[Reborn fanfic] : Glow 3

posted on 06 Aug 2008 19:49 by felon  in Reborn

[Reborn fanfic] : Glow 3
Main : Iemitsu * Tsuyoshi
Type : Y
Rate : PG


________________________________________

สึโยชิลืมตามาในเช้าวันหนึ่ง แสงแดดบวกกับความร้อนของช่วงกลางวันทำให้เขานอนต่อไปไม่ไหว เหงื่อผุดขึ้นตามไรผม ดวงตามองเพดานสีขาวขุ่นแล้วเหลือบมองไปข้างตัว
ชายคนนึงนั่งยิ้มๆท้าวคางมองเขา
สึโยชิขยี้ตาเบาๆ รู้สึกเคืองอีกฝ่ายไม่น้อยที่ไม่ยอมปิดม่านให้เขา เพื่อที่ว่าเขาจะได้นอนมากกว่านี้อีกสักนิด

"ตื่นได้สักทีนะ" คนเพิ่งตื่นได้ยินประโยคนี้ก็กำลังจะเปิดปากต่อว่า แต่ก็ชะงักด้วยประโยคถัดไป "นี่มันบ่ายแล้วนะ"

สึโยชิลุกพรวดก่อนจะหงายหลังลงไปอีกครั้งด้วยความดันต่ำที่พุ่งขึ้นสมอง
วงแขนของคนข้างเตียงประคองเอาไว้ได้ทัน มือหนาทาบหน้าผากชื้นเหงื่อ

"ก็รู้อยู่หรอกนะว่านอนดึก อยากให้นอนนานกว่านี้อีกหน่อย แต่ว่า..."

ใบหน้าคนพูดสลดลงจนคนฟังย่นคิ้ว
อิเอมิทสึหลบตา ริมฝีปากเม้มแน่น เขาสูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะติดสินใจพูดออกมา

"สึโยชิ....คือว่า..."

เจ้าของชื่อพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่ง เขามองสีหน้านั้นอย่างกังวล คิดไปต่างๆนานา
หรือว่านี่มันจะถึงเวลาแล้วที่อิเอมิทสึต้องไป...
งานของอิเอมิทสึคืบหน้าขนาดว่าจะต้องกลับแล้ว? บ้านหลังนี้จะเหลือเขาเพียงคนเดียวอีกครั้ง...
แค่คิดก็แทบจะทนไม่ได้ เขาคงปล่อยให้ตัวเองชินกับการมีคนอื่นอยู่ด้วยได้เร็วเกินไป เขาปล่อยให้ตัวเองสนิทกับอีกฝ่ายมากเกินไป...
จนทำให้เวลาคิดถึงช่วงที่ต้องจากกันมันแสนเจ็บปวด

"ฉันพยายามแล้ว...แต่ว่า...."

หรือว่าจะโดนอีกแกงค์มาล้อมบ้านเขาไว้หมดแล้ว?
ไม่สิ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาก็น่าจะรู้สึกตัวก่อนหน้านี้นานแล้วสิ
หรือว่าอิเอมิทสึโดนจับได้เรื่องที่ไปสอดแนมแล้วโดนจับซะเอง
นี่คือการมาลาเขา???

"ฉันหุงข้าวไหม้ ควันโขมงเต็มบ้านเลย ช่วยด้วย..."

"ห๊ะ?"

อิเอมิทสึเม้มปากก่อนจะพูดซ้ำ "ชั้นล่างควันโขมงไปหมดแล้ว ช่วยหน่อยสิ ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง"

สึโยชิเหมือนถูกจับให้ไปกระโดดบันจี้จัมพ์โดยไม่มีเชือก
สีหน้าเขาคงพิลึกเสียจนอีกคนออกปากถาม

"โกรธเหรอ? ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ แค่จะลองหุงข้าวอย่างที่นายทำเท่านั้นเอง"

"หึ..."

"สึโยชิ?" อิเอมิทสึกังวลทวีคูณเมื่อเห็นอีกคนก้มหน้านิ่งไป ร่างนั้นสั่นไหว นี่เขากำลังถูกโกรธจนตัวสั่นเลยรึเปล่า??

"หึหึหึหึ"

"สึโยชิ?"

"หึ หึ ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆ"

สึโยชิหัวเราะจนตัวงอ มือกุมท้องอย่างทรมาน
สิ่งที่คิดในหัวเมื่อครู่กระโดดหายออกไปหมด น่าตกใจที่ว่าเขารู้สึกโล่งใจ สบายใจอย่างน่าประหลาด

"ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวฉันลงไปจัดการเองนะ ฮ่าๆๆๆๆ"

แต่พอเอาเข้าจริงๆก็แทบหัวเราะไม่ออก
อิเอมิทสึไม่ได้หุงข้าวไหม้หรอก...เขาระเบิดมันเลยล่ะ
บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเม็ดข้าวเฉอะแฉะ บางที่ก็เป็นเม็ดข้าวดำปี๋ กลิ่นเหม็นไหม้แปลกๆลอยเข้าจมูก มองคราบที่กระจายไปทั่วพื้นและเครื่องครัวอื่นๆแล้วก็หันไปต่อว่า ถามความถึงความนึกครึ้มขยันของอีกฝ่ายที่ทำให้เกิดเรื่อง

"ก็...ฉันหิว แล้วก็ไม่อยากกวนนาย แล้วก็..." อิเอมิทสึยิ้มแห้งๆให้ มือลูบท้ายทอยตัวเองอย่างเก้อเขิน "ก็อยากทำให้นายกินด้วยน่ะนะ..."

สึโยชิถึงกับอ้าปากค้างโดยไม่มีคำด่าออกมากับประโยคหลังที่ได้ยิน
หัวใจเขาพองโตอย่างน่าประหลาด แต่ก็เหมารวมคิดไปว่า เขาคงไม่มีใครคิดทำอะไรให้เขาแบบนี้มานานมากแล้ว

**

กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ท้องของทั้งคู่ก็ครวญแข่งกันเสียงดังสนั่น
อิเอมิทสึจึงเสนอตัวออกไปซื้อของกินรองท้องกลับมาให้
สิ่งที่ได้กลับมาก็คือ...โดรายากิสองชิ้น...

สึโยชิหมดแรงจะบ่น เขาละจากพื้นที่เต็มไปด้วยคราบและฟองของน้ำยาขัดพื้นไปยังอีกคนที่กำลังกินโดรายากิชิ้นแรก
มองฟองลื่นๆบนมือของตัวเองก็ถอนใจ ขี้เกียจล้างมือเพื่อกินโดรายากิชิ้นเดียวซึ่งคงจะหมดภายในเวลาไม่ถึงนาที มันช่างไม่คุ้มเอาเสียเลย
คิดได้แล้วจึงเดินไปใกล้ๆคนตัวสูงกว่า กัดโดรายากิคำใหญ่ในมืออีกคนโดยไม่บอกกล่าว

"เฮ้ย!!" อิเอมิทสึผงะ มองสีหน้าเบื่อหน่ายที่เคี้ยวตุ้ยๆอย่างตกใจ

"ซื้อมาทั้งทีเอามาแค่สองชิ้นมันจะไปพออะไร อีกนานกว่าจะขัดเจ้าพวกนี้เสร็จ" สึโยชิสืบเท้าเข้าใกล้อีกฝ่าย เอียงหน้าเพื่อกัดโดรายากิอีกคำซึ่งเป็นคำสุดท้ายของชิ้นแรก "ขี้เกียจล้างมือด้วย..."

ริมฝีปากที่พูดบ่นโดนนิ้วกร้านตอนดึงทั้งชิ้นไปจากมือเขา
อิเอมิทสึมองไปทางอื่นด้วยหวังว่ามันจะเบนความสนใจของตัวเองไปได้

"เอาน้ำให้หน่อยสิ"

ร่างสูงหันไปคว้าแก้วน้ำทรงสูงยื่นให้ แล้วก็นึกได้ว่าต้องป้อนด้วย
ขอบแก้วเอียงชนริมฝีปากบาง เรียวปากเผยอขึ้นรับน้ำเย็นๆเข้าไปให้โล่งคอ
สึโยชิเหลือบตามองคนถือเป็นเชิงบอกให้เอียงลงอีก เขายังดื่มไม่พอ

อิเอมิทสึกลืนน้ำลายลงคอ ทำตามที่อีกฝ่ายขอมาทางสายตา
เขาพยายามที่จะมองไปทางอื่น แต่ก็กลัวจะทำน้ำหก เพิ่มงานให้อีกคนเข้าไปอีก
แต่พอมองก็บังคับตัวเองให้มองอย่างอื่นไม่ได้ พยายามให้ตัวเองมองแก้วก็เป็นต้องโฟกัสไปที่ริมฝีปากนั้นทุกที
เขาหยุดเมื่ออีกฝ่ายทำมือบอกว่าพอแล้ว มือกำลังจะเอียงแก้วกลับคืน เขาเห็นริมฝีปากนั้นถูกเม้มเลีย ปลายลิ้นลากไปยังมุมปากที่เลอะไส้ถั่วแดงของโดรายากิ
มือใหญ่อดไม่ได้ที่จะปาดรอยเลอะออกให้ด้วยนิ้วโป้ง

"ขอบใจ ฉันไปลุยต่อล่ะ" สึโยชิยิ้มให้ ทำท่าแข็งขัน "ที่เหลือนายกินไปละกัน ฉันรอมื้อใหญ่ทีเดียว..."

ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาอย่างหยุดไม่ได้ เพียงแค่เห็นคนตัวสูงเลียนิ้วโป้งที่เช็ดริมฝีปากของเขาให้เท่านั้น
หัวใจเต้นระส่ำ รู้สึกวาบขึ้นมาในอก สมองลืมสั่งการไปเสียสนิทว่าตัวเองควรจะหันไปทำงานต่อ
จนกระทั่งบังเอิญสบตากันอย่างไม่ตั้งใจ สึโยชิหมุนตัวกลับอย่างผิดธรรมชาติแล้วก้มหน้าก้มตาขัดพื้นต่อทันที

นี่เขาเป็นอะไรไปแล้ว!

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย มื้อเย็นง่ายๆก็ถูกจัดการเสียเรียบวุธ
คนที่ทำทุกอย่างจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของบ้าน

"นายจัดการทุกอย่างเองหมดเลย" อิเอมิทสึพูดขึ้น เขานั่งมองอีกคนเก็บจานชามด้วยความรู้สึกผิด

"ถ้าให้นายช่วยพรุ่งนี้ก็ไม่เสร็จ เอาแต่เพิ่มงานให้มากกว่า" สึโยชิพูดอย่างไม่จริงจังนัก เขาส่งยิ้มทะเล้นให้อีกคนรู้ว่าเขาล้อเล่น

"อ๊ะ..." อิเอมิทสึเห็นผ้าคาดหัวของอีกฝ่ายกำลังเลื่อนหลุด จึงใช้มือทาบเอาไว้ให้

"ใส่ให้ใหม่หน่อย"

สึโยชิร้องขอ มือเต็มไปด้วยจานชามที่วางกองประหนึ่งกายกรรมยากที่จะวางลงได้ ร่างโน้มลงให้พออีกฝ่ายเอื้อมถึง อยู่นิ่งในท่ากึ่งเก้าอี้ลม
คนทำตามคำขอยืดตัวขึ้น เลื่อนมือไปยังบริเวณท้ายทอยผูกกระชับผ้าคาดให้แน่นกว่าเดิม

โดยไม่ตั้งใจ...ดวงตาสบกันในระยะห่างไม่ถึงฟุต
ทุกอย่างนิ่งงัน เสียงหัวเราะพูดคุยหายไปสิ้นเชิง
แรงดึงดูดบางอย่างทำให้ระยะห่างย่นระยะลงเรื่อยๆ

เกร๊ง!!

ริมฝีปากที่สัมผัสกันเพียงนิดนั้นถอยออกมารวดเร็ว
สึโยชิหยิบจานที่หล่นบนโต๊ะเข้ากองในมือแล้วเดินออกไปที่ครัวอย่างเงียบเชียบและว่องไว
จานถูกกองไว้ในซิงค์ล้างจาน มือยกขึ้นปิดปากตัวเอง
ดวงตาหลับลงด้วยหวังว่ามันจะชะลอหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา
ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันทีที่นึกถึง

เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น...

อีกด้านก็เอนตัวนอนมันตรงนั้น ดวงตามองเพดานเก่าอย่างครุ่นคิด ปลายนิ้วเตะริมฝีปากตัวเอง
อีกนิดเดียว...
ถ้าจานไม่หล่นซะก่อน เขายังจินตนาการไม่ออกเลยว่าหลังจากนั้นอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไง แล้วเขา...ควรจะทำหน้ายังไง
ว่าแต่ตอนนี้จะมองหน้ากันได้ยังไง ต้องพูดอะไรออกไปถึงจะดี?
ต้องทำยังไงกับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกนี้...
จะต้องทำยังไงให้ยืดเวลานี้ออกไป...
เพราะกลัวเหลือเกินว่า ถ้าความรู้สึกของเขาถูกเปิดเผย...ทุกอย่างจะจบลง...อย่างแน่นอน

**

เสียงเคาะประตูทำให้อิเอมิทสึหันไปมองพอดีกับประตูที่เลื่อนเปิด มองคนที่กำลังเดินมานั่งข้างเขาอย่างประหลาดใจ
หลังจากมื้อเย็นและเหตุการณ์นั้น ทั้งคู่ก็คุยกันเป็นปกติ (ซึ่งนั่นแหละทำให้รู้ว่ามันไม่ปกติ) จนสึโยชิขอตัวไปนอนก่อน

"ยังไม่นอนอีกเหรอ?" สึโยชิพูดขึ้น ที่จริงเขาก็ไม่สบายใจเท่าไหร่ที่ยังเห็นว่าอิเอมิทสึนั่งอยู่เดิม ใจเขาลึกๆก็ไม่อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นทำให้พวกเขาเปลี่ยนไป

"นั่งอืดอยู่น่ะ พอดีกินข้าวมากไปหน่อย" สึโยชิฟังคำตอบยิ้มๆ รู้ดีว่ามันคือคำอ้าง ในเมื่อตอนนี้เวลาจะล่วงเข้าสู่วันใหม่แล้ว "นายก็ยังไม่นอนนี่..."

สึโยชิยิ้ม เขาเงียบไปด้วยไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี เขานั่งมองไปที่ผนังห้องราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อน

"ฉันคิดว่า...ฉันต้องกลับแล้วล่ะ"

ประโยคนี้ทำให้เจ้าของบ้านหันไปมอง "กลับ?? กลับไปไหน?? อิตาลีเหรอ?? ทำไม??"

อิเอมิทสึยิ้ม เขาถอนหายใจเสียงดังแล้วหัวเราะออกมา "ไปทำเรื่องอะไรนิดหน่อยน่ะสิ มันค่อนข้างด่วนน่ะ"

"แล้วจะกลับมาที่นี่รึเปล่า?"

อิเอทมิทสึหลับตาลง
เขาต้องกลับไปจริงๆ เพื่อทำเรื่องขอย้ายที่พักไปที่อื่นด้วยเหตุผลส่วนตัว คงโดนบอสบ่นว่าวุ่นวายแน่ๆ
แต่มันคงจะดีกว่า...ถ้าไม่อยู่ที่นี่...

"คงไม่กลับมาแล้วล่ะ..."

รู้สึกเหมือนตัวเองทำของสำคัญหายไปและไม่มีวันหาเจอ
รู้สึกเหมือนโดนทุบด้วยของแข็งทำให้ทั้งตัวชาวาบ
รู้สึกอัดอัดราวกับหัวใจจะหยุดเต้น

คงเหมือนกับต้นไม้ที่มีอยู่ต้นเดียวบนดวงดาวที่แห้งแล้ง
วันหนึ่งก็มีคนมารดน้ำพรวนดินให้จนฟื้นตัว
แล้วอยู่ๆดีคนนั้นก็จากไป เขากลับกลายเป็นต้นไม้ที่กำลังเฉาบนดวงดาวที่เว้งว้าง

สึโยชิเงียบไปนานจนอีกฝ่ายต้องหันไปมอง
สีหน้าเสียดายระคนเจ็บปวดนั้นทำให้เขาฝืนยิ้มออกมา
มือขยี้หัวอีกฝ่ายเหมือนทุกครั้ง

"อะไรกัน...หน้าแบบนั้น" อิเอมิทสึหัวเราะ "ทุกอย่างแค่ย้อนไปสู่จุดเริ่มต้น ตอนที่ฉันยังไม่มาที่นี่ไง"

สึโยชิรู้ดีว่ามันไม่ง่ายอย่างที่อีกฝ่ายพูด ไม่ง่ายเลยจริงๆ
แต่เขาก็ไม่อยากทำตัวเป็นเด็กๆด้วยการรั้งอีกฝ่ายไว้ ด้วยเหตุผลส่วนตัว
รู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เขาได้อยู่ด้วยกันคือภาระหน้าที่ของอีกฝ่ายเท่านั้น และเมื่อเป็นอย่างนั้นยิ่งเอาเหตุผลส่วนตัวเข้าไปยุ่งไม่ได้

"อย่าทำหน้าแบบนั้น..." มือใหญ่ทาบกับใบหน้าที่พยายามปั้นยิ้มให้เขา

มือเล็กกว่าทาบทับมือเขาอีกที
สึโยชิพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ และยังคงพยายามยิ้มให้เป็นปกติ

"ไม่ไปไม่ได้สินะ? ฉันคงคิดถึงนายน่าดู..." สึโยชิสูดหายใจเข้าลึก "ฮะ ฮะ...ฉันจะรั้งนายไว้ก็ไม่ได้ซะด้วย"

"อย่าพูดแบบนั้นเลย..."

เพราะว่ามันกำลังจะทำให้ใจอ่อน
กำลังจะทำให้ปล่อยใจไปกับนายในที่สุด

"ถึงแม้จะไปกลับมา ก็ช่วยติดต่อมาบ้างได้รึเปล่า?" สึโยชิพูดยิ้มๆ แม้ว่ามันจะลำบากเหลือเกิน "อย่างน้อยมันก็ทำให้เราเชื่อมต่อกันอยู่นะ"

มือที่ทาบใบหน้านั้นเลื่อนไปบริเวณท้ายทอยทำให้มือของสึโยชิเลื่อนไปอยู่ที่ข้อมือใหญ่
อิเอมิทสึรั้งหน้าอีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน เขาพูดด้วยเสียงเบาราวกระซิบ

"ขอโทษนะ..."

.

To be continued...