ แล้วก็ไม่มีใครมีสติพอจะค้านด้วย

"ฉ...ฉันก็หงุดหงิดรถติด น้ำมันแพง ค่าแรงน้อย ไม่ได้โอเวอร์ไทม์อะไรไปเรื่อยนั่นแหละ! ม...ไม่ได้หงุดหงิดเรื่องแกจะทำหรือไม่ทำอะไรหรอก!!!"

"ง...งั้นสินะ? อืมๆ นายก็อย่าหงุดหงิดมากล่ะ มีอะไรก็...ระบายกับฉันบ้างก็ได้"

"อ...เออ!!"

"ง...งั้นฉันกลับก่อนนะ ดึกแล้ว เดี๋ยวป๋าเป็นห่วง"

"ก...ก็น่าจะกลับไปตั้งนานแล้ว!!"

"อื้อ! เจอกันพรุ่งนี้นะ!!"


เมื่ออีกฝ่ายหายไปจากสายตา ก็เหมือนว่าโกคุเทระเพิ่งนึกได้ว่าวิธีการหายใจเขาทำกันยังไง ทาบมือกับอกตัวเอง มันยังคงชัดเจนในความรู้สึกนี้


ไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปมันนานแค่ไหน
ไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
แต่ช่วงเวลาทั้งหมดที่ผ่านพ้นไป...ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมาถึงตัวเขาแบบนี้


ถึงแม้จะนิดเดียว...เขาก็เชื่อว่า...มันดีแล้วล่ะที่เป็นแบบนี้.....




ดีแล้วล่ะที่มันสายไป....




+ END +

 
Talk :
แต่งไว้นานจนลืมไปแล้วว่าแต่งด้วยความรู้สึกแบบไหน และตอนแต่งคิดอะไรอยู่ (ฮา)
มาอ่านตอนนี้ก็รู้สึกแปลกพิลึก เหมือนตัวเองไม่ได้เป็นคนแต่งงั้นแหละ = =llll

ตอนนี้เขียนเรื่องใหม่อยู่ล่ะ
แต่ตายกลางทาง (ฮา ตอนเริ่มมันยังดี๊ด๊าอยู่แท้ๆ)
เรื่องก่อนหน้านี้ก็เข็นออกมาไม่ได้ ติดตอนจบซะอีก
เพราะเฟล่อนแปรปรวนทางอารมณ์แท้ๆเลยสิเนี่ย OTL....

มีความตั้งใจอยู่อย่าง
เฟล่อนคิดว่าตัวเองจะวาดรูปทุกวัน วันละรูป
ที่จริงก็เริ่มได้มาสองสามวันละ
ปัญหาอยู่ที่ เฟล่อนไม่รู้จะวาดอะไร ก็เลยสิ้นคิด ...เออ....กรูวาดรูปประกอบฟิคกรูเองก็ได้ว๊าาาา
ไว้จะสแกนมาให้ดูเส้นก่อยๆนะ

จะพยายามให้มากขึ้น!
ขอบคุณทุกคอมเมนท์ค่ะ!


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แหมมมม พวกไม่รู้ใจตัวเองแถมซึนด้วยเนี่ยน๊าาา~
โมเอ้ว่ะแก (ฮา)


แล้วทำไมรู้สึกยามะมันขี้เนี๊ยนนนนขี้เนียนกว่าเดิม

#1 By . : : ZePhyRuS : : . on 2009-10-01 12:18

นะ..น่ารัก!!
ฟิคนี้ป่วนอารมณ์อย่างแท้จริง cry
ทั้งยามะซื่อบื้อเกิน (น่ารัก!) และโกคุก็โมโห(หึง)หลายๆเรื่อง (น่ารัก!!)

เรื่องมันเกิดขึ้นที่หัวสึนะนั่นแหละ~ 55

ป.ล. คะ..เค้าไม่ได้ว่า ว่าหื่นนะะะะะ TT

#2 By Koki on 2009-10-01 12:52

ซึนเหลือเกิ๊นนนน !!!!
น้ำมันแพงค่าแรงน้อยนี่คิดได้ไงคะก๊กคุง
ยามะก็นะคงความเนียนไว้ได้ตลอด
ชอบมากๆเลยค่ะ !!!
ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะคุณเฟล่อน <3


#3 By Janeiiz__,, on 2009-10-01 13:00

วั๊ยย!!!!~

ซึนได้โล่ห์มากโกคุ!!!!

จะบอกว่าน่ารักก็พูดไปซิยามะ อ้ำๆอึ้งๆอยู่ได้!!!~

"แปลว่านายหงุดหงิดเรื่องที่ฉันทำอะไรบางอย่างกับคนอื่นที่ไม่ใช่นายเหรอ?"

^โอ้ว ถามอะไรตรงใจแบบน้าน!!!! Skill ความฉลาด UP! ถามแบบนี้ อารมณ์โกคุยิ่งปั่นป่วนกว่าเดิม!//แต่ก็น่ารักb

ฟิคนี้ก๊าวใจหนูมากค่ะ โกคุน่ารักสุดยอด!!!!

#4 By Piekai on 2009-10-01 13:43

น้ำมันแพง ค่าแรงน้อย << ท่านรุ่นที่สิบไม่จ่าย?

โอเวอรืไทม์ไม่ได้ << แล้วใครใช้ให้แกทำงานแบบไม่ตอกบัตร

ไม่เกี่ยวแระ เป็นก๊กคุงที่ความซึนได้โล่ ไม่ใช่ซึนธรรมดา แต่ซึนแบบว่าไม่รยอมรับรู้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง เพราะคนที่ซึนนั้นมักจะเป็นคนที่ไม่ยอมรับในความรู้สึกที่แตกต่างจากความคิดของตัวเองและมีโลกส่วนตัวสูง ใช่มั๊ย?big smile

ยามะ บางครั้งเหมือนจะโง่ บางครั้งเหมือนจะฉลาด แต่มันใช้ชีวิตเป็น ฮ่าๆ

เราว่ามันก็ให้ความรู้สึกเป็นฟิกคุรเฟล่อนนา คำบางอย่างที่อ่านแล้วรู้สึกว่าใช่ ช่วงจังหวะบางอย่างที่อ่านแล้วรับรู้ได้ ไม่เห็นจะแปลกไปเลยน๊า

ว่าแต่ตัวเองแอบเขียนเรื่องอะไรอยู่เหรอก๊ะ เอามามะมาให้อ่าน ฮี่ๆๆ

แล้วก็จะรอดูรูปที่วาดจ้า


ปล. นั่นสินะ ระบุชัดซะขนาดนั้นไม่รู้ก็แย่แล้ว (งั้นของคุวาริต้องเป็น .สูงไม่ถึง 160 มีรอยสัก มักเต็มไปเลือด << ใครเอ่ย? ฮา)

ปล.ของ ปล. อยากอ่าน 8059 รึ? แน่ใจรึว่าจะอ่าน คนเขียนเยอะออกนะ ของคุวาริอาจไม่ถูกใจก็ได้ ฮะๆ

#5 By kuwa[R]i... on 2009-10-01 13:53

ฮาที่โกคุบอกยามะว่า..นำ้มันแพง ค่าแรงน้อย

มาอยู่กะเราม๊ะ?? เดี๋ยวส่งเสียเลี้ยงดูทุกอย่างเอง (โดนโบก)
(อันที่จริงเปิดดูกระเป๋าตังค์เลี้ยงตัวเองยังไม่รอด)

ยามะนี่ก็ยังบื้อแบบน่ารักเหมือนเดิมเลย ฮ่าๆ

#6 By +~ZiZZy~+ on 2009-10-01 15:28

น้ำมันแพง ค่าแรงน้อย ไม่ได้โอเวอร์ไทม์
^
พูดถึงงานตัวเองอยู่รึเปล่า ก๊าก

ว้าย เก๊าทำพี่เฟล่อนหวั่นไหวเร้ออออ
คือกำลังนอยด์ๆเรื่องเรียนอยู่เหมือนกันว่ะ

เหนื่อย เหนื่อย เหนื่อย
(มาบ่นอะไร - -)

#7 By Nagi on 2009-10-01 17:49

อ่านแล้วอมยิ้มทั้งเรื่องเลย big smile

น่ารักมากๆทั้งเสะทั้งเคะทั้งคนแต่ง!!!

(อันหลังเกี่ยว????)

open-mounthed smile

#8 By ●•WàtëR MéLõÑz•● on 2009-10-01 18:21

ง่าจบสักแล้วจิ //โดนตบ

โกคุยังน่ารักเหมือนเดิมงิงิ(เคะซึนจงเจริญ 555+)

ส่วนยามะก้อยังซื่อเหมือนเดิม เอ....สรุปเรื่องนี้ต้นเหตุคือนู๋ทูน่าจินะ 555+

ปล.8059 บันซายยยย+จงเริญ!!!!!


ปล.ฟิคสนุกมากมายเลยค่ะงิงิ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะค่ะงิงิ

#9 By ♪かんだ モエ-ぢゃん♪ on 2009-10-01 23:54

โกคุน่ารักสุดๆๆๆๆๆ

เเต่ปากไม่ตรงกะใจเลยน้า ~~~

#10 By yuyu on 2009-11-13 18:46

『 フェロン 』 View my profile

Recommend