[Reborn Fanfic]: 俺達の約束 (TYL) *UPDATE*

posted on 25 Dec 2009 09:13 by felon  in Reborn

**UPDATE สกอร์ไปล่างสุดโลด**

 

อัพฟิค ตอบเมนท์

By カフカ <<< เออจริง รูปสมัยคอสยามะที่แล้วๆมา นอกจากวิกแล้ว ไม่มีอะไรดี (ยกเว้นออป)

By ♪かんだ モエ-ぢゃん♪  <<< แต่งบ่อยเพราะว่ามีอะไรในหัวน่ะ แต่งบ่อยมาก็ไม่ดี ตอนนี้เริ่มไม่มีอะไรจะเขียนละ เรื่องเมริกิริดิเต็มหัวเลย (ฮา)

By kuwa[R]i...  <<< เค้ามาต่อแล้ว!!!!

By yunyun  <<< ก่อนหน้านี้เค้าก็เคยทำนะ (ในฟิคเรื่อง COLORED) พอมาทำอีกที เหมือนจะเหนื่อยน้อยกว่าครั้งก่อนเยอะเลย

By KeeChan  <<< แต่คนที่คอสคู่ล่อนบอกว่ามันยาวน่ะ (ฮา)

By Crazy-Reborn  <<< ขอบคุณค่ะ

By yuyu  <<< งั้นมาอ่านตอนนี้ต่อนะคะ (ฮา)

By Janeiiz__,,  <<< แหะๆ ดีใจที่ชอบค่ะ

By ●•WàtëR MéLõÑz•● <<< กร๊ากกก ตอนนี้ไม่ใสแล้วค่าาาาาา (ฮา)

By [sani]  <<< จะเบิ้ลสามเมนท์เพื่อ????

By + Windiizz +  <<< เช่นกันจ้าาาา เมอร์รี่คริสมาสต์!!!

By キリチー クロベー  <<< ไงก็ได้ แต่ตอนนี้เค้าสะสมโดนัทรสกล้วยกับเบียร์อยู่นะตัวล์

By +~ZiZZy~+  <<< ถ้าอ่านด้านล่างนี่ก็คงจะแปลกไปเยอะเลยค่ะ (ฮา)

By YaSama  <<< ขอบคุณค่ะ

 

เฮ้!!!
เฟล่อนกำลังสะสมของขวัญล่ะ (ฮา) แล้วทำไมวาดการ์ดไม่ได้ก็ไม่รู้ววววววววววววววววววววววววว
โฮวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว






[Reborn Fanfic]: 俺達の約束 (Oretachi no Yakusoku)
Main: 8059 TYL part
Rate: NC-20
Warning: มันยาวนิดนึง...

_______________________________________________


ร่างสูงกระชับโค้ทแน่น ซุกตัวเองลงกับผ้ากันลมหนาระหว่างเปิดประตูเข้าห้องของตัวเอง ภายใต้ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีก้อนเมฆ ไม่มีดาวทอแสง มีเสียงลมของฤดูหนาวพัดแรงจนหูได้ยินแต่เสียงอื้ออึงของสายลม

เสื้อตัวหนาถอดพาดไว้บนโซฟา คุ้ยหาเครื่องมือสื่อสารที่มักจะลืมอยู่เสมอ และมักจะนึกถึงตอนที่จะใช้มันติดต่อหาใครสักคนอย่างในเวลานี้

เขาพยายามมองข้ามเรื่องน่ารำคาญใจที่เกิดขึ้นช่วงเย็นที่ผ่านมา ตัวเขาที่ทำงานล่าช้าไปเล็กน้อย คนรายงานที่ล่าช้าไปมากๆ ทำให้เขาต้องอยู่โยงจนดึกดื่น อันที่จริง เขาก็ไม่ได้รำคาญอะไรเนื่องจากเริ่มชินกับกระบวนการเหล่านี้แล้ว และในขณะที่เขายืนอ้อยอิ่งรอสรุปรายงานผล ร่างเล็กเจ้าของผมชี้ฟูในชุดสูทลำลองสีขาวก็เดินมาหยุดข้างๆพร้อมกับบอก บางอย่างกับเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

'ตอนนี้ถึงบ้านเรียบร้อยแล้วล่ะ'

เท่านั้นเอง เขาก็นึกอยากให้จางนินีสร้างรีโมทสารพัดนึกให้เขา จะได้กดปุ่มเร่งความเร็วให้คนแจ้งผลรายงานทำงานเสร็จในหนึ่งวินาทีด้วยความ เร็ว x32เหมือนเครื่องเล่นดีวีดี

ยังไงก็ช่าง ตอนนี้เขาหามือถือเจอเสียที
พอยกขึ้นแนบหูก็หัวเราะขึ้นมากับตัวเอง....ขนาดเสียงรอสายเป็นจังหวะ เขาก็ยังนึกค่อนในใจว่ามันช้าไป ไม่ทันใจเอาเสียเลย

"เหนื่อย อยากนอน" นั่นคือเสียงที่เขาได้ยินจากปลายสาย อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "แต่ว่าพรุ่งนี้ อยากไปดูต้นคริสต์มาส เอาต้นใหญ่ๆ"

"ยินดีต้อนรับกลับ" ยามาโมโตะเอ่ย "จะพยายามหานะ ไอ้ต้นใหญ่ๆที่ว่าน่ะ"

เสียงกรอกแกรกดังขึ้นพร้อมกับตัวเขาที่ไม่ปกติ ร่างสูงยกมือตัวเองขึ้นมองก่อนจะย่นคิ้วนิดหน่อยกับสภาพรอบตัวที่เคยคุ้น เขาหยักยิ้มแล้วคุยกับอีกฝ่ายอย่างปกติหลังจากฟังเสียงโวยวายเสร็จแล้ว

"ตกลง เรานัดกันแล้วนะ" เขาได้ยินเสียงงึมงำจากอีกฝั่ง เดาว่าคงใกล้หลับเต็มที "คิดถึงนายจัง ตั้งแต่นายกลับมา ยังไม่ได้เจอหน้ากันเลยนะ" และอยากจะเสริมอีกหน่อยว่า ถ้ากลับเร็วก็น่าจะบอกกันบ้าง ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่อันดับแรกลำดับเดียวที่นึกถึงก็เถอะ แต่บอกกันบ้างจะได้ไม่คิดถึงจนกระสับกระส่ายขนาดนี้

เพื่อนตัวจิ๋วบอกเขาว่าถึงตั้งแต่เที่ยง แต่มาโทรบอกเอาตอนค่ำเพราะนอนปรับเวลาอยู่... ก็เข้าใจนะว่าเหนื่อย แต่ถึงไม่ได้เจอหน้า ได้ยินเสียงก็ยังดี

"กลับอะไรของแก จะละเมอก็ไปนอนซะ ฉันง่วงจะตายอยู่แล้วเว้ย! เชิญไปจ้องลูกเบสบอลสีเหลืองอร่ามบนท้องฟ้าคนเดียวเถอะ!"

"ก็ต้องไปรับนายด้วยสินะ? ขอมื้อเช้าด้วยล่ะ อืม...อันที่จริง ไปหาตอนนี้เลยก็ได้นะ ฉันอยากเจอนายเอามากๆ"

"ใครเค้าอยากเจอกับแกวะ....ง่วง...ไม่ไหว....แล้ว......"

ยามาโมโตะหัวเราะกับเสียงหายใจสม่ำเสมอ ก่อนที่เสียงประหลาดจะดังขึ้นอีกรอบ เขาก็กลับมาอยู่ในห้องเดิมที่เพิ่งมาถึง นั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรด ไม่ใช่ที่นอนที่บ้าน

"หัวเราะแบบนี้หมายความว่าไงน่ะ?" เสียงปลายสายดังขึ้นอีกเจือความไม่พอใจอย่างขำขัน "ตัวนายเองก็น่าหัวเราะเหมือนกันแหละ เจ้าโง่เอ๊ย"

"คนหลับก่อนมาว่าคนอื่นได้เหรอ?" ยามาโมโตะกลั้นขำ "นี่แปลว่าไปพูดนัดกับฉันตอนเด็กมาล่ะสินะ?"

"เออ นึกออกเลยตอนปีนั้น ที่ไปกันอย่างงงๆ...ที่จริงแล้วเป็นเพราะแกนี่เอง...."

"เพราะฉันแน่เหรอ? นายต่างหากที่เป็นคนนัด ฉันก็ต้องไปสิ"

"ก็ใครใช้ให้นายแยกเสียงไม่ออกล่ะหา?"

"จะให้ฉันผิดว่างั้น?"

"มันก็ต้องอย่างนั้นสิ!"

"ครับๆ" ยามาโมโตะยอมให้ในที่สุด "ถ้าอย่างนั้นก็ไปนอนได้แล้วล่ะ แล้วเจอกันนะ"

"ไม่บอกก็ทำแบบนั้นอยู่แล้วล่ะน่า!"


เอาละ...
พรุ่งนี้ไปเช้าๆดีกว่า
สีหน้าคนนอนหลับคนนี้....มันน่าเอ็นดูน้อยเสียเมื่อไหร่.....




***



ร่างบนเตียงบิดตัวไล่ความเกียจคร้าน สูดหายใจเข้าลึกและรับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอมข้างตัว เขาปรือตาขึ้นอย่างไม่พอใจนัก เมื่อสิ่งแรกที่เห็นคือร่างสูงที่นั่งอยู่บนฟูกกำลังเพลิดเพลินกับการมองทุกอากัปกิริยาของเขา

"ตื่นแล้วเหรอ?" มือใหญ่เกลี่ยผมนิ่มแผ่วเบา ไล้ลงใบหน้ามนที่ไม่หลบหนีมือเขา เจ้าตัวหลับตาต่ออย่างไม่สนใจ

"ไม่ใช่เจ้าอุรินะ ไม่ต้องมาลูบคางเลย เอามือแกออกไปซะ"

"งั้นก็ตื่นได้แล้วสิ จะไปเดินเล่นกันไม่ใช่เหรอ?" พอพูดแบบนี้ออกไป คนพูดก็ได้สายตาขุ่นๆเป็นของรางวัล "มารับแล้วไง"

โกคุเทระลุกขึ้นนั่งอย่างไม่เต็มใจนัก สะบัดผ้าห่มออกจากตัว เหลือเพียงร่างบางในเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวเทาตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น คนมองถึงกับนึกสงสัยว่าไม่หนาวบ้างหรือไงกับการนอนในชุดแบบนี้

"ไม่เคยเห็นคนเพิ่งตื่นเหรอ?"

ยามาโมโตะยิ้ม เขาเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้เล็กน้อย "อยากให้ตอบจริงๆรึเปล่าล่ะ?"

"ไม่" โกคุเทระตอบแบบไม่เสียเวลาคิด ทำเอายามาโมโตะขำขึ้นมาอีกรอบ

ดวงตาสีเขียวแกมเทาจับจ้องที่รอยยิ้มนั้น รวมถึงรอยแผลเป็นบริเวณคาง ซึ่งเขาพยายามหาสาเหตุให้กับตัวเอง ถึงอาการที่หลับตาแล้วเห็นภาพส่วนหนึ่งของคนตรงหน้านี่ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายงานหรือต้องเดินทางไกล

"อ๊ะ..." รู้ตัวอีกทีมือก็แตะอยู่ที่รอยแผลนั้น

"อะไรเหรอ?" มือใหญ่ถือโอกาสเกาะกุมไว้อีกที "เห็นนายมองสักพักแล้ว มันทำไมเหรอ?"

"มัน ติดตา..." โกคุเทระเหลือบขึ้นสบตา น่าแปลกที่ว่า ก่อนหน้านี้ห้าบรรทัด เขายังอารมณ์ขุ่นๆ แต่ตอนนี้กลับอารมณ์ดีพิลึกยังไงชอบกล "นี่..ฉันไปทำงานรอบนี้กี่วันน่ะ?"

"แปด" ร่างสูงว่า เขาเปลี่ยนเป็นนั่งพิงหัวเตียงสบายๆ มือที่กุมอีกฝ่ายอยู่ยกมาไว้ข้างตัวไม่ปล่อย "นานนะ"

"นั่นสิ..." โกคุเทระเอนตัวไปใกล้ "แต่ไม่ใช่ไม่ดี"

ยามาโมโตะหัวเราะในลำคอพลางคิดอย่างขำๆ
แน่สิ...มันจะไม่ดีได้ยังไงในเมื่อเป็นคำสั่งจากสึนะ ขนาดเขาเองยังไม่มีข้อโต้แย้งในเรื่องนี้เลย

เขามองใบหน้าเรียวที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกทีโดยไม่คัดค้าน จมูกได้กลิ่นบุหรี่จางๆจากลมหายใจประชิด

"โกคุเทระ..."

"ว่าไง..."

"....ต้นคริสต์มาสคงรอนายได้แหละ"

ยามาโมโตะพูดเจือขำขันก่อนจะรั้งร่างบางนั้นเข้ามานั่งเกยบนตักตัวเอง สองมือประคองกอดแถวบั้นท้ายขณะปล่อยให้ริมฝีปากสัมผัสกัน รังดุมหน้าของชุดนอนที่ถูกปลดเพียงสามเม็ดแรกก็เพียงพอที่จะทำให้เสื้อร่นไปกองแถวข้อพับแขนได้ไม่ยาก




'โหยหา'
โกคุเทระลองจำกัดความความรู้สึกตัวเองตอนนี้ และก็คงจะเป็นอย่างที่ตัวเองคิดไม่มีผิดเพี้ยน


มือเรียวประคองใบหน้านั้น โอบกอดเข้าหาให้สัมผัสลึกล้ำ และดูเหมือนทั้งคู่จะคิดตรงกันในคำที่ว่า 'มันยังไม่พอ' ขนาดว่าร่างบางยังอดแปลกใจไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะตอนที่เขาไปทำงาน เจอคู่รักสวีทกันผ่านหน้าทำให้เขาคิดถึงอีกฝ่ายขึ้นมาก็เป็นได้? แต่บางที มันก็น่าขำตรงที่เขากับคนตรงหน้านี่ดูเหมือนจะไม่ใช่คู่รักกันเสียหน่อย? จะว่าไป...มันก็เป็นแค่ 'ความผูกพัน' เท่านั้นกระมัง

โกคุเทระไม่มีสติจะคิดอะไรต่อนัก เบื้องล่างเขาถูกโลมเล้าผ่านเนื้อผ้าจนควบคุมสะโพกตัวเองไม่ได้ ปรือตามองใบหน้าชื้นเหงื่อเบื้องหน้า เอียงคอรับการขบเม้มที่ออกจะเจ็บไปสักหน่อย แต่มันก็ดูเข้าท่าทีเดียวในความคิดเขา ขาเรียวแยกออกขณะเอนตัวไปทางด้านหลัง ขยับตัวให้อีกฝ่ายถนัดมากขึ้น กางเกงขาสั้นเริ่มคับจนน่าอึดอัด แต่คนตรงหน้าดูราวจงใจปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น ร่างบางรู้สึกหงุดหงิดขัดใจจึงดึงคอเสื้อเข้ามาใกล้ กัดเข้าบริเวณไหล่ แต่สิ่งได้ที่รับคือเสียงหัวเราะทุ้มๆอย่างอารมณ์ดีเท่านั้น นึกอยากจะต่อว่าด้วยคำแสบๆคันๆ แต่นิ้วสากที่หยอกกับลิ้นเขา ณ ตอนนี้ทำให้พูดอะไรไม่ได้ จึงยั่วโดยการเล่นกับเรียวนิ้วนั้นจนเจ้าของมือต้องกระตุกคิ้ว อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการเลีย ดูด กับขบเม้มอีกเล็กน้อย แต่ทั้งหมดนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้มือใหญ่นั่นสอดเข้าใต้กางเกงของเขา

"อย่าโกงกันสิ โกคุเทระ..."

คนฟังไหวไหล่อย่างไม่สนใจ ห้องที่เคยเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบของคนทั้งคู่ กางเกงขาสั้นกองอยู่ที่พื้นอย่างไม่ได้รับการใส่ใจอีกต่อไป ยามาโมโตะปลุกเร้าคนตรงหน้าจนเสียงครางกระเส่าแทรกขึ้นมาระหว่างเสียงหอบหายใจ เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะเลื่อนริมฝีปากไปหยอกเอินกับยอดอก ทำเอาคนด้านล่างผวาเฮือก มือบางเกาะเสื้อเชิ้ตคนด้านบนแน่นจนกลัวว่ามันจะขาดทะลุ ปลดกระดุมคนนัวเนียออกทั้งแผง ไล้สัมผัสไปกับแผ่นหลังชื้นตามแนวไขสันหลัง ไม่น่าเชื่อว่าแนวกระดูกนั้นให้สัมผัสที่ดีจริงๆ

"อ๊ะ!!!!"

โกคุเทระสะดุ้งตัว ผละมือออกจากแผ่นหลังกว้าง เกาะจิกกับลาดไหล่แข็งแรง ขาเรียวอ้ากว้างขึ้นอีกเมื่อรู้ตัวว่าถูกเพิ่มจำนวนนิ้ว ความเจ็บมีเพียงเสี้ยววินาทีแรกก่อนที่สะโพกและบั้นท้ายของเขาจะเคยชินอย่างรวดเร็ว ขาที่เคยอ้าออกกว้างกลับเกี่ยวกระหวัดเข้าสะโพกคนด้านบน นิ้วเท้าเกร็งขึงขณะปลดปล่อยรอบแรกออกมา...

ยามาโมโตะยกนิ้วเปรอะเปื้อนคราบขาวขึ้นเลีย วิจารณ์อย่างหน้าไม่อาย "ข้นนะ"

คนฟังก็เตะเข้าเสียหนึ่งทีก่อนจะยกสะโพกรับการสอดใส่ ซึ่งเขาคิดว่ามันช่างเนิบช้าเสียจนน่ารำคาญ ยามาโมโตะอดคิดไม่ได้ว่าอดีตที่ผ่านมามีส่วนทำให้รู้สึกดีนิดหน่อย เวลาทำให้โกคุเทระหงุดหงิดในเรื่องที่ไม่สามารถต่อกรได้

"อา..."

จังหวะไม่คงที่ทำเอาโกคุเทระเดาทางไม่ถูก สะโพกของเขาถูกมือใหญ่จับบังคับไม่ให้ขยับตามใจ ถึงจะขัดใจ แต่ก็ได้แก้แค้นเล็กๆน้อยๆด้วยการเกร็งปากทางเข้าให้ยามาโมโตะนิ่วหน้าเป็นระยะ อาการซุกซนนี้ก็ถูกติเตียนด้วยจูบที่รุนแรงแต่หอมหวาน สองแขนเรียวโอบรอบลำคออีกฝ่าย จูบสลับกับส่งเสียงกระสัน ใบหน้าคมคายซุกสูดกลิ่นคุ้นเคยกับกลิ่นเหงื่อจากกิจกรรม

"ไม่ไหว...ม...ไม่ไหวแล้ว"

ยามาโมโตะเมินเฉยกับประโยคนั้น เขายังคงคุมด้วยจังหวะไม่คงที่ เสียงหวีดร้องสูงก็ไม่ได้ทำให้ชะงัก มือข้างหนึ่งลูบไล้จากท้องน้อยไปหยอกเล่นกับแผ่นอกที่แอ่นกระชั้น ใบหน้าภายใต้เรือนผมสีเทาอ่อนสะบัดไปมา มือที่เคยเกาะเกี่ยวย้ายมายื้ออีกฝ่ายไม่ให้ขยับไปมากกว่านี้ และก็แน่ล่ะว่ามันไม่ได้ผล สะโพกถูกยกขึ้น บังคับให้เปลี่ยนเป็นท่านอนตะแคงข้าง

โกคุเทระไม่ชอบท่านี้....
ไม่ใช่ว่ามันรู้สึกไม่ดีหรอกนะ แต่เพราะมันเป็นท่าที่เขาควบคุมไม่ได้ต่างหาก ลองดูอย่างตอนนี้ เขากลับมาร่วมกิจกรรมได้อีกครั้งในที่สุด

ร่างสูงเริ่มขยับถี่ขึ้น เมื่อไหร่ที่ร่างบางรู้สึกว่ามันกำลังจะถึงฝั่ง คนด้านบนก็จะชะลอเป็นจังหวะเนิบช้าอย่างรวดเร็ว เหลือบมองเห็นใบหน้าเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มแล้วก็ได้แต่นึกค่อนในใจ ว่ามันไม่ทรมานตัวเองหรืออย่างไร แต่ก็นั่นแหละ...โกคุเทระไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งถ้าโฟกัสไปยังคนด้านบน เขาก็แค่รู้สึกสนุกที่ได้เห็นสีหน้าขัดใจของคนด้านล่าง อีกทั้ง...บางทีการทำแบบนี้มันก็ยื้อความรู้สึกดีๆไปได้นานเหมือนกัน

สุดท้ายแล้ว เรือนร่างขาวซีดก็ถูกพลิกอีกครั้ง ใบหน้าแนบกับฟูกเตียงนิ่ม และถูกเผงเลยว่าโกคุเทระไม่ชอบอีกนั่นแหละ มันทำให้มองไม่เห็นอีกฝ่าย จะเงยขึ้นไปจูบ คอก็พาลจะเคล็ดเอาได้ ทำได้แต่คว้าคนตรงหน้าให้โน้มลงมาจูบแทน เหงื่อคนด้านบนหยดลงบนแผ่นหลังบาง จังหวะกระชั้นขึ้นทุกที โกคุเทระไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ทั้งคู่ก็สิ้นสุดกิจกรรมในรอบที่สองท่ามกลางเสียงหอบเหนื่อย

แม้จะเป็นการไม่ตั้งใจ แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะเคยชินกับการจัดการทุกอย่างให้อยู่ในความเรียบร้อยราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ยามาโมโตะถอดเสื้อตัวเองเดินไปพาดบนพนักโซฟา มือคว้าผ้าขนหนูที่เขาเคยทิ้งไว้เข้าไปอาบน้ำ ส่วนอีกคนหยิบกางเกงบนพื้นโยนลงตะกร้าสำหรับส่งซัก ใช้มือสางผมตัวเองให้มันไม่ยุ่งเหยิงเกินไปก่อนจะคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป



ไม่ได้เรียงลำดับเหตุการณ์ตกหล่นแต่อย่างใด ร่างเพรียวเดินตามเข้าไปก่อนที่ยามาโมโตะจะได้ใช้สบู่เสียอีก

ทั้งคู่ทำเป็นต่างคนต่างอาบน้ำได้ราวห้านาที ก่อนที่มือหนาจะโอบเอวบางรั้งเข้ามาใกล้ กดจูบลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อ สายน้ำอุ่นกำลังดีนั้นไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะหยุดอารมณ์ทั้งคู่ได้ ท่อนแขนยันกับผนังห้องน้ำ สะโพกบดเบียดรับการสอดใส่ คราวนี้มันเป็นจังหวะ ไม่ได้เนิบนาบจนน่าหงุดหงิดใจ แต่มันดูรุนแรงพอๆกับการแฝงไปด้วยการเอาอกเอาใจ มือใหญ่ยกต้นขาอีกฝ่ายรั้งขึ้น สอดใส่อย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายในรอบที่สาม ร่างบางแนบหน้ากับกระเบื้องผนังเย็นเยียบ แขนเรียวคว้าคอคนด้านหลังเข้ามาระหว่างพลิกตัวหันหน้าเขาหา ริมฝีปากบดจูบกันจนอาจจะช้ำ สะโพกเข้าเบียดกันอย่างไม่รู้ตัว

"นิ้วเปื่อยแน่ะ..." ยามาโมโตะว่าพลางจูบแผ่วเบาตรงนิ้วเรียว "เดี๋ยวได้เป็นปอดบวมกันทั้งคู่ นี่หน้าหนาวนะ"

"ก็หยุดสิ"

คำพูดสั้นๆทำให้คนฟังหัวเราะหึหึ มือตีลงบนต้นขาขาวแบบหยอกล้อก่อนจะก้มขบลงบนเนื้ออ่อนแถวกระดูกไหปลาร้า ไอน้ำที่ขึ้นกระจกเงาบอกถึงอุณหภูมิในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี เสียงหอบในที่ปิดแคบก้องไปมาจนฟังแล้วรู้สึกกระดาก แต่ใครจะสนในเมื่อมันกำลังจะถูกแทนด้วยเสียงอื่น?

เสียงน้ำจากฝักบัวก็ดูเหมือนจะเบาไปจนแทบไม่ได้ยินถ้าเทียบกับเสียงหวานๆข้างหู ยามาโมโตะคงเหมือนคนไม่รู้จักพอกับโกคุเทระที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนั้นอยู่ เช่นกัน ครั้งนี้เหมือนทั้งคู่จะเลิกทะเลาะกันทางร่างกายแล้ว มันเข้ากันจนโกคุเทระนึกสงสัย แต่ไม่ได้คิดหาคำตอบ มือใหญ่ที่รั้งช่วงไหล่จากทางด้านหลังออกแรงกดให้สัมผัสล้ำและรู้สึกดีจนโก คุเทระมึนงง เขากำลังรู้สึกติดใจรสจูบที่ดูออดอ้อนชอบกล มันทำให้อารมณ์ดีขึ้นอย่างประหลาด สะโพกที่กระแทกกระทั้นมากขึ้น มากขึ้น ทำเอาโกคุเทระจิกเล็บลงบนไหล่อีกฝ่าย เสียงหวีดร้องในลำคอดังก้องในจังหวะเดียวกับที่ยามาโมโตะรู้สึกแสบแผลจากรอยเล็บ เขาก็ได้แต่นึกขำๆว่า คงเปลี่ยนเสื้อต่อหน้า 'บอส' ไม่ได้ไปหลายวัน...


แต่ก็เอาเถอะ
รอยขบเม้มแดงๆทั่วร่างขาวเนียนนี่ก็ใช่จะน้อยเสียเมื่อไหร่....





ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการใช้ห้องน้ำที่นานที่สุดในรอบครึ่งปีของทั้งคู่ก็ว่าได้ ยามาโมโตะใส่แจ๊คเก็ตพลางมองร่างบางที่ทะเลาะกับการให้อาหารเจ้าแมวตัวแสบอย่างชินตา เขาหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะถูกหันมาแหวใส่ เป็นเหตุการณ์ที่มองแล้วชวนนึกไปถึงเรื่องสมัยมัธยมต้นยันมัธยมปลายซึ่งนั่นก็ทำให้รู้สึกดีทีเดียว

"เราจะไปกันยังไง?" โกคุเทระถามขณะพยายามเอาอุริกลับเข้ากล่อง ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่เคยเป็นไปอย่างราบรื่นเสียที

"ฉันขี่มอเตอร์ไซค์มา" ยามาโมโตะยิ้มแย้มก่อนจะรวบร่างบางเข้ามาใกล้ แมวตัวแสบกระโดดออกจากอ้อมกอดเจ้าของไปนอนสบายอยู่บนกลุ่มผมชี้สีดำสนิท "รับลมกันหน่อยไหม?"

"พูดยังกับฉันมีทางเลือกงั้นแหละ"




หลังจากขี่มอเตอร์ไซค์ต้านลมหนาวจนเยือกแข็งได้ที่ ทั้งคู่ก็หยุดบริเวณย่านการค้าไม่ไกลจากที่พักนัก นับว่าคึกคักถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ยามาโมโตะอาสาเข้ามินิมาร์ทหาเครื่องดื่มช่วยให้ร่างกายอบอุ่นหลังจากต้านลม ปล่อยให้โกคุเทระเล่นกับอุริไปพลางๆระหว่างรอ

"ต้นคริสต์มาสที่นายอยากเห็น อาจจะไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่หาได้แค่นี้แหละแถวนี้น่ะ" เสียงทุ้มพูดกลั้วหัวเราะพลางยื่นกระป๋องเบียร์ให้ "เพราะว่าเวลาน้อยด้วยล่ะนะ"

"นายก็ยังอุตส่าห์เดาทางได้นะ..." ร่างบางพิงกับรั้วสะพายลอย สูดนิโคตินเข้าปอดพลางมองต้นไม้ที่เต็มไปด้วยไฟหลากสีเบื้องหน้า "....เมื่อคืนรู้สึกว่าเป็นผลพวงของปืนทศวรรษรุ่นใหม่สินะ?"

"ก็งั้นแหละ ตกใจนิดหน่อยที่เสียงนายเด็กลง...แต่ก็นะ..." ร่างสูงกลับหลังหันมายืนข้างๆ มองไปยังต้นไม้ต้นเดียวกัน "ที่ไปดูอย่างงงๆเมื่อตอนนั้น มันก็ไม่ได้แย่นี่"

"หึ...ก็คงอย่างนั้น..."

ด้านล่างเต็มไปด้วยผู้คนและแสงสี การจราจรติดขัดสมเป็นช่วงเทศกาล พวกเขามีแค่กระป๋องเบียร์ในมือคนละกระป๋อง ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนไปด้วยกัน

"ถ้าได้มาตอนกลางวัน คนคงไม่เยอะแบบนี้" โกคุเทระว่าพลางเหล่มองไปยังคนข้างๆที่ยืนยิ้มอย่างพออกพอใจ

"ก็นายดันนอนอยู่ตอนฉันไปถึงทำไมล่ะ?" มือใหญ่เกลี่ยปอยผมสีเทาเงินข้างใบหูเล่นเหมือนเป็นสิ่งบันเทิงอย่างหนึ่ง "ก็บอกแล้วว่าให้เตรียมตัวไว้ นายนอนเพลินเองนี่ กว่าจะได้ออกมาเลยมืดเลยเห็นไหม?"

"ความผิดฉันหรือไงห๊ะ?" กระป๋องเบียร์เขกลงหัวอีกฝ่ายเบาๆ

"ทั้งสองคนต่างหาก" ยามาโมโตะว่าพลางยิ้ม

มือสากหยิบบุหรี่ออกจากริมฝีปากบางก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ แขนเรียวท้าวตัวเองกับรั้วอลูมิเนียม เอียงพิงแขนแข็งแรงที่คร่อมเขาอยู่อีกทอด เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มระยะใกล้ ผุดยิ้มเมื่อเห็นรอยจางๆแถวต้นคอและก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน

"ปีหน้าก็หาทางออกมาเร็วๆหน่อยสิ"

"งั้นฉันจะไปค้างก่อนนะ"

โกคุเทระคิดว่านั่นไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่ก็เอาเถอะ...สนใจริมฝีปากหยักยิ้มนี่ก่อนก็แล้วกัน...




มันช่วยไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?


+END+


Talk:
แต่ง tyl ได้มั่วตรีนส์ที่สุด (ฮา) โกคุ tyl ก็เป็นอะไรที่ปั้นเองทั้งดุ้น (กร๊ากกก) ในคอมมิคออกมาสามวิ ดิฉันเลยอุปโลกเอาเองซะเลย
หวังว่ามันจะพอถูไถไปได้นะ(มั้ง?)

ช่วงถมขาวก็อย่าตกใจไปค่ะ ไม่ได้เยอะอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ไม่รู้จะคลุมตรงไหนดี เลยคลุมมันไปทั่ว (ฮา)
ต่อไปอาจจะต่อเรื่องยาวสักทีล่ะมั้ง...



อย่าลืมนะห์
เค้าสะสมของขวัญอยู่ว์~~
(อยากได้เนื้อโพนยางคำ หัวใจ แล้วก็บลูแพนตี้!!!!!!)

เข้าไปดูอีกรอบ...มีดาวมาแล้ว....
อยากได้ดาว 51 ดวงจัง (ฮา จะทำได้ไงวะ....)




สุขสันต์วันคริสมาสต์!!!!!!

 

***UPDATE***

ถ้าเกิดว่าเค้าได้ของขวัญ 59 ชิ้น ก่อนวันที่ 10 มกรา เค้าจะวาดโกคุมาแปะในนี้นะ
(อะไรนะ? ปกติก็วาดอยู่แล้ว?? เออๆ เด๋วคราวนี้ลงสีให้เลย สีสันๆๆๆ)
(ใครจะบ้าไปกะล่อน?)

แล้วถ้าใครเป็นชิ้นที่ 59 เค้าจะวาดตามรีเควสให้นะ (โอววว เฟล่อนแมร่งว่างงงงงงงง)

((ทำไมเฟล่อนไม่เจอแซนต้าเลยฟระ???))

『 フェロン 』 View my profile

Recommend